แชร์

บทที่8 :: คนที่เฝ้ารอ 1/2

ผู้เขียน: SunFlower365
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-21 20:34:21

หลังจบมื้อเที่ยง ปอร์เช่พาเอยมาเดินเล่นรับลมที่ชายหาด บรรยากาศรอบตัวดูพลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวที่บ้างก็ลงเล่นน้ำ บ้างก็เดินทอดน่อง เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังคลอไปพร้อมกับสายลมเย็นที่ปะทะใบหน้า ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายนั้น กลับมีความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคน

มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด หากแต่เป็นความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่ปอร์เช่เก็บกักไว้จนล้นอกและไม่อาจเก็บงำมันไว้ได้อีกต่อไป!

กึก!

เท้าหนาหยุดชะงักลงกะทันหัน ปอร์เช่ค่อยๆ หันมาสบตากับเอยด้วยแววตาที่ต่างไปจากทุกครั้ง เอยที่กำลังเดินเหม่อมองทิวทัศน์ต้องหยุดนิ่งแล้วเงยหน้ามองใบหน้าคมเข้มของเพื่อนสนิทด้วยความสงสัย

"เอย... กูอยากเป็นแฟนมึง"

"...!?"

ประโยคสั้นๆ แต่กลับสั่นคลอนหัวใจคนฟังอย่างรุนแรง เอยยืนอึ้งไปครู่ใหญ่ หัวใจเต้นระรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สำหรับเธอแล้ว ปอร์เช่คือเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดของเธอพอๆ กับนะโม

ที่ผ่านมาใช่ว่าเธอจะดูไม่ออกว่าเขาคิดอย่างไร... เธอมักจะรับรู้ได้ถึงสายตาคู่นั้นเสมอ และรู้ดีว่าวันหนึ่งวันนี้ก็ต้องมาถึง วันที่เพื่อนรักของเธอจะเปิดเผยความในใจออกมาตรงๆ แบบนี้

"ปอร์... แต่ว่า เอยกลัว..." เอยพึมพำเสียงแผ่วเบา พยายามหลบสายตาที่สั่นระริก "ถ้าวันหนึ่งเราเลิกกัน เอยกลัวจะเสียปอร์ไป เอยไม่อยากให้เรากลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันในอนาคต"

กำแพงความกลัวที่เธอสร้างขึ้นยังคงสูงชัน จนเธอไม่กล้าแม้แต่จะก้าวข้ามไป ปอร์เช่ได้ฟังคำนั้นแล้วจึงยกยิ้มบางๆ เขาขยับก้าวเข้าไปหาเธออีกนิด

แสงแดดตกกระทบลงบนใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาเคยผิดพลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง ที่ปล่อยให้เธอหลุดมือไปเพียงเพราะคำว่ารอเวลาที่เหมาะสมและความกลัวแบบเดียวกับที่เอยเป็นอยู่ในตอนนี้

จนสุดท้ายเขาก็ต้องจมอยู่กับความเสียดายเพียงลำพัง...

"เอย มึงฟังกูนะ" ปอร์เช่ยื่นมือไปกุมมือบางไว้แผ่วเบา "ที่ผ่านมากูเรียนรู้แล้วว่า ความรักมันไม่ได้น่ากลัว... แต่ที่น่ากลัวกว่าคือการไม่ได้พูดความจริงให้คนสำคัญได้รับรู้ และสุดท้ายก็ต้องมานั่งเสียดายทีหลังแบบกูต่างหาก"

"ปอร์..." เอยกำลังจะอ้าปากแย้ง แต่ปอร์เช่ส่ายหน้าเบาๆ ราวกับจะบอกว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร

"ตอนนี้มึงโสด และความรู้สึกกูก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่กูจะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไปอีกครั้ง... ขอแค่มึงตกลง กูพร้อมจะเดินหน้าจีบมึงจริงๆ นะเอย"

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก น้ำเสียงหนักแน่นขึ้นเพื่อแสดงถึงความจริงใจ แม้ในใจจะตื่นเต้นจนแทบคลั่งที่ต้องมาสารภาพรักกับผู้หญิงที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและ 'รักแรก' แบบนี้

"กูไม่ได้ขอโอกาสเป็นแฟนมึงเพื่อที่จะเดินไปถึงจุดเลิกราในอนาคต แต่กูขอโอกาสดูแลมึงให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ เพราะกูจะไม่ยอมนั่งมองมึงเดินจากไปแล้วมาเสียใจทีหลังอีกแล้ว" ปอร์เช่เว้นจังหวะ พลางส่งสายตาเว้าวอนที่เปี่ยมไปด้วยความซื่อตรง "มึงไม่รู้หรอกว่าตอนที่มึงเดินมาบอกกูว่ามีแฟน... กูรู้สึกดาวน์แค่ไหน กูได้แต่นั่งด่าตัวเองซ้ำๆ ว่าทำไมวันนั้นกูถึงไม่คว้ามือมึงไว้ ทำไมกูถึงทำได้เพียงแค่ยืนมองมึงเดินไปกับผู้ชายคนอื่น"

ท่ามกลางเสียงคลื่นซัดสาด เอยมองเห็นความจริงใจที่สะท้อนชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นของปอร์เช่

กำแพงในใจเริ่มสั่นคลอนเมื่อเขาประกาศชัดว่าจะข้ามผ่านมันมาหาเธอ เอยก้มลงมองรอยเท้าบนพื้นทรายที่กำลังถูกฟองคลื่นซัดเลือนหายไปทีละน้อย... เธอยังคงหวั่นใจกลัวว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะสูญสลายหายไป หากเธอตัดสินใจพลาด

"ปอร์รู้ไหมว่าการเป็นเพื่อนรักมันดีมากแค่ไหน" เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ "เพื่อนจะไม่มีวันเลิกกัน... เพื่อนไม่มีวันกลายเป็นคนอื่น แต่ถ้าวันนี้เอยตกลง แล้ววันหนึ่งเราไปต่อด้วยกันไม่ได้ เอยก็จะต้องเสียปอร์ไป ซึ่งเอยไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น"

เอยเงยหน้าขึ้นพร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอสะท้อนแสงอาทิตย์ที่ร้อนแรง หากเธออนุญาตให้เขาข้ามกำแพงนั้นเข้ามา ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปและจะไม่มีวันหวนคืนสู่จุดเดิมได้อีก

"..."

ปอร์เช่มองลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสน เขาบีบกระชับมือที่สั่นเทาของเอยไว้แน่น ความเจ็บปวดจากการปล่อยมือในอดีตยังคงเป็นแผลเป็นที่เตือนใจเขาเสมอ และเขารู้ดีว่าเอยเองก็เพิ่งบอบช้ำจากความรักมาได้ไม่นานเช่นกัน

เขาไม่ควรเร่งรีบ แต่แค่อยากสารภาพความในใจให้เอยได้รับรู้ ดีกว่าเก็บงำเอาไว้ แล้วต้องเสียเธอไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไร

"มึงรู้ไหมว่าการที่กูเห็นมึงไปรักคนอื่น โดยที่กูทำได้แค่ยืนยิ้มยินดีในฐานะเพื่อน... มันทรมานแค่ไหน?" เขาแค่นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก

"ในวันนี้ วันที่มึงไม่มีใครแล้ว มึงจะให้กูยืนดูโอกาสนี้หายไปต่อหน้าต่อตาอีกครั้งงันเหรอ? ...กูไม่ได้สนใจอนาคตที่ยังมาไม่ถึงหรอกนะเอย กูสนใจแค่ว่าวันนี้... กูรักมึง! จะไม่ปล่อยมือมึงแน่นอน"

หยดน้ำตาร่วงเผาะลงบนหลังมือของปอร์เช่ ความกลัวและความปรารถนาในใจกำลังตีรวนกันอย่างหนัก

"แล้วถ้ามันต้องจบ... ปอร์สัญญาได้ไหมว่าเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันต่อไป" เอยรู้ว่ามันเป็นประโยคที่เห็นแก่ตัวที่สุด แต่เธอก็ขลาดกลัวเกินกว่าจะเสียเขาไปจริงๆ

"กูสัญญากับมึงไม่ได้หรอกนะ แต่กูสัญญาได้ว่า ตราบใดที่กูยังหายใจ กูจะไม่มีวันเป็นคนเดินจากมึงไปก่อนแน่นอน"

"..." แม้กำแพงในใจจะเริ่มพังทลาย แต่ความกังวลลึกๆ ยังคงหลงเหลืออยู่ เอยหลับตาก่อนจะตัดสินใจยื่นข้อเสนอที่คิดว่าดีระหว่างเราให้ปอร์เช่เอาไปคิดทบทวน...

"ถ้าอย่างนั้น เรามาลองดูกันไปเรื่อยๆ ก่อนได้ไหม?" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น แต่จริงจัง "คบกันแบบที่ไม่ต้องมีสถานะมาบีบคั้น ไม่ต้องขีดเส้นตายว่าเราเป็นอะไรกัน ให้ความรู้สึกของเราค่อยๆ เติบโตไปตามธรรมชาติ" เอยกระชับมือปอร์เช่กลับเบาๆ เพื่อยืนยันว่าเธอเองก็อยากที่จะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับเขาเหมือนกัน

"เอยไม่อยากกดดันทั้งตัวปอร์และตัวเอยเอง... เอยแค่อยากมั่นใจว่า ถ้าสุดท้ายแล้วทางที่เราเดินมันไปต่อไม่ได้จริงๆ เราสองคนจะยังเหลือทางถอยให้กลับมาเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม โดยที่ไม่ต้องมีคำว่าแฟนเก่ามาทำให้เราต้องกลายเป็นคนอื่น" มันอาจจะเป็นความหวังที่ดูเห็นแก่ตัว แต่มันก็เปี่ยมไปด้วยความรักที่เธอมีต่อปอร์เช่จริง ๆ

เพราะเขาคือคนที่เธอรักมาก ๆ คนหนึ่งเช่นกัน

*******************

ฝากกดติดตาม กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ */\* 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เล่ห์รักมายาลวง[SETเล่ห์รัก]   บทที่31 :: เงามืด 1/3

    หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ

  • เล่ห์รักมายาลวง[SETเล่ห์รัก]   บทที่31 :: เงามืด 1/2 NC

    เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน

  • เล่ห์รักมายาลวง[SETเล่ห์รัก]   บทที่31 :: เงามืด 1/1

    บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส

  • เล่ห์รักมายาลวง[SETเล่ห์รัก]   บทที่30 :: ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไป 1/3

    เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"

  • เล่ห์รักมายาลวง[SETเล่ห์รัก]   บทที่30 :: ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไป 1/2

    คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท

  • เล่ห์รักมายาลวง[SETเล่ห์รัก]   บทที่30 :: ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไป 1/1

    บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก

  • เล่ห์รักมายาลวง[SETเล่ห์รัก]   บทที่9 :: การกลับมา 1/2

    "ระดับนี้แล้ว เอยก็รู้ว่าปอร์ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ซัพพอร์ตเก่งที่หนึ่งอีกด้วยนะ""ฮ่า ๆๆ น่ารักที่สุดเลย" เอยหันไปยิ้มตาหยีให้ปอร์เช่อย่างสุขใจหัวใจที่เคยบอบช้ำค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับเพราะผู้ชายคนนี้ และเขาก็ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจขึ้นทุกวันว่า...เธอตัดสินใจถูกแล้วที่ยอมเปิดใจให้เขาเดินเข้ามา"ขอบคุณ

  • เล่ห์รักมายาลวง[SETเล่ห์รัก]   บทที่9 :: การกลับมา 1/1

    บทที่9การกลับมาหลายวันต่อมา...ความเงียบที่ดูมาคุเกิดขึ้นภายในห้องทำงานของอรรถพล มันกดดันยิ่งกว่าทุกวันที่ผ่านมาเมื่อครามก้าวเข้ามาพร้อมกับรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเอยซึ่งหลังจากที่ส่งคนสะกดรอยตามเอยอย่างใกล้ชิดมาหลายวัน เขาก็ค้นพบความจริงว่าเอยไม่ได้อยู่คอนโดของนะโม"คุณเอยไม่ได้อยู่ที่คอนโดขอ

  • เล่ห์รักมายาลวง[SETเล่ห์รัก]   บทที่8 :: คนที่เฝ้ารอ 1/3

    เอยนิ่งเงียบไป คงมีเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้ามาไม่หยุดหย่อน เนิ่นนานเอยเริ่มสบตากับปอร์เช่อีกครั้งเพราะสำหรับเอยแล้ว... การมีปอร์เช่อยู่ในชีวิต ไม่ว่าเขาจะอยู่ในฐานะใดก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือเธอสูญเสียปอร์เช่ไปไม่ได้...เปอร์เช่ได้ยินข้อเสนอของเอย เขาไม่ได้แสดงท่าทีผิดหวังหรือน้อยใจออกมาเลยแม้แต่น้อย

  • เล่ห์รักมายาลวง[SETเล่ห์รัก]   บทที่8 :: คนที่เฝ้ารอ 1/1

    บทที่8คนที่เฝ้ารอเช้าวันต่อมา...เอยตื่นขึ้นมาช่วยยายทำขนมไทยและข้าวต้มมัดตั้งแต่ตีสี่ เพื่อให้ทันใส่บาตรในช่วงเจ็ดโมงเช้า และเริ่มเปิดร้านให้นักท่องเที่ยวเข้ามาซื้อของแต่เช้าตรู่ ร้านของยายเป็นร้านขายของฝากเล็ก ๆ ต่อไปเธอคิดว่าจะทำพวกเครื่องประดับขายด้วยในช่วงที่เธออยู่ที่นี่"ขอบคุณนะคะ วันหน้า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status