Se connecterเอยนิ่งเงียบไป คงมีเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้ามาไม่หยุดหย่อน เนิ่นนานเอยเริ่มสบตากับปอร์เช่อีกครั้ง
เพราะสำหรับเอยแล้ว... การมีปอร์เช่อยู่ในชีวิต ไม่ว่าเขาจะอยู่ในฐานะใดก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือเธอสูญเสียปอร์เช่ไปไม่ได้...
เปอร์เช่ได้ยินข้อเสนอของเอย เขาไม่ได้แสดงท่าทีผิดหวังหรือน้อยใจออกมาเลยแม้แต่น้อย เขากลับระบายรอยยิ้มอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความเข้าใจเธออย่างที่สุดออกมา
"ได้สิ... ถ้ามันทำให้มึงสบายใจ กูตกลง"
ปอร์เช่ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่เขาเคยใช้ เขาขยับเข้าไปใกล้เอยอีกนิดจนปลายเท้าสัมผัสกัน ก่อนจะยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมที่ปลิดปลิวติดบนแก้มใสของเอยออกไปอย่างเบามือ
"กูไม่สนหรอกนะว่าตอนนี้มึงจะเรียกสถานะนี้ว่าอะไร เพราะสำหรับกู 'การกระทำ' สำคัญกว่าสถานะ" เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำมั่นสัญญา
"กูรู้ว่ามึงยังเจ็บ และกูจะไม่รีบ... กูจะใช้เวลาทั้งหมดที่กูมี พิสูจน์ให้มึงเห็นเองว่าความรักมันไม่ได้น่ากลัว ความรักของกูจะทำให้มึงลืมผู้ชายคนนั้น และหันกลับมารักกูจนหมดหัวใจ" ปอร์เช่พูดจบก็กระชับมือที่กุมไว้แน่นขึ้น ราวกับต้องการส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดของเขาให้เอยได้รับรู้
"ชีวิตนี้ของกู... กูยกให้มึงและกูจะรักมึงแบบนี้ตลอดไป รักจนกว่ามึงจะมั่นใจว่ากูคือคนนั้น คือรักและเป็นเซฟโซน เป็นพื้นที่ปลอดภัยของมึง"
"อื้อ" เอยพยักหน้ารับรู้ รอยยิ้มของปอร์เช่เริ่มคลี่ยิ้มขึ้นมาได้อีกครั้ง เหมือนฝันที่ในที่สุดเขาและเอยกำลังจะเลื่อนความสัมพันธ์ขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง
แม้จะยังไม่ใช่แฟนก็ตาม...
ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดสาดและแสงอาทิตย์ที่เริ่มลาลับขอบฟ้า เอยรู้สึกได้ถึงกำแพงในใจที่ค่อยๆ ทลายลงทีละน้อย ไม่ใช่เพราะคำพูดของปอร์เช่ แต่เป็นเพราะความจริงใจที่หนักแน่นของเขาต่างหาก...
คลื่น~
ซ่าา~
"เอย... กูขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?" ในระหว่างที่ทั้งสองนั่งฟังเสียงคลื่นทะเลสาดซัด ปอร์เช่ก็เอ่ยถามเอยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ได้สิ" เราสองคนนั่งอยู่บนโขดหินใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีร่มเงา เป็นที่ประจำเวลาที่มานั่งรอดูพระอาทิตย์ตกดิน...
"เอยยังนึกถึงผู้ชายคนนั้นอยู่หรือเปล่า?" เอยชะงักไปเพียงครู่หนึ่ง เธอสบสายตาปอร์เช่นิ่ง พร้อมกับคลี่ยิ้มหวานบางเบาที่ดูเข้มแข็งกว่าครั้งก่อน ๆ
"มันก็เกือบจะหนึ่งเดือนแล้วนะ... เอยรู้สึกว่าเอยเริ่มหายดีแล้วล่ะ" เอยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "และเอยก็ไม่คิดที่จะกลับไปรักเขาอีกแล้ว"
ปอร์เช่ได้ยินคำตอบ ได้เพียงมองลึกเข้าไปในดวงตาของเอยเพื่อหาความจริงที่ซ่อนอยู่เงียบ ๆ
"นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เอยกล้าเปิดใจให้ปอร์ไง เพราะเอยเรียนรู้แล้วว่าเขาไม่ได้รักเอย ที่ผ่านมามันชัดเจนแล้วทุกอย่าง" พูดไปยอมรับเลยว่ามันยังคงเจ็บและหนักหน่วงแน่นอยู่ในใจนิด ๆ
"และเอยจะไม่เสียเวลา เสียน้ำตาให้กับคนที่ไม่มีหัวใจอีกต่อไป..." เอยมองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่แสงสุดท้ายกำลังจะลาลับหายไป
คงเหมือนกับความรักครั้งเก่าที่กำลังมอดดับลงไปจากใจเธอแล้วจริงๆ
"ผู้ชายคนนั้น คนที่เอยเคยรัก... ต่อไปนี้เอยจะไม่รักเขาอีกแล้ว สำหรับเราสองคนจากนี้จะเป็นได้เพียงแค่คนที่เคยรู้จักกันเท่านั้น"
คำยืนยันนั้นเหมือนการยกภูเขาออกจากอกของปอร์เช่ เขารู้สึกดีใจที่เอยยืนยันจะไม่กลับไป
"ขอบคุณนะเอย... ขอบคุณที่อนุญาตให้กูเข้าไปแทนที่พื้นที่ตรงนั้น" เขาพึมพำพร้อมกับขยับมือไปกุมมือบาง บีบมือเธอเบาๆ ราวกับอยากจะบอกเธอ...ว่าเขาจะไม่มีวันทำให้เธอนึกเสียใจที่ตัดสินใจเลือกเขาในวันนี้
"อืม"
ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดสาด ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาอย่างแจ่มชัดในใจของเอย มันถึงเวลาแล้วที่เธอจะปล่อยวางอดีตลง
ในวันที่เขาทิ้งเธอไป มันก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเธอไม่มีค่าพอที่จะให้เขารัก และเธอเป็นได้แค่ไหนในชีวิตของเขา เพราะฉะนั้นแล้วไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องขังตัวเองไว้กับความทรงจำที่ไร้ค่าเหล่านั้น
การเริ่มใหม่ไม่ใช่เรื่องผิด
รักผิดคนก็แค่เลือกรักคนใหม่ เลือกคนที่เขารักเรา
ดังนั้นการเปิดใจให้คนที่รักและเห็นค่าในตัวเธออย่างปอร์เช่ ก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องรู้สึกผิดต่อตัวเองหรือใคร
เอยเงยมองใบหน้าของเพื่อนสนิทที่ยืนหยัดอยู่ข้างเธอเสมอมา
ผู้ชายที่รอเธอมาจนถึงวันนี้...
"เรามาลองดูกันนะ... แล้วก็ขอบคุณที่รอเอย ขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งเอยไปไหนเลย"
ในวินาทีนั้น เอยรู้สึกโล่งใจ สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกที่เคยมีต่ออรรถพลแทบจะไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว มันอาจจะมีแค่เพียงเสี้ยวที่รู้สึก
แต่เธอเชื่อว่าตอนนี้เธอทำใจเรื่องอรรถพลได้แล้ว
มันถึงเวลาแล้วที่เธอจะมูฟออนแล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เริ่มต้นใหม่กับคนที่เลือกที่จะรักและกุมมือเธอเอาไว้อย่างปอร์เช่...
*******************
ฝากกดติดตาม กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ */\*
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเ
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก







