ANMELDENทุกอย่างจบลงบนเตียงขนาดคิงไซส์ ร่างบางนอนหอบหายใจรัวรินใต้ร่างแกร่งที่ทาบทับอยู่ เสียงลมหายใจสอดประสานกันท่ามกลางความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ
"ยังคุมอยู่ไหม?" อรรถถามขึ้น ขณะซุกไซ้จมูกโด่งดมดอมกลิ่นกายหอมละมุนที่ซอกคอขาว ช่วงนี้เขาพลาดปล่อยในเอยบ่อยจนเกินไป
"คุมค่ะ... เอยคุมตลอด เอยรู้ว่าคุณอรรถไม่อยากให้เกิดเรื่องที่ผิดพลาดขึ้น" ประโยคสุดท้ายเธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ
"หึ... ดีแล้วครับ ที่เอยยังจำได้ว่ากฎระหว่างเรามันคืออะไร" ความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ เธอได้เงิน ได้ชื่อเสียง ส่วนเขาได้ปลดปล่อยตามธรรมชาติ
วินวินกันทั้งคู่
"ค่ะ..." แล้วถ้าหากเขารู้ว่าเธอแหกกฎของเราไปแล้ว เขาจะจบความสัมพันธ์นี้ลงทันทีไหมนะ....
เขาจะเฉดหัวเธอทิ้งเลยหรือเปล่า?
บางทีเธอก็อยากลองเสี่ยงดูสักครั้ง ถ้าหากเขารู้ว่าเธอเผลอใจรักเขาไปแล้ว เขาจะจัดการกับเธอยังไง...
เธอไม่อยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว!
ดังนั้นมีเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้เธอตัดใจจากเขาได้... คือการกล้าบอกความในใจออกไปตรงๆ
ถ้าหากคำตอบไม่เป็นอย่างที่หวัง เธอก็พร้อมที่จะตัดใจและหยุดเพ้อฝันสักที
"เอยรักคุณอรรถ..." คำบอกรักสั้น ๆเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของอรรถพล ชายหนุ่มชะงักทุกการกระทำ เขาผงกศีรษะขึ้นเลิกคิ้วจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเอยอย่างไม่เข้าใจและกดดันเธอ
"เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ารักผม... เอยลืมกฎของเราไปแล้ว?" ทั้งที่เพิ่งพูดไปเมื่อกี้ เธอกลับยังกล้าที่จะบอกรักเขาซึ่งๆ หน้า!
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอใจกล้าบอกรักเขา ทั้งที่เขาเน้นย้ำ เตือนมานับครั้งไม่ถ้วน...
แต่สุดท้ายเธอก็ยังปล่อยใจให้ถลำลึก!
ทั้งที่กฎเหล็กของความสัมพันธ์นี้ เธอควรจำให้ขึ้นใจสิ!
ห้ามรัก ห้ามรู้สึก และห้ามหึงหวง!
"เอย... เอยแค่อยากบอกรักคุณ อยากให้คุณรับรู้ก็แค่นั้นค่ะ"
"ไม่แค่นั้นหรอกมั้งครับ!" อรรถสวนกลับทันควัน ในใจปรามาสว่าผู้หญิงร่านยังไงก็ร่าน! คิดจะใช้ความสวยและเรือนร่างเย้ายวนนี้เป็นบันไดไต่เต้า ทะเยอทะยานคาดหวังในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง...
กล้าบอกรักเพื่ออะไร อย่าคิดว่าเขาจะดูไม่ออก!
"จริงๆ นะคะ เอยไม่เคยคาดหวังให้คุณรักตอบ เอยแค่อยากบอกความรู้สึกจริงๆ" เมื่อเห็นคนตรงหน้าถอดถอนกายออกไปอย่างไร้เยื่อใย เอยจึงหยัดกายลุกขึ้นนั่งตาม เธอมองแผ่นหลังแกร่งที่หันหลังให้เธอด้วยความเงียบงัน...
อยู่ๆ น้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
มันชัดเจนแล้ว...
ตลอดสามปีที่ผ่านมาไม่มีคำว่ารักอยู่เลย เขาเพียงแค่ทำดีกับเธอเพื่อเป็นค่าตอบแทนที่เธอมอบเรือนร่างให้เท่านั้น เขาหลงใหลแค่ร่างกาย ปรารถนาในความใคร่ แต่ไม่เคยมีความรู้สึกอื่นใด ๆ เจือปนอยู่เลย
"เอยแค่อยากบอกให้คุณรู้... จริงๆ นะคะ เชื่อเอยนะ เอยจะไม่ทำให้คุณลำบากใจ ไม่เรียกร้องให้คุณต้องมารักเอยด้วย" เธอแค่ไม่อยากคิดไปเองอีกแล้วก็แค่นั้น...
อรรถรู้สึกหงุดหงิดที่เอยกล้าแหกกฎ และยิ่งไม่อยากเชื่อใจในคำพูดพวกนั้น ทว่าน้ำเสียงสั่นเครือทำให้เขารู้ว่าเธอกำลังร้องไห้... และเขาก็ไม่ชอบน้ำตาของเธอ
เขาแพ้พ่ายต่อหยดน้ำใสๆ ของผู้หญิงคนนี้เสมอ!
และนี่คงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขามักจะโกรธตัวเองอยู่ทุกครั้งที่ใจอ่อนให้กับแววตาเศร้าสร้อยและน้ำตาที่เอ่อคลอคู่นี้!
ให้ตายสิ!!
เขาคือพี่ชายคนโตของตระกูลสุริยาเดชสกุล ผู้เข้มแข็ง เด็ดขาด และเลือดเย็นในทุกย่างก้าว แต่กลับต้องมาแพ้ทางให้กับน้ำตาเด็กเลี้ยงเพียงคนเดียว...
รู้ถึงไหนอายถึงนั่น!
ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจหนักๆ เพื่อระงับอารมณ์ เขายังไม่อยากให้ความสัมพันธ์นี้ถึงขั้นแตกหัก เพราะลึกๆ เขายังไม่พร้อมจะปล่อยมือจากเธอในตอนนี้ แต่ถ้าหากวันหนึ่งเธอทะเยอทะยานอยากจะ 'จับ' เขาขึ้นมา
เมื่อนั้นความฉิบหายมาเยือนเขาแน่!
"อย่าปล่อยให้ความรักของเอยมาสร้างปัญหาให้ผมทีหลังก็แล้วกัน เอยก็รู้ใช่ไหมว่าผมไม่มีวันรักเอย ไม่มีวันยกย่อง หรือแต่งงานด้วย" อรรถเตือนสติด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
เด็กที่เขารับเลี้ยง... นางร้ายจนตรอกที่ดันเข้าตาตั้งแต่แรกที่เห็น เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อให้ได้เธอมาครอบครอง ในตอนแรกคิดว่าเพียงคืนเดียวแล้วจบ รับเงินแล้วแยกย้ายและให้ในสิ่งที่เธอต้องการ
แต่เขาดันติดใจในความน่ารักน่าเอ็นดูราวกับแมวน้อยของเธอ สุดท้ายจึงแหกกฎตัวเอง รับเลี้ยงดูเธอเรื่อยมาจนถึงตอนนี้
แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เขารักเธอได้ เธอไม่คู่ควรกับเขา และไม่มีวันได้เป็นเมียที่เขาจะเชิดหน้าชูตาในสังคม!
"เอยรู้ค่ะ... รู้ทุกอย่าง รู้ว่าคุณอรรถไม่มีวันรักเอย" เอยสะอื้นไห้พลางปาดน้ำตาอย่างอ่อนแรง เมื่อสิ่งที่หวังพังทลายลงไม่เป็นท่า...
"แล้วทำไมถึงยังปล่อยใจ! ห๊ะ!!?" อรรถหันกลับมาเผชิญหน้า มือแกร่งบีบแขนเรียวบางจนเจ็บแทบแหลกละเอียด
"เอยไม่ดีเอง... ทั้งที่ควรรักษากฎของคุณอรรถ แต่เอยกลับเผลอใจให้คุณจริงๆ เอยขอโทษค่ะ เอยจะไม่ทำให้คุณมีปัญหาแน่นอน" เธอเหลิง! คิดไปได้อย่างไรว่าเขาจะรัก ยิ่งคิดน้ำตายิ่งพรั่งพรู เอยเงยหน้ามองอรรถด้วยสายตาจริงจัง
"เอยจะจัดการความรู้สึกตัวเอง... จะไม่สร้างปัญหาให้คุณอรรถแน่นอนค่ะ"
มือหนาค่อยๆ คลายแรงบีบลง เอยก้มหน้ากลั้นสะอื้นสุดหัวใจ สามปีที่อยู่ด้วยกัน จะไม่ให้เธอเผลอใจเลยได้อย่างไร หัวใจเธอมันไม่ได้แข็งแกร่งเป็นหิน หรือเย็นชาไร้ความรู้สึกเหมือนกับเขา!
"ได้! ครั้งนี้ผมจะเชื่อเอย จัดการความรู้สึกตัวเองให้ดี อย่าให้มันถลำลึกไปมากกว่านี้ และอย่าทำอะไรที่ไม่สมควร ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมใจร้าย!"
"ค่ะ... เอยจะจัดการตัวเองให้ดี" ทุกคำพูดของเขาเหมือนใบมีดที่กรีดลงบนกลางใจของเธอ
"และที่สำคัญที่สุด... อย่าคิดสั้นปล่อยตัวให้ท้องเพื่อจับผม ผมหวังว่าเอยจะไม่ทะเยอทะยานทำเรื่องที่ส่งผลเสียต่อตัวเอง เพราะถ้ามันเกิดขึ้นจริง เอยจะเป็นฝ่ายที่เสียใจที่สุด"
"แล้วถ้าเอยท้องขึ้นมาจริงๆ ... คุณอรรถจะทำยังไงคะ?" ในเมื่อมาถึงจุดนี้ เธอก็ขอกรีดแผลใจตัวเองให้ลึกขึ้นอีกสักนิด
อรรถตีหน้าขรึมลงทันที เสียวสันหลังวาบเมื่อได้ยินคำพูดของเอยเพราะเขาเพิ่งปล่อยในเธอไป ไม่ใช่แค่ครั้งนี้แต่มันหลายครั้งด้วยในช่วงที่ผ่านมา
เขามันโง่เองที่ไว้ใจเธอ แค่เธอบอกว่าคุมตลอดเขาเลยเผลอตัวไม่ระวัง!
ถ้าตอนนี้เอยท้องแล้วคิดจะจับเขาขึ้นมาล่ะ!?
อรรถขบเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ขมวดคิ้วจนเป็นปมพร้อมกับเอ่ยออกมาเสียงต่ำ
"จบทุกอย่าง ผมจะให้เงินเอยก้อนหนึ่งแล้วอย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก! นอกจากผมจะไม่รับเอยเป็นแม่ของลูกแล้ว เด็กคนนั้นผมก็จะไม่ยอมรับเช่นกัน"
คำตอบนั้นเหมือนเข็มนับหมื่นทิ่มแทงหัวใจ... นี่คือความจริงที่เธอโหยหาอยากได้ยินใช่ไหมเอย?
"ผมหวังว่ามันจะไม่มีวันนั้นนะครับ... และเอยจะเป็นเด็กดีแบบนี้ตลอดไป"
"ค่ะ... มันจะไม่มีวันนั้นแน่นอน" เรื่องของเราจะเป็นเพียงความสัมพันธ์ของนายจ้างกับลูกจ้างตลอดไป เส้นกั้นบางๆ นี้ เธอจะไม่คิดก้าวข้ามมันไปอีกแล้ว
ในสายตาของอรรถตอนนี้ เธอคงกลายเป็นผู้หญิงหน้าไม่อายที่คิดจะจับเขาไปแล้ว...
เธอมันไม่เจียมตัวจริงๆ ที่ริอาจไปหลงรักเจ้าของสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ ผู้ชายที่ใครๆ ก็รู้ว่าไร้หัวใจและเย็นชาที่สุด!
ความเงียบปกคลุมห้อง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงาน อรรถจ้องมองใบหน้าหวานนิ่งงัน ถึงจะเตือนเธอไปแล้ว แต่เขาก็เริ่มคิดได้ว่าหลังจากนี้ต้องระวังตัวเองให้มากขึ้น เขาจะไม่ยอมให้ชีวิตต้องมาแปดเปื้อนเพราะเธอ!
แค่ปล่อยให้เธออยู่เหนือการควบคุมคนเดียวมาสามปีก็เกินมากพอแล้ว!
"จำไว้ให้ดีว่าเอยเป็นได้แค่ไหน" เขาเน้นย้ำ
"ค่ะ... เอยจะจำไว้" เอยตอบรับเสียงแผ่ว
"วันนี้ผมคงไม่ค้าง" เขาผละออกจากเตียง เดินไปสวมเสื้อผ้าด้วยท่าทางปั้นปึ่ง
"คุณอรรถ... เอยขอโทษที่ทำให้คุณอารมณ์ไม่ดี" เอยมองตามเขาด้วยแววตาสั่นระริก การที่เขาไม่ค้างคืนต่อ ย้ำเตือนว่าเธอคือต้นเหตุ และต่อไปเรื่องของเราอาจจะจบลงเร็วกว่าที่คิด...
...บางทีเธอก็อยากให้มันจบๆ ไป แต่อีกใจกลับยังไม่พร้อมจะสูญเสียเขาไปในตอนนี้
"อย่าทำแบบนี้อีกก็พอ กลับไปทบทวนตัวเองให้ดี" อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตานิ่งๆอีกครั้ง เขารู้สึกหงุดหงิดที่เริ่มคุมสถานการณ์ไม่อยู่
ส่วนเอยนิ่งรับฟัง เฝ้ามองอรรถพลในทุกย่างก้าว จนเขาเดินออกจากห้องไป
ปัง!
เสียงประตูถูกปิดลง ความเงียบสงัดก็พลันเข้าจู่โจมพร้อมกับหัวไหล่บางที่สั่นเทาร้องไห้
"ฮึก..."
ดีแล้วที่เขาชัดเจน
ต่อไปเธอจะได้เจียมตัว และหยุดเพ้อฝันถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เสียที...
********************
เปิดมาอิพี่ก็มีแววว่าจะเฉดหัวน้องทิ้งแล้ว งื้ออ ช่วยเป็นกำลังใจให้หนูเอยกับไรต์ด้วยน้า */\*
ฝากกดติดตาม กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังให้ไรต์ด้วยนะคะ *คอมเม้นต์ ด่าคุณพระเอกกันได้น้า อิอิ
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเ
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก







