แชร์

บทที่ 71

ผู้เขียน: Karawek House
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-28 18:05:31

หญิงสาวอ่อนเยาว์ในชุดราตรีสีทองส่องประกาย ก้าวขาเดินตามลูคัสอย่างเงียบเชียบ ทุกย่างก้าวดูสงบ ทุกลมหายใจดูงามสง่า สีหน้า แววตา กิริยาอาการ ล้วนชวนให้นึกถึงเทพธิดาฤดูหนาวผู้แผ่รัศมีเย็นเยียบ ดึงดูดสายตาบรรดาผู้ติดตามกลุ่มแรกสุด อันได้แก่ อารี ราจีฟ จอห์น ทอม และโทมัส ให้ตะลึงมอง

กลุ่มผู้ติดตามทั้งหมดพักอยู่กับไซรัสในอาคารหลังนี้ จึงล้วนรู้เห็นเรื่องที่เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ ตอนที่พวกเขาได้ยินเสียงก๊อกแก๊กดังมาจากห้องนอนนายท่านแล้วรีบพุ่งขึ้นไปดูจนทันเห็นภาพนายท่านบรรจงวางร่างคุณหนูคนงามลงบนเตียงก่อนที่ประตูจะปิดลง  พวกเขายังลอบปรึกษากัน ว่าหากต้องอยู่ต่อหน้าคุณหนูอัยน์นา พวกเขาจะวางตัวอย่างไรดี เพราะแต่ละคนล้วนไม่คุ้นชินกับสุภาพสตรีชั้นสูงที่อ่อนไหวง่าย จิตใจบอบบาง

พวกเขาเคยกังวลว่าอาจเผลอพูดหรือทำอะไรให้เธอลำบากใจ แต่พอเห็นกิริยาท่าทีเธอในตอนนี้แล้ว...ทั้งหมดก็ล้วนเห็นตรงกัน ว่าแทนที่จะห่วงเรื่องนั้น พวกเขาควรห่วงไปอีกทางมากกว่า

เห็นท่านหญิงกุหลาบทะเลทรายตอนนี้แล้ว...ทุกคนล้วนเห็นภาพนายท่านตอนเคี่ยวกรำฝึกพวกเขาต่อสู้ซ้อนทับขึ้นมา

น่าขนลุก...น่าขนลุกนัก!

“...นายท่านจะเป็นอะไรรึเปล่าน่ะ” โทมัสถามอย่างอดไม่ได้ เรียกเสียงทอดถอนใจและท่าทางคล้ายไว้อาลัยจากคนอื่นๆ ได้ทันที

แม้จะอยู่ห่างกันพอสมควร แต่ความเงียบสงัดของยามดึกกลับทำให้อัยน์นาได้ยินเสียงบทสนทนาจากบรรดาผู้ติดตามทั้งหมดดังแว่วมา บางทีผู้ติดตามรายที่เดินนำทางเธอเองก็อาจจะได้ยินด้วยเหมือนกัน จังหวะการหายใจถึงได้สะดุด เหมือนฉุกคิดอะไรได้สักอย่าง

ไม่ว่าตอนนี้ ผู้ติดตามไซรัสรายที่อยู่เบื้องหน้าเธอจะคิดได้เช่นเดียวกับคนอื่นๆ หรือไม่ ก็สายเกินไป เพราะตอนนี้ เธอมองเห็นห้องกว้างขวางจุดตะเกียงสว่างไสวที่ตกแต่งไว้อย่างโอ่อ่าเข้าแล้ว

...ห้องที่เธอแน่ใจว่าน่าจะเป็นห้องรับรองห้องใหญ่ที่ว่า

เดินไปได้อีกไม่กี่ก้าว ลูคัสก็หยุดฝีเท้า หันหน้ามาบอกเธออย่างให้เกียรติ

“คุณหนู...โปรดรอตรงนี้สักครู่” ว่าจบ ผู้ติดตามหนุ่มก็หันหน้ากลับเข้าหาห้องรับรอง คงตั้งใจจะเดินเข้าไปรายงานเจ้านายก่อนปล่อยให้เธอเข้าไปในนั้น

แต่อัยน์นาไม่สนใจฟัง

แทนที่จะหยุดรอ เธอกลับก้าวขาเดินต่อไปด้วยท่าทีสงบเหมือนทุ่งหญ้ากว้างไร้กระแสลมก่อนเกิดพายุโหมกระหน่ำ ทำเอาลูคัสละล้าละลัง จะชิงก้าวขารัวถี่แซงหน้าไปรายงานก็เกรงว่าจะทั้งดูเสียกิริยาและเสียมารยาท จะปล่อยให้เธอบุกเข้าแทรกการสนทนาแบบนี้ก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม เหลือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือต้องหาทางหยุดเธอไว้ก่อน แต่ครั้นจะปราดเข้าขวางระยะห่างก็กระชั้นชิดเกินไป จะดึงรั้งเธอไว้ก็ไม่กล้าจาบจ้วงล่วงเกิน เลยได้แต่เดินตามไปติดๆ

ยิ่งสาวเท้าเข้าใกล้ ท่านหญิงไร้นามสกุลก็ได้ยินเสียงไซรัสบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นดังแว่วมา

“ผมรู้สึกไม่ใคร่สบายตัว ทั้งมึนหัว ทั้งตาพร่า พูดจาไม่รู้เรื่องขึ้นทุกที ท่านหญิงพริสซิลล่าก็เลยช่วยพาออกไปสูดอากาศด้านนอกครับ”

เธอเห็นเจ้าของอาคารขยับริมฝีปากเล่าโดยไม่หลบสายตาบิดาเธอ 

น้ำเสียงและท่าทีพ่อค้าหนุ่มในยามนี้ ดูสงบนิ่ง จริงจัง ไม่ว่าจะมองแง่ไหนก็ช่างดูน่าเชื่อถือ

น่าสนใจ...

น่าสนใจนัก ว่าผู้ชายคนนี้จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ยังไง...

อัยน์นาเหลียวมองไปทางพริซซิลล่า พอเห็นว่าพี่สาวต่างมารดาดูจะพอใจในสิ่งที่พ่อค้ารายนี้พูด จากที่เคยตั้งใจว่าจะหยุดรอฟังอยู่ด้านนอกเสียก่อน เจ้าของร่างอ้อนแอ้นในชุดราตรีสีทองก็ก้าวขาเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูด้วยกิริยาที่ยากจะเดาว่าคิดอะไรอยู่ในใจ

ครอบครัวแกรนเทรนท์ที่นั่งหันหน้าเข้าหาประตูย่อมสังเกตเห็นเธอทันที พอเห็นว่าทุกคนเบนสายตามองมาทางนี้ ไซรัสที่นั่งหันหลังให้ทางเข้าก็ชะงักปาก เหลียวมองตาม

อัยน์นาไม่พูดอะไรเหมือนๆ กับที่ไม่มีใครขยับริมฝีปากเอ่ยออกมาสักคำ สิ่งที่เธอเลือกทำ คือการก้าวเข้ามานั่งร่วมวงสนทนาแสนเคร่งเครียดในตำแหน่งที่ทำให้พริซซิลล่าต้องกัดริมฝีปากข่มความโกรธ สายตาไม่จ้องมองใครนอกจากคนข้างกาย

อยากจะรู้...ว่าเมื่อคู่กรณีอย่างเธอมานั่งฟังอยู่ตรงนี้ ชายในชุดเสื้อแขนยาวสีดำสนิทจะพูดว่าอย่างไรต่อ

“คุณหนูมาก็ดีแล้ว จะได้พูดคุยกันให้จบเสียในคราวเดียว” เขาเหลียวสบตาเธอ สีหน้าแววตาดูจริงใจ

แต่เธอยังไม่เชื่อ

ตลอดเวลาที่พบหน้ากัน มีครั้งไหนบ้างที่ชายคนนี้ไม่สวมหน้ากาก

อยากให้เชื่องั้นหรือ...? ถ้าอยากให้เชื่อนัก ก็จงลองพยายามดู

“ตอนนั้นผมสงสัยว่าตัวเองอาจไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วย แต่อาจโดนวางยาบางอย่าง อาการก็แปลกประหลาด ชวนให้นึกถึงคำบอกเล่าเรื่องอาการหลังดื่มยาปลุกปั่นอารมณ์ใคร่ที่ซื้อขายกันอย่างลับๆ ในตลาดมืด พอเห็นบริกรที่ยกถาดเครื่องดื่มมาบริการผมกับคุณหนูทำท่าลับๆ ล่อๆ วิ่งเข้าไปทางสวนไม้เลื้อยในอุทยาน...หลังรู้จากท่านหญิงพริสซิลล่าว่าคุณหนูเองก็หายไปจากงานเลี้ยงนานแล้ว ผมรู้สึกเอะใจ ก็เลยรีบตามไป”

ยิ่งเขาเล่า พริสซิลล่าก็ยิ่งดูพึงพอใจจนถึงขั้นยิ้มได้

“ตามไปทั้งๆ ที่วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ตาพร่า อย่างงั้นน่ะรึ” แทนที่คนซักจะเป็นท่านเจ้ากรม กลับเป็นท่านผู้หญิง

“ครับ” ไซรัสตอบหนักแน่น “แต่เพราะระหว่างทางสติเลือนรางเต็มที ผมก็เลย...”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 97

    “อยู่ที่นี่เราไม่เรียกต้นห้อง ไม่เรียกสาวใช้ ไม่เรียกคนรับใช้ ทุกคนอยู่ในฐานะพนักงานค่ะ” อัยน์นาอธิบาย “แต่ละคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบคนละอย่าง ไม่ก้าวก่ายภาระการงานกันและกัน ไม่มีการใช้งานเกินหน้าที่”“ฟังดูเป็นระบบแบบพ่อค้าพ่อขายเต็มที่เลยนะคะ” คนฟังออกความเห็นอย่างอดไม่ได้อัยน์นาหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงฟังดูสบายๆ ดูสดใสจากใจจริง“ก็ฉันเป็นภรรยาพ่อค้านี่คะ”“แต่เป็นพ่อค้าที่มีความสามารถ แล้วก็สง่างามเสียยิ่งกว่าขุนนางคนไหน” มาธากล่าวแก้พออีกฝ่ายพูดถึงไซรัสขึ้นมาแบบนี้ อัยน์นาก็เหมือนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีแตกต่างจากมาธา ที่ดูเหมือนจะมีเรื่องอยากพูดเต็มไปหมด“หลังจากคุณหนูขึ้นรถม้าออกจากบ้านมา ท่านผู้หญิงก็เรียกดิฉันเข้าไปพบ” มาธาเริ่มเล่า น้ำเสียงอัดอั้น “ท่านพูดไม่ทันจะจบ ดิฉันก็เดาได้ ว่าอยากกดดันให้ออกจากบ้าน ดิฉันก็เลยชิงลาออกมา”“ตายจริง” อัยน์นาไม่ได้ตกใจ เธอรู้สึกแย่แทนมาธาต่างหาก มาธาทำงานอยู่ที่นั่นตั้งแต่ยังเล็ก อยู่มาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเกิดเสียอีก เรียกได้ว่าเป็นคนเก่าคนแก่คนหนึ่ง ต่อให้มาธาเคยเป็นต้นห้องให้เธอตามคำสั่งเจ้ากรมการเมืองแล้วอย่างไร นั่นใช่เหตุผลที่ท่านผู้หญิงควรแล้

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 96

    เมื่ออัยน์นาคล้อยหลัง ไซรัสก็ออกจากห้องนอน เดินลงบันได มุ่งหน้าเข้าหาห้องทำงานช่วงที่เดินผ่านห้องรับรองห้องใหญ่ซึ่งเวลานี้ปิดประตูแน่นสนิท เขาอดคิดไม่ได้ ว่านายหญิงคนใหม่ของอาคารหลังนี้คงไม่อยากให้เขาหรือใครเข้าไปรบกวน เพราะต้องการใช้บ่ายวันนี้เฟ้นหาคนงานหญิงคนใหม่ที่ตัวเองจะไว้ใจได้...ฟังจากที่เธอพูดวันนี้ เขาก็เดาออกทุกอย่างอัยน์นารู้แล้วว่าที่นี่วางระบบการทำงานไว้ลงตัวดีอยู่แล้ว จึงตระหนักว่าไม่ควรก้าวก่ายให้วุ่นวาย ทั้งอย่างนั้นก็เต็มใจจะรับคนงานหญิงเข้ามาตามที่เขาเสนออีกสองรายมองเผินๆ เหมือนจะทำเพื่อรักษาน้ำใจคนที่มาสมัครงาน และเป็นการถนอมน้ำใจ รับความปรารถนาดีจากเขาด้วยการยอมรับคนเข้ามาช่วยดูแลตัวเธอเองในเรื่องจุกจิก อาทิ การเตรียมน้ำให้อาบ การเตรียมเสื้อผ้า การช่วยแต่งตัวแต่งหน้า การคอยเป็นตัวกลางติดต่อระหว่างเธอกับใครต่อใครแต่เขาแน่ใจว่าไม่ใช่แบบนั้นด้วยลักษณะนิสัยอย่าง ‘คุณหนูอัยน์นา’ เอาเข้าจริงแล้ว สาวน้อยแรกแย้มนางนี้ ก็แค่อยากให้ที่นี่มีคนที่เรียกได้ว่าเป็นคนของตัวเองจริงๆ เสียบ้างพ่อค้าหนุ่มเดินเข้าห้องทำงาน ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งมาร่วมสองเดือนครึ่ง จ้อ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 95

    ดูไซรัสจะแปลกใจไม่น้อยเพราะสิ่งที่เธอพูดเขาประคองร่างเธอให้หันหน้าเข้าหา จ้องลึกลงในตา“คนงานหญิง?”“ค่ะ” อัยน์นาตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย ทั้งที่ตอนนี้ นอกจากจะสงสัยว่าเขาจะถามทำไมแล้ว ในใจยังนึกหวั่นว่าเขาจะคิดอะไรพิเรนทร์ๆ ขึ้นมาจริงๆ “ทำไมเหรอคะ”“ทำไมถึงเรียกว่าคนงานหญิง”เพราะแววตาเขาดูสนใจใคร่รู้มากกว่าจะคิดอย่างอื่น อัยน์นาถึงค่อยผ่อนคลายลง“ก็ที่นี่ไม่มีคนรับใช้ชายไม่ใช่เหรอคะ” เธอคิดอย่างนี้จริงๆ “ในเมื่อที่นี่ไม่มีคนรับใช้ จะให้เรียกคนงานที่รับเข้ามาใหม่ว่าสาวใช้ได้ยังไงกัน ทั้งดูแปลกๆ ทั้งดูไม่ยุติธรรมยังไงก็ไม่รู้”“แต่ถ้าดูตามหน้าที่ ก็ควรเรียกสาวใช้ไม่ใช่รึ”“ถ้าดูจากสถานการณ์ของคุณ ฉันว่าไม่ควร คุณคงไม่อยากให้ทุกคนที่ทำงานที่นี่อยู่ก่อนแล้วกับคนที่จะรับเข้ามาใหม่เกิดสับสน วางตัวลำบาก หรือแบ่งแยกชนชั้นกันใช่ไหมคะ” บอกแล้ว เจ้าของร่างอ้อนแอ้นก็รีบเลื่อนมือขึ้นกุมมือแข็งแกร่ง แล้วกลับหลังหันตั้งใจจะพาตัวเองกับชายคนนี้ออกจากสถานการณ์ล่อแหลม แต่กลับโดนอีกฝ่ายดึงเข้าสวมกอดจากด้านหลัง “ภรรยารอบคอบอย่างนี้ เห็นทีต่อไปคงต้องรบกวนให้ช่วยดูแลเรื่องคนงานแทนซะแล้ว” ลมร้อนๆ ที่ราดร

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 94

    หลังร่วมโต๊ะอาหารกลางวันในห้องไม่ใหญ่ไม่เล็กบนชั้นสอง ไซรัสก็พาเธอเดินสำรวจอาณาจักรที่เขาครอบครองด้วยตัวเอง นัยว่าถ้าติดใจสงสัยเรื่องไหนให้ถามเขาได้เต็มที่ และอัยน์นาก็ยินดีใช้สิทธิ์นี้แม้จะรู้ดีว่าทุกสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นเพียงสิ่งที่เขาอยากให้เธอได้ยิน อยากรู้...ว่าเขาจะอธิบายข้อสงสัยยิบย่อยในใจเธออย่างไรบ้างเขาพาเธอเดินดูทุกอย่างไล่จากตึกแถวสามชั้นสองหลังที่เพิ่งซื้อ...ตึกแถวทั้งสองหลังที่ว่านี้ตั้งโอบรับตึกหลักซึ่งปลูกเป็นอาคารสี่ชั้นที่ใหญ่โตโอ่โถงกว่าอาคารจำนวนชั้นเท่ากันหลังอื่นๆ ถึงหนึ่งในสามเท่า มองภาพรวมจากลานน้ำพุแล้ว ตึกแถวสามชั้นทั้งสองหลังชวนให้นึกถึงภูเขาสองลูกย่อมที่หนุนอยู่หลังเขาลูกใหญ่ คำอธิบายที่หลุดลอดจากริมฝีปากไซรัสไม่มีอะไรน่าสนใจ พวกมันฟังดูเหมือนสิ่งที่พ่อครัวกับโทมัสและคนงานรายอื่นๆ เคยพูดไม่มีผิด ชวนให้เดาได้ว่าเขาน่าจะเคยอบรมผู้ติดตามและคนงานเกี่ยวกับการตอบคำถามเรื่องเหล่านี้ถัดจากด้านนอกตัวอาคารคือโถงกว้างที่ดัดแปลงเป็นร้านค้า อัยน์นาพบว่าไซรัสแบ่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่น้อย ส่วนหนึ่งค้าขายแพรพรรณ มีโต๊ะให้คำปรึกษาเรื่องบริ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 93

    อันที่จริง ก่อนที่จะแต่งงาน ท่านเจ้ากรมเรียกเธอเข้าไปคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับ ‘ว่าที่ลูกเขย’ มาแล้ว และเธอก็ยืนยันไปแล้ว ว่าไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะเลือกอาณาจักรนี้และพ่อบังเกิดเกล้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาบอกว่าเป็นชนชั้นล่างในหมู่ชนชั้นล่างของอาณาจักรนี้ เรื่องที่บอกว่าเอาอัญมณีมาจากที่ไหน เรื่องที่บอกว่ารู้จักกับใครที่ไหนอย่างไรบ้าง ต้องการอะไร มีแผนการมีความคิดความอ่านแบบไหน กระทั่งข้อมูลทุกอย่างที่สืบค้นได้ด้วยตัวเอง ท่านเจ้ากรมก็บอกเธอหมดแล้วทุกเรื่อง“ท่านได้เล่าให้ฟังไหม ว่าอัญมณีในร้านนี้ มาจากไหน”“เรื่องนี้คุณพ่อไม่ได้พูดถึงหรอกค่ะ”ไซรัสค้นลึกลงในตาเธออัยน์นาคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้คนตรงหน้า แน่ใจว่าเขาจะไม่พบร่องรอยอะไร “ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องพวกนี้ล่ะคะ”“เพราะฉันอยากรู้ ว่าต้องเริ่มเล่าอะไรต่อมิอะไรให้เธอฟังตั้งแต่ตรงไหน” บอกแล้ว คนพูดเหมือนจะไขทุกข้อข้องใจให้เธอวันนี้ ก็โอบเอว พาเธอเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุด “อัญมณีทุกชิ้นที่เรามี มาจากแหล่งอัญมณีนอกอาณาจักร” เขาขยับริมฝีปากเล่า น้ำเสียงจริงจัง “พวกมันมาจากโพรงดินหลังแนวเขาทางตอนเหนือของอาณาจักรนี้...พ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 92

    “นายท่านมีเรื่องอยากปรึกษานายหญิง...” ผู้จัดการร้านหนุ่มขยับริมฝีปากพูด หลังนิ่งงันไปชั่วครู่“พอจะรู้ไหมจ๊ะ ว่าเรื่องอะไร” เธอเจตนาถามลองเชิงไม่แปลกใจนักที่อีกฝ่ายเลือกคลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วผายมือคล้ายเชื้อเชิญให้เธอเดินนำออกจากห้องครัว พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “เชิญนายหญิงที่ห้องทำงานนายท่านดีกว่า นายท่านน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีกว่ามากนัก”คนคนนี้มีส่วนคล้ายคนน่าโมโหนั่นจริงๆ นั่นแหละอัยน์นาพยักหน้าน้อยๆ ให้อีกฝ่ายแทนการรับรู้ ก่อนก้าวขาเดินนำอย่างไม่รีบร้อน สองขาก้าวไป ในใจก็อดคิดไม่ได้ ว่าหลักการ ‘ดูนายให้ดูบ่าว’ ที่มีมาแต่โบราณช่างน่าอัศจรรย์นายบ่าวมักเรียนรู้จากกันและกัน...คนเราจะสนิทสนมรู้ใจกันได้ ต้องมีบางสิ่งคล้ายคลึงกัน...ทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงหลักการง่ายๆ แต่กลับใช้ดูคนได้แม่นนักอัยน์นาก้าวขาเดินตามการชี้นำจากคนเดินตาม มุ่งหน้าเข้าหาสถานที่ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีใครรออยู่ ไม่นานนักก็มาถึงห้องห้องหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่สุดทางเดินกรุพื้นและผนังสีดำสนิทแค่ดูจากข้างนอก เธอก็พอจะเดาออก ว่าห้องที่อยู่ด้านหลังประตูบานคู่สลักลายขนปีกสวยแปลกตาห้องนี้ กว้างขว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status