เข้าสู่ระบบหลังจากที่สองสาวเก็บข้าวของแล้วเสร็จ ทั้งคู่ก็ถูกหญิงสาวในชุดสูทสีดำดูน่ากลัวสองคนจับแยกจากกันเพียงจันทร์ถูกส่งตัวยังห้องพักที่ถูกจัดไว้ข้างๆห้องพักของเอฮาซาน
ส่วนอัญชันก็ถูกส่งไปยังห้องพักที่อยู่ติดกับห้องพักของไลอาห์ "นี่เกิดอะไรขึ้น!!!ทำไมนังคนนี้ถึงได้มาอยู่ห้องนี้!!" เสียงแหวๆแสบแก้วหูดังขึ้นขณะที่อัญชันกำลังจะเดินเข้าประตู พร้อมกันนั้นมือบางปริศนาก็จับไหลมนของอัญชันผลักออก ด้วยความที่ไม่ได้ตั้งตัว ร่างบางของอัญชันก็เซถลาจนล้มลงไปกับพื้น " มิสซูซี่!!! " หญิงสาวในชุดสูทรีบเข้าไปขวางการกระทำที่รุนแรงของนางแบบสาว แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไร กำปั้นบางๆทว่าหนักหน่วงก็แหวกอากาศมากระทบเข้าเบ้าตาของเธออย่างแรง "กะ...กรี้ดดดด!!!!แก....กล้าดียังไง!!" เสียงหวีดร้องของนางแบบสาวกรีดร้องไปทั่วทั้งทางเดิน " คุณน่ะสิ!!กล้าดียังไงมาผลักฉันจนล้ม!!...แล้วมากรี้ดๆใส่หน้าคนอื่นเนี้ยะ...เป็นเปรตเรอะ!!!" อัญชันสวนกลับพลางลูบข้อศอกที่ถลอกเพราะล้มเมื่อคู่พลางสะบัดกายหายเข้าไปในห้องพร้อมกับหญิงสาวในชุดสุทสีดำ ปล่อยให้นางแบบสาวสุดสวยยืนค้างตรงนั้นพร้อมเบ้าตาที่เริ่มมีสีคล้ำเพราะแรงต่อยจากอัญชัน "ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ก่อปัญหาให้คุณอีกแล้ว " อัญชันรีบกล่าวขอโทษหญิงสาวในชุดสูทสีดำที่ตอนนี้ถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นใบหน้าคมแบบเเขกให้ได้เห็น "ดิฉันต่างหากค่ะที่ต้องขอโทษที่ดูแลคุณไม่ดีตามที่ท่านไลอาห์สั่ง" ตอนนี้กลายเป็นว่าสองสาวต่างผลัดกันขอโทษขอโพยจนอัญชันต้องเป็นฝ่ายหยุด "ฉันว่าเราหยุดขอโทษกันเถอะค่ะ..ถ้ามากกว่านี้คงได้เปิดคณะตลกแน่ๆ..ว่าไหมคะ" หญิงสาวหัวเราะร่า เสียงหัวเราะของเธอนั้นราวกับเสียงของนกไนติงเกล ไม่แปลกที่ เจ้านายของหญิงชุดดำนั้นเกิดต้องตาต้องใจสาวงามคนนี้ " ดิฉันก็ว่าเช่นนั้นค่ะ...ดิฉันชื่อ ริสา ตั้งแต่นี้ไปจะมาเป็นผู้ดูแล มิสอัญชันนะคะ" เธอกล่าวแนะนำตัว "เอ๊ะ!!...ไม่ต้องมาดูแลฉันหรอกค่ะแล้ว...เรียกฉันว่าอัญเฉยๆก็ได้ค่ะไม่ต้องสุภาพก็ได้..มันเหมือนฉันกระแดะเลยค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า" อัญชันหัวเราะเจือนๆ พลางรู้สึกแปลกๆ เธอเริ่มหวาดกลัวอีกฝ่ายอีกครั้ง " เรื่องนั้นดิฉันไม่สามารถทำได้หรอกค่ะ...ท่านไลอาห์สั่งให้ฉันมาดูแลมิสให้ดีที่สุด...มันเป็นคำสั่งค่ะ" อีกฝ่ายยืนยันหน้านิ่ง อัญชันเริ่มเหนื่อยกับการที่จะมาตบมุกโบ๊ะบ๊ะสามบาทสี่บาทกับการเกี่ยงกันไปมาเหมือนเมื่อครู่แล้ว จึงไคร่คิดสักครู่ก่อนจะทำการตกลงกับอีกฝ่าย " งั้น...คุณทำตามที่คุณต้องการก็ได้ค่ะ...แต่วิธีเรียก...กรุณาเรียกฉันว่า อัญ ก็พอค่ะแล้วคุณไม่ต้องเรียกตัวเองว่าดิฉัน..เรียกฉันก็พอค่ะ...มันฟังแล้ว...ตะขิดตะขวงใจไงไม่รู้..." อัญชัน ยื่นคำขาด "ได้ค่ะคุณอัญ...ฉันจะทำตามที่คุณประสงค์ค่ะ" อีกฝ่ายตอบรับ "ค่ะ..." อัญชันเริ่มปล่อยวางให้อีกฝ่ายทำตามใจ หญิงสาวไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ท่านไลอาห์ที่เธอพูดถึง..มันไครกัน(วะ??) " จากนี้อีกสองคืนคุณอัญเชิญพักผ่อนให้สบายนะคะเรือจะดทียบฝั่งที่มากัซซ่าร์ ตอนห้าทุ่มเราจะขึ้นฝั่งกันตอนนั้นค่ะ ระหว่างนี้คุณอัญเชิญพักผ่อนตามสบายได้ค่ะ" ริสาย้ำเรื่องพักผ่อนให้แก่อัญชัน เพราะคำสั่งของเจ้านายและเธอก็รู้ดีว่าหญิงสาวตรงหน้าคงไม่ทำตามที่เธอบอกเเน่นอน "ค่ะ....(เดี๋ยวจะหนีให้สบายค่ะ)" แม้ว่าปากจะตกปากรับคำอีกฝ่ายไว้ ทว่าแต่ในใจของอัญชันกลับนึกถึงเรื่องหลบหนี "(เรือออกใหญ่โตหากหนีไปแอบที่ไหนสักที่คงหากันไม่เจอแน่ๆ อีกอย่าง...เป็นหนี้ตั้งหลายล้านใครจะไปทำตามกัน ยังไงคนแบบเธอก็ไม่ได้มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว...ใครจะอยู่ให้โง่กัน...อีกอย่าง...อีตาไลอาห์นี่ใครก่อน..!!!)" อัญชันคิดพลางเดินสำหรวจห้องพักที่หรูหราสมกับเป็นห้องวีวีไอพี ถัดจากประตูห้องคือตู้เสื้อผ้าที่มีกระจกบานใหญ่ให้ได้ส่องดูทั้งตัว โต๊ะแป้งบิลอินท์เข้าชุด ผ่านจากตรงนั้นมาก็เป็นโถงพักผ่อน และแยกเป็นห้องนอนกับห้องน้ำที่ใหญ่พอๆกับห้องนอน อัญชันตื่นตาตื่นใจกับความหรูหราตรงหน้า หญิงสาวทิ้งกายลงนอนบนที่นอนแล้วพลอยหลับไปเพราะความนุ่มสบายของที่นอน " ไลอาห์คะ!!!คุณต้องจัดการให้ซูซี่นะคะ!!!นังพนักงานที่ริสาพาไปที่ห้องข้างๆมันทำให้ซูซี่เสียโฉม!!!" นางแบบสาวรีบปรี่ไปฟ้องชายหนุ่มที่กำลังพักผ่อนอยู่ข้างๆสระน้ำของดาดฟ้าเรือ ร่างบางใส่ชุดเดรสสีสดปิดนุ้นนิดนี่หน่อยตามสไตล์ ของเธอ พร้อมกับแส่นกันแดดอันโตที่ปกปิดอาการเขียวซ้ำของตน "คุณจะเสียงดังทำไมนักซูซี่...ไม่อายรึ!!!...แล้วคุณคงเข้าใจอะไรผิดนะ...ที่ผมจ้างคุณมาเดินแบบให้กับผมเนี้ยะ...ไม่ใส่เพร่ะผมพิศสวาทคุณสักนิด..." ชายหนุ่มพูดอย่างเย็นชาพลางยกดระป๋องเครื่องดื่มเย็นๆขึ้นดื่มให้ชื่นใจ " พูดอะไรแบบนั้นกันคะ!!!ที่ผ่านมาคุณไม่รู้สึกอะไรกับฉันเลยอย่างนั้นเหรอ!!เพราะผู้หญิงคนนั้นงั้นเหรอที่ทำให้คุณกล้าปฏิเสธฉันขนานี้!!!" หญิงสาวสะบัดกายเดินตึงตังไป หมายใจคับแค้น ผู้หญิงที่บังอาจทำให้เธอเสียโฉม และคู่ควงที่เธอกมายปองกลับปฏิเสธเธอ เท้าบางเดินตึงตังกลับไปยังห้องที่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ พลางทุบประตูอย่างบ้าคลั่ง " ออกมาเคลียร์กับฉันสักครู่..." นางแบบสาวตะโกนเรียก ไม่นานนักร่างบางระหงของอัญชันก็ปรากฏตัวขึ้น "ฉันเข้าใจคุณผิดเอง...ขอฉันเลี้ยงกาแฟคุณสักมื้อเพื่อเป็นการขอโทษแทนได้ไหมคะ" นางแบบสาวยื่นข้อเสนอ แน่นอนว่า ของฟรีอัญชันไม่ปฏิเสธน้ำใจของนางแบบคนงามหรอกถึงแม้จะมีลางสังหรณ์ว่าแม่นางแบบคงจะมีแผนทำร้ายอะไรเธออีกเป็นแน่ " ฉันเข้าใจคุณผิดไปต้องขอโทษด้วยนะคะนึกว่าคุณเป็นผู้หญิงของคุณไลอาห์ แต่นึกขึ้นได้...ว่าเขาคงไม ตา ต่ำ ถึงขนาดต้องหิ้วพนักงาน กระ จอก ๆ มาเป็นคู่ควงหรอกค่ะ " เสียงระฆังวางมวยดังขึ้นทันทีที่ทั้งคู่นั่งลงที่เลาท์คาเฟ่ห์ ซึ่งอัญชันรู้ได้ทันที "(อีงูดินนี่กะพาเธอมาตบต่อหน้าคนเป็นร้อยๆที่นั่งอยู่ที่เลาท์กาแฟนี่หว่า)" แต่ทว่าหญิงสาวก็ได้แต่อยู่เงียบๆไม่ได้ตอบโต้อะไร " เอ่อ...ขอคาปูชิโน่น้ำเชื่อมสองปั๊มกับเออร์ลองกัว1ค่ะ...คุณจะทานอะไรไหมคะ...ว่าแต่...คุณจะเคยทานของพวกนี้ไหมคะ..มันออกจะแพงนะคะ" นางแบบสาวยังไม่หยุดจิกกัดฝ่ายตรงข้ามอย่างเมามันส์ เธอพึงพอใจที่บริเวณนั้นมีคนเยอะแยะมากมายรวมไปถึงปาปารัชชี่ที่เธอจ้างมาส่วนตัวถ่ายรูปอยู่ไกลๆอย่างเมามันส์ไม่แพ้กัน " คุณเลี้ยงใช่ไหมคะ...งั้นฉันไม่เกรงใจนะคะ..." อัญชันไม่สะท้านแต่อย่างใดแต่กลับสั่งของเกือบทุกอย่างในเมนูจนทำเอานางแบบสาวหน้าเสียไปชั่วครู่ "ต้องขอโทษด้วยนะคะ...มันน่ากินไปหมดเลย" อัญชันส่งยิ้มหวานจนตาหยี "ไม่เป็นไรค่ะฉันเข้าใจ...คนที่เคยอดยากจะกินแบบตายอดตายอยากแบบนี้ก็ไม่แปลกค่ะ" ซูซี่ไม่พลาดโอกาสที่จะแขวะอัญชัน ทุกการกระทำของเธอนั้นอยู่ในสายตาของเพียงจันทร์กับเอฮาซานตั้งแต่สองคนนั้นเดินเข้ามาที่เลาท์ ซึ่งตอนนี้ เพียงจันทร์ถูกเอฮาซานกอดเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะพลาดโอกาสที่ดีๆไป "อีนางแบบขาถ่างนี่...กล้าหาเรื่องน้องฉัน!!!...อย่าอยู่เลยมึง...." เพีนงจันทร์ดิ้นเร่าๆอยู่บนตักแกร่งของชายหนุ่ม "คุณเลิกดิ้นไปมาเสียทีได้ไหม..อะไรๆมันผงาดไปหมดแล้ว!!!" เสียงแหบแห้งของเอฮาซานกระซิบทำเอาร่างบางนั้นนิ่งกริบแทบจะทันที "ถ้าคุณไม่ได้เป็นเจ้านายที่หล่อรวยแบบนี้...คุณจะโดนฉันเากหนังควายเข้าท้องเสียให้เข็ด" เพียงจันทร์หันไปทำตาเขียวใส่ชายหนุ่ม " ผมไม่รู้จักเสกหนังควายเข้าท้อง...รู้จักแต่เสกคนเข้าท้อง....คุณลองดูไหม" เขาแหย่...ร่างบางตรงหน้าหันมาทำตาขวางใส่เขาพลางกำหมัดแน่นแต่ก็เหมือนว่าเธอจะยับยั้งอารมณ์ตัวเองได้แล้วก็หันไปส่งกระแสจิตพิฆาตใส่นางแบบคนนั้นต่อ " ฉันพูดตรงๆนะคะ...ฉันกับคุณไลอาห์เป็นถึงคู่หมั้นกันมานานมากแล้ว...ฉันก็มีหึงหวงบ้างเป็นธรรมดาแต่ระหว่างที่เขาเบื่อๆจะใช้บริการหญิงบริการบ้างฉันก็ไม่ว่านะคะ....ฉันใจกว้างพอ" ปากอวบอิ่มที่แต่งแต้มไปด้วยลิปสติกสีสดยังคงเอ่ยวาจาถากถางออกมาไม่หยุด " ฉันก็ฟังคุณมานานแล้วนะคะ...คุณไลอาห์ที่คุณพูดถึงมาตั้งแต่เมื่อกี้...เขา....เป็นใครเหรอคะ!!...ฉันเป็นบริกรที่มีหน้าที่ให้บริการลูกค้า...ถูกต้องแล้วค่ะ...ฉันจน...คุณก็พูดถูกนะคะ...ฉันเคยอดอยาก...คุณก็พูดถูกอีกค่ะฉันเห็นด้วย...แต่...คุณรู้เรื่องของฉันทุกเรื่องขนาดนี้...เรื่องของตัวคุณเองคุณรู้อะไรบ้างคะ??" พูดจบ...คนรอบข้างที่ได้ยินถึงกับหลุดขำแต่พวกเขาก็เก็บอาการกันทันทีเพราะเกรงว่านางแบบชื่อดังจะเสียหน้า " นี่!!!ฉันอุตสาห์เจรจาด้วยดีๆนะคะทำไมคุณถึงพูดกับฉันแบบนี้!!ไม่เมกเซนต์เลยนะคะ มิสอัญชัน" ซูซี่ทำทีเหมือนตัวเองถูกกระทำท่าทางที่แสดงออกมาของเธอแม้แต่เด็กอนุบาลยังรู้ว่าเธอตั้งใจทำให้อัญชันขายหน้า " คำพูดตรงไหนของฉันไปทำอะไรให้คุณสึกหรอเหรอคะ...ตั้งแต่เข้ามาในร้านคุณก็ว่าฉันฉอดๆๆๆ...ฉันเห็นคุณอึดอัดก็เลยปล่อยให้คุณทำตามใจ...แต่พอฉันตอบกลับคุณแค่ไม่กี่ประโยค...กลับทำเหมือนเป็นผู้ถูกกระทำ..นี่คุณ...เป็นวัยทองเหรอคะ!!!...หรือว่าที่บ้านไม่รัก อกหัก หรือว่าคุณไลอาห์นั่นไล่ตะเพิดคุณมาเหรอคะถึงมาลงกับฉันแบบนี้...ไม่เมกเซนต์เลบนะค" โดยไม่เหลือช่องว่างใดๆให้ซูซี่เถียงกลับ นางแบบสาวได้แต่กัดฟันแล้วกระทืบเท้าตึงตังก่อนจะรีบเดินออกไปเหมืองเพชรนั้นมีลักษณะเหมือนเหมืองทั่วๆ ไปที่อัญชันเคยเห็นไม่ได้มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเสียเท่าไหร่นักเพียงแต่ภายในเหมืองขุดต่างหากที่น่าตกใจ ผนังถ้ำที่ชาวเหมืองขุดแทบจะทุกแห่ง ล้วนแฝงไปด้วยอัญมณีล้ำค่าที่หาค่าเปรียบไม่ได้ เพชรดิบที่ดูภายนอกเป็นเพียงก้อนหินเเข็งๆ แต่เมื่อถูกเจียระไนมาแล้วกลับ ดูงดงามเสียยิ่งกว่าอะไร ไลอาร์พาอัญชันเที่ยวชมกรรมวิธีการสกัดเพชร เจียระไนเพชรรวมไปถึงการขึ้นรูปต่างๆ อย่างระเอียด" ไม่นึกเลยนะคะว่ากว่าจะได้สร้อยสวยๆ สักเส้นมันอยากขนาดนี้" อัญชันพูดในขณะที่กำลังพักทานอาหารกลางวันอยู่กับชายหนุ่ม ที่แถบนี้ส่วนมากจะมีชนพื้นเมืองที่เป็นคนงานเหมืองก็ราวกับเป็นหมู่บ้านๆ หนึ่งก็ว่าได้" นั่นแหล่ะครับที่ทำให้มันมีมูลค่าโดยเฉพาะสร้อยที่ผมให้คุณไว้...ถึงจะไม่ได้มีมูลค่าทางเงินมากแต่สำหรับมูลค่าทางใจผมว่ามันก็มากพอนะครับ " เขาชี้ไปนังจี้เพชรสีชมพูบนคอของหญิงสาว จี้รูปผีเสื้อที่ประดับด้วยเพชรน้ำงามส่องประกายวาวบนลำคอขาวผ่องของเธอ" ขอบคุณมากนะคะ" อัญชันกล่าวขอบคุณชายหนุ่มพลางจับจี้ขนาดเท่าเหรีญบาทที่อยู่บนคอเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่อัญชันอยู่ที่เหมืองเธอสนิทกับชาว
มารุสเร้นกายไปตามตรอก เขาใช้เวลานานกว่าจะพบกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เขาได้รับคำสั่งจากนายเหนือชีวิตให้มาตามหา" ฮาเหม็ด..." เขาเรียกชายฉกรรจ์ที่นั่งดื่มกีร์อย่างเมามันส์ กับพรรคพวกอีกสามสี่คน" ใครวะ!!!" เขาหันมาทำตาขวางใส่คนที่บังอาจมาขัดขวางเวลาดื่มของเขา ร่างสูงใหญ่ในชุดคุมสีดำสนิทกลืนไปกับมุมมืดของตรอกอันเป็นที่เร้นกายของพวกเขา" ฉันเอง....มารุส" เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาไกล้ๆ แสงไฟจากตะเกียง ใบหน้าทมึนของเขาทำเอากลุ่มชายฉกรรจ์นั้นได้ยิ้มออก" แกเองหรอกรึที่ตามหาพวกฉันทั่วฮาลันน่าร์" เขาพูด พร้อมกับลุกขึ้นเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร" ฉันมีสินค้ามาเสนอขาย...คนต่างแดน...ความงามเป็นเริส...ฉันว่าคงได้ราคาดีไม่น้อย" มารุสยื่นภาพที่เขาเก็บมันไว้ในกระเป๋าให้แก่ฮาเหม็ด แสงสลัวๆ สาดส่องให้เห็นภาพของหญิงสาว ที่งดงามราวกับฝัน" ฉันรู้จักนาง...คนของ ไลอาร์ แกสติดีอยู่หรือเปล่ามารุส...ไม่มีใครกล้ายุ่งกับคนของไลอาร์ " เขาโยนกระดาษนั้นคืนให้กับผู้มาเยือน ใช่ว่าเขาจะไม่อยากได้นางเสียหน่อยแต่เมื่อเขาสืบดูรู้แล้วว่าแม่หญิงต่างแดนคนนั้นเป็นใครเขากลับต้องเลิกล้มแผนการทั้งหมดของเขาในทันทีทันใด
ตรอกมืดๆ ไม่ห่างจากมุมถนนนาร์ กลุ่มชายฉกรรจ์สี่ห้าคนที่กำลังชุมนุมกันอยู่ นิ่งมองกลุ่มคนที่ดูๆ แล้วเป็นคนชนชั้นสูงแน่ๆ พวกเขาเห็นเหตุการ์ณต่างๆ ตั้งแต่ต้น ผิวขาวเนียนราวกับจันทร์ฉาย ดวงหน้าพริ้มพรายราวกับดอกไม้ป่า ความงดงามที่ชายหนุ่มต่างหลงไหลยามที่ได้พบเห็น แต่กลุ่มชายฉกรรจ์กลับไม่ได้มองว่าเธอน่าครอบครองสักนิดเดียว!!! เขาคิดเพียงแต่ว่า หญิงสาวนางนี้ต้องราคาดีแน่ๆ!!!อัญชันรู้สึกหัวเสีย ความสนุกที่เธออุตสาห์มีกลับหมดลงเพราะผู้หญิงปากจัดแบบซูซี่ หญิงสาวนั่งเงียบๆ มองควันกรุ่นๆ ของกาแฟมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว" ผมขอโทษนะอัญ...ผมไม่รู้ว่าซูซี่จะตามราวีคุณขนาดนี้" ไลอาร์พร่ำบอกเขา เองก็นั่งขอโทษเธอมาเกือบครึ่งชั่วโมงเหมือนกัน"พี่...ที่ซูซี่พูดก็ไม่ได้ผิดหรอกฉันเข้าใจที่เธอหึงหวงฉันขนาดนี้...เพียงแต่ฉันกำลังคิดว่า...มันคุ้มไหมที่ฉันต้องมาเป็นกันชนไห้พี่แบบนี้" อัญชัน เอนกายพิงพนักพิงโซฟา เธอเอนศรีษะพาดกับหมอนอิงใบใหญ่ เธอปล่อยให้ความคิดของเธอล่องละลอยไปเรื่อยๆ จนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน อัญชันคว้าหมอนอิงมากอดหลบความเขินอาย ซ่อนความรู้สึกตึกตักที่กระเด้งกระดอนไปมาอยู่ข้างใน" (เก
"ฉันถูกพ่อขายให้กับพวกผู้ชายมากหน้าหลายตาอย่างไม่เต็มใจ...เพราะต้องหาเลี้ยงพ่อและตัวเอง...บางทีฉันก็หาลูกค้าเองบ้าง แต่ที่เป็นปมในใจของฉัน...คือความรุนแรงและความน่ากลัวของคนพวกนั้นค่ะ" อัญชันเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ร่างบางนั้นสั่นเทาเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต เธอลูบแขนของตัวเองเป็นการปลอบประโลมไม่ให้เผยด้านที่เธออ่อนแอออกมามากขนาดนี้" ที่บนเรือคุณสติแตก..."" ฉันดันไปนึกถึงความน่าขยะแขยงพวกนั้นเข้าค่ะ..ถ้าไม่นึกถึงฉันก็ไม่เป็นไร...ต้องขอโทษที่ก่อปัญหาให้คุณด้วยนะคะ" อัญชันรู้ดีว่า คนที่ได้รับรู้เรื่องราวแบบนี้ของเธอมักจะรังเกียจเธอทุกคน" โชคยังดีที่ฉันได้เจอเพื่อนที่ดีนะคะ...พี่ฟ้ากับพี่ดาว...พี่ๆ เขาดึงฉันออกจากเรื่องราวอันทุเรสๆ นั้นมาได้ พี่ๆ ชักนำพาเด็กที่ไม่รู้จักว่าชีวิตเป็นยังไงแบบฉัน ให้ไปในทิศทางที่ถูกที่ควร ฉันได้เรียนจนจบ ฉันได้ทำงานดีๆ ได้หัวเราะ ได้ร่าเริง ได้ตอบโต้...คุณรู้ไหมคะว่าพี่ฟ้ากับพี่ดาว...เขาสมชื่อเขามากเลยนะคะ...พี่ฟ้าใจดีเท่าฟ้าแข็งแกร่งเหมือนท้องฟ้าและอบอุ่นเช่นท้องฟ้า...พี่ดาวก็เป็นราวกับทางช้างเผือกส่องประกายนำทางที่มืดมิดให้ฉัน...ปกป้องฉันแม้ว่าตั
ในครัวของคฤหาสน์นั้นตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของขนมหวานที่ตลบอบอวนไปทั่วห้องครัวชวนให้รู้สึกหิว อัญชันที่ไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อไปดีจึงคลุกอยู่แต่ก้นครัวคอยเป็นลูกมือให้เชฟและป้าอิลลาที่กำลังง่วนอยู่กับการตระเตรียมของว่างเพื่อรองรับอาคันตุกะที่มาเยือน"คุณอัญคะ...ตรงนี้ที่เหลือให้พวกเชฟจัดการเถอะค่ะเราออกไปรับแขกกัน" ป้าอิลลาบอกพลางจูงมือบางไห้หลีกทางแก่คนครัว" ป้า...น้องต้องไปจริงๆ เหรอคะ...ท่านพูดอะไรกัน...น้องก็ไม่รู้เรื่อง" อัญชันกังวล เพราะตั้งแต่มาเยือนที่แห่งนี้นอกจาไลอาห์กับเรนดอลแล้วก็มีเพียงอิลลาและริสาเท่านั้นที่สื่อสารกับเธอได้แม้สำเนียงของทั้งคู่จะแปล่งๆ ก็ใช่ว่าจะพูดด้วยไม่รู้เรื่องเสียทีเดียวนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอจึงรู้สึกเหงาเวลาที่ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ด้วย" ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณอัญ...ตามกฏของที่นี่แล้วถึงแม้คุณอัญจะต้องออกไปรับแขกแต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องพูดกับแขกหรอกค่ะ เขาห้ามสตรีที่ยังไม่แต่งงานได้พูดคุยกับแขกแต่รับแขกได้ค่ะ" ริสาอธิบาย เธอกับอิลลาพาหญิงสาวกลับไปยังห้องนอน จัดการแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนจะพาเธอมายังห้องรับแขกที่อัญชันพนันได้เลยว่าเธอเห็นพนังนั้นประดับด้วยเ
มือบางคว้าแขนแกร่งนั้นเอาไว้แน่น เหงื่อกาฬไหลผุดพรายเต็มใบหน้า ชายหนุ่มตัดสินใจทิ้งกายลงบนเตียงนุ่มๆ พยายามทำตัวเล็กๆ (ที่ไม่เล็ก) เพื่อไม่ให้เป็นการเกะกะการรักษาของหมอ" มิสไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับท่านไลอาร์ เพียงแต่อาการเจ็ทแลคของมิสนั้น ทำให้นางอ่อนเพลียกว่าปกติส่วนอาการเพ้อ คงเป็นเพราะนางเคยมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจมากเลยเข้าสู่สภาวะเพ้อไปโดยไม่รู้ตัวเท่านั้นครับ" คุณหมออธิบาย เมื่อได้ยินอย่างนั้นทำให้เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมา ร่างสูงโน้มกายกระซิบข้างๆ หูของหญิงสาวเพื่อเป็นการประโลมเธอ"พี่อยู่ตรงนี้...อย่ากลัวไปเลย" เขาพูด ไม่นานนักมือบางที่กำแขนเสื้อของเขาเอาไว้แน่นก็ผ่อนคลายลงจนในที่สุดเขาก็สามารถหลุดออกจากการเกาะกุมของเธอได้"ริสา...บอกเรนดอลว่าเร่งทางเอฮาซานที...ฉันกลัวว่าหากปล่อยให้นางจมอยู่กับความหวาดกลัวนานกว่านี้หากตอนฉันไม่อยู่...นางจะเกิดอันตราย" เขาออกคำสั่งให้แก่หญิงรับใช้ที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ เตียง"รับทราบค่ะ" ริสาค้อมกายน้อมรับคำสั่ง ก่อนจะรีบผละออกไปทันที" ผมจะให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำแก่นางก่อนนะครับนางจะได้ฟื้นตัวเร็วๆ เพราะนางก็อยู่ในภาวะจำศีลแบบนี้มานานกว่า13ชั่วโ







