LOGINเช้านี้พนิดาแต่งตัวด้วยชุด ที่สุภาพเรียบร้อยและค่อนข้างรัดกุม เพราะต้องเดินทางไปยังบริษัทเงินทุน ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่ในนั้น หลังจากให้เลขาติดต่อไปยังบริษัทที่ปล่อยสินเชื่อ รอไม่นานทางนั้นก็ตอบรับ และให้เธอเข้าพบเพื่อพูดคุยรายละเอียด หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำด้วยความดีใจ อย่างน้อยก็ยังมีหวัง
บริษัทนี้กว้างขวางใหญ่โต จนพนิดาหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อเห็นความหรูหราจากภายนอก หลังจากนั่งรออยู่พักใหญ่ เลขาหน้าห้องก็มาแจ้งว่าท่านประธานอนุญาตให้เธอเข้าไปพบ หญิงสาวสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้ง อยู่ ๆ ก็รู้สึกประหม่าขึ้นมา ข้อมูลที่เตรียมมาเริ่มขาดหาย เมื่อต้องเข้าพบกับเจ้าของบริษัท ที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน
“ขอบคุณค่ะ” ขอบคุณเลขาที่ช่วยเปิดประตูให้
“ท่านประธานรออยู่ข้างในครับ” ขนอ่อนพากันเรียงตัว เมื่อก้าวเข้ามาในห้องที่มีอุณหภูมิเย็นจัด เหงื่อซึมฝ่ามือเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อสูทราคาแพง ของผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่นั่งหันหลังให้เธอ บังคับขาไม่ให้สั่นรวบรวมความกล้า แล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
“สวัสดีค่ะ ดิฉันพนิดา ศิริวิมล ตัวแทนจาก CCL
ที่ท่านอนุญาตให้เข้าพบค่ะ” แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อมาหยุดอยู่ด้านหน้าโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ของเขา รู้สึกแปลกใจที่ไม่เห็นคนอื่นในห้องนี้ เธอมาขอกู้เงินแล้วไหนล่ะทีมผู้บริหาร“เชิญนั่งครับ ผมภูริ บริรักษ์ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” ทันทีที่เก้าอี้ตัวใหญ่หมุนกลับมา พนิดาก็แทบล้มทั้งยืน ถอยห่างออกจากโต๊ะทำงานของเขา ภูริ บริรักษ์ เจ้าของบริษัทเงินทุนรายใหญ่ คือผู้ชายคนนั้น
“ไงถึงกับสติแตกเลยเหรอ ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ ผมภูริ บริรักษ์ เรียกสั้น ๆ ว่ารบก็ได้ครับ คุณนิด!” จงใจเน้นคำว่านิด เพื่อบอกให้รู้ว่าเขารู้จักเธอเป็นอย่างดี
“นั่งสิครับ”
“ขอบคุณค่ะ” ขยับมาตรงที่เดิม เมื่อได้สติ
หย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้ช้า ๆ คงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น คนที่นั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นได้ ต้องเป็นผู้บริหารจริง ๆ ที่ผ่านมาเธอไม่รู้สักนิดว่าเขาชื่ออะไร รู้แค่ว่าเขาขายบริการมีหน้าที่ให้ความสุขกับคนที่มาใช้บริการ ก็แค่นั้นเอง“ไหนดูสิมีอะไรมาขาย ออ...ผมหมายถึงมีอะไรมาค้ำประกัน” คำพูดทีเล่นทีจริงของเขาทำให้พนิดาหน้าตึง แต่ก็ยังฝืนเอาไว้
“ดิฉันมีที่ดินมาเสนอให้คุณพิจารณาค่ะ เป็นที่ว่างแถว...” คำพูดที่เหลือค้างไว้แค่ริมฝีปาก เมื่อภูริขัดขึ้น
“มีอย่างอื่นอีกไหม” ตาคมเข้มจ้องหน้าหญิงสาวเขม็ง เมื่อถามคำถามนี้ออกมา พนิดาอึดอัดจนแทบจะหยุดหายใจ เมื่อเห็นการมองของเขา
“มีโฉนดที่ดินอาคารพาณิชย์ แล้วก็...”
“ผมหมายถึงตัวคุณ” มือที่กำลังเปิดแฟ้มสั่นระริกด้วยความโกรธ เมื่อได้ยินประโยคนี้จากปากของเขา ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเขาถึงอนุญาตให้เธอเข้ามาพบอย่างง่ายดาย เพราะมีการเตรียมการไว้แล้วนั่นเอง เขารู้ว่าเธอเป็นใคร
“นาผืนน้อยของคุณยังพอหากินได้ เอามาค้ำประกันสิ!”
“คุณภูริ!” ตวาดออกมาอย่างลืมตัวเมื่อถูกหยามเกียรติ
“คุณก็รู้ว่าผมต้องการอะไร” ภูริย้ำคำพูดเดิมที่เคยพูดกับเธอซ้ำ ๆ เขาต้องการตัวเธอและมันคือเหตุผลที่เขาลงมือทำร้าย จนเธอหมดหนทางทำมาหากิน
“ขอตัวนะคะ” เมื่อเข้าใจจุดประสงค์และเจตนาของเขา ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ เขาเหนือชั้นกว่าเธอทุกอย่าง คงรู้ว่าเธอกำลังจนตรอกถึงได้ดูถูกกันขนาดนี้
“ได้ข่าวว่ากำลังจะถูกยึดทรัพย์” เมื่อเห็นว่าเธอไม่ตกลงภูริก็ขยี้ตรงจุด เพราะต้องการให้เธอเจ็บและยอมจำนนให้เขาแต่โดยดี
“แค่ของนอกกายค่ะ” ตอบพร้อมกับรวบแฟ้มเอกสารขึ้นมากอดเอาไว้ เธออดหลับอดนอนเพื่อเตรียมเอกสารมากมาย แต่เขาไม่ดูมันเลยสักนิด
“จะทำให้มันยุ่งยากทำไม ก็เคย ๆ กันอยู่ ขึ้นเตียงกับผม แล้วจะได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ” เจ็บเหมือนถูกไม้หน้าสามฟาดศีรษะ เมื่อเขาเอาเรื่องนี้มาพูดซ้ำ ๆ เขาเป็นคนเข้าใจอะไรยาก หรือแค่ต้องการทำให้เธอเจ็บปวด ถึงได้คอยขุดคุ้ยเรื่องนี้มาตอกย้ำเธอ
“แค่ถ่างขา ผมว่ามันคุ้มจะตาย คุณเองก็ถนัดอยู่แล้วนี่ ไม่เห็นต้องคิดนาน” พูดพร้อมกับกวาดตามองไปตามเนื้อตัวของเธอ พนิดาหน้าชาเมื่อสบเข้ากับตาของเขา ที่มีแววเย้ยหยันปนอยู่ในนั้น
“กรุณาให้เกียรติดิฉันด้วยค่ะ” ตั้งสติแล้วพูดออกไปอย่างใจเย็น เธออยู่ในพื้นที่ของเขา คงไม่ดีแน่ถ้ามีเรื่องกัน
“หรือไม่จริง”
“คุณจะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ ฉันขอตัวนะคะ” การมาของเธอคงสูญเปล่า เพราะผู้ชายคนนี้มองความเดือดร้อนของเธอเป็นเรื่องตลก คงสนุกมากที่ได้แกล้ง ได้เหยียบซ้ำให้เธอจมดิน
“หยุดนะนิดผมยังพูดไม่จบ!” ตวาดลั่นเมื่อเธอหันหลังแล้วเดินไปที่ประตู พนิดาไม่สนใจคำพูดของเขา หมุนลูกบิดก่อนที่หัวใจจะร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อรู้ว่าประตูถูก
ล็อกจากด้านนอก“คุณหนีผมไม่พ้นหรอกนิด” ชื่อเล่นของเธอที่หลุดออกมาจากปากของเขา ไม่มีผลกับความรู้สึกของเธอเลยสักนิด มันไม่อบอุ่นและปลอดภัยเหมือนกับครั้งก่อน เพราะคนพูดเปลี่ยนสถานะไปแล้ว มีอะไรที่เธอยังไม่รู้อีกบ้าง บริรักษ์มีธุรกิจมากมาย สถานบันเทิงแห่งนั้นก็คงเป็นของเขา เขาคงสนุกที่ได้สนองความใคร่ให้กลับผู้หญิงบ้าตัณหาอย่างเธอ ไม่คิดเลยว่าคำปฏิเสธแค่ประโยคเดียว จะทำให้เขาผูกใจเจ็บ และเล่นงานเธอหนักขนาดนี้ สถาบันการเงินไม่ได้มีที่นี่ที่เดียว ถือว่าเป็นความซวยของเธอ ที่เลือกที่นี่เป็นอันดับแรก
“บอกให้คนของคุณเปิดประตูให้ดิฉันด้วยค่ะ” กดเสียงต่ำออกคำสั่ง เธอไม่ใช่ลูกหนีของเขา
“ใจเย็น ๆ สิครับ ฟังผมพูดให้จบก่อน”
“ไม่จำเป็นค่ะ ฉันไม่ตกลง”
“จะเล่นตัวไปถึงไหน ฟังข้อเสนอของผมก่อน รับรองคุณจะชอบมัน”
“ไม่ว่าคุณจะพูดอะไร รู้เอาไว้ว่าฉันไม่ตกลงอะไรทั้ง บอกให้คนของคุณเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
“เท่าไร!” ร่างบางยืนค้างอยู่กับที่ เมื่อได้ยินคำถามของเขา
“ต้องการค่าตัวเท่าไรก็พูดมา” เมื่อเห็นว่าเธอยังนิ่ง ภูริก็ย้ำให้เธอฟังอย่างช้า ๆ ชัด ๆ
“ไปตายซะ!”
“ถ้าตายแล้วเราจะได้สนุกด้วยกันเหรอ อยากได้เท่าไรก็พูดมา ผมยินดีจ่าย”
“เพื่ออะไรคะ”
“เพื่อทำให้คุณรู้ว่า อย่ามาล้อเล่นกับคนอย่างผม!”
“รู้ตัวไหมว่าสิ่งที่คุณทำมันน่าสมเพชที่สุด อดอยากถึงขนาดต้องใช้วิธีสกปรกบีบบังคับฉันเลยเหรอคะ”
“ผมว่ามันแฟร์ดีออก คุณขายผมจ่ายเงิน สกปรกตรงไหนไม่ทราบ”
“ไม่รู้ตัวจริง ๆ เหรอคะ จะบอกให้เอาบุญ ทุกอย่างที่รวมขึ้นมาเป็นตัวคุณสกปรกที่สุด โดยเฉพาะความคิด เปิดประตูให้ฉันได้แล้ว อย่าให้ฉันเสียเวลาไปมากกว่านี้เลยค่ะ”
“ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนิด คิดว่าผมจะปล่อยคุณไปง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ” กว่าจะต้อนเธอเข้ากรงได้ เขาต้องเสียทั้งเงินและเวลา คิดว่าเขาจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ
ภูริเดินเข้ามาในห้องนอน เป็นจังหวะเดียวกับที่พนิดากำลังเล่นกับลูก ตาสองคู่สบกันและมองค้างอยู่อย่างนั้น ภูริรู้ว่าเธอร้องไห้ พนิดาเองก็รู้ว่าเขาร้องไห้เช่นกัน ร่างบางทำท่าจะขยับลงจากเตียง แต่ภูริห้ามเอาไว้ “จะไปไหน ลูกกำลังสนุก” ใจจริงเขาอยากพูดประโยคอื่นกับเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง เพราะเขาเป็นคนที่ปากไม่ตรงกับใจ “ดึกแล้วคุณจะได้พักผ่อน” ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากกลับแต่ก็ต้องหักห้ามใจ ภูริยอมให้เธออยู่กับลูกตั้งหลายชั่วโมง แค่นี้ก็ดีมากแล้ว “แอ๊ะ” คนตัวเล็กส่งเสียง เมื่อพนิดาขยับตัว คล้ายจะบอกให้เธอรู้ว่ายังไม่อยากให้เธอจากไปไหน “แม่กลับก่อนนะคะ ดึกแล้วหนูจะได้พักผ่อน” คำที่เธอใช้แทนตัวเองกับลูก มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ของคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างเตียง “ขอโทษที่ฉันแทนตัวเองว่าแม่ วันหลังฉันจะใช้คำอื่น” เธอรีบตอบเมื่อหันมาเห็นใบหน้าบูดบึ้ง ของคนที่ยืนจ้องหน้าเธอเขม็ง เขาคงไม่พอใจที่เธอถือวิสาสะมาแตะต้องลูก “ผมยังไม่ได้พูดสักคำ” “ค่ะ...ฉันให้แกกินนมแล้วนะคะ” เธอรู้ว่าเขารู้ และเห็นทุกอย่างที่เธอทำกั
“กรี๊ดดด!” พนิดากรีดร้องก่อนจะทรุดลงกับพื้น โชคดีที่ภูริรับไว้ทัน ชายหนุ่มหน้าถอดสีเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของเธอ ช้อนร่างบางเข้าสู่วงแขน วางเธอลงบนโซฟาตัวยาวอย่างเบามือ “นิด! นิด!” มือหนาตบลงใบหน้าที่ซีดเผือดเพื่อเรียกให้เธอรู้สึกตัว “เกิดอะไรขึ้นครับ” เดชาที่เดินเข้ามาตามคำสั่งถามขึ้น เมื่อเห็นพนิดากรีดร้องจนหมดสติไป “เอารถออก! กูจะพานิดไปโรงพยาบาล นิด ได้ยินผมไหม” ภูริยังเรียกหญิงสาวไม่หยุด หัวใจเขาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นเธอร่วงลงกับพื้น “ลดาขอดูหน่อยค่ะ บางทีเธออาจจะแค่เป็นลม” เฟื่องลดาอาสาเข้ามาดูแล ก่อนจะส่งคนในอ้อมแขนให้คนเป็นพ่อ แล้วจัดการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้คนหมดสติ ภูรินยืนดูด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ ก่อนจะหยุดเต้น เมื่อเห็นรอยเขียวคล้ำบนหลังมือของเธอ “เธอน่าจะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลค่ะ ลดาเคยเจอเธอที่โรงพยาบาล เธอมาช่วยอุ้มคุณหนูด้วยนะคะ” เฟื่องลดารายงาน “อย่ามัวแต่พูด เร่งมือเถอะ ถ้าไม่ดีขึ้นจะได้พาไปโรงพยาบาล” คำสั่งเสียงเหี้ยมที่ได้ยิน ทำให้เฟื่องลดากลืนน้ำลายลงคอ แสดงว่าเธอคนนี้มีความสำคัญกับ
หลังจากได้รับคำแนะนำจากคุณหมอ พนิดาใช้เวลาคิดทบทวนอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจมาหาภูริ อาการซึมเศร้าหลัง คลอดที่เธอเป็นอยู่เริ่มหนักขึ้นทุกวัน แม้จะใช้ชีวิตได้เหมือนคนปรกติ แต่พักหลัง ๆ มานี้เธอมักจะรู้สึกว่าตัวเองเครียด และโทษตัวเอง ทั้งที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็มีเรื่องให้รู้สึกว่าชีวิตเริ่มไร้ค่าลงทุกวัน หมอแนะนำให้เธอแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เมื่อสาเหตุมาจากลูก ก็ต้องแก้ไขที่ตรงนั้น เอื้อตะวันและคนอื่น ๆ เห็นด้วย ให้เธอไปคุยเรื่องลูกกับภูริก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป เดือนอ้ายยังไร้เดียงสา ไม่รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น กลับไปแก้ไขตอนนี้ดีกว่าปล่อยทิ้งเอาไว้ เพราะเธอแน่ใจแล้วว่ารักและอยากดูแลลูกเช่นเดียวกับเขา ต่อให้ต้องเสียศักดิ์ศรี และถูกภูริดูถูกเหยียดหยามเธอก็ยอมร่างบางพาตัวเองมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของเขา เอื้อตะวันอาสามาเป็นเพื่อน แต่เธอก็เลือกที่จะมาคนเดียว บ้านหลังนี้เธอเคยเข้าออก และคิดว่าเดือนอ้ายน่าจะเกิดที่นี่ เพราะครั้งสุดท้ายมันเกิดในบ้านหลังนี้ มือบางกำเข้าหากัน เมื่อภาพในวันวานย้อนกลับเข้ามาในหัว การกระทำของภูริโหดร้ายที่สุด ตอนที่รู้ว่าธุรกิจล้มเธอแทบเป็นบ้า และก็ต้องบ้าจริง ๆ เมื่อ
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือ ทำให้หัวใจแกร่งกระตุก ยอมรับว่าแวบแรกที่เห็นความรู้สึกหลากหลายก็ประดังเข้ามาโกรธโมโหและเดือดดาลนำหน้ามาก่อน แต่เมื่อวางทิฐิลง ใช้สมองคิด และให้หัวใจเป็นตัวตัดสิน ทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด ไม่ว่าจะพาลูกออกงาน อัพรูปลูกลงโซเชียล ก็เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ ล่อให้คนเป็นแม่ออกมา เขาอยากให้เธอเมตตาลูกบ้าง เดือนอ้ายไม่ได้ทำอะไรผิด ลูกไม่ได้ขอมาเกิด เป็นเขาเองที่ทำให้ลูกเกิดมา พนิดาจะโกรธจะเกลียดเขาก็ไม่เป็นไร แต่อยากให้เธอสงสารลูกบ้างสักนิด ไม่ต้องยอมรับว่าเดือนอ้ายเป็นลูกก็ได้ แค่ไม่ทอดทิ้งก็พอ “ให้ทำยังไงต่อครับ ให้เดชาพาคุณหนูกลับบ้านเลยไหมครับ” คำถามของนุกูลได้การส่ายหน้าของเจ้านายเป็นคำตอบ ภูริไม่พูดอะไร ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา ตาคู่คมมองดวงหน้าเล็ก ที่ซุกอยู่กับอกของคนเป็นแม่ ยิ้มด้วยความเอ็นดู เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กทำท่าจะเคลิ้มหลับ อกของแม่คงอุ่นมากสินะ เจ้าเดือนอ้ายถึงดูมีความสุขมากมาย เจอกันแค่ครั้งเดียว ลูกก็ทำท่าว่าจะติดแม่เสียแล้ว “ให้คุณนิดอยู่กับคุณหนูไปก่อน” เป็นนุกูลที่ตอบคำถามของเดชา เพราะเจ้านายของเขากำลังดื่มด่ำกับ
ภูริยังคงทำหน้าพ่อของเขาอย่างแข็งขัน แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่ตั้งใจมอบให้ ลูกจะรับได้มากแค่ไหน เขาเป็นพ่อคงไม่ละเอียดอ่อนเท่าคนเป็นแม่ โชคดีที่มีพิมพ์มาดากับพสิกา ภรรยาของพุฒิพัฒิน์และภรรยาของปภังกรมาช่วยดูแล เดือนอ้ายเลี้ยงง่ายและฉลาดสมวัย ลูกเพิ่งครบสี่เดือน แต่เขาอยากให้ลูกเดินได้เร็ว ๆ มีกิจกรรมอีกมากมายรอให้เขากับลูกออกไปผจญภัย นอกจากทำงานและเลี้ยงลูก อีกกิจกรรมที่ภูริทำไปด้วยนั่นก็คือ ถ่ายรูปและคลิปวีดีโอลูกลงโลกโซเซียล นอกจากดูพัฒนาการของลูก และเก็บความทรงจำเหล่านี้ไว้ให้เดือนอ้ายดูตอนโต ลูกสาวของเขายังมีแฟนคลับอีกมากมาย สาวแก่แม่หม้ายพากันตกหลุมรัก ถ้าไม่ได้ลงรูปวันไหน แม่ยกก็จะส่งข้อความมาทวง เขากับลูกสาวกลายเป็นคนดังในโลกโซเชียลไปแล้ว นอกจากความน่ารักของลูก ความหล่อของพ่อก็มีส่วน เพราะมีสาว ๆ หลายคนอาสามาดูแลลูกสาวของเขา มือหนาลูบลงบนแผ่นหลังคนตัวเล็ก ห่มผ้าให้ลูกน้อย จูบลงที่หน้าผากเล็ก เดือนอ้ายหลับแล้ว หลังจากนี้ชีวิตก็วนกลับมาอยู่ที่เดิม หน้าจอมือถือเครื่องบาง ถูกปัดอย่างไร้จุดหมาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แต่พยายามห้ามความรู้สึกเอาไว้ คนเลวอย่างเขาก็สมควรแล้วที่
ภูริพาลูกสาวตัวน้อยและพี่เลี้ยง แวะห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน เพื่อเดินเล่นและซื้อของใช้ที่ขาดเหลือ บรรดาลูกน้องและบอดี้การ์ดแถวยาวของเขา กลายมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เดชาทำหน้าที่ดันรถเข็น ในขณะที่คนอื่น ๆ ตามดูแลความปลอดภัยให้เจ้านายไม่ห่าง ตั้งแต่มีคุณหนู ภูริไม่ต่างอะไรกับคนที่ถูกถอดเขี้ยวเล็บ เขากลายเป็นคนใจเย็น อบอุ่น อ่อนโยน จนคนรอบกายพากันขนหัวลุก เพราะตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงของเจ้านายไม่ทัน มีผู้หญิงมากหน้าหลายตาต่อแถวรอให้ภูริเลือกมาทำหน้าที่แม่ของลูก แต่ชายหนุ่มไม่สนใจใคร ทำงาน เลี้ยงลูกและคิดถึงแม่ของลูกทุกวัน ใครจะรู้ว่า พนิดา ศิริวิมล นักธุรกิจสาวที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต คือแม่ของลูกสาวเขา เวลาผ่านมานานแล้ว แต่ทำไมเขาถึงยังลืมเธอไม่ได้สักที ภูริอุ้มลูกสาวขึ้นมาแนบอก พาคนตัวเล็กเดินเล่นดูนี่นั่นไปทั่ว ภาพผู้ชายตัวสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลา อุ้มลูกตัวน้อยในชุดกระโปรงสีชมพูน่ารัก เป็นที่สะดุดตาของคนที่พบเห็น บางคนยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ภูริไม่ว่าอะไรชายหนุ่มจะหันมาส่งยิ้มให้ทุกครั้ง ตอนที่รู้ตัวว่ามีคนถ่ายรูปเขากับลูกสาว “ให้ผมบอกคนพวกนั้นไหมครับ” เดชาถามเมื่อเจ้า







