เข้าสู่ระบบ“จำได้ไหมพี่บอกว่ายังไง หนูนิตเป็นของพี่ ห้ามยิ้มให้ผู้ชายคนอื่น ห้ามคุย ห้ามมองหน้า” เขาขยับเข้ามาแนบชิดทางด้านหลัง กุมไหล่เปลือยเปล่าเอาไว้ กระซิบเสียงดุ ๆ ที่ริมหู
นิตยาอยากจะถามว่า เธอทำตัวเป็นใบ้ไปเลยดีไหม ไม่ต้องพูดต้องคุยกับใคร แต่ได้แค่คิด ไม่กล้าพูดออกไป
“นิตรู้แล้วค่ะ รอให้พี่อิฐกับแพรวแต่งงานกัน นิตจะถอนหมั้นให้พี่เอง ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ”
“คงอยากถอนหมั้นใจจะขาดละสิ อย่าหวังเลย” พฤทธิ์กระชากไหล่บอบบางเข้าหา ก่อนจะกดคู่หมั้นสาวเอาไว้ใต้ร่าง สีหน้าโกรธเกรี้ยวของเขา ทำเธอตัวสั่น ไม่รู้ว่าพูดอะไรผิดหูเขาไป
“พี่พริกพานิตไปส่งบ้านเถอะค่ะ ป่านนี้ที่บ้านคงตกใจที่นิตหายมานานแล้ว”
“อยากกลับไปหาไอ้วิวัฒน์หรือไอ้อิฐ หรือนัดผู้ชายคนไหนเอาไว้ล่ะ”
“นิตเปล่านะคะ”
“พี่ไม่เชื่อ”
“นิตต้องทำยังไงคะ พี่พริกถึงจะเชื่อนิต”
“ต้องมาทำงานกับพี่ที่ไร่ เธอต้องอยู่ในสายตาของพี่ตลอดเวลา”
“แต่คุณย่า”
“พี่จะขอคุณย่าให้เอง” นิตยาปิดปากเงียบ รุ้งลดาไม่ใคร่จะให้เธอไปทำงานที่ไหน พฤทธิ์ก็รู้ข้อนี้ดี เธอต้องอยู่ในสายตาของท่านตลอด ท่านกลัวเธอจะไปทำอะไรเสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล
“นิตต้องเป็นคู่หมั้นของพี่พริก จนกว่าพี่อิฐกับแพรวจะแต่งงานกันใช่ไหมคะ” เธอถามอย่างเจ็บปวด เพราะสำนึกว่าเธอเป็นได้แค่นี้จริง ๆ สำหรับเขา
“ใช่ แล้วเธอก็ต้องรักฉันมาก ๆ ด้วย คนอื่นจะได้ไม่สงสัย”
“ค่ะ” ไม่ต้องแกล้งรักเขาเธอก็รักเขา มันไม่จำเป็นต้องทำในสิ่งที่เขาขอเลย
“ไปอาบน้ำกันเถอะ”
“คะ?” นิตยามองเขาเหมือนไม่เข้าใจเมื่อเขาเอ่ยชวน
“เหนียวตัว อยากหาคนถูหลังให้ด้วย ไปอาบน้ำกัน” เขาพูดเหมือนไม่คิดอะไร แต่เธออายและขัดเขินเป็นที่สุด
“อุ๊ย! พี่พริก ปล่อยค่ะ” คนบอกให้ปล่อยรีบกอดคอหนาเอาไว้แน่น เมื่อเขาช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม
เธอซุกหน้ากับอกกว้างเพราะอาย ร่างเปลือยของเธอปรากฏแก่สายตาของเขาทุกอณูเนื้อ อยากจะหายตัวได้ เพราะไม่อยากอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เลยสักนิด
พฤทธิ์วางร่างน้อยลงบนพื้นห้องน้ำ เธอกอดตัวเองเอาไว้ เหนียมอายไม่กล้าสู้หน้าเขา
“กับพี่ไม่ต้องอายหรอก เราเป็นคู่หมั้นกัน กับผู้ชายคนอื่นสมควรต้องอาย” เขาเดินมากอดซ้อนทางด้านหลัง แผ่นอกแกร่งของเขา และร่างกายอุ่นวาบทำเธอตัวสั่น
“หนูนิตกลัวพี่เหรอครับ” เขากระซิบถาม มองคนที่เอาแต่ก้มหน้างุด ใช้มือปิดป้องเรือนกายเอาไว้
เธอพยักหน้ารับ ก่อนที่เขาจะเลื่อนมือไปวางทาบบนหลังมือของเธอเพื่อประสานเข้าหากันแล้วดึงมือน้อยออกจากการปิดป้องความเป็นสาว เธออับอายไม่กล้ามองกระจกเงาตรงหน้า
“พี่พริก อื้อ... อย่าค่ะ” เธอคราง หลับตาพริ้ม กัดปากตัวเองเบา ๆ เมื่อเขาปล่อยมือของเธอ ก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปสะกิดติ่งสวาทกลางกาย มันฉ่ำเยิ้ม น้ำหวานไหลซึมออกจากกายสาวต้อนรับการทักทายของนิ้วแกร่ง
นิตยาเผลอซี้ดปากก่อนจะเม้มปากเข้าหากันแน่น เธอส่ายหน้าไปมาด้วยความทรมาน อับอายที่เปล่งเสียงแบบนั้นออกไป
เขาพาเธอไปใต้ฝักบัว ก่อนจะเปิดน้ำรดทั้งตัวเธอและตัวเขา ร่างน้อยสะท้าน เขาก้มลงดูดรวบยอดถันเบา ๆ สัมผัสนั้นทำให้ยอดอกแข็งเป็นไต
อยากผลักไสแต่มือกลับสอดเข้าไปในกลุ่มผมดกหนา กดให้แนบชิด เขาดันเธอไปชิดกับผนังห้องน้ำ ก่อนจะยกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้น
“พี่พริก... อื้อ” เธอครางเสียงสะท้านเมื่อเขาสอดกายเข้ามาในเรือนร่าง
นิตยาจิกมือกับไหล่กว้าง ไม่กล้าเงยหน้าสบตา แต่รับรู้ถึงการกระทำทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้น
มืออีกข้างที่ค้ำอยู่กับผนังห้องน้ำ เลื่อนมาจับที่คางเรียวสวย เขาบดจูบริมฝีปากเต็มอิ่มที่จูบตอบเขาอย่างเงอะงะ ท่าทีไร้เดียงสาทำเขาครางสะท้าน ร่างสูงแนบชิดเข้าหา แทบกลืนกินเธอลงท้อง
ร่างกายส่วนล่างที่กระแทกเข้ามาหาเธอ ทำนิตยาครางไม่เป็นส่ำ สมองของเธอพร่าเลือนรับรู้แค่เรือนกายสูงเพรียวแข็งแรงที่ขยับจังหวะล้ำลึก แล้วกระชากเธอไปสู่ความสุข เธอซบอกเขาด้วยความรู้สึกซาบซ่านเมื่อถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรง
พฤทธิ์มาขอผู้เป็นย่าให้นิตยาไปทำงานที่ไร่ของเขาจริง ๆ โดยอ้างว่าต่อไปแต่งงานกันจะได้ช่วยกันทำงาน
คุณรุ้งลดาเอ่ยอนุญาตเพราะกำลังจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่นิตยาพยายามหลบเลี่ยงพฤทธิ์ อ้างสารพัดเพราะไม่กล้าสู้หน้าเขา หลังจากวันที่เสียตัวให้เขาก็รู้สึกอับอาย หวาดกลัว เขาคงหาว่าเธอใจง่าย
“พี่พริก!” นิตยาอุทานเสียงหลงเมื่อโดนสวมกอดจากทางเบื้องหลัง อ้อมแขนแข็งแกร่งนั้นเธอรู้ว่าเป็นใคร เพราะกลิ่นกายที่คุ้นเคยของเขา เธอจำมันได้ติดจมูก
“ไม่เห็นหน้าก็จำได้เหรอ” เขาหมุนร่างอรชรมาหา นิตยาก้มงุด เธอขัดเขินเกินกว่าจะสู้หน้าเขา
“เอ่อ...” นิตยากัดปากตัวเอง จะบอกเขาได้อย่างไรว่าเธอจำกลิ่นกายของเขาได้
พฤทธิ์เชยคางสวยให้แหงนขึ้น ไม่ทันให้เธอตั้งตัวเขาก็บดจูบลงมาอย่างดูดดื่ม เธอกำจิกคอเสื้อของเขาเอาไว้ จูบตอบเขาไปแบบไร้เดียงสา
เขาถอนปากออกห่าง ไล้ปากอิ่มสวยไปมา ทำท่าจะกดจูบลงไปใหม่ แต่หญิงสาวหลบทัน เลยพลาดไปจูบแก้มแทน
ในขณะที่สามีหนุ่มยังโหมสะโพกเข้าหาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คนแข็งแรงไม่มีท่าทีว่าจะหยุดพัก จนกว่าเธอจะมีความสุขอย่างที่สุดเธอคิดอย่างเลื่อนลอย จิกมือกับแขนของเขาเมื่อถูกฟอนเฟ้นเต้าอวบหนักหน่วงเขาสับสะโพก โหมกายอีกไม่กี่ครั้ง ก่อนกระตุกร่าง ปลดปล่อยธารรักในร่างเธอจนหมดสิ้นร่างน้อยกระตุกเกร็งสะท้าน โดนสวมกอดแนบแน่นรัดรึง เสียงหวีดร้องและเสียงครวญครางแหบพร่ายาวเหยียด จนวินาทีสุดท้ายของเกมรักพฤทธิ์กอดหอมเมียรักอย่างแสนคิดถึง ดึงเธอมากอดแนบอก“พี่รักหนูนิตนะครับ ต่อจากนี้ไปเราจะไม่แยกจากกันอีกแล้ว”“หนูนิตก็รักพี่พริกค่ะ” เธอกอดตอบ ซบอกเขาอย่างน่ารัก“อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อสามีเข้ามาสวมกอดทางด้านหลัง ขณะกำลังนั่งปอกมะม่วงเพื่อรับประทานกับน้ำปลาหวานเขาหอมแก้มนวลเสียฟอดใหญ่ ก่อนจะนอนหนุนตักเธอ นิตยามองตาปริบ ๆ วันนี้เขาดูอารมณ์ดีผิดปกติหลังจากมื้อเช้าเขาเข้าไร่และกลับมารับประทานอาหารกลางวัน ตอนบ่ายเธอก็พาเสื่อมาปูนั่งเล่นรอเขาไปสั่งงานลูกน้อง เพื่อมารับประทานมะม่วงน้ำปลาหวานด้วยกัน และเธอก็คิดว่าจะทำมะขามแช่อิ่มด้วย“คิดถึงเมีย”“ปากหวานนะคะ”“ก็คิดถึงจริง ๆ นี่นา”“ค
“ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุขมาก ๆ นะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน มีเรื่องอะไรสงสัยก็ถามไถ่กันให้เข้าใจ อย่าคิดไปเองคนเดียว อยู่ด้วยกันเป็นผัวเมียกันต้องเข้าใจกัน คนเราก็เหมือนลิ้นกับฟันนั่นแหละ ย่อมมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา หากคนหนึ่งร้อน คนหนึ่งก็ควรจะใจเย็น ถ้าร้อนทั้งสองคนก็มีแต่จะทำให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โต ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตคู่ หากไม่เข้าใจกันแล้วก็ยากที่จะอยู่ร่วมกันได้”“ขอบคุณน้ากิ่งกับทุกสิ่งทุกอย่างที่น้ากิ่งทำให้นิตมาโดยตลอดนะคะ” นิตยาโผเข้ากอดมารดาเลี้ยงก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้น ซาบซึ้งในความเมตตากรุณานั้น“วันนี้วันดี น้าจะไม่บอกว่าห้ามร้องไห้ ถ้าร้องแล้วมีความสุขก็ร้องได้จ้ะ หนูนิตเป็นคนเข้มแข็ง ทุกอย่างต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะจ๊ะคนดีของน้า เชื่อน้าสิ” กิ่งกาญจน์กอดลูกเลี้ยง กระซิบบอกอย่างแสนรักหลังจากอวยพรคู่สามีภรรยาที่ต้องเข้าหอกันใหม่ ผู้ใหญ่ก็ออกไปจากห้องหอ ปล่อยให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังให้หายคิดถึง“คิดถึงใจแทบขาด” สิ้นคำพูดนั้น เขาก็บดจูบเธอจนแทบขาดใจ มือหนาเลื่อนไปนวดเฟ้นเต้าทรวงอวบอิ่ม สะกิดยอดถันจนแข็งเ
นิตยาร้องครางไม่เป็นส่ำ สมองของเธอหมุนคว้างเหมือนลูกข่าง รับรู้เพียงความเสียวซ่านที่แล่นไปทั่วร่าง รอบกายดูพลิกคว่ำพลิกหงายไปหมด ความกระสันเสียวเข้าเล่นงานเธออย่างหนักมันสุดแสนหฤหรรษ์ ร่างกายของเธอทรยศกับความรู้สึกเหลือเกิน มันเต้นเร่าไปกับสัมผัสและการปลุกเร้าที่ถาโถมเข้าหาอย่างรุนแรงเขากระแทกกระทั้นร่างน้อยจนจมเตียง เสียงเตียงลั่นพอ ๆ กับเสียงหอบหายใจสะท้าน สะท้อนอารมณ์คุกรุ่นยิ่งกว่าพายุโหมกระหน่ำหยาดเหงื่อไหลโซมไปทั่วกาย เขาขยับสะโพกสอบกระแทกหนักหน่วง อัดเธอติดกับเตียงครั้งแล้วครั้งเล่าเธอร้องครวญครางแทบขาดใจ ถึงจุดสุดยอดครั้งแล้วครั้งเล่าร่างน้อยเกร็งกระตุก ตอดรัดแก่นกายของเขารอบทิศทางหยาดน้ำหวานไหลซึมทะลักล้น เธอเสียวซ่านมีความสุข ร่างกายกระสันเสียว สมองโล่ง เลือดลมสูบฉีดรุนแรงในขณะที่เขาครางลั่นปลดปล่อยหมดสิ้นในกายสาวพฤทธิ์ซวนซบกับซอกคอชื้นเหงื่ออย่างมีความสุข เขาหอมแก้มเธออย่างแสนรัก กอดรัดอย่างหวงแหน ไม่อยากให้เธอหนีหายไปไหนอีก เขาคงทนไม่ได้พฤทธิ์ปลุกเร้าอารมณ์สาวไม่หยุดหย่อน ความโหยหาทำให้เขาคลุกเคล้าร่างน้อยแนบเตียงไม่ยอมห่างตื่นเช้ามา เขาควานมื
“ครับ หิวมาก ๆ เลย” เขาลูบท้องไปมา“เดี๋ยวให้แม่บ้านทำให้กินนะคะ นิตต้องกลับแล้วค่ะ บอกคุณย่าว่าจะไม่กลับดึกมาก”“พี่อยากกินฝีมือนิตนี่ครับ ไม่อยากกินฝีมือคนอื่น กินกับข้าวที่คนอื่นทำ พี่คลื่นไส้อาเจียนทุกทีเลย” เธอค้อนเขา รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้พี่พริกของเธอ สตรอว์เบอร์รีเก่งเหลือเกินนะนิตยาจัดการทำกับข้าวให้สามี จริง ๆ ครอบครัวของเธออนุญาตให้มาดูแลพฤทธิ์ แต่ไม่ให้ค้างคืน เธอก็อยากดูแลเขาเหมือนกัน ไม่ได้เห็นหน้าหลายวัน อย่าว่าแต่เขาเลยที่คิดถึงเธอ จนต้องไปปีนระเบียงบ้าน เธอก็คิดถึงเขาแทบขาดใจเหมือนกันคนรับประทานอาหารยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ในที่สุดก็ได้กินฝีมือของเมียรักเสียที แต่ไม่อยากให้เมียกลับ จะทำอย่างไรดีนะคิดสิคิด!ไอ้พริก มึงรีบคิดเดี๋ยวนี้!แล้วสมองก็สั่งการว่า…“โอ๊ย!”“พี่พริกเป็นอะไรคะ”“พี่ปวดท้องน่ะจ้ะ สงสัยโรคกระเพาะจะกำเริบ ตอนหนูนิตไม่อยู่ พี่กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่มีใครทำอาหารถูกใจเท่าเมียอีกแล้ว”อือ... โรคสตรอว์เบอร์รีของเจ้านายกำเริบ สุทธิศักดิ์เกาหัวไปมา ความรักทำให้คนเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ เขามาคอยยืนรอเรียกรับใช้อยู่ ได้ยินเข้าก็แทบมอบรางวัลตุ๊กตาทองฝังเพชรให้
“ไอ้ศักดิ์”“ครับคุณพริก”“ไปบอกเมียฉันว่า ฉันเจ็บหนัก อยากเห็นหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย”“ครับคุณพริก”สุทธิศักดิ์กะพริบตาปริบ ๆแหม... อยากเห็นหน้าเมียเป็นครั้งสุดท้าย!!!“จะไปเยี่ยมนายพริกก็ไปเถอะ” เลอยศพูดเสียงขรึมแอบซ่อนยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเย็น สาวใช้มีท่าทีพิรุธ กำอะไรสักอย่างแน่น พอเขาถามก็พยายามจะบ่ายเบี่ยง แต่สุดท้ายก็ต้องเอาจดหมายของอีตาลูกเขยที่ทนคิดถึงเมียไม่ไหวให้เขาอ่าน เขาอ่านแล้วคิดแผนการนี้ขึ้นมา บอกให้สาวใช้คนดังกล่าวไปบอกไอ้ศักดิ์ว่าจดหมายนั้นเอาไปให้ถึงมือนิตยาเรียบร้อยแล้ว มันจะได้ตายใจ มาเจอลูกปืนตอนตีสอง แล้วก็มาจริง ๆเขาก็แค่บอกให้นุชาออดอ้อนพี่สาวพาไปนอนด้วย นิตยาก็ยอมไปนอนห้องน้องเสร็จโจร!!!“ค่ะคุณพ่อ” เพราะนึกเป็นห่วงเขาอยู่เหมือนกัน ถึงไม่ยอมใจอ่อนก็ใช่อยากจะให้เขาเป็นอะไรเธอเดินทางไปเยี่ยมพฤทธิ์ที่โรงพยาบาล พอเห็นว่าเธอมาเขาก็ร้องโอดโอย รำพึงรำพันว่าหลายวันมานี้กินไม่ได้นอนไม่หลับสุทธิศักดิ์มองเจ้านายตาปริบ ๆ เจ้านายของเขาเล่นใหญ่ ใจอ้อนเมียจริง ๆ เลย“โอ๊ย! หนูนิตจ๋า พี่เจ็บปวดไปหมดทั้งตัวเลย มดคันไฟกัดจนบวมไปหมดแล้ว ตอนหนูนิต
“คุณนิตเป็นลูกสาวคุณเลอยศนะครับ คุณเลอยศยิงปืนแม่นใคร ๆ ก็รู้กิตติศัพท์ ตอนนั้นคุณพริกเข้าทางคุณย่ารุ้ง คุณเลอยศเลยไม่อยากยุ่ง แต่ตอนนี้ลูกเสือหนีกลับถ้ำไปแล้วนะครับ”“นายว่าเมียฉันเป็นลูกเสือเหรอ เป็นนางกวางน้อยต่างหากล่ะ”“ครับ”“พ่อกับผัวแกว่าเมียฉันจะเห็นว่าใครสำคัญกว่ากันวะไอ้ศักดิ์”“ก็ต้องพะ... ผัวสิครับคุณพริก” พวกอารมณ์แปรปรวนเมียทิ้งเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะสุทธิศักดิ์มองตาปริบ ๆ ถ้าตอบว่าพ่อสำคัญกว่าโดนจระเข้ฟาดหางแน่ ๆ แต่ถ้าบอกว่าผัวสำคัญกว่าเจ้านายจะได้อารมณ์ดีขึ้น แต่เขาคิดว่าคนที่สำคัญในเวลานี้เป็นคุณย่ารุ้งลดาเสียมากกว่า เพราะสิทธิ์ขาดเบ็ดเสร็จอยู่กับท่าน“พูดจาดี เดี๋ยวขึ้นเงินเดือนให้”“คุณพริกจะไปตอนไหนครับ”“สักตีสองรับรองว่านอนหลับหมดบ้าน”“ครับคุณพริก”สุทธิศักดิ์มองเจ้านายตาปริบ ๆ เจ้านายอาจจะทำสำเร็จก็เป็นได้“นายไปเตรียมตัวแล้วกัน นอนให้อิ่มก่อน อย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุกด้วยนะ”ตีสองของคืนนั้น...สุทธิศักดิ์มองตัวเองและเจ้านายหนุ่มแอบเข้ามาในบ้านของเลอยศ อย่างกับโจรห้าร้อยมาปล้นตอนเจ้าของบ้านกำลังหลับสบายเดี๋ยวนะ!เมื่อกี้เจ้านายบอกว่ามาแค่เห็นหน้







