เข้าสู่ระบบ“พี่พริกอย่าทำแบบนี้นะคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” ในไร่ของบิดามีคนพลุกพล่าน เธอมายืนรับลมเพราะต้องใช้ความคิดเรื่องไปทำงานที่ไร่ของพฤทธิ์ ตรงนี้แม้จะเงียบ แต่ก็สุ่มเสี่ยงที่จะมีคนมาเห็น
“หลบหน้าพี่ทำไม”
“นิตเปล่านะคะ” เธอโกหกคำโต แต่คนไม่ถนัดเรื่องโกหกหลบหน้าไม่กล้าสบตาด้วยอย่างมีพิรุธ
“ไม่ไปทำงานกับพี่ นัดใครเอาไว้หรือเปล่า” เขาถามอย่างระแวง เธอรีบเงยขึ้นส่ายหน้าไปมา จะบอกไปได้อย่างไรว่าเธอไม่กล้าสู้หน้าเขาเพราะอายเรื่องวันนั้น
“ไม่ใช่นะคะ”
“ถ้าไม่ใช่ก็ต้องพิสูจน์”
“พิสูจน์ยังไงคะ” นิตยาเอ่ยถามพาซื่อ เขาไล้แก้มสาวไปมาก่อนจะดึงเธอไปนั่งบนตัก หลังจากตัวเองทิ้งตัวนั่งลงบนม้าหินอ่อนใต้ต้นมะม่วงใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเงาเรียบร้อยแล้ว
“อุ๊ย! อื้อ...” เธอทุบอกเขาระรัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจิกคอเสื้อของเขาแทน เมื่อริมฝีปากหนาทาบทับลงมาขม้ำจูบจนเธอสะท้าน แทบหายใจไม่ทัน
“พี่พริก พอแล้วค่ะ” คนประท้วงหน้าแดง ก้มงุดหลบ ไม่ให้เขาจูบได้อีก
เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้น มองด้วยสายตาวาบหวาม นิตยาตัวสั่นระริก เธอสะเทิ้นอาย แก้มนวลยิ่งแดงปลั่งกว่าผลตำลึงสุก
“คิดถึงพี่ไหม” เขาไล้สะโพกผายของเธอไปมา น้ำเสียงสั่นพร่า ก่อนที่มือจะลูบขึ้นมาโอบเอาไว้ที่เอวคอด
“เอ่อ... คือว่านิต” จะตอบเขาไปได้อย่างไรกันว่าคิดถึงเขาทุกลมหายใจเข้าออก ยิ่งเขาไล้สีข้างไปมา เธอยิ่งตัวสั่นสะท้าน รับรู้ได้ถึงบางส่วนแข็งขืนที่ดุนดันอยู่ตรงสะโพก แค่นี้ก็ทำเธอพูดแทบลิ้นพันกัน
พฤทธิ์ก้มมองคนขี้อายในอ้อมแขน เขาอยากจับเธอกลืนกินเสียเดี๋ยวนี้ แต่เพราะสถานที่ไม่เอื้ออำนวย
ใบหน้าคมเข้มก้มลงไปเพื่อจะดูดดุนริมฝีปากหวานละมุน แต่เสียงอุทานที่ดังขึ้น ทำเขาต้องชะงัก
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” สาวใช้ยกมือขึ้นทาบอก ในขณะที่นิตยาตะเกียกตะกายลงจากตักของพฤทธิ์ด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“มีอะไรจ๊ะ”
“คือคุณภานุมาขอพบคุณนิตน่ะค่ะ” สาวใช้รีบรายงานก่อนจะเลี่ยงออกมา ใบหน้าคมเข้มที่อ่อนแสงลงในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นดุดันในทันที
“อ๋อ... ที่ไม่ยอมไปทำงานด้วยกัน เพราะนัดผู้ชายเอาไว้นี่เอง”
“ว้าย! พี่พริก นิตเจ็บนะคะ” เธอร้องเสียงหลงเมื่อเขากระชากเข้าไปหา สีหน้าอ่อนโยนของเขาในคราแรก แปรเปลี่ยนไปจนน่าใจหาย
“เจ็บสิดี จะได้สำนึกว่ามีผัวแล้ว”
“พี่พริก!” เธออุทานอย่างตกใจ หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
“ทำไม พูดความจริงรับไม่ได้รึไง หรือต้องรำลึกหน่อยว่าเมื่อวันก่อน เราเอากันเมามันแค่ไหน”
เผียะ! เธอตบเขาเพราะน้อยใจที่เขาพูดจาดูถูก ตบเขาไปแล้วก็ตกใจ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขาเจ็บ
นิตยาถอยหนีร่างสูงที่ก้าวเข้าหา ดวงตาของเขาลุกวาบเหมือนเปลวไฟ
“สงสัยเราคงต้องรำลึกความหลังกันเสียหน่อย” เขากระชากร่างน้อยเข้าไปหา นิตยากรีดร้องก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงอู้อี้ในลำคอ เมื่อเขาบดจูบเข้าหาอย่างดุดันป่าเถื่อน
เธอทุบอกกว้างระรัว ดิ้นรนแต่ไม่หลุดจากอ้อมแขนแกร่ง ปากน้อยชอกช้ำบวมเจ่อ เธอหอบหายใจหนักหน่วง กลัวเขาจนตัวสั่น
“พี่พริกป่าเถื่อน” เธอต่อว่าเขาเสียงสะท้าน ริมฝีปากสั่นระริกจนต้องเม้มเข้าหากัน
“พี่ขอคุณย่าเอาไว้แล้ว ว่าจะพาเธอไปที่ไร่” เขาบอกอย่างเผด็จการ
“แต่พี่นุ...”
“ก็ให้คนไปบอกไอ้ภานุสิว่าเธอต้องไปทำงานที่ไร่กับผัว ไม่มีเวลาต้อนรับผู้ชายคนอื่น”
“พี่พริก!” เธออุทานมองค้อนคนปากร้าย
“ทำไม อยากไปหาไอ้ภานุมันมากเหรอไง” เขาพานจะหาเรื่อง ก่อนกระชากเธอไปที่รถ ระหว่างทางก็บอกคนงานให้ไปบอกภานุว่านิตยาไม่ว่าง ต้องออกไปข้างนอก
นิตยานั่งเบียดไปกับประตูรถ คนป่าเถื่อนจับเธอขึ้นรถ ล็อกประตูแน่นหนาก่อนจะกระชากรถออกจากไร่ของบิดา เขาพาเธอมาที่ไร่ ในขณะที่เธอได้แต่ปิดปากเงียบไม่กล้าพูดอะไร
“เธอควรอยู่ใกล้ ๆ พี่ จะได้ไม่ไปยั่วหรืออ่อยผู้ชายคนอื่น ให้เขามีเรื่องกันอีก” พฤทธิ์ดึงเธอเข้าไปในไร่ ก่อนจะสั่งงานลูกน้อง น้ำเสียงของพฤทธิ์ดุดันขึ้นเมื่อเห็นสายตาของคนงาน
“ใครมองผู้หญิงคนนี้ แม้แต่หางตา กูจะควักตาออกมาให้หมด” ทุกคนหลบวูบไม่มีใครกล้ามองนิตยาอีก สายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมในความสวยหวานน่ารักของนิตยา และสายตาบางคนที่มองมาอย่างหื่นกระหายทำพฤทธิ์โมโห
“มานี่เลย” เขาสั่งงานลูกน้องเสร็จก็กระชากเธอไปยังบ้านพักกลางไร่
“พี่พริก นิตเจ็บนะคะ” หลังจากปิดประตูบ้าน เขากอดรัดเธอมาจากทางด้านหลัง แล้วบดจูบจนแก้มสาวแทบช้ำ พฤทธิ์รัดแน่นจนกระดูกเธอแทบแหลก
“เมื่อกี้ไปยิ้มให้คนงานพวกนั้นทำไม พี่ไม่ชอบรู้ไหม” เขากระซิบเสียงดุดัน ก่อนจะกดปากและจมูกกับแก้มสาวซ้ำ ๆ จนเธอต้องเบี่ยงหลบ
“นิตยิ้มให้พวกเขาตามมารยาท พวกเขาเป็นคนงานของพี่พริกนี่คะ”
“พี่ไม่ชอบ ต่อแต่นี้ไปถ้าพี่เห็นว่าเธอยิ้มให้ใคร พี่จะควักลูกตาไอ้ผู้ชายที่เธอยิ้มให้ทุกคนออกมาให้หมามันกิน”
ในขณะที่สามีหนุ่มยังโหมสะโพกเข้าหาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คนแข็งแรงไม่มีท่าทีว่าจะหยุดพัก จนกว่าเธอจะมีความสุขอย่างที่สุดเธอคิดอย่างเลื่อนลอย จิกมือกับแขนของเขาเมื่อถูกฟอนเฟ้นเต้าอวบหนักหน่วงเขาสับสะโพก โหมกายอีกไม่กี่ครั้ง ก่อนกระตุกร่าง ปลดปล่อยธารรักในร่างเธอจนหมดสิ้นร่างน้อยกระตุกเกร็งสะท้าน โดนสวมกอดแนบแน่นรัดรึง เสียงหวีดร้องและเสียงครวญครางแหบพร่ายาวเหยียด จนวินาทีสุดท้ายของเกมรักพฤทธิ์กอดหอมเมียรักอย่างแสนคิดถึง ดึงเธอมากอดแนบอก“พี่รักหนูนิตนะครับ ต่อจากนี้ไปเราจะไม่แยกจากกันอีกแล้ว”“หนูนิตก็รักพี่พริกค่ะ” เธอกอดตอบ ซบอกเขาอย่างน่ารัก“อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อสามีเข้ามาสวมกอดทางด้านหลัง ขณะกำลังนั่งปอกมะม่วงเพื่อรับประทานกับน้ำปลาหวานเขาหอมแก้มนวลเสียฟอดใหญ่ ก่อนจะนอนหนุนตักเธอ นิตยามองตาปริบ ๆ วันนี้เขาดูอารมณ์ดีผิดปกติหลังจากมื้อเช้าเขาเข้าไร่และกลับมารับประทานอาหารกลางวัน ตอนบ่ายเธอก็พาเสื่อมาปูนั่งเล่นรอเขาไปสั่งงานลูกน้อง เพื่อมารับประทานมะม่วงน้ำปลาหวานด้วยกัน และเธอก็คิดว่าจะทำมะขามแช่อิ่มด้วย“คิดถึงเมีย”“ปากหวานนะคะ”“ก็คิดถึงจริง ๆ นี่นา”“ค
“ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุขมาก ๆ นะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน มีเรื่องอะไรสงสัยก็ถามไถ่กันให้เข้าใจ อย่าคิดไปเองคนเดียว อยู่ด้วยกันเป็นผัวเมียกันต้องเข้าใจกัน คนเราก็เหมือนลิ้นกับฟันนั่นแหละ ย่อมมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา หากคนหนึ่งร้อน คนหนึ่งก็ควรจะใจเย็น ถ้าร้อนทั้งสองคนก็มีแต่จะทำให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โต ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตคู่ หากไม่เข้าใจกันแล้วก็ยากที่จะอยู่ร่วมกันได้”“ขอบคุณน้ากิ่งกับทุกสิ่งทุกอย่างที่น้ากิ่งทำให้นิตมาโดยตลอดนะคะ” นิตยาโผเข้ากอดมารดาเลี้ยงก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้น ซาบซึ้งในความเมตตากรุณานั้น“วันนี้วันดี น้าจะไม่บอกว่าห้ามร้องไห้ ถ้าร้องแล้วมีความสุขก็ร้องได้จ้ะ หนูนิตเป็นคนเข้มแข็ง ทุกอย่างต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะจ๊ะคนดีของน้า เชื่อน้าสิ” กิ่งกาญจน์กอดลูกเลี้ยง กระซิบบอกอย่างแสนรักหลังจากอวยพรคู่สามีภรรยาที่ต้องเข้าหอกันใหม่ ผู้ใหญ่ก็ออกไปจากห้องหอ ปล่อยให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังให้หายคิดถึง“คิดถึงใจแทบขาด” สิ้นคำพูดนั้น เขาก็บดจูบเธอจนแทบขาดใจ มือหนาเลื่อนไปนวดเฟ้นเต้าทรวงอวบอิ่ม สะกิดยอดถันจนแข็งเ
นิตยาร้องครางไม่เป็นส่ำ สมองของเธอหมุนคว้างเหมือนลูกข่าง รับรู้เพียงความเสียวซ่านที่แล่นไปทั่วร่าง รอบกายดูพลิกคว่ำพลิกหงายไปหมด ความกระสันเสียวเข้าเล่นงานเธออย่างหนักมันสุดแสนหฤหรรษ์ ร่างกายของเธอทรยศกับความรู้สึกเหลือเกิน มันเต้นเร่าไปกับสัมผัสและการปลุกเร้าที่ถาโถมเข้าหาอย่างรุนแรงเขากระแทกกระทั้นร่างน้อยจนจมเตียง เสียงเตียงลั่นพอ ๆ กับเสียงหอบหายใจสะท้าน สะท้อนอารมณ์คุกรุ่นยิ่งกว่าพายุโหมกระหน่ำหยาดเหงื่อไหลโซมไปทั่วกาย เขาขยับสะโพกสอบกระแทกหนักหน่วง อัดเธอติดกับเตียงครั้งแล้วครั้งเล่าเธอร้องครวญครางแทบขาดใจ ถึงจุดสุดยอดครั้งแล้วครั้งเล่าร่างน้อยเกร็งกระตุก ตอดรัดแก่นกายของเขารอบทิศทางหยาดน้ำหวานไหลซึมทะลักล้น เธอเสียวซ่านมีความสุข ร่างกายกระสันเสียว สมองโล่ง เลือดลมสูบฉีดรุนแรงในขณะที่เขาครางลั่นปลดปล่อยหมดสิ้นในกายสาวพฤทธิ์ซวนซบกับซอกคอชื้นเหงื่ออย่างมีความสุข เขาหอมแก้มเธออย่างแสนรัก กอดรัดอย่างหวงแหน ไม่อยากให้เธอหนีหายไปไหนอีก เขาคงทนไม่ได้พฤทธิ์ปลุกเร้าอารมณ์สาวไม่หยุดหย่อน ความโหยหาทำให้เขาคลุกเคล้าร่างน้อยแนบเตียงไม่ยอมห่างตื่นเช้ามา เขาควานมื
“ครับ หิวมาก ๆ เลย” เขาลูบท้องไปมา“เดี๋ยวให้แม่บ้านทำให้กินนะคะ นิตต้องกลับแล้วค่ะ บอกคุณย่าว่าจะไม่กลับดึกมาก”“พี่อยากกินฝีมือนิตนี่ครับ ไม่อยากกินฝีมือคนอื่น กินกับข้าวที่คนอื่นทำ พี่คลื่นไส้อาเจียนทุกทีเลย” เธอค้อนเขา รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้พี่พริกของเธอ สตรอว์เบอร์รีเก่งเหลือเกินนะนิตยาจัดการทำกับข้าวให้สามี จริง ๆ ครอบครัวของเธออนุญาตให้มาดูแลพฤทธิ์ แต่ไม่ให้ค้างคืน เธอก็อยากดูแลเขาเหมือนกัน ไม่ได้เห็นหน้าหลายวัน อย่าว่าแต่เขาเลยที่คิดถึงเธอ จนต้องไปปีนระเบียงบ้าน เธอก็คิดถึงเขาแทบขาดใจเหมือนกันคนรับประทานอาหารยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ในที่สุดก็ได้กินฝีมือของเมียรักเสียที แต่ไม่อยากให้เมียกลับ จะทำอย่างไรดีนะคิดสิคิด!ไอ้พริก มึงรีบคิดเดี๋ยวนี้!แล้วสมองก็สั่งการว่า…“โอ๊ย!”“พี่พริกเป็นอะไรคะ”“พี่ปวดท้องน่ะจ้ะ สงสัยโรคกระเพาะจะกำเริบ ตอนหนูนิตไม่อยู่ พี่กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่มีใครทำอาหารถูกใจเท่าเมียอีกแล้ว”อือ... โรคสตรอว์เบอร์รีของเจ้านายกำเริบ สุทธิศักดิ์เกาหัวไปมา ความรักทำให้คนเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ เขามาคอยยืนรอเรียกรับใช้อยู่ ได้ยินเข้าก็แทบมอบรางวัลตุ๊กตาทองฝังเพชรให้
“ไอ้ศักดิ์”“ครับคุณพริก”“ไปบอกเมียฉันว่า ฉันเจ็บหนัก อยากเห็นหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย”“ครับคุณพริก”สุทธิศักดิ์กะพริบตาปริบ ๆแหม... อยากเห็นหน้าเมียเป็นครั้งสุดท้าย!!!“จะไปเยี่ยมนายพริกก็ไปเถอะ” เลอยศพูดเสียงขรึมแอบซ่อนยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเย็น สาวใช้มีท่าทีพิรุธ กำอะไรสักอย่างแน่น พอเขาถามก็พยายามจะบ่ายเบี่ยง แต่สุดท้ายก็ต้องเอาจดหมายของอีตาลูกเขยที่ทนคิดถึงเมียไม่ไหวให้เขาอ่าน เขาอ่านแล้วคิดแผนการนี้ขึ้นมา บอกให้สาวใช้คนดังกล่าวไปบอกไอ้ศักดิ์ว่าจดหมายนั้นเอาไปให้ถึงมือนิตยาเรียบร้อยแล้ว มันจะได้ตายใจ มาเจอลูกปืนตอนตีสอง แล้วก็มาจริง ๆเขาก็แค่บอกให้นุชาออดอ้อนพี่สาวพาไปนอนด้วย นิตยาก็ยอมไปนอนห้องน้องเสร็จโจร!!!“ค่ะคุณพ่อ” เพราะนึกเป็นห่วงเขาอยู่เหมือนกัน ถึงไม่ยอมใจอ่อนก็ใช่อยากจะให้เขาเป็นอะไรเธอเดินทางไปเยี่ยมพฤทธิ์ที่โรงพยาบาล พอเห็นว่าเธอมาเขาก็ร้องโอดโอย รำพึงรำพันว่าหลายวันมานี้กินไม่ได้นอนไม่หลับสุทธิศักดิ์มองเจ้านายตาปริบ ๆ เจ้านายของเขาเล่นใหญ่ ใจอ้อนเมียจริง ๆ เลย“โอ๊ย! หนูนิตจ๋า พี่เจ็บปวดไปหมดทั้งตัวเลย มดคันไฟกัดจนบวมไปหมดแล้ว ตอนหนูนิต
“คุณนิตเป็นลูกสาวคุณเลอยศนะครับ คุณเลอยศยิงปืนแม่นใคร ๆ ก็รู้กิตติศัพท์ ตอนนั้นคุณพริกเข้าทางคุณย่ารุ้ง คุณเลอยศเลยไม่อยากยุ่ง แต่ตอนนี้ลูกเสือหนีกลับถ้ำไปแล้วนะครับ”“นายว่าเมียฉันเป็นลูกเสือเหรอ เป็นนางกวางน้อยต่างหากล่ะ”“ครับ”“พ่อกับผัวแกว่าเมียฉันจะเห็นว่าใครสำคัญกว่ากันวะไอ้ศักดิ์”“ก็ต้องพะ... ผัวสิครับคุณพริก” พวกอารมณ์แปรปรวนเมียทิ้งเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะสุทธิศักดิ์มองตาปริบ ๆ ถ้าตอบว่าพ่อสำคัญกว่าโดนจระเข้ฟาดหางแน่ ๆ แต่ถ้าบอกว่าผัวสำคัญกว่าเจ้านายจะได้อารมณ์ดีขึ้น แต่เขาคิดว่าคนที่สำคัญในเวลานี้เป็นคุณย่ารุ้งลดาเสียมากกว่า เพราะสิทธิ์ขาดเบ็ดเสร็จอยู่กับท่าน“พูดจาดี เดี๋ยวขึ้นเงินเดือนให้”“คุณพริกจะไปตอนไหนครับ”“สักตีสองรับรองว่านอนหลับหมดบ้าน”“ครับคุณพริก”สุทธิศักดิ์มองเจ้านายตาปริบ ๆ เจ้านายอาจจะทำสำเร็จก็เป็นได้“นายไปเตรียมตัวแล้วกัน นอนให้อิ่มก่อน อย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุกด้วยนะ”ตีสองของคืนนั้น...สุทธิศักดิ์มองตัวเองและเจ้านายหนุ่มแอบเข้ามาในบ้านของเลอยศ อย่างกับโจรห้าร้อยมาปล้นตอนเจ้าของบ้านกำลังหลับสบายเดี๋ยวนะ!เมื่อกี้เจ้านายบอกว่ามาแค่เห็นหน้







