Share

บทที่ 10

ยามเช้าตรู่... ของวันหยุดอันแสนสบาย ณ จวนไร้พ่าย

ทว่ายามนี้เจ้าของจวนกลับยืนหน้าบึ้งอยู่หน้าเรือนตนเอง ที่สำคัญ... รอบกายยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายความหงุดหงิด จนบ่าวไพร่ในเรือนต่างพากันหลีกหนีไม่กล้าสู้หน้า ใบหน้าคมสมชายที่แม้จะล่วงเลยมาจนถึงวัยใกล้หลักเลขสามแล้วแต่ยังคงดูดีจนน่าอิจฉา

ทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุดที่ไม่จำเป็นต้องเข้าเฝ้า ซึ่งปกติแล้วเจ้าตัวมักเรียกร้องขอมาโดยตลอด แต่ตอนนี้กลับไม่มีเค้าความยินดีให้เห็นสักนิด

เพราะเหตุใดน่ะหรือ

ก็เพราะว่าวันนี้ฮูหยินจ้าวผู้เป็นภรรยาจะพาบุตรสาวสุดรักสุดสวาทขาดใจของเขาเข้าวังไปเยี่ยมฮ่องเต้พี่ชายบุญธรรมของนางน่ะสิ

“ฮึ่ม! ทั้งๆ ที่เป็นวันหยุด ที่ข้าควรจะได้อยู่กับฮวาเอ๋อร์ของข้าแท้ๆ ทำไมต้องพาไปหาเจ้าฮ่องเต้บ้านั่นด้วย”

เสียงบ่นแฝงแววหงุดหงิดดังขึ้นเบาๆ ด้วยเขานั้นมิกล้าเอ่ยดังไป เพราะเกรงว่าหากยอดศรีภรรยาได้ยินขึ้นมา เขาอาจจะได้ลงไปนอนวัดความสกปรกของพื้นอีกเป็นแน่

จางฟงที่ยืนตรวจตราความเรียบร้อยของรถม้าหันกลับมาตอบผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงสุภาพ เมื่อเห็นอีกฝ่ายบ่นงึมงำคล้ายต้องการหาคำตอบ

“ก็เพราะว่า... ฮูหยินต้องการให้คุณหนูได้พบพระพักตร์ฮ่องเต้อย่างไรล่ะขอรับ เหตุใดนายท่านจึงไม่ดีใจเล่าขอรับ”

จ้าวหมิงหลงตาขวางใส่อีกฝ่าย จากนั้นจึงตอบด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “ก็แล้วทำไมข้าต้องดีใจด้วย”

“แหม นายท่านขอรับ ก็คุณหนูออกจะน่ารักเพียงนี้ หากฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็น พระองค์อาจจะถูกพระทัยในตัวคุณหนูก็เป็นได้ แล้วถ้าทรงถูกพระทัย พระองค์ย่อมมีพระเมตตา และเมื่อทรงเมตตา ก็อาจจะพระราชทานตำแหน่งพระคู่หมั้นขององค์ชายพระองค์ใดพระองค์หนึ่งให้ ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น เกิดองค์ชายที่หมั้นหมายกับคุณหนูภายหน้าได้เป็นรัชทายาท ตัวคุณหนูเองในอนาคตคงไม่พลาดตำแหน่งฮองเฮาเป็นแน่แท้”

กล่าวคำอธิบายจบ พ่อบ้านคนซื่อก็ยืนแหงนหน้าหลับตาพริ้ม นึกจินตนาการถึงภาพคุณหนูผู้น่ารักของตนอยู่ในชุดแดงประจำตำแหน่งแม่ของแผ่นดิน

“อา... ช่างเป็นบุญของข้าน้อย จางฟงผู้นี้เหลือเกิน ที่ได้เคยรับใช้ใต้ฝ่าพระบาทของฮองเฮาในอนาคต”

หมิงหลงฟังคำแล้วให้นึกยัวะยิ่งนัก

“หน็อย... ฮองเฮา ฮองเห่ามารดาเจ้าสิ ตราบใดที่ข้า จ้าวหมิงหลงผู้นี้ยังอยู่ จะฮองเฮาหรือฮูหยินใคร ข้าก็ไม่ให้เป็นทั้งนั้น!”

กล่าวจบแม่ทัพจ้าวก็ตวัดเท้ากระบวนท่าพยัคฆ์พิโรธใส่พ่อบ้านคนสนิทข้างกายที่ยืนฝันหวานด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มเป็นการระบายอารมณ์ทันที

พลั่ก!

จางฟงนั้นมีวรยุทธ์ไม่น้อย ทว่ายังด้อยกว่าผู้เป็นนายหลายส่วนมาก ยิ่งกำลังอยู่ในช่วงเพ้อฝันจึงไม่อาจป้องกันตัวเองได้ เมื่อต้องลงไปคลุกดินบนพื้น เขาจึงได้แต่นั่งงงสมองอื้ออย่างไม่ทราบสาเหตุ

“เกิดอะไรขึ้น”

หลังจากจ้าวหมิงหลงได้ระบายโทสะอารมณ์ก็ดีขึ้นมิใช่น้อย วงหน้าหล่อเหลาแต้มรอยยิ้หลายส่วน ก่อนจะยกมือกร้านตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ แล้วตอบ “ผึ้งน่ะ”

กล่าวจบร่างกำยำจึงเดินจากไปพร้อมกับเสียงผิวปากแบบคนอารมณ์ดี ทิ้งให้พ่อบ้านผู้แสนซื่อมองซ้ายมองขวาอย่างงุนงง ก่อนจางฟงจะยกมือจับใบหน้าตนเองแล้วสะดุ้งร้องซี๊ดด้วยความเจ็บปวด

‘ผึ้งอย่างนั้นหรือ สารเลวนัก! ข้าหรืออุตส่าห์ปล่อยยอมให้พวกเจ้าเข้ามาอยู่ทำรังกันตามสะดวก อีกทั้งยังคอยห้ามบ่าวไพร่คนอื่นมิให้ไปทำลายรังเหล่านั้น เจ้าสัตว์ร้ายกล้าแว้งกัดผู้มีพระคุณ เช่นนี้ก็อย่าได้อยู่ร่วมโลกกันเลย’

“เด็กๆ ใครว่างเอาไฟมาให้ข้าที!”

บ่าวผู้น้อยในจวนได้ยินเสียงตวาดต่างสะดุ้งเฮือก เนื่องด้วยปกติแล้วพ่อบ้านจางเป็นผู้ที่มีเมตตา แถมยังโอบอ้อมอารีกับทุกคน ไม่เคยเอ่ยวาจาดุด่าลูกน้องให้ได้ยินสักครั้งด้วยซ้ำไป แล้วเหตุใดยามนี้จึงมีน้ำเสียงเกรี้ยวกราดยิ่งนักเล่า หลายคนเร่งมือวิ่งเอาไม้จุดคบไฟมาให้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นทันที

พ่อบ้านจางฟงคนซื่อ เมื่อรับคบเพลิงจากมือบ่าวชายได้ ก็ก้าวเท้าถลาเหินกายด้วยวิชาตัวเบามุ่งหน้าไปยังสวนหลังจวนทันที บ่าวชายหญิงต่างมองตามร่างที่หายไปจากสายตาพวกตน ทุกคนหันมองหน้ากันแล้วส่ายหน้างุนงงด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะพากันแยกย้ายกลับไปทำงานของตนเองต่อ

ฮูหยินจ้าวในชุดสีม่วงอ่อนปักลายผีเสื้อหลากสีขับเน้นเรือนร่างระหงให้งดงามอ่อนช้อย ทว่าแฝงไปด้วยความสง่างาม นางเดินนำหน้าบุตรสาวมายังรถม้าของจวนอย่างเชื่องช้า

วันนี้จ้าวเหมยฮวาอยู่ในชุดกระโปรงสีฟ้าสดใส ปักลวดลายด้วยบุปผาสีชมพูแลดูเข้ากัน เส้นผมยาวดำขลับขมวดแบ่งสองข้างคล้ายซาลาเปา เปียเล็กๆ ปล่อยชายลงคลอเคลียกับผ้าผูกผมสีชมพูหวาน ส่งผลให้ใบหน้าจิ้มลิ้มนั่นดูน่ารักน่าชังยิ่งขึ้นไปอีก เด็กหญิงเดินจูงมือมากับมารดา ติดตามด้วยร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นบิดาที่ตอนนี้เริ่มมีใบหน้าบูดบึ้งอีกครั้ง จิ้งเหยียนก้าวเท้ามาหาคุณหนูตนพร้อมผ้าสีขาวในมือเพื่อนำมาผูกให้คุณหนูใช้ปิดบังใบหน้าน่ารัก เฟยเซียนมองหน้าบุตรสาวที่ตอนนี้ถูกปิดด้วยผ้าสีขาวจนมองเห็นเพียงดวงตาสีดำเป็นประกายสุกใส พลางเอ่ยถามอย่างห่วงใย

“อึดอัดไหมลูก ถ้าอึดอัดก็ไม่ต้องปิดดีกว่า”

นางเอ่ยถามบุตรี แม่ทัพที่เดินตามมาเงียบๆ รีบอ้าปากจะโวยวาย ทว่าเมื่อเห็นสายตาเขียวๆ ของผู้เป็นภรรยา เขาพลันหุบปากนิ่งเงียบทันที จ้าวเหมยฮวาแย้มยิ้มน้อยๆ ใต้ผ้าคลุมด้วยความขบขันบิดา ก่อนตอบมารดาน้ำเสียงสดใส

“ไม่เจ้าค่ะ ลูกไม่รู้สึกอึดอัดอันใด”

ฮูหยินจ้าวถอนใจพร้อมกับพยักหน้ารับ ต่างกับสามีที่ตอนนี้ดูจะหน้าบาน ด้วยดีใจที่บุตรสาวยังปฏิบัติตามคำสัญญาที่ให้กัน

“แล้วพ่อบ้านจางหายไปไหน” จ้าวเฟยเซียนเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นพ่อบ้านประจำจวนอยู่ในแถว

“เรียนฮูหยิน ท่านพ่อบ้านไปจัดการงานอยู่ในสวนหลังจวนขอรับ” บ่าวผู้หนึ่งตอบ

คิ้วใบหลิวของฮูหยินจ้าวขมวดคิ้วน้อยๆ เมื่อได้ยินคำตอบ

‘งานอะไรในสวน ถึงกับต้องให้จางฟงไปจัดการด้วยตัวเอง’

จ้าวเฟยเซียนนั้นไม่รู้แม้แต่น้อยว่ายามนี้พ่อบ้านของนางกำลังตีกับผึ้งอยู่ในสวนหลังจวน

“เอาละ ออกเดินทางกันเถอะ ประเดี๋ยวจะร้อนหากสายกว่านี้”

ว่าแล้วสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันก้าวขึ้นรถม้ามุ่งหน้าเข้าสู่วังหลวง

รถม้าพาทั้งสามคนมาถึงจุดหมายปลายทางตามเวลาที่คาดไว้ จ้าวเฟยเซียนเดินจูงมือบุตรีพาลัดเลาะผ่านเส้นทางอุทยานหลวงด้วยความชำนาญ

แหม... ตนเป็นถึงน้องสาวบุญธรรมของฮ่องเต้เชียวนะ สถานะก็องค์หญิงดีๆ นี่เอง วังหลวงนั้นคือบ้านเกิดของนาง จ้าวเหมยฮวาเดินตามมารดาไป สายตาก็จับจ้องสวนดอกไม้สีสดใสไป ก่อนจะบอกกับตนเองในใจ

‘อุทยานนี่สวยงามจริงๆ หากจางฟงได้มาเห็นคงต้องกลับไปปลูกเลียนแบบที่จวนเป็นแน่’

แม่ทัพไร้พ่ายก้าวตามหลังบุตรสาวและฮูหยินของตน พลางแยกเขี้ยวยิงฟันบนใบหน้าดำคล้ำอย่างคนไม่สบอารมณ์

‘ฮึ่ม! คอยดูนะ หากมีไอ้เด็กเดนตายคนไหนมันกล้าเข้ามายุ่มย่ามกับฮวาเอ๋อร์ของข้า สาบานได้เลยว่าข้าจะหักคอมันมาแกล้มสุรา’

ร่างสูงใหญ่คิดกับตัวเองไปตามทาง พร้อมกับปล่อยรังสีสังหารข่มขวัญผู้คนออกมารอบกาย ทำเอาเหล่านางกำนัลและขันทีทั้งหลายที่เดินผ่านมีอันต้องแข้งขาอ่อนไปตามๆ กัน

ภรรยาสาวหันกลับไปมอง ในใจนั้นรู้เท่าทันความคิดของสามีดี ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความอ่อนอกอ่อนใจเมื่อสายตาเห็นนางกำนัลที่เดินสวนกับพวกนางขาอ่อนทรุดลงกับพื้นเบื้องหน้า

“ถ้าท่านยังไม่ยอมเก็บปราณสังหาร ข้าจะไล่ให้ไปรอที่รถม้านะ” เสียงกระซิบต่ำดังเข้าหูเบาๆ มีผลให้อีกฝ่ายเลิกส่งลมปราณที่ปล่อยใส่คนรอบตัวทันที แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ค่อยอยากนักก็ตาม

สามคนพ่อแม่ลูกก้าวตามเส้นทางมาพักใหญ่ๆ ในที่สุดก็มองเห็นตำหนักที่ประทับของโอรสสวรรค์ ด้านหน้านั้นมีหลิวกงกงขันทีคนสนิทฮ่องเต้รีบร้อนเดินออกมาต้อนรับ เมื่อเห็นสายตามองเห็นร่างแม่ทัพกับฮูหยิน
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 337

    เฉินซานเจ้าพ่อวงการธุรกิจของจีนประสบอุบัติเหตุ ข่าวนี้ช็อกวงการเป็นอย่างมาก หลายคนหวังใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง บรรดานักข่าวต่างเกาะติดเหตุการณ์ทำข่าวอย่างใกล้ชิดแต่เจ้าพ่อก็คือเจ้าพ่อ ไม่กี่วันต่อมาเขาก็กลับมาปรากฏตัวหน้าสื่ออีกครั้ง ด้วยรูปลักษณ์องอาจดุดันเหมือนไม่ใช่คนที่เคยประสบอุบัติ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 336

    ดีใจงั้นหรือ เขาจะดีใจจริงๆ หรือเสียใจกันแน่แวบแรกนางก็คิดไม่ต่างกับหมอหลวง ทว่าพอคิดถึงท่าทางอึดอัดของอีกฝ่าย ความยินดีพลันจืดจางลง เหลือเพียงอาการเศร้าสร้อยหมอจางรู้ดีว่าคนท้องอารมณ์แปรปรวน เขาเห็นนางมีสีหน้าขรึมลงท่าทางเป็นกังวลจึงเอ่ยปลอบ“ฮูหยินไม่ต้องกังวล ท่านพักผ่อนก่อน เดี๋ยวข้าจะไปแจ้งสา

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 335

    สุดเขตแคว้นต้าเหลียวขึ้นมาทางเหนือเป็นพื้นที่ของความหนาวเย็น อากาศของที่นี่จะเย็นตลอดปี หิมะที่โปรยปรายวันแล้ววันเล่าทับถมกันจนเกิดทัศนียภาพอันงดงามเพราะเหตุการณ์เปลี่ยนรัชสมัยของต้าเหลียวในครั้งก่อน ทำให้ผู้คนเริ่มลืมตาอ้าปากได้ อีกทั้งฝนฟ้าที่ควรตกก็ตกต้องตามฤดูกาล ราษฎรจึงเชื่อว่าฮ่องเต้หลี่เฟิ่

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 334

    “โอ้โห ต้าสือ เจ้าไปเอาสินค้าดีๆ แบบนี้มาจากไหนกัน” ชายรูปร่างผอมสูงอีกคนร้องทักบุรุษนามต้าสือเพียงแสยะยิ้มตอบ “เอาละ เด็กน้อยเจ้าจงรอเงียบๆ ที่นี่เถอะ ประเดี๋ยวท่านอาจะพาเจ้าไปหาครอบครัวใหม่เอง”กล่าวคำยังไม่ทันจบ ร่างป้อมก็วิ่งเข้าไปใกล้ตะเกียงไฟ ยื่นบางสิ่งในมือไปจ่อเปลวไฟ ก่อนร่างป้อมจะโยนมันออ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 333

    อวี้เหลียนมีสีหน้าบอกไม่ถูก เขาพลันนึกถึงเหตุการณ์ตอนเช้าขึ้นมา“นะเจ้าคะท่านพ่อ ช่วยขอร้องท่านแม่ให้โยวโยวกับหยาหยาหน่อยนะเจ้าคะ”ซาลาเปาน้อยหน้ากลมตัวป้อมของอวี้เหลียนกำลังยึดแขนเขาคนละข้าง มือก็เขย่าแขนผู้เป็นพ่อไม่หยุด ปากก็เอ่ยขอด้วยถ้อยคำออดอ้อน ดวงตาสุกสกาวมองพุ่งมาที่บิดาอย่างมีความหวังเห็น

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 332

    “เจ้ายังกล้าเอ่ยอีกหรือ...” อวี้เหลียนเหล่มอง “รีบร้อนมาเพราะคิดถึงข้ากับแม่เจ้า หรือว่าก่อเรื่องไว้เลยรีบหลบมา”สิ้นคำพูดรู้เท่าทัน เด็กชายร่างป้อมผู้ติดตามมาพลันสะดุ้งเฮือก จิ้งอ๋องตรงหน้าเขาเฉียบแหลมดั่งที่บิดาเคยบอกไว้จริงด้วย บิดาเคยย้ำนักย้ำหนาว่าเป็นศัตรูกับใครก็ได้ แต่อย่าคิดเป็นศัตรูกับจิ้ง

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 103

    ออกนอกจวนครั้งนี้จ้าวเหมยฮวาไม่ได้ให้สาวใช้ติดตามมา เพราะไม่ต้องการให้คนเยอะมากความ อวี้เจี้ยนเองก็เข้าใจความคิดอีกฝ่ายดี เมื่อมาถึงย่านเขตตลาดจึงโบกมือสั่งให้เหล่าองครักษ์แยกย้ายกันไปคุ้มกันอย่างลับๆ แทนถนนในตลาดของเมืองหลวงเต็มไปด้วยฝูงชนที่เดินขวักไขว่ ผู้คนต่างเดินสวนกันไปมาแน่นขนัด เหล่าบรรดาร

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 102

    ตำหนักไทเฮาที่เคยเงียบเหงายามนี้เริ่มปรากฏเสียงสดใสของนางกำนัลในตำหนักลอยมาเป็นระยะ เฉกเดียวกับเจ้าของตำหนักที่ทรงอาภรณ์สง่ากว่าทุกวันในรอบหลายปีสาเหตุเพราะวันนี้ตำหนักฉือหนิงของไทเฮาเปิดประตูแล้ว นับเป็นเวลาแปดปีที่เนิ่นนานยิ่งนัก หลังจากที่ประกาศเก็บตนไม่ออกนอกตำหนักจนกว่าคุณหนูจ้าวจะกลับมา เมื่อ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 96

    วาจาอันน่ากระอั่กกระอ่วนของสตรีผู้มาใหม่ ดังเพียงพอให้เหล่าคนในที่นั้นได้ฟังโดยทั่ว ทว่ากลับมิมีผู้ใดกล่าวแย้งแม้เพียงครึ่งคำ พวกเขาล้วนแต่ฟังแล้วปล่อยผ่านหู คล้ายว่าคำของนางเป็นคำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าภายในใจบ่าวไพร่ตลอดจนผู้คุ้มกัน ล้วนเห็นด้วยกับผู้เป็นนายทั้งสิ้น สิ่งใดที่อยู่ใน

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 95

    “พี่สาม ข้าว่านะ หากท่านยังจ้องพี่ห้าเช่นนี้ อีกเดี๋ยวคงมีคนเข้าใจผิดๆ เอาไปลือว่าท่านเป็นพวกนิยมตัดแขนเสื้อเป็นแน่”บุรุษหนุ่มอ่อนวัยอีกหนึ่งที่ยืนอยู่ด้วยกันส่งเสียงเตือน ใบหน้าที่มีเค้าลางคล้ายกันนั้นมีรอยยิ้มเย้ายวน ดวงตาหงส์งามดุจสตรี ปากรูปกระจับอวบอิ่ม บวกกับกิริยาชมดชม้อย แม้ท่าทางเปี่ยมเสน่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status