Masukเฉินซานเจ้าพ่อวงการธุรกิจของจีนประสบอุบัติเหตุ ข่าวนี้ช็อกวงการเป็นอย่างมาก หลายคนหวังใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง บรรดานักข่าวต่างเกาะติดเหตุการณ์ทำข่าวอย่างใกล้ชิดแต่เจ้าพ่อก็คือเจ้าพ่อ ไม่กี่วันต่อมาเขาก็กลับมาปรากฏตัวหน้าสื่ออีกครั้ง ด้วยรูปลักษณ์องอาจดุดันเหมือนไม่ใช่คนที่เคยประสบอุบัติ
ดีใจงั้นหรือ เขาจะดีใจจริงๆ หรือเสียใจกันแน่แวบแรกนางก็คิดไม่ต่างกับหมอหลวง ทว่าพอคิดถึงท่าทางอึดอัดของอีกฝ่าย ความยินดีพลันจืดจางลง เหลือเพียงอาการเศร้าสร้อยหมอจางรู้ดีว่าคนท้องอารมณ์แปรปรวน เขาเห็นนางมีสีหน้าขรึมลงท่าทางเป็นกังวลจึงเอ่ยปลอบ“ฮูหยินไม่ต้องกังวล ท่านพักผ่อนก่อน เดี๋ยวข้าจะไปแจ้งสา
สุดเขตแคว้นต้าเหลียวขึ้นมาทางเหนือเป็นพื้นที่ของความหนาวเย็น อากาศของที่นี่จะเย็นตลอดปี หิมะที่โปรยปรายวันแล้ววันเล่าทับถมกันจนเกิดทัศนียภาพอันงดงามเพราะเหตุการณ์เปลี่ยนรัชสมัยของต้าเหลียวในครั้งก่อน ทำให้ผู้คนเริ่มลืมตาอ้าปากได้ อีกทั้งฝนฟ้าที่ควรตกก็ตกต้องตามฤดูกาล ราษฎรจึงเชื่อว่าฮ่องเต้หลี่เฟิ่
“โอ้โห ต้าสือ เจ้าไปเอาสินค้าดีๆ แบบนี้มาจากไหนกัน” ชายรูปร่างผอมสูงอีกคนร้องทักบุรุษนามต้าสือเพียงแสยะยิ้มตอบ “เอาละ เด็กน้อยเจ้าจงรอเงียบๆ ที่นี่เถอะ ประเดี๋ยวท่านอาจะพาเจ้าไปหาครอบครัวใหม่เอง”กล่าวคำยังไม่ทันจบ ร่างป้อมก็วิ่งเข้าไปใกล้ตะเกียงไฟ ยื่นบางสิ่งในมือไปจ่อเปลวไฟ ก่อนร่างป้อมจะโยนมันออ
อวี้เหลียนมีสีหน้าบอกไม่ถูก เขาพลันนึกถึงเหตุการณ์ตอนเช้าขึ้นมา“นะเจ้าคะท่านพ่อ ช่วยขอร้องท่านแม่ให้โยวโยวกับหยาหยาหน่อยนะเจ้าคะ”ซาลาเปาน้อยหน้ากลมตัวป้อมของอวี้เหลียนกำลังยึดแขนเขาคนละข้าง มือก็เขย่าแขนผู้เป็นพ่อไม่หยุด ปากก็เอ่ยขอด้วยถ้อยคำออดอ้อน ดวงตาสุกสกาวมองพุ่งมาที่บิดาอย่างมีความหวังเห็น
“เจ้ายังกล้าเอ่ยอีกหรือ...” อวี้เหลียนเหล่มอง “รีบร้อนมาเพราะคิดถึงข้ากับแม่เจ้า หรือว่าก่อเรื่องไว้เลยรีบหลบมา”สิ้นคำพูดรู้เท่าทัน เด็กชายร่างป้อมผู้ติดตามมาพลันสะดุ้งเฮือก จิ้งอ๋องตรงหน้าเขาเฉียบแหลมดั่งที่บิดาเคยบอกไว้จริงด้วย บิดาเคยย้ำนักย้ำหนาว่าเป็นศัตรูกับใครก็ได้ แต่อย่าคิดเป็นศัตรูกับจิ้ง
ณ ชายแดนต้าเหลียว หนึ่งวันก่อนหน้านี้ร่างสันทัดของบุรุษผู้หนึ่งห้อยโหนอยู่ริมหน้าผาอย่างน่าหวาดเสียวด้วยมือเพียงข้างเดียว ว่วนมืออีกหนึ่งข้างนั้นขยุ้มห่อผ้าสีสดไว้แน่น ขณะที่เขากำลังใช้ความคิดว่าจะปีนกลับขึ้นไปอย่างไรดี อะไรบางอย่างในห่อผ้าที่ถืออยู่ก็เริ่มขยับดุ๊กดิ๊ก“แอ๊...” เสียงเล็กๆ หวีดร้องข
“คุณหนู เราจะทำอย่างไรกันดีขอรับ”จางฟงหันมาถามผู้เป็นนาย พ่อบ้านจวนผู้มีรอยยิ้มอารมณ์ดีเสมอมา ยามนี้แทบอยากจะแล่นไปจับคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาหักกระดูกถามทีละคนยิ่งนัก“รอ นางต้องการอะไรจากข้า พรุ่งนี้ก็คงได้รู้กัน”จ้าวเหมยฮวาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าในใจครุ่นคิดไม่หยุดหย่อน หากไม่เพราะยังไม่รู้ร
หมอหนุ่มเล่าจบก็มองสบตากับอีกฝ่าย เหยียนเฟิ่งขบริมฝีปากแน่น เสียงที่ถูกเค้นออกมาเบาหวิวเสียจนแทบฟังไม่ออก“หมอเจียง ท่านเป็นใครกันแน่”เจียงเหิงแย้มริมพลางเอ่ยวาจานุ่มนวล “ข้าเป็นเพียงคนที่มายื่นข้อเสนอแทนใครบางคน ท่านสนใจจะทำข้อตกลงกับข้าหรือไม่ล่ะ”มือหนายื่นส่งกระดาษจดปึกหนึ่งให้อีกฝ่ายรับไปอ่าน
ผู้ลงมือต้องการใช้ประโยชน์จากชวี่เอ๋อร์ ย่อมต้องไม่ลงมือทำอะไรนาง สิ่งที่ควรทำในยามนี้คงจะเป็นการรอคอย ไม่ช้าก็เร็วทางนั้นต้องเป็นฝ่ายติดต่อมาก่อนเป็นแน่“เจ้ากลับไปบอกท่านแม่ ทางนี้ข้าจะสืบเรื่องของชวี่เอ๋อร์เอง ให้ท่านวางใจ”จ้าวเหมยฮวาสั่งคำพูดถึงมารดาน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในใจนั้นกังวลยิ่งกว่าสีห







