ANMELDENปอยแค่นยิ้มส่งให้โจ๊ก แล้วถือชามข้าวต้มออกไปด้านนอก โจ๊กได้แต่มองตามหลังรุ่นน้อง ไม่รู้จะบอกเธออย่างไรดีว่า ไม่ใช่เธอไม่สวยหรือขี้เหร่กว่านงนุชภรรยาของเฮียชน แต่เฮียชนไม่ได้มีสเปกในรูปแบบนี้เลยต่างหาก แต่เรื่องราวระหว่างเขาและภรรยานั้นไม่มีใครรู้แน่ชัด เพราะเจ้าตัวเองก็ไม่เคยปริปากเอ่ยให้ใครได้รู้
“ข้าวต้มค่ะเฮีย”
“ขอบใจนะ” เฮียชนเอ่ยขอบคุณหญิงสาว แล้วหันไปพูดคุยกับคนอื่น ๆ ต่อ
“อร่อยไหมเฮีย”
“อร่อยดี วันหลังต้มแจกทำโรงทานไปเลย ของดีต้องแบ่งปัน”
ตื๊ดดดดดดดดดดด เสียงเรียกเข้าขัดจังหวะการพูดคุย ไม่ใช่การแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายของประชาชนแต่อย่างใด แต่มันคือสายของหมีที่โทรเข้าโทรศัพท์มือถือของเฮียชน
“เออ”
//เฮีย แย่แล้ว...รถขนสินค้าของเราถูกตำรวจจับระหว่างทาง//
“เออ จะไปเดี๋ยวนี้”
ขนมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันรอบไม่เคยมีปัญหา เปลี่ยนเส้นทางหน่อยเดียวดันมาโดนซะได้ ก็ใครใช้ให้เส้นทางปกติมันซ่อมแซมเป็นระยะทางหลายสิบกิโล ทำให้ต้องเลี่ยงมาใช้เส้นทางนี้แทน เฮียชนขับมาจนถึงด่านตรวจ ไฟไซเรนสีแดงหมุนไปมาชวนให้นึกถึงไส้กระสือยายสายในละครที่เฮียชนชอบดูตอนเด็ก ตำรวจหลายนายเดินวนรอบรถบรรทุกคันเป้าหมาย บางคนหันมองเอกสารในมือ บางคนก็หันไปพูดคุยปรึกษากันด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง
“เฮียถูกจับแล้วครับ” ตรัยคุณที่มาถึงพร้อมกับหมีและยักษ์ยกยิ้มอย่างพอใจ ในที่สุดเฮียชนก็พลาดท่าจนได้
“เอกสารล่ะ” เฮียชนหันไปถามลูกน้องสองคนที่หอบเอกสารปึ๊งใหญ่มาด้วย
“สวัสดีครับ ทางตำรวจได้รับรายงานมาว่าจะมีการลักลอบกระทำผิดโดยการขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย ขอความร่วมมือด้วยครับ”
“อะไรที่ว่าผิดกฎหมาย...ความหล่อผมไม่น่าผิดนะผู้กอง” เฮียชนยังคงยิ้มได้อย่างมั่นใจ ไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิด
“ทางเราได้รับรายงานมาว่ามีการขนแรงงานลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายผ่านเส้นทางนี้...แต่ว่า”
ผู้กองหันมองรถบรรทุกที่อัดแน่นไปด้วยประชากรหมูที่ส่งเสียงอู๊ดอี๊ดแล้วต้องหน้าถอดสี มันไม่ใช่การขนส่งแรงงานแต่เป็นขบวนการขนหมูต่างหาก ทั้งเอกสารแสดงต่าง ๆ ตลอดจนการตรวจโรคและการรับรองจากปศุสัตว์ก็ยังถูกต้องชัดเจน ไม่มีช่องว่างใดให้เอาผิดได้เลยสักนิด
“ทางเราต้องขอโทษด้วยครับที่ทำให้เสียเวลา”
“ไม่เป็นไร ผมเป็นพลเมืองดีเกรดเอ ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เสมอ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ แหมะ! ตกใจครับ หอบเอกสารมาหมดเลย”
เฮียชนเดินกลับมาที่รถก่อนจะยกมือขึ้นโบกลาตำรวจที่ด่านด้วยรอยยิ้ม
“ตรัยขับรถให้ฉัน ให้สองคนนั้นขับอีกคันกลับ”
“ครับ” ตรัยคุณรู้สึกตัวชา นี่เขาไหวตัวทันได้อย่างไร ทั้งยังสับขาหลอกเจ้าหน้าที่ได้อย่างแนบเนียน ไม่เป็นไรยังมีโอกาสต่อไป ตรัยคุณจะไม่ยอมแพ้
“ทำหน้าเครียดทำไม เป็นห่วงฉันเหรอ”
“เอ่อ...ครับ ครับ” ตรัยคุณตอบอย่างเสียไม่ได้
“คงไม่หรอกมั้งครับ วันนี้เฮียไม่ได้มาเอง เพราะว่าไปวัด”“อ้อ จริงด้วย...วันครบรอบวันตายเจ๊นุช ถ้าอย่างนั้นตรัยเอานี่ไป ใช้เสร็จแล้วก็เอาไว้ด้านหน้าตลาดนั่นแหละเดี๋ยวฉันไปเอากลับมาเอง”ตรัยคุณมองรถเข็นที่มีเข่งใบใหญ่วางไว้ เธอบอกว่าให้เขาเข็นมันไปด้วยในตอนที่เดินเก็บค่าเช่าแผง สิ่งที่ตรัยคุณไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ทุกคนในตลาดล้วนจดจำได้ว่าวันนี้คือวันครบรอบการตายของนงนุช ต่างต้องการปลอบใจเฮียชนด้วยสิ่งที่ตัวเองพอจะมีและหาได้“ก็ว่าสิตอนออกมาไอ้พี่หมีมันบอกให้ขับกระบะมา”ตรัยคุณมองข้าวของมากมายในเข่ง ทั้งของสดของสุก ของคาวหวานมากมาย มีทั้งของที่ทำขึ้นมาเพื่อการนี้และของที่มีอยู่ในร้านของตัวเอง มูลค่าของมันไม่อาจทราบ แต่สิ่งที่ตรัยคุณรับรู้ได้ชัดเจนคือน้ำจิตน้ำใจที่พ่อค้าแม่ค้ามีต่อเจ้าของตลาด มันมากล้นจนเห็นได้ด้วยตาโดยไม่ต้องพูดอะไร“ทำไมมันสวนทางกับข้อร้องเรียน และข้อมูลที่จ่าบ๊วยส่งมาจากเบื้องบนวะ”นานวันเข้ายิ่งเห็นความผิดปกติ พิสุทธิ์ชนรู้ตัวตนของเขาจึงจัดฉากเรื่องเหล่านี้ขึ้นอย่างนั้นเหรอ แต่เขาจะทำไปเพื่ออะไร หากเป็นไปตามข้อมูลที่ได้มา หากเ
หลายเดือนที่ตรัยคุณแฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มธุรกิจของเฮียชน ความใกล้ชิดของตรัยคุณกับทุกคนเรียกได้ว่าสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของรายได้ของเฮียชนอย่างแน่ชัด ข้อมูลที่ตรัยคุณมีล้วนเป็นข้อมูลผิวเผิน บ่อยครั้งที่พยายามเข้าใกล้คนสนิททั้งสองของพิสุทธิ์ชน ทั้งคู่ก็มักจะตีลังกาลอดรั้วหาช่องหลบเลี่ยงได้ทุกครั้งไป“พี่ตรัย วันนี้มาแทนเฮียชนเหรอ”“เออ”“นี่ค่าเช่าวิน ที่เหลือของไอ้โอม แม่มันป่วยหาไม่ทัน ฝากบอกเฮียด้วยอาจจะช้าหน่อย” ตั้มส่งถุงที่บรรจุเงินเอาไว้ให้ตรัยคุณ เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ ทุกคนก็เตรียมเงินเอาไว้ให้อย่างเรียบร้อย“แม่มันเป็นไรวะ”“เห็นว่าเป็นเนื้องอกต้องผ่าตัด บอกเฮียให้ด้วยนะพี่”“เออ”จากธุรกิจคมนาคมขนส่งสู่แหล่งการค้าชุมชนที่เรียกว่าตลาด ตรัยคุณนึกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เฮียชนผู้มักจะฟังไลฟ์โค้ช พยายามยกมาตรฐานลูกน้องให้เท่าทันอารยชนด้วยการพูดเพราะใส่สูท แรก ๆ ตรัยคุณก็ไม่ค่อยจะชิน แต่ต่อต้า
“หรือกูโดนหลอกวะ แล้วใครกันแน่ที่หลอกกู...แต่อยู่นี่ก็ไม่เคยเห็นใครจะพกปืนสักคน เห็นพกแต่มาม่ากับแหนมมาแกล้มเหล้า...พวกมันคงไม่ล้ำถึงขั้นดัดแปลงแหนมเป็นอาวุธ มาม่าเป็นระเบิดหรอกมั้ง”ตรัยคุณเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ ดึงตัวเองออกมาจากความกังวลและข้อสงสัยทั้งหมดในตอนนี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเป็นไอ้ตรัย อดีตจิ๊กโก๋ส่งยาที่เข้ามาทำงานกับเฮียชน และตอนนี้ก็เป็นไอ้ตรัยคนขับรถไม่ใช่ร้อยตำรวจตรี ตรัยคุณตรัยคุณมาตามเวลานัดหมาย แต่ด้วยเวลานัดของตัวเองที่ต่างไปจากคนอื่น ทำให้ผู้หมวดสายลับก็ไม่ลืมที่จะระวังตัวเอง ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ก็พบได้ถึงความผิดปกติ บ้านที่เคยสว่างไสว ราวกับว่าถือหุ้น กฟผ. อยู่ 99% วันนี้กลับมืดสนิท ทั้งบ้านเงียบสนิทราวกับไร้ผู้คนอาศัย วันนี้ปืนพกคู่กายก็ไม่นำติดตัวมาด้วย เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครพกอาวุธเลยสักคน หากเขาลุกมาเหน็บปืนก็คงกลายเป็นที่สงสัยตรัยคุณหยิบเอามีดพกที่ซ่อนไว้ในรองเท้าขึ้นมา ค่อย ๆ ย่างก้าวอย่างระมัดระวัง ทุกฝีก้าวในตอนนี้เต็มไปด้วยอันตราย ตรัยคุณเดินสำรวจไปโดยรอบนอกจากความมืดก็มีเพียงความเงียบ ในใจเริ่มเป็นกังวลนึกห่วงสอ
“เฮียนี่ร้ายมากนะครับ”“ฉันบอกแล้วไง เจ้ามือจะไม่จ่ายบิลไหนก็ได้แต่บิลนี้มันต้องจ่าย”“ยินดีด้วยครับ” นอกจากเรื่องเงินนี้สิ่งที่ตรัยคุณสังเกตได้คือความบาดหมางระหว่างสองคน อะไรกันคือต้นเหตุที่ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นศัตรูกัน และสิ่งที่เฮียชนบอกว่าฝากไว้หลายอย่างมันคืออะไร จะเป็นของผิดกฎหมายหรือไม่“4 ล้าน”“อะไรครับ”“ฉันให้นาย 4 ล้าน ชอบ 4 นี่ งั้นเอาไป 4,444,444 บาท พรุ่งนี้โอนให้”โอ้โห...มิน่าล่ะใคร ๆ ถึงชอบเป็นโจร เป็นตำรวจมาหลายปีเงินเก็บไม่มีแถมเป็นหนี้สหกรณ์ เปลี่ยนวิถีมาเป็นโจรแค่ครึ่งปีมีเงินสี่ล้านในบัญชี หรือว่านี่จะเป็นสวรรค์ลิขิตเฮ้ย...ไม่ใช่สิ!!!!ตรัยคุณสะบัดหัวเบา ๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่มีให้ออกไป แต่อยู่ ๆ มีเงินหลักล้านในชั่วพริบตามันก็น่าตกใจไม่ใช่น้อย หากเป็นใครก็ต้องตกใจไม่ใช่แค่เขาหรอก ตรัยคุณคิดเช่นนั้น“ไม่เป็นไรครับ เฮียเป็นคนซื้อ ผมไม่ได้ลงทุนอะไร”“แต่นายเป็นคนบอกตัวเลข ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับมาดินเนอร์กับฉัน ฉลองให้กับทรัพย์สินที่เราสองคนหามาร่วมกัน”“ผมฟังแล้วรู้สึกทะแม่ง ๆ นะครับ
“หึ ๆ” เสียงหัวเราะในลำคอทำให้ตรัยคุณต้องหันไปมองเฮียชนที่นั่งอยู่ ทำให้ได้เห็นแววตาและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายของเขาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาและรอยยิ้มแบบนี้ต่างไปจากเฮียชนที่เขาเคยเห็นโดยสิ้นเชิง แต่เพียงแค่ชั่วพริบตา ช่วงเวลาอันแสนสั้นจนตรัยคุณคิดว่าตัวเองนั้นตาฝาด รอยยิ้มนั้นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างพร้อมใบหน้าบานเป็นกระด้งอย่างที่เคยเป็น“ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ”“อารมณ์ดีอะไรขนาดนั้นครับ”เฮียชนลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาหาตรัยคุณ เข้าหมุนฟูลเทิร์นรอบตัวเองไปหนึ่งรอบ จากนั้นก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ปรากฏดอกกุหลาบขึ้นมาตรงหน้าของตรัยคุณ“อะไรครับ”“ดอกไม้ไง ให้นาย”“ให้ทำไมครับ”“นายรู้ไหม นายคือตัวเงินตัวทองของฉันจริง ๆ ฉันคิดไม่ผิดเลยที่เอานายมาไว้ใกล้ตัว”ตรัยคุณกำหมัดแน่น นี่เฮียชนกำลังหลอกด่าเขาอยู่แน่ ๆ
“ก็หลายปีแล้วพี่ เมื่อก่อนผมน่ะเดินสาย”ตั้มหัวเราะแล้วพูดต่อ“ไม่ได้ทัวร์คอนเสิร์ตหรอกนะ เดินสายส่งยา”“อ้อ” ตรัยคุณพยักหน้า เพราะข้อมูลนี้เขาเองก็รู้อยู่ก่อนแล้ว“เคยเป็นกระทั่งสายตำรวจ เสี่ยงตายส่งข่าว จนเขาให้มาสืบเรื่องเฮียชน โดนแกจับได้ ถ้าเป็นคนอื่นผมคงถูกยิงทิ้งไปแล้ว แต่เฮียแกดันจัดการเรื่องอื่นให้ ให้ผมไปขับวิน จะได้เลิกทำแบบนั้น รถที่ผมใช้วิ่งทุกวันนี้ ค่าเสื้อค่าหมวกแกก็ออกให้หมด ไม่เอาคืนสักบาทให้จ่ายแค่ค่าเช่าวิน แรก ๆ ก็ลำบากเพราะสิ่งที่เคยทำไว้ ตอนนี้อยู่ตัวแล้ว...ไปนะพี่ วันหลังจะเอากับข้าวมาฝากอีก”“เออ ๆ”เรื่องเป็นแบบนี้นี่เอง แววตาที่ตั้มพูดถึงเฮียชนเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีและศรัทธา ไม่ได้แฝงด้วยความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรัยคุณหันมองไปรอบ ๆ คนก็อยู่กันครบ แต่ทำไมถึงปล่อยให้ตั้มเข้าออกตามสบาย ลูกน้องแต่ละคนเที่ยงปุ๊บพักปั๊บ ตรัยคุณเดินกลับเข้ามาด้านใน เฮียชนกวักมือเรียกให้เข้าไปร่วมโต๊ะในมื้อกลางวัน อยากปฏิเสธแต่พยาธิในท้องมันก็ต่อต้านรุนแรงซะเหลือเกิน“ขอบคุณครับ”“เกรงใจทำไม เราสนิทกันไม่ใช่เหรอ”สา







