เข้าสู่ระบบ“หลบไปสิ ก็มึงบอกให้กูขับ มานี่...กูขับเอง มึงรอดูได้เลย ไอ้เวรนั่นต้องเจอกู”
ได้ยินดังนั้นยักษ์ก็รับล้วงเอาสร้อยพระที่คอออกมา สองมือพนมไว้ที่กลางอก อยากจะด่าตรัยคุณในใจว่าทุกวันนี้ที่ต้องจ้างคนขับรถก็เพราะไม่อยากให้เฮียชนตีนผีนั้นคืนชีพ แต่ไอ้หน้าอ่อนนี่ดันมาปลุกผีให้ฟื้นซะอย่างนั้น
“ยักษ์”
“กุสะลา ธัมมา ขอเทพเทวดา ดาวลูกไก่ ดาวเสาร์ พระจันทร์ ดาวอังคาร ช่วยลูกด้วย”
“ไอ้ยักษ์ มึงไปนั่งข้างหลัง ให้ตรัยนั่งข้างกู”
ยักษ์รีบทำตามในทันที ส่วนตรัยที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ทำตามโดยง่ายเช่นกัน อะไรก็ได้อย่าเพิ่งถูกไล่ออกในตอนนี้ ตรัยคุณเปลี่ยนมานั่งที่เบาะข้างคนขับ รัดเข็มขัดเรียบร้อย ทว่าไม่ทันได้ตั้งตัวรถคันหรูก็พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็ว
“เฮีย!!!!!!!!”
เฮียชนตีนผีคืนชีพ ก่อนพี่จะหยุดก็สุดมาก่อน ตำรวจทางหลวงยังตามพี่สมัยหนุ่ม ๆ ไม่ทัน รถคันหรูเร่งเครื่องเต็มสมรรถนะแห่งยานยนต์ตันเป็นล้าน ปาดซ้ายแซงขวาน่าหวาดเสียว เป็นตำรวจมาก็หลายปี เรื่องหวาดเสียวเสี่ยงตายก็ผ่านมาไม่น้อย แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ตรัยคุณรู้สึกได้ว่าอเวจีอิสคอลลิ่งมีเท่าครั้งนี้
“เฮียชนนนนนนนนน” โครมมมมมม!!!
“เฮียชน ชนจริง ๆ ชนท้ายชาวบ้าน” ตรัยคุณผ่อนลมหายใจออก ในที่สุดสายเรียกเข้าจากนรกก็สิ้นสุดลง ทว่าความคิดถึงจากความวินาศกำลังอยู่เบื้องหน้า เมื่อเจ้านายลงจากรถไปและกำลังตั้งท่าจะวางมวยกับคู่กรณี
“พี่ยักษ์ เจ้านายพี่สมองขาดวิตามินบีรึไงเนี่ย” ตรัยคุณหันมาคุยกับยักษ์ที่ตอนนี้กำลังสวดมนต์ผิด ๆ ถูก ๆ ชนิดที่หนังสือสวดมนต์ต้องคุยกับตัวเองว่ากูมีบทนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
“พระท่านไม่ช่วยแล้วพี่ ท่านงง...ไอ้ที่สวดนั่นเขาเอาไว้สวดบังสุกุลคนตาย”
“อ้าว กูสวดผิดเหรอ เฮีย เฮียชน”
“เออ เฮียชน ชนจริง ๆ ชนท้ายชาวบ้าน”
ตรัยคุณเข้ามาคว้าตัวพิสุทธิ์ชนได้ทันก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดเข้าที่หน้าคู่กรณี โชคดีหน่อยที่บริเวณนี้รถไม่สัญจรไปมามากนัก ไม่เช่นนั้นชาวบ้านชาวช่องคงต้องเดือดร้อนเพราะรถติดที่ยาวเหยียดเป็นแน่
“เฮียใจเย็นครับ”
“มันกวนตีน”
“เฮียครับ ใจเย็นก่อนครับ เราชนท้ายเขา เราผิดครับ เราต้องรับผิดชอบ”
พิสุทธิ์ชนสงบลงหันมองรถตัวเองที่แทบจะไม่เสียหายแต่รถคู่กรณีกลับมีสภาพยับเยิน ตรัยคุณยกมือขึ้นบีบขมับตัวเองเบา ๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมยักษ์ถึงต้องกุมพระทันทีที่เจ้านายจับพวงมาลัย ขับรถห่วยไม่พอยังหัวร้อนจะไปมีเรื่องกับเขาทั้งที่ตัวเองผิด
“ใช้สมองสวนทางกับจำนวนเงินในกระเป๋าจริง ๆ”
“เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ ฉันได้ยินไม่ถนัด” เฮียชนหันมาถามตรัยคุณ เพราะจังหวะที่ชายหนุ่มพูดเป็นช่วงเวลาที่มีรถวิ่งผ่านมาทำให้เขาได้ยินไม่ถนัด
“เปล่าครับ เฮียจะเรียกประกันหรือจะเอาไงครับ” ตรัยคุณเอ่ยถาม แม้จิตวิญญาณแห่งการเป็นตำรวจจะกะพริบไฟเตือนในใจ แต่การจ่ายแล้วจบในตอนนี้น่าจะเป็นทางที่ดีกว่า
“ก็เรียกมา” เฮียชนตอบสั้น ๆ
“แต่ถ้ารอประกัน เราจะไปรับน้องกุนเชียงไม่ทันนะครับ”
“ไม่ได้ ๆ ให้ลูกฉันรอไม่ได้ ไปถามมันว่าจะเอาเท่าไร” อะไรก็ได้ เสียเท่าไรก็ยอม แต่จะไม่มีทางให้ลูกรักต้องรอนาน ตรัยคุณเดินเข้าไปเจรจา แน่นอนว่าด้วยความหมั่นไส้เจ้านาย เมื่ออีกฝ่ายเรียกมาหนึ่งเขาจะเพิ่มเป็นสอง เรียกสามจะเพิ่มเป็นสี่ให้เอง
“เฮีย เขาขอสามหมื่น”
“หะ??...มันจะเอาเงินไปซ่อมจรวดตรวจนาซ่าเหรอ สภาพไม่น่าถึง”
“แต่เราจะไปรับน้องกุนเชียงไม่ทันนะครับ เด็ก ๆ ชอบหิวหลังเลิกเรียนด้วย รอประกัน รอตำรวจมาน้องกุนเชียงคงปวดท้อง กลายเป็นโรคกระเพาะพอดี”
“สองหมื่นเก้าบอกมัน เอาก็เอาไม่เอาก็ไม่ให้”
“สองหมื่นเก้า?”
“เออ ขอต่อลงพันนึง รู้สึกว่ามันถูกลงแล้วสบายใจ”
“ครับ...เอาที่มึง เอ้ย เฮียสบายใจเลยครับ” นี่กูจุ่มได้ตัวซีเคร็ตใช่ไหม!!!!
หลายเดือนที่ตรัยคุณแฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มธุรกิจของเฮียชน ความใกล้ชิดของตรัยคุณกับทุกคนเรียกได้ว่าสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของรายได้ของเฮียชนอย่างแน่ชัด ข้อมูลที่ตรัยคุณมีล้วนเป็นข้อมูลผิวเผิน บ่อยครั้งที่พยายามเข้าใกล้คนสนิททั้งสองของพิสุทธิ์ชน ทั้งคู่ก็มักจะตีลังกาลอดรั้วหาช่องหลบเลี่ยงได้ทุกครั้งไป“พี่ตรัย วันนี้มาแทนเฮียชนเหรอ”“เออ”“นี่ค่าเช่าวิน ที่เหลือของไอ้โอม แม่มันป่วยหาไม่ทัน ฝากบอกเฮียด้วยอาจจะช้าหน่อย” ตั้มส่งถุงที่บรรจุเงินเอาไว้ให้ตรัยคุณ เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ ทุกคนก็เตรียมเงินเอาไว้ให้อย่างเรียบร้อย“แม่มันเป็นไรวะ”“เห็นว่าเป็นเนื้องอกต้องผ่าตัด บอกเฮียให้ด้วยนะพี่”“เออ”จากธุรกิจคมนาคมขนส่งสู่แหล่งการค้าชุมชนที่เรียกว่าตลาด ตรัยคุณนึกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เฮียชนผู้มักจะฟังไลฟ์โค้ช พยายามยกมาตรฐานลูกน้องให้เท่าทันอารยชนด้วยการพูดเพราะใส่สูท แรก ๆ ตรัยคุณก็ไม่ค่อยจะชิน แต่ต่อต้า
“หรือกูโดนหลอกวะ แล้วใครกันแน่ที่หลอกกู...แต่อยู่นี่ก็ไม่เคยเห็นใครจะพกปืนสักคน เห็นพกแต่มาม่ากับแหนมมาแกล้มเหล้า...พวกมันคงไม่ล้ำถึงขั้นดัดแปลงแหนมเป็นอาวุธ มาม่าเป็นระเบิดหรอกมั้ง”ตรัยคุณเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ ดึงตัวเองออกมาจากความกังวลและข้อสงสัยทั้งหมดในตอนนี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเป็นไอ้ตรัย อดีตจิ๊กโก๋ส่งยาที่เข้ามาทำงานกับเฮียชน และตอนนี้ก็เป็นไอ้ตรัยคนขับรถไม่ใช่ร้อยตำรวจตรี ตรัยคุณตรัยคุณมาตามเวลานัดหมาย แต่ด้วยเวลานัดของตัวเองที่ต่างไปจากคนอื่น ทำให้ผู้หมวดสายลับก็ไม่ลืมที่จะระวังตัวเอง ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ก็พบได้ถึงความผิดปกติ บ้านที่เคยสว่างไสว ราวกับว่าถือหุ้น กฟผ. อยู่ 99% วันนี้กลับมืดสนิท ทั้งบ้านเงียบสนิทราวกับไร้ผู้คนอาศัย วันนี้ปืนพกคู่กายก็ไม่นำติดตัวมาด้วย เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครพกอาวุธเลยสักคน หากเขาลุกมาเหน็บปืนก็คงกลายเป็นที่สงสัยตรัยคุณหยิบเอามีดพกที่ซ่อนไว้ในรองเท้าขึ้นมา ค่อย ๆ ย่างก้าวอย่างระมัดระวัง ทุกฝีก้าวในตอนนี้เต็มไปด้วยอันตราย ตรัยคุณเดินสำรวจไปโดยรอบนอกจากความมืดก็มีเพียงความเงียบ ในใจเริ่มเป็นกังวลนึกห่วงสอ
“เฮียนี่ร้ายมากนะครับ”“ฉันบอกแล้วไง เจ้ามือจะไม่จ่ายบิลไหนก็ได้แต่บิลนี้มันต้องจ่าย”“ยินดีด้วยครับ” นอกจากเรื่องเงินนี้สิ่งที่ตรัยคุณสังเกตได้คือความบาดหมางระหว่างสองคน อะไรกันคือต้นเหตุที่ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นศัตรูกัน และสิ่งที่เฮียชนบอกว่าฝากไว้หลายอย่างมันคืออะไร จะเป็นของผิดกฎหมายหรือไม่“4 ล้าน”“อะไรครับ”“ฉันให้นาย 4 ล้าน ชอบ 4 นี่ งั้นเอาไป 4,444,444 บาท พรุ่งนี้โอนให้”โอ้โห...มิน่าล่ะใคร ๆ ถึงชอบเป็นโจร เป็นตำรวจมาหลายปีเงินเก็บไม่มีแถมเป็นหนี้สหกรณ์ เปลี่ยนวิถีมาเป็นโจรแค่ครึ่งปีมีเงินสี่ล้านในบัญชี หรือว่านี่จะเป็นสวรรค์ลิขิตเฮ้ย...ไม่ใช่สิ!!!!ตรัยคุณสะบัดหัวเบา ๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่มีให้ออกไป แต่อยู่ ๆ มีเงินหลักล้านในชั่วพริบตามันก็น่าตกใจไม่ใช่น้อย หากเป็นใครก็ต้องตกใจไม่ใช่แค่เขาหรอก ตรัยคุณคิดเช่นนั้น“ไม่เป็นไรครับ เฮียเป็นคนซื้อ ผมไม่ได้ลงทุนอะไร”“แต่นายเป็นคนบอกตัวเลข ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับมาดินเนอร์กับฉัน ฉลองให้กับทรัพย์สินที่เราสองคนหามาร่วมกัน”“ผมฟังแล้วรู้สึกทะแม่ง ๆ นะครับ
“หึ ๆ” เสียงหัวเราะในลำคอทำให้ตรัยคุณต้องหันไปมองเฮียชนที่นั่งอยู่ ทำให้ได้เห็นแววตาและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายของเขาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาและรอยยิ้มแบบนี้ต่างไปจากเฮียชนที่เขาเคยเห็นโดยสิ้นเชิง แต่เพียงแค่ชั่วพริบตา ช่วงเวลาอันแสนสั้นจนตรัยคุณคิดว่าตัวเองนั้นตาฝาด รอยยิ้มนั้นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างพร้อมใบหน้าบานเป็นกระด้งอย่างที่เคยเป็น“ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ”“อารมณ์ดีอะไรขนาดนั้นครับ”เฮียชนลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาหาตรัยคุณ เข้าหมุนฟูลเทิร์นรอบตัวเองไปหนึ่งรอบ จากนั้นก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ปรากฏดอกกุหลาบขึ้นมาตรงหน้าของตรัยคุณ“อะไรครับ”“ดอกไม้ไง ให้นาย”“ให้ทำไมครับ”“นายรู้ไหม นายคือตัวเงินตัวทองของฉันจริง ๆ ฉันคิดไม่ผิดเลยที่เอานายมาไว้ใกล้ตัว”ตรัยคุณกำหมัดแน่น นี่เฮียชนกำลังหลอกด่าเขาอยู่แน่ ๆ
“ก็หลายปีแล้วพี่ เมื่อก่อนผมน่ะเดินสาย”ตั้มหัวเราะแล้วพูดต่อ“ไม่ได้ทัวร์คอนเสิร์ตหรอกนะ เดินสายส่งยา”“อ้อ” ตรัยคุณพยักหน้า เพราะข้อมูลนี้เขาเองก็รู้อยู่ก่อนแล้ว“เคยเป็นกระทั่งสายตำรวจ เสี่ยงตายส่งข่าว จนเขาให้มาสืบเรื่องเฮียชน โดนแกจับได้ ถ้าเป็นคนอื่นผมคงถูกยิงทิ้งไปแล้ว แต่เฮียแกดันจัดการเรื่องอื่นให้ ให้ผมไปขับวิน จะได้เลิกทำแบบนั้น รถที่ผมใช้วิ่งทุกวันนี้ ค่าเสื้อค่าหมวกแกก็ออกให้หมด ไม่เอาคืนสักบาทให้จ่ายแค่ค่าเช่าวิน แรก ๆ ก็ลำบากเพราะสิ่งที่เคยทำไว้ ตอนนี้อยู่ตัวแล้ว...ไปนะพี่ วันหลังจะเอากับข้าวมาฝากอีก”“เออ ๆ”เรื่องเป็นแบบนี้นี่เอง แววตาที่ตั้มพูดถึงเฮียชนเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีและศรัทธา ไม่ได้แฝงด้วยความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรัยคุณหันมองไปรอบ ๆ คนก็อยู่กันครบ แต่ทำไมถึงปล่อยให้ตั้มเข้าออกตามสบาย ลูกน้องแต่ละคนเที่ยงปุ๊บพักปั๊บ ตรัยคุณเดินกลับเข้ามาด้านใน เฮียชนกวักมือเรียกให้เข้าไปร่วมโต๊ะในมื้อกลางวัน อยากปฏิเสธแต่พยาธิในท้องมันก็ต่อต้านรุนแรงซะเหลือเกิน“ขอบคุณครับ”“เกรงใจทำไม เราสนิทกันไม่ใช่เหรอ”สา
น้องไม่สมควรเป็นผัวใคร น้องสมควรมาเป็นเมียพี่“หะ?” ตรัยคุณขมวดคิ้วเมื่อเห็นเฮียชนใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้แตะกัน“มินิฮาร์ทไง เฮียชน หจ. ตรัยตรัย”“เป็นเหี้ยไรของมึงเนี่ย” เสียงในหัวเป็นฝ่ายชนะน็อกอีกครั้ง“ผมหมายถึงเฮียเป็นอะไร ขอโทษครับลืมตัว...แบบชอบคิดว่าเราสนิทกัน”“สนิท เราสนิทกัน” ยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดพรายบนใบหน้า สนิทกันแล้วใกล้กันได้ เฮียชนชอบใจเป็นที่สุด ได้เวลาเดินหน้าจีบเต็มกำลัง เพราะอีกฝ่ายเปิดทางให้ขนาดนี้“เฮียกินข้าวรึยังครับ”“ชวนฉันกินข้าวเหรอ”กูหิว มึงเห็นนาฬิกาไหมจะเที่ยงแล้ว“ครับ กินข้าวไหมครับ”“กิน กินกันเลย...เอ่อ หมายถึง ไปกินข้าวกัน”อาจจะรุกแรงไปทำให้ตรัยคุณตั้งรับไม่ทัน เฮียชนนึกขึ้นได้จึงรีบแก้คำ ก็ใครใช้ให้อีกฝ่ายน่ารักแบบนี้ เขาก็แพ้เสียงในหัวบ้างเป็นธรรมดา“อ้อ ครับ ตกใจหมด”ตรัยคุณเดินตามเฮียชนออกมาจากห้องทำงาน แต่ก็ต้องรีบถอยหลังกลับ เมื่อสายตาของสายลับหนุ่มดันเหลือบไปเห็นคนที่กำลังเดินเข้ามาไอ้ตั้มนั่นมันเคยเป็นสายนี่หว่าไม่รู้ว่าตั้ม







