تسجيل الدخول
ตอนที่ 1
ลูกค้าคนใหม่ เสียงกระดิ่งเหนือประตูกระจกดังขึ้นเบา ๆ ในช่วงสายของวันเสาร์ กลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเจือปนอยู่กับกลิ่นหมึกสักและกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยอวลอยู่ในร้านเล็ก ๆ ที่ถูกตกแต่งด้วยโทนดำ เทา และน้ำตาลเข้ม ผนังทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยภาพร่างลายสัก ตั้งแต่ดอกไม้ เส้นกราฟิก ไปจนถึงสัตว์ในตำนานที่ถูกวาดด้วยลายเส้นละเอียดประณีต เสียงเพลงสากลจังหวะเนิบ ๆ คลออยู่เบื้องหลัง ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของร้าน ชายหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ตในมือทันที “สวัสดีครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มติดความขี้เล่นดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่เจ้าตัวใช้เป็นประจำ โซ่ วัยยี่สิบสองปี เจ้าของร้านสักแห่งนี้วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ ก่อนเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบาย ๆ เขาเพิ่งเปิดร้านของตัวเองได้ไม่ถึงเดือน หลังจากเรียนจบและตัดสินใจไม่ไปทำงานประจำเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ เงินเก็บก้อนหนึ่งถูกเทลงไปกับการเช่าร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ อุปกรณ์สักคุณภาพดีถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ภาพผลงานของเขาถูกติดไว้บนผนังแทบทุกด้าน สำหรับโซ่ นี่ไม่ใช่แค่ร้านหาเงิน มันคือสิ่งที่เขาอยากสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่ถึงจะจริงจังกับงานแค่ไหน นิสัยส่วนตัวของเจ้าของร้านก็ยังเหมือนเดิมไม่มีผิด โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง “มาสักหรือมาเจาะครับ?” โซ่ถามพลางยิ้ม ลูกค้าสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบกลับไปว่าเธอมีนัดกับช่างอีกคน “อ้าว เสียดายจัง” โซ่ทำเสียงเสียดายเกินจริงจนอีกฝ่ายหัวเราะออกมา “ถ้าเปลี่ยนใจเรียกเฮียได้นะครับ” “ไม่ต้องเรียกตัวเองว่าเฮียได้ไหมคะ ฟังแล้วแก่” “อ้าว แล้วเรียกอะไรดีครับ?” “โซ่ก็พอ” “ได้ครับ แต่ถ้าเรียกโซ่แล้วใจสั่น อย่ามาโทษกันนะ” ลูกค้าสาวส่ายหน้าขำ ๆ ก่อนเดินไปยังอีกฝั่งของร้าน โซ่ยิ้มตาม ก่อนหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ นี่แหละชีวิตของเขา คุยเก่ง ยิ้มเก่ง หยอดเก่ง และถ้ามีคนถามว่าเขาเจ้าชู้ไหมโซ่คงตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ก็ไม่ได้ปฏิเสธนะครับ” เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนเลว เขาแค่ไม่เคยคิดว่าการคุยเล่นกับใครสักคนจะเป็นเรื่องใหญ่ ในเมื่อทุกอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น ไม่มีการสัญญา ไม่มีการให้ความหวัง และถ้าใครจริงจังเกินไป เขาก็ถอยออกมา เพราะอย่างนั้นเพื่อน ๆ ถึงชอบพูดว่า คนอย่างมึงไม่มีวันมีแฟนหรอก โซ่เองก็เห็นด้วย อย่างน้อยก็จนกระทั่ง เสียงกระดิ่งเหนือประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ และรอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อย ๆ จางลงไปเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายไม่น่าสนใจ ตรงกันข้าม ผู้หญิงที่เดินเข้ามาคนนั้นโดดเด่นเสียจนสายตาของเขาหยุดอยู่ที่เธอโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวในชุดนักเรียนของโรงเรียนนานาชาติเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทีมั่นใจ เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบกริบถูกสวมคู่กับเสื้อกั๊กสีเข้มและกระโปรงลายตาราง รองเท้าหนังสะอาดจนแทบไม่มีรอยฝุ่น กระเป๋าใบเล็กสีดำสะพายอยู่บนไหล่ ผมยาวสีดำตกลงมาบริเวณแผ่นหลังอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าสวยดูเรียบนิ่ง ไม่ใช่ความสวยแบบที่พยายามเรียกร้องความสนใจ แต่เป็นความสวยที่ทำให้คนมองเผลอหันกลับไปมองอีกครั้ง เธอกวาดสายตาไปรอบร้านอย่างละเอียด ไม่ได้ทำหน้าตื่นเต้น ไม่ได้มองเขา ไม่ได้แม้แต่จะสนใจว่าชายหนุ่มเจ้าของร้านกำลังมองเธออยู่ โซ่ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย น่าสนใจ หญิงสาวเดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ ก่อนวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ “จองคิวไว้ค่ะ” น้ำเสียงของเธอนุ่ม แต่ฟังดูเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์ โซ่มองหน้าจอโทรศัพท์ที่เธอเลื่อนข้อมูลการจองมาให้ ก่อนเงยหน้ามองเจ้าของเครื่องอีกครั้ง “ชื่ออะไรครับ?” “รดาค่ะ” “รดา…” เขาทวนชื่อช้า ๆ ราวกับกำลังลองออกเสียงให้คุ้นปาก “นัดสักกับเฮียไว้ตอนสิบเอ็ดโมงใช่ไหมครับ?” “ค่ะ” “ลายอะไรครับ?” รดาเปิดรูปในโทรศัพท์แล้วเลื่อนมาให้เขาดู เป็นลายเส้นเล็ก ๆ เรียบง่าย แต่มีรายละเอียดพอสมควร โซ่ก้มมองภาพอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “สวยนะครับ” “ค่ะ” “แต่ถ้าให้เฮียออกแบบใหม่ให้ จะสวยกว่านี้อีก” รดาเงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่สวยนิ่งสนิทจนโซ่แอบรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกประเมิน “ไม่เป็นไรค่ะ” “ไม่ชอบฝีมือเฮียเหรอ?” “ยังไม่เคยเห็นนี่คะ” “อ้าว งั้นต้องลองให้เห็นแล้วครับ” โซ่ยิ้ม รดามองเขาอยู่สองวินาที ก่อนตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน “เอาลายเดิมค่ะ” “…” โซ่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ “โอเคครับ” เธอไม่เล่นด้วยจริง ๆ เขาเริ่มสนุกขึ้นมาแล้ว หลังจากจัดการเรื่องเอกสารเรียบร้อย โซ่พารดาไปยังพื้นที่ด้านในของร้าน เตียงสักสีดำตั้งอยู่ใกล้หน้าต่างบานใหญ่ แสงธรรมชาติส่องผ่านม่านโปร่งเข้ามาตกกระทบพื้นไม้ ข้าง ๆ มีโต๊ะวางอุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อย ทุกอย่างถูกจัดเป็นระเบียบจนดูสะอาดกว่าที่ร้านสักทั่วไปมักเป็น “นั่งตรงนี้ครับ” รดานั่งลงตามคำบอก โซ่สวมถุงมือสีดำ หยิบอุปกรณ์ขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนเตรียมพื้นที่สำหรับเริ่มงาน เขาเคยชินกับการพูดคุยกับลูกค้าเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลาย บางคนกลัวเข็ม บางคนกลัวเจ็บ บางคนตื่นเต้นจนพูดไม่หยุด แต่รดากลับนั่งนิ่งอย่างน่าประหลาด “ไม่กลัวเจ็บเหรอครับ?” “ไม่ค่ะ” “แน่ใจ?” “ค่ะ” “ถ้าเจ็บห้ามร้องนะ” “ทำไมคะ?” “เฮียจะเสียสมาธิ” รดาหันมามองเขา “เกี่ยวกันด้วยเหรอคะ?” “เกี่ยวสิครับ ถ้าเฮียได้ยินเสียงคนสวยร้อง เฮียจะใจไม่ดี” คราวนี้รดานิ่งไป โซ่ยิ้มอย่างคนรอดูปฏิกิริยา แต่สุดท้ายเธอก็เพียงถอนหายใจเบา ๆ “ช่างพูดเก่งจังนะคะ” “ชมเหรอ?” “เปล่าค่ะ” “อ้าว” เสียงหัวเราะของโซ่ดังขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกสนุกกับการโดนปฏิเสธนัก ปกติแค่เขายิ้มให้ คนก็ยิ้มกลับ แค่เขาหยอด อีกฝ่ายก็มักจะหยอดกลับ แต่เด็กคนนี้ไม่แม้แต่จะขยับคิ้ว “ถ้าไม่สบายใจตรงไหนบอกเฮียได้นะครับ” โซ่พูดพลางตรวจตำแหน่งที่จะสัก “เฮียจะค่อย ๆ ทำ” “ค่ะ” “แล้วถ้าเจ็บ—” “จะบอกค่ะ” “ถ้าเฮียหล่อเกินไปจนใจสั่น—” “ก็จะบอกค่ะ” โซ่ชะงัก รดาเงยหน้ามองเขาอย่างนิ่ง ๆ “แต่คงไม่เกิดขึ้นหรอก” เป็นครั้งแรกที่โซ่ไม่มีคำพูดสวนกลับทันที ก่อนที่มุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้น “ร้ายเหมือนกันนี่เรา” “ไม่ได้ร้ายค่ะ” “ครับ ๆ” เขาส่ายหน้าแล้วหัวเราะ “ไม่ร้ายเลยครับ คุณหนู” เสียงเครื่องสักเริ่มทำงาน บรรยากาศในร้านเงียบลงทันที โซ่ก้มหน้าลงกับงานตรงหน้า สมาธิที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยคำพูดหยอกล้อเปลี่ยนเป็นความจริงจังอย่างชัดเจน ปลายเข็มเคลื่อนไปตามเส้นที่เขาวางเอาไว้ด้วยความแม่นยำ มือของเขานิ่งมาก รดาที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สนใจอะไรนักเริ่มเหลือบมอง คนตรงหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่กับงาน ไม่มีรอยยิ้มกวน ๆ ไม่มีคำพูดหวาน ๆ ไม่มีท่าทีเจ้าชู้แบบที่เธอเห็นก่อนหน้านี้ มีเพียงความตั้งใจ สายตาคมจับจ้องอยู่กับรายละเอียดเล็ก ๆ ตรงหน้า มืออีกข้างคอยประคองตำแหน่งอย่างระมัดระวัง รดามองอยู่นานกว่าที่คิด “มองเฮียแบบนี้…” เสียงของโซ่ดังขึ้นโดยที่สายตายังไม่ละจากงาน “เริ่มชอบเฮียแล้วเหรอครับ?” รดาหลุดออกจากความคิดทันที “เปล่าค่ะ” “ตอบเร็วมาก” “เพราะมันไม่จริง” “ใจร้ายจัง” “ตั้งใจทำงานสิคะ” โซ่หัวเราะในลำคอ “ครับผม” เขาก้มหน้าทำงานต่อแต่รอยยิ้มกลับยังคงอยู่บนใบหน้า เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย โซ่ถอดถุงมือและจัดการปิดแผลให้เธออย่างละเอียด ก่อนยื่นกระจกให้ดูผลงาน “เป็นไงครับ?” รดาก้มมองลายสักของตัวเอง เส้นทุกเส้นคมและสะอาดกว่าที่เธอคาดเอาไว้ เธอเงยหน้าขึ้น “สวยค่ะ” คำชมสั้น ๆ ทำให้โซ่ยิ้ม “ขอบคุณครับ” “ฝีมือดีนะคะ” “เพิ่งรู้เหรอ?” “ก็เพิ่งลองนี่คะ” “ถ้าชอบ ครั้งหน้ามาให้เฮียสักอีกได้นะ” รดาพยักหน้า “ค่ะ” เธอลุกขึ้นหยิบกระเป๋า โซ่เดินกลับไปประจำที่เคาน์เตอร์ ระหว่างนั้นสายตายังคงมองตามเธอโดยไม่ปิดบัง ก่อนที่รดาจะเปิดประตูร้าน เธอก็หันกลับมา “พี่ช่างสักคะ” เจ้าของชื่อเลิกคิ้ว “ครับ?” “ขอบคุณค่ะ” พูดจบเธอก็เดินออกไป เสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้งและประตูก็ปิดลง โซ่มองผ่านกระจกจนกระทั่งร่างของเธอหายไปจากสายตา เขายืนอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา “แปลกว่ะ…” เพื่อนร่วมงานที่กำลังจัดของอยู่ไม่ไกลหันมามอง “อะไร?” โซ่ส่ายหน้า “เปล่า” แต่สายตายังคงอยู่ตรงประตูบานเดิม ในหัวของเขายังวนเวียนอยู่กับหญิงสาวคนเมื่อครู่ เด็กคุณหนูหน้าตานิ่ง ๆ ที่ไม่สนใจคำหยอดของเขาสักนิด คนที่ไม่เขิน ไม่หลบ ไม่หวั่นไหว และที่สำคัญไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนที่เขาเคยเจอ โซ่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กตารางนัดหมายของร้าน ก่อนจะหยุดเมื่อเห็นชื่อหนึ่งอยู่ในรายการนัดหมายของสัปดาห์หน้า Rada — Follow-up มุมปากของเขายกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว “เจอกันอีกแล้วสินะ…” เขาเอนตัวพิงเคาน์เตอร์ ก่อนยิ้มอย่างคนที่เริ่มสนใจอะไรบางอย่างขึ้นมาจริง ๆ ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าลูกค้าคนนี้กำลังจะกลายเป็นคนที่ทำให้ชีวิตอันแสนเรียบง่ายของเขาวุ่นวายที่สุด และบางทีอาจเป็นคนแรกที่ทำให้ เฮียโซ่ รู้ว่าการเป็นฝ่ายไล่ตามใครสักคนมันรู้สึกยังไงกันแน่… To be continued…หลังจากวันที่โซ่ยอมรับกับตัวเองตรง ๆ ว่าเขาหวงรดา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เหมือนจะเปลี่ยนไปอีกนิด ไม่ใช่เพราะมีใครตั้งใจทำให้มันหวานขึ้น แต่เป็นเพราะต่างคนต่างเริ่มคุ้นเคยกับการมีอีกคนอยู่ในชีวิตมากขึ้น จากเดิมที่รดาเคยเป็นฝ่ายรอข้อความของเขา ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายส่งข้อความมาก่อนบ่อยขึ้น ส่วนโซ่เองก็เริ่มรู้ว่าช่วงเวลาไหนที่เธอเลิกเรียน ชอบดื่มอะไร ไม่ชอบกินอะไร และแม้กระทั่งเวลาที่เธอเหนื่อย เธอมักจะตอบข้อความสั้นกว่าปกติแค่ไหนมันเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีใครบอกให้จำ แต่เขากลับจำได้เองโดยไม่รู้ตัวเช้าวันหนึ่ง ขณะที่โซ่กำลังเตรียมอุปกรณ์ในร้าน โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นบนโต๊ะRada: วันนี้หนูเลิกเร็วค่ะโซ่ยกยิ้มทันทีSo: แล้วจะมาหาเฮียไหมครับครั้งนี้เธอไม่ได้ตอบทันทีเหมือนทุกครั้ง ผ่านไปเกือบสิบนาทีข้อความจึงเด้งขึ้นมาRada: ถ้าเฮียไม่ยุ่งSo: ต่อให้ยุ่งก็อยากให้มาRada: งั้นหนูไปค่ะโซ่กำลังจะพิมพ์ตอบ แต่ลูกค้าคนแรกของวันก็เดินเข้าร้านเสียก่อน เขาจึงวางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปทำงานตามปกติ ทว่าตลอดทั้งวันอารมณ์ของเขากลับดีเป็นพิเศษจนเพื่อนร่วมร้านสังเกตได้“วันนี้มึงยิ้มอะไรนักหนา?”
เช้าวันต่อมา โซ่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆ ทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะปิดร้านเสร็จก็ดึกกว่าปกติ แต่พอลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาทำกลับไม่ใช่การหยิบโทรศัพท์เช็กตารางงานเหมือนทุกวัน หากเป็นการเปิดดูข้อความล่าสุดจากรดาที่ส่งมาตั้งแต่เมื่อคืน ชายหนุ่มอ่านข้อความสั้น ๆ นั้นซ้ำอีกครั้งก่อนจะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว คำว่า “ค่ะ แฟน” ที่เธอส่งกลับมาไม่ได้มีอะไรหวือหวาเลย แต่กลับทำให้เขาอารมณ์ดีตั้งแต่ยังไม่ลุกจากเตียงโซ่วางโทรศัพท์ลงบนอกแล้วถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหัวเราะให้กับตัวเอง“เป็นเอามากแล้วกู…”เมื่อก่อนเขาไม่เคยเข้าใจคนที่เอาแต่เช็กโทรศัพท์เพราะรอข้อความจากใครสักคนเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ตัวเองกลับกลายเป็นหนึ่งในนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ และที่น่าหนักใจกว่านั้นคือเขาไม่ได้รู้สึกรำคาญตัวเองแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่าการมีใครสักคนให้คิดถึงตั้งแต่ตื่นนอนทำให้เช้าวันธรรมดาน่าใช้ชีวิตขึ้นมาอย่างประหลาดยังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกไปอาบน้ำ โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นอีกครั้งRada: ตื่นหรือยังคะโซ่ยิ้มทันทีSo: ตื่นแล้วครับ กำลังคิดถึงแฟนอยู่เลยอีกฝั่งอ่านข้อความอย่างรวดเร็ว ก่อนตอบกลับมาRada: โกหกSo: จริงค
หลังจากวันที่ตกลงเป็นแฟนกันจริง ๆ ชีวิตของโซ่ก็เหมือนจะมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป ทั้งที่ตารางชีวิตของเขายังคงเหมือนเดิม ตื่นเช้า เปิดร้าน รับลูกค้า สักงานตามนัด เก็บร้านตอนค่ำ แล้วกลับบ้าน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือโทรศัพท์ที่เมื่อก่อนแทบไม่มีความหมาย กลับกลายเป็นสิ่งที่เขาเผลอหยิบขึ้นมาดูทุกไม่กี่นาที เพียงเพราะอยากรู้ว่าอีกคนจะส่งข้อความมาหรือยังและวันนี้ก็เช่นกันชายหนุ่มนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ในร้านสัก มือหนึ่งกำลังจัดอุปกรณ์ ส่วนอีกมือวางโทรศัพท์ไว้ข้างตัวอย่างเห็นได้ชัด สายตาของเขาเหลือบมองหน้าจอเป็นระยะ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่รดาจะต้องทักมาตั้งแต่เช้า“มึงจะมองอีกกี่รอบวะ โทรศัพท์มันไม่ท้องหรอก”เสียงของเพื่อนช่างสักที่กำลังจัดของอยู่ไม่ไกลทำให้โซ่เงยหน้าขึ้น เขาขมวดคิ้วก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไม่สะทกสะท้าน“กูไม่ได้รอใคร”“กูยังไม่ได้ถามเลยว่ามึงรอใคร”โซ่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อรู้ตัวว่าถูกจับได้เต็ม ๆ เขากดเปิดหน้าจออีกครั้ง แล้วก็พบว่าไม่มีข้อความใหม่จริง ๆ อย่างที่คิด ชายหนุ่มถอนหายใจพร้อมเอนหลังพิงเก้าอี้ พยายามทำเหมือนไม่ได้สนใจอะ
หลังจากข้อความ คิดถึงค่ะ ถูกส่งออกไป รดาก็วางโทรศัพท์ลงข้างหมอนทันที เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองจะรู้สึกอะไรกับการส่งข้อความสั้น ๆ แบบนั้น เพียงแต่ตอนที่นิ้วพิมพ์คำว่า คิดถึง ลงไป มันกลับเป็นคำที่ตรงกับความรู้สึกในตอนนั้นมากที่สุด เธอไม่ได้คิดถึงเขาเพราะต้องการแสดงให้ใครเห็น ไม่ได้คิดถึงเพราะต้องการให้ผู้ชายที่ตามจีบเลิกยุ่ง และไม่ได้คิดถึงเพราะยังอยู่ในบทบาทแฟนปลอม ๆ อีกแล้ว ความจริงที่น่าประหลาดก็คือ เธอเพียงแค่คิดถึงโซ่ขึ้นมาจริง ๆ เท่านั้นทางด้านคนที่ได้รับข้อความกลับไม่สามารถนอนได้ง่าย ๆ โซ่นอนมองหน้าจออยู่พักใหญ่ก่อนเปิดอ่านข้อความนั้นซ้ำเป็นรอบที่ไม่รู้เท่าไหร่ รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นทุกครั้งที่อ่าน โดยเฉพาะคำว่า คิดถึงค่ะ ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกเติมเต็มอย่างประหลาด เขาเคยได้รับข้อความหวาน ๆ จากผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีข้อความไหนทำให้รู้สึกดีเท่านี้มาก่อน อาจเพราะคนที่ส่งคือรดา เด็กสาวที่เขาเคยคิดว่าเย็นชาและไม่สนใจเขาเลยสักนิด “คิดถึงเฮียเหรอ…” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนหัวเราะเบา ๆ แล้วพิมพ์ตอบกลับไปSo: เฮียก็คิดถึงครับหลังจากนั้นไม่มีข้อความตอบกลับมาอีก โซ่จึงวางโทรศัพท์
ตอนที่ 9 จากแฟนจำเป็นสู่แฟนจริงหลังจากคำว่า “ค่ะ” หลุดออกจากปากของรดา ทั้งสองคนก็ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟริมถนนโดยไม่มีใครพูดอะไรต่ออยู่พักใหญ่ เสียงรถที่วิ่งผ่านไปมาดังเป็นระยะ เสียงผู้คนจากร้านอาหารใกล้ ๆ ลอยมาตามลม แต่สำหรับโซ่แล้ว สิ่งเหล่านั้นแทบไม่ได้เข้ามาอยู่ในความสนใจเลย เขายังคงมองมือของตัวเองที่กำลังจับมือรดาอยู่ และอดไม่ได้ที่จะคิดว่ามือคู่นี้เมื่อไม่กี่วันก่อนยังเป็นเพียงมือของลูกค้าคนหนึ่งที่เข้ามาในร้าน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นมือของแฟนเขาไปแล้วจริง ๆ“เฮีย”เสียงของรดาทำให้เขาเงยหน้าขึ้น“ครับ?”“เรากลับกันได้หรือยังคะ?”โซ่หลุดหัวเราะเบา ๆ “ได้ครับ” เขาปล่อยมือเธออย่างเสียดายเล็ก ๆ ก่อนเดินไปทางรถ “แต่เฮียมีคำถาม”“อะไรคะ?”“ตอนนี้เราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้วใช่ไหม?”รดาหยุดเดินแล้วหันมามองเขา “ก็เมื่อกี้หนูตอบตกลงไปแล้วค่ะ”“เฮียอยากได้ยินอีกครั้ง”“ทำไมคะ?”“อยากฟังครับ”รดามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาอย่างชัดเจน “ค่ะ เราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้ว”เพียงประโยคเดียวก็ทำให้คนที่เคยมีคำพูดหวาน ๆ ให้ผู้หญิงฟังได้แทบทุกสถานการณ์ยิ้มกว้างจนปิดไม่มิด โซ่พยักหน้าเหมือนกำลังยืนยันกั
ตอนที่ 8 แฟนจริง ๆ ได้ไหมเช้าวันถัดมา โซ่ใช้เวลานานกว่าปกติในการเลือกเสื้อผ้า ทั้งที่วันนี้เขาไม่ได้มีนัดสักกับลูกค้าคนสำคัญ ไม่ได้มีงานถ่ายแบบ หรือมีธุระอะไรที่ต้องแต่งตัวเป็นพิเศษ สิ่งเดียวที่แตกต่างจากทุกวันคือช่วงเย็นเขาต้องไปรับรดาที่โรงเรียนและไปพบผู้ชายที่ตามจีบเธอ และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เรื่องแค่นี้กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะไปพบคนสำคัญของตัวเอง โซ่ยืนมองตัวเองในกระจกอยู่พักหนึ่งก่อนหยิบเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มมาสวมทับเสื้อยืดเรียบ ๆ แล้วจัดทรงผมให้เข้าที่ “ไม่ได้ไปแข่งกับใครนะโซ่” เขาพูดกับตัวเอง “แค่ไปช่วยแฟน” พูดจบก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มออกมา เพราะคำว่า แฟน ที่หลุดออกจากปากนั้นฟังดูเป็นธรรมชาติเกินกว่าจะเรียกว่าการแสดงเสียแล้วช่วงบ่ายที่ร้านค่อนข้างยุ่ง โซ่ต้องสักงานต่อเนื่องจนแทบไม่มีเวลาพัก แต่ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นมาเป็นระยะ เมื่อหยิบขึ้นมาดู เขากลับพบเพียงข้อความจากรดาสั้น ๆ ว่า วันนี้หนูเลิกเรียนห้าโมงนะคะ เขาตอบกลับทันทีว่า ครับ เฮียไปรับ แล้ววางโทรศัพท์ลง ทว่าผ่านไปไม่ถึงห้านาที เขาก็หยิบขึ้นมาเปิดอ่านข้อความนั้นอีกครั้งอย่างไม่มีเหตุผล ลูกค้าที







