تسجيل الدخولตอนที่ 2
ไม่กลัวช่างเหรอ เสียงเพลงจากลำโพงตัวเล็กยังคงดังคลอเบา ๆ ภายในร้านในช่วงบ่าย แสงแดดลอดผ่านกระจกหน้าร้านตกกระทบพื้นไม้เป็นแนวยาว ฝุ่นละอองเล็ก ๆ ลอยอยู่ในอากาศอย่างเชื่องช้า โซ่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีสบาย ๆ ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะขณะเลื่อนดูตารางนัดหมายของลูกค้าไปเรื่อย ๆ แต่แทนที่จะสนใจรายชื่อในหน้าจอ เขากลับเผลอหยุดอยู่ตรงชื่อหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า Rada — Follow-up ชายหนุ่มยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะในลำคอ เขาไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังสนใจอะไรนักหนา ทั้งที่รดาเป็นเพียงลูกค้าคนหนึ่งที่เพิ่งมาที่ร้านครั้งแรก และเขาเองก็เจอลูกค้าสวย ๆ อยู่แทบทุกวัน แต่เด็กผู้หญิงคนนี้กลับติดอยู่ในความคิดอย่างน่าหงุดหงิด ราวกับมีอะไรบางอย่างค้างคาอยู่ในใจ “มึงยิ้มอะไรของมึงวะ” เสียงเพื่อนที่นั่งอยู่ไม่ไกลทำให้โซ่เงยหน้าขึ้น เขามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าปกติ ก่อนจะคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ “ไม่ได้ยิ้ม” เขาตอบหน้าตาย แต่เพื่อนกลับหัวเราะทันที เพราะเห็นชัดเต็มตาว่าเมื่อครู่คนที่บอกว่าไม่ได้ยิ้มกำลังนั่งยิ้มอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า “สาวอีกแล้วล่ะสิ” “ลูกค้า” “ลูกค้าคนไหนทำให้มึงนั่งมองตารางนัดแล้วอมยิ้มได้วะ?” โซ่ไม่ตอบ เขาเพียงยกกาแฟขึ้นดื่มแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้ ทว่าภาพใบหน้าเรียบนิ่งของรดากลับลอยขึ้นมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะตอนที่เธอมองเขาด้วยสายตาเหมือนกำลังมองช่างสักคนหนึ่งจริง ๆ ไม่มีความประหม่า ไม่มีท่าทีเขินอาย และไม่มีแม้แต่แววตาชื่นชมที่เขาเคยเห็นจากลูกค้าสาวหลายคน “ก็แค่เด็กคนหนึ่ง” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว เกือบหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ร้านของโซ่เริ่มมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากผลงานของเขาถูกแชร์ต่อในโซเชียล ลูกค้าหลายคนเดินเข้ามาพร้อมภาพลายสักจากหน้าอินสตาแกรมของร้าน และบางคนถึงขั้นจองคิวล่วงหน้าหลายวัน โซ่เองก็เริ่มคุ้นชินกับการมีคนเข้ามาทักและชื่นชมผลงานของเขาเหมือนเดิม แต่ช่วงบ่ายวันนั้น ขณะที่กำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับลูกค้าคนถัดไป เสียงกระดิ่งเหนือประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง “สวัสดีครับ วันนี้มีนัด—” คำพูดของโซ่หยุดลงกลางประโยคเมื่อเงยหน้าขึ้นมองคนที่เพิ่งเดินเข้ามา เด็กสาวในชุดนักเรียนโรงเรียนนานาชาติคนเดิมยืนอยู่ตรงหน้าประตู รดาสะพายกระเป๋าใบเดิม ผมยาวถูกปล่อยลงมาข้างหลังอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าของเธอยังคงเรียบนิ่งเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน และสิ่งที่ทำให้โซ่ต้องกลั้นยิ้มก็คือสายตาของเธอที่กวาดมองไปรอบร้านเพียงครั้งเดียว ก่อนจะเดินตรงมาหาเขาโดยไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นแม้แต่นิดเดียว “สวัสดีค่ะ” “อ้าว” โซ่ยิ้มกว้างขึ้นทันที “กลับมาหาเฮียจริง ๆ ด้วย” รดาไม่ได้ตอบคำแซว เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดข้อมูลการจองแล้ววางลงตรงหน้าเขา “วันนี้มีคิวเจาะค่ะ” โซ่ก้มมองหน้าจอแล้วพยักหน้า ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ “จำได้ครับ ไม่ต้องย้ำก็ได้ เฮียจำลูกค้าคนนี้ได้แม่นมาก” “จำลูกค้าทุกคนได้หรือเปล่าคะ?” คำถามนั้นทำให้โซ่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มแพรวพราวจะกลับมาปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง “ถ้าสวยขนาดนี้ก็คงจำง่ายหน่อยครับ” รดามองเขานิ่ง ๆ แล้วตอบเพียง “อ๋อ” จากนั้นก็เดินผ่านเขาไปโดยไม่มีท่าทีสนใจคำหยอดแม้แต่น้อย โซ่มองตามอย่างอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ยังเหมือนเดิมเลยนะ” “เหมือนอะไรคะ?” “ไม่สนใจเฮีย” รดาหันกลับมามอง “ต้องสนใจด้วยเหรอคะ?” คราวนี้คนโดนถามถึงกับหัวเราะออกมาเต็มเสียง “ไม่ต้องครับ แต่เฮียถามไว้ก่อน เผื่อวันหนึ่งหนูเปลี่ยนใจ” “คงยากค่ะ” “โอ้โห พูดเหมือนรู้อนาคตเลย” “ก็เดาได้ค่ะ” “งั้นเฮียขอพิสูจน์แล้วกัน” รดาไม่ได้ตอบอะไรอีก เธอเพียงนั่งลงบนเก้าอี้สำหรับเจาะจิวและยกโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูบางอย่าง ทิ้งให้โซ่ยืนยิ้มอยู่คนเดียว เพราะยิ่งเธอไม่สนใจ เขากลับยิ่งรู้สึกอยากแกล้งมากขึ้นเท่านั้น หลังจากตรวจตำแหน่งที่จะเจาะและอธิบายขั้นตอนเรียบร้อย โซ่เตรียมอุปกรณ์อย่างละเอียด เขาสังเกตว่ารดาไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย ต่างจากลูกค้าบางคนที่ยังต้องนั่งสูดหายใจลึกก่อนเริ่มทุกครั้ง ชายหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะลองแหย่อีกฝ่าย “ไม่กลัวเหรอครับ?” “ไม่ค่ะ” “แน่ใจ?” “ค่ะ” “เฮียเป็นช่างสักนะครับ ไม่ใช่หมอ อาจทำเจ็บก็ได้” รดาเลิกคิ้วเล็กน้อย “ถ้าเจ็บก็ทนค่ะ” โซ่หัวเราะ “ใจแข็งกว่าที่คิดนี่” “แล้วเฮียคิดว่าหนูจะกลัวเหรอคะ?” “ไม่รู้สิ” เขายักไหล่ “เห็นตัวเล็ก ๆ แบบนี้ เฮียนึกว่าจะร้องไห้” รดาหันมามองเขาเต็ม ๆ “หนูไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นค่ะ” น้ำเสียงของเธอยังคงนิ่ง แต่โซ่กลับจับได้ถึงความไม่พอใจเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ เขาจึงยิ้มอย่างพอใจ เพราะในที่สุดก็มีบางอย่างที่สามารถทำให้เด็กคนนี้แสดงอารมณ์ออกมาได้ “โอเคครับ ไม่อ่อนแอ” เขาพูดพลางหยิบอุปกรณ์ขึ้นมา “งั้นถ้าเจ็บก็อย่ากัดเฮียแล้วกัน” “หนูจะกัดทำไม?” “ไม่รู้สิ ลูกค้าบางคนเวลาเจ็บชอบคว้าแขนเฮีย” “หนูไม่ทำค่ะ” “เฮียจะรอดู” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากคนตรงหน้า ก่อนโซ่จะเริ่มขั้นตอนอย่างจริงจัง ครั้งนี้เขาตั้งใจทำงานมากกว่าปกติ เพราะรู้ว่ารดากำลังจับตามองอยู่ แม้เธอจะไม่พูดอะไร แต่สายตาที่มองอุปกรณ์และขั้นตอนการทำงานของเขาก็บอกชัดว่าเธอสนใจ เขาจึงอธิบายทุกอย่างอย่างใจเย็น ตั้งแต่การทำความสะอาด การเตรียมอุปกรณ์ ไปจนถึงการดูแลหลังเจาะ “หลังจากนี้อย่าเพิ่งจับเล่นนะครับ ถ้ามีอาการบวมเล็กน้อยช่วงแรกถือว่าปกติ แต่ถ้ามีอะไรผิดปกติก็โทรมาถามเฮียได้” “ค่ะ” “เบอร์เฮียมีแล้วใช่ไหม?” รดาชะงัก ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอ “มีในแชตของร้านค่ะ” “อ๋อ” โซ่แกล้งทำหน้าเสียดาย “เฮียนึกว่าจะมีเบอร์ส่วนตัวแล้ว” “จำเป็นด้วยเหรอคะ?” “เผื่อคิดถึง” รดาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบกลับอย่างเรียบเฉย “ไม่น่าจะค่ะ” โซ่หลุดหัวเราะจนต้องหันหน้าหนี เด็กนี่เอาเรื่องจริง ๆ เมื่อขั้นตอนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย รดาลุกขึ้นไปส่องกระจกเพื่อดูจิวใหม่ เธอเอียงศีรษะเล็กน้อยเพื่อดูตำแหน่งอย่างละเอียด ก่อนพยักหน้าด้วยความพอใจ โซ่ที่ยืนอยู่ด้านหลังมองผ่านกระจกแล้วเผลอยิ้มออกมา “สวยไหมครับ?” “ค่ะ” “หมายถึงจิว หรือคนใส่?” รดาหันกลับมามองเขาผ่านกระจก “จิวค่ะ” “โห ตัดกำลังใจกันเลย” “เฮียถามเองนี่คะ” โซ่หัวเราะแล้วส่ายหน้า เขาไม่เคยเจอลูกค้าที่ตอบคำถามได้ตรงจนตัวเองไปต่อไม่ถูกแบบนี้มาก่อน แต่แทนที่จะรู้สึกเสียหน้า เขากลับรู้สึกสนุกอย่างประหลาด “งั้นครั้งหน้าเฮียไม่ถามแล้ว” “ก็ดีค่ะ” “แต่เฮียจะชมเอง” รดาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ก่อนเดินมาที่เคาน์เตอร์เพื่อชำระเงิน โซ่รับเงินจากเธอแล้วส่งใบแนะนำการดูแลให้ พร้อมกำชับเรื่องการทำความสะอาดอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้พูดหยอกอะไรเพิ่ม เพียงแต่ก่อนที่เธอจะเดินออกจากร้าน เขาก็เรียกเอาไว้เสียก่อน “รดา” หญิงสาวหันกลับมา โซ่ยืนพิงเคาน์เตอร์ มองเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่คุ้นตา “ครั้งหน้าอย่าหายไปนานนะครับ” รดานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนตอบกลับว่า “ถ้ามีอะไรอยากเจาะอีก เดี๋ยวมา” “เฮียหมายถึงอยากให้มาเจอเฮียครับ” “เหมือนกันค่ะ” คำตอบนั้นทำให้โซ่หลุดยิ้มกว้างกว่าเดิม รดาเปิดประตูร้านออกไป เสียงกระดิ่งดังขึ้นเบา ๆ ก่อนร่างของเธอจะหายไปหลังประตูกระจกอีกครั้ง โซ่มองตามอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจอย่างคนที่เริ่มรู้ตัวว่าตัวเองกำลังเดินเข้าไปเล่นกับอะไรบางอย่างที่ไม่ควรเล่น “ยัยเด็กนี่…” เขาพึมพำพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะส่ายหน้าแล้วกลับไปจัดของบนเคาน์เตอร์ ทว่าไม่ถึงนาที โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างมือก็สั่นขึ้น ข้อความจากบัญชีร้านเด้งขึ้นมาหนึ่งข้อความ Rada: ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ โซ่มองข้อความนั้นอยู่สองวินาที ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม So: ยินดีครับ แต่คราวหน้าให้เฮียเลี้ยงกาแฟนะ สถานะขึ้นว่า อ่านแล้ว แต่ไม่มีคำตอบกลับมา โซ่รออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ “เล่นตัวเก่งจริงนะ” เขาวางโทรศัพท์ลง แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา หน้าจอก็สว่างขึ้นอีกครั้ง Rada: ถ้าเฮียอยากเลี้ยงก็แล้วแต่ค่ะ โซ่มองข้อความนั้นแล้วหัวเราะออกมา บางทีเขาอาจไม่ได้คิดไปเองก็ได้ บางทีเด็กคนนี้อาจไม่ได้รำคาญเขาอย่างที่แสดงออกเสียทีเดียว และนั่นยิ่งทำให้โซ่อยากรู้ว่า ถ้าเขาจีบจริง ๆ รดาจะยังใจแข็งได้อีกนานแค่ไหนกันหลังจากวันที่โซ่ยอมรับกับตัวเองตรง ๆ ว่าเขาหวงรดา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เหมือนจะเปลี่ยนไปอีกนิด ไม่ใช่เพราะมีใครตั้งใจทำให้มันหวานขึ้น แต่เป็นเพราะต่างคนต่างเริ่มคุ้นเคยกับการมีอีกคนอยู่ในชีวิตมากขึ้น จากเดิมที่รดาเคยเป็นฝ่ายรอข้อความของเขา ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายส่งข้อความมาก่อนบ่อยขึ้น ส่วนโซ่เองก็เริ่มรู้ว่าช่วงเวลาไหนที่เธอเลิกเรียน ชอบดื่มอะไร ไม่ชอบกินอะไร และแม้กระทั่งเวลาที่เธอเหนื่อย เธอมักจะตอบข้อความสั้นกว่าปกติแค่ไหนมันเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีใครบอกให้จำ แต่เขากลับจำได้เองโดยไม่รู้ตัวเช้าวันหนึ่ง ขณะที่โซ่กำลังเตรียมอุปกรณ์ในร้าน โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นบนโต๊ะRada: วันนี้หนูเลิกเร็วค่ะโซ่ยกยิ้มทันทีSo: แล้วจะมาหาเฮียไหมครับครั้งนี้เธอไม่ได้ตอบทันทีเหมือนทุกครั้ง ผ่านไปเกือบสิบนาทีข้อความจึงเด้งขึ้นมาRada: ถ้าเฮียไม่ยุ่งSo: ต่อให้ยุ่งก็อยากให้มาRada: งั้นหนูไปค่ะโซ่กำลังจะพิมพ์ตอบ แต่ลูกค้าคนแรกของวันก็เดินเข้าร้านเสียก่อน เขาจึงวางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปทำงานตามปกติ ทว่าตลอดทั้งวันอารมณ์ของเขากลับดีเป็นพิเศษจนเพื่อนร่วมร้านสังเกตได้“วันนี้มึงยิ้มอะไรนักหนา?”
เช้าวันต่อมา โซ่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆ ทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะปิดร้านเสร็จก็ดึกกว่าปกติ แต่พอลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาทำกลับไม่ใช่การหยิบโทรศัพท์เช็กตารางงานเหมือนทุกวัน หากเป็นการเปิดดูข้อความล่าสุดจากรดาที่ส่งมาตั้งแต่เมื่อคืน ชายหนุ่มอ่านข้อความสั้น ๆ นั้นซ้ำอีกครั้งก่อนจะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว คำว่า “ค่ะ แฟน” ที่เธอส่งกลับมาไม่ได้มีอะไรหวือหวาเลย แต่กลับทำให้เขาอารมณ์ดีตั้งแต่ยังไม่ลุกจากเตียงโซ่วางโทรศัพท์ลงบนอกแล้วถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหัวเราะให้กับตัวเอง“เป็นเอามากแล้วกู…”เมื่อก่อนเขาไม่เคยเข้าใจคนที่เอาแต่เช็กโทรศัพท์เพราะรอข้อความจากใครสักคนเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ตัวเองกลับกลายเป็นหนึ่งในนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ และที่น่าหนักใจกว่านั้นคือเขาไม่ได้รู้สึกรำคาญตัวเองแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่าการมีใครสักคนให้คิดถึงตั้งแต่ตื่นนอนทำให้เช้าวันธรรมดาน่าใช้ชีวิตขึ้นมาอย่างประหลาดยังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกไปอาบน้ำ โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นอีกครั้งRada: ตื่นหรือยังคะโซ่ยิ้มทันทีSo: ตื่นแล้วครับ กำลังคิดถึงแฟนอยู่เลยอีกฝั่งอ่านข้อความอย่างรวดเร็ว ก่อนตอบกลับมาRada: โกหกSo: จริงค
หลังจากวันที่ตกลงเป็นแฟนกันจริง ๆ ชีวิตของโซ่ก็เหมือนจะมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป ทั้งที่ตารางชีวิตของเขายังคงเหมือนเดิม ตื่นเช้า เปิดร้าน รับลูกค้า สักงานตามนัด เก็บร้านตอนค่ำ แล้วกลับบ้าน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือโทรศัพท์ที่เมื่อก่อนแทบไม่มีความหมาย กลับกลายเป็นสิ่งที่เขาเผลอหยิบขึ้นมาดูทุกไม่กี่นาที เพียงเพราะอยากรู้ว่าอีกคนจะส่งข้อความมาหรือยังและวันนี้ก็เช่นกันชายหนุ่มนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ในร้านสัก มือหนึ่งกำลังจัดอุปกรณ์ ส่วนอีกมือวางโทรศัพท์ไว้ข้างตัวอย่างเห็นได้ชัด สายตาของเขาเหลือบมองหน้าจอเป็นระยะ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่รดาจะต้องทักมาตั้งแต่เช้า“มึงจะมองอีกกี่รอบวะ โทรศัพท์มันไม่ท้องหรอก”เสียงของเพื่อนช่างสักที่กำลังจัดของอยู่ไม่ไกลทำให้โซ่เงยหน้าขึ้น เขาขมวดคิ้วก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไม่สะทกสะท้าน“กูไม่ได้รอใคร”“กูยังไม่ได้ถามเลยว่ามึงรอใคร”โซ่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อรู้ตัวว่าถูกจับได้เต็ม ๆ เขากดเปิดหน้าจออีกครั้ง แล้วก็พบว่าไม่มีข้อความใหม่จริง ๆ อย่างที่คิด ชายหนุ่มถอนหายใจพร้อมเอนหลังพิงเก้าอี้ พยายามทำเหมือนไม่ได้สนใจอะ
หลังจากข้อความ คิดถึงค่ะ ถูกส่งออกไป รดาก็วางโทรศัพท์ลงข้างหมอนทันที เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองจะรู้สึกอะไรกับการส่งข้อความสั้น ๆ แบบนั้น เพียงแต่ตอนที่นิ้วพิมพ์คำว่า คิดถึง ลงไป มันกลับเป็นคำที่ตรงกับความรู้สึกในตอนนั้นมากที่สุด เธอไม่ได้คิดถึงเขาเพราะต้องการแสดงให้ใครเห็น ไม่ได้คิดถึงเพราะต้องการให้ผู้ชายที่ตามจีบเลิกยุ่ง และไม่ได้คิดถึงเพราะยังอยู่ในบทบาทแฟนปลอม ๆ อีกแล้ว ความจริงที่น่าประหลาดก็คือ เธอเพียงแค่คิดถึงโซ่ขึ้นมาจริง ๆ เท่านั้นทางด้านคนที่ได้รับข้อความกลับไม่สามารถนอนได้ง่าย ๆ โซ่นอนมองหน้าจออยู่พักใหญ่ก่อนเปิดอ่านข้อความนั้นซ้ำเป็นรอบที่ไม่รู้เท่าไหร่ รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นทุกครั้งที่อ่าน โดยเฉพาะคำว่า คิดถึงค่ะ ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกเติมเต็มอย่างประหลาด เขาเคยได้รับข้อความหวาน ๆ จากผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีข้อความไหนทำให้รู้สึกดีเท่านี้มาก่อน อาจเพราะคนที่ส่งคือรดา เด็กสาวที่เขาเคยคิดว่าเย็นชาและไม่สนใจเขาเลยสักนิด “คิดถึงเฮียเหรอ…” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนหัวเราะเบา ๆ แล้วพิมพ์ตอบกลับไปSo: เฮียก็คิดถึงครับหลังจากนั้นไม่มีข้อความตอบกลับมาอีก โซ่จึงวางโทรศัพท์
ตอนที่ 9 จากแฟนจำเป็นสู่แฟนจริงหลังจากคำว่า “ค่ะ” หลุดออกจากปากของรดา ทั้งสองคนก็ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟริมถนนโดยไม่มีใครพูดอะไรต่ออยู่พักใหญ่ เสียงรถที่วิ่งผ่านไปมาดังเป็นระยะ เสียงผู้คนจากร้านอาหารใกล้ ๆ ลอยมาตามลม แต่สำหรับโซ่แล้ว สิ่งเหล่านั้นแทบไม่ได้เข้ามาอยู่ในความสนใจเลย เขายังคงมองมือของตัวเองที่กำลังจับมือรดาอยู่ และอดไม่ได้ที่จะคิดว่ามือคู่นี้เมื่อไม่กี่วันก่อนยังเป็นเพียงมือของลูกค้าคนหนึ่งที่เข้ามาในร้าน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นมือของแฟนเขาไปแล้วจริง ๆ“เฮีย”เสียงของรดาทำให้เขาเงยหน้าขึ้น“ครับ?”“เรากลับกันได้หรือยังคะ?”โซ่หลุดหัวเราะเบา ๆ “ได้ครับ” เขาปล่อยมือเธออย่างเสียดายเล็ก ๆ ก่อนเดินไปทางรถ “แต่เฮียมีคำถาม”“อะไรคะ?”“ตอนนี้เราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้วใช่ไหม?”รดาหยุดเดินแล้วหันมามองเขา “ก็เมื่อกี้หนูตอบตกลงไปแล้วค่ะ”“เฮียอยากได้ยินอีกครั้ง”“ทำไมคะ?”“อยากฟังครับ”รดามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาอย่างชัดเจน “ค่ะ เราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้ว”เพียงประโยคเดียวก็ทำให้คนที่เคยมีคำพูดหวาน ๆ ให้ผู้หญิงฟังได้แทบทุกสถานการณ์ยิ้มกว้างจนปิดไม่มิด โซ่พยักหน้าเหมือนกำลังยืนยันกั
ตอนที่ 8 แฟนจริง ๆ ได้ไหมเช้าวันถัดมา โซ่ใช้เวลานานกว่าปกติในการเลือกเสื้อผ้า ทั้งที่วันนี้เขาไม่ได้มีนัดสักกับลูกค้าคนสำคัญ ไม่ได้มีงานถ่ายแบบ หรือมีธุระอะไรที่ต้องแต่งตัวเป็นพิเศษ สิ่งเดียวที่แตกต่างจากทุกวันคือช่วงเย็นเขาต้องไปรับรดาที่โรงเรียนและไปพบผู้ชายที่ตามจีบเธอ และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เรื่องแค่นี้กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะไปพบคนสำคัญของตัวเอง โซ่ยืนมองตัวเองในกระจกอยู่พักหนึ่งก่อนหยิบเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มมาสวมทับเสื้อยืดเรียบ ๆ แล้วจัดทรงผมให้เข้าที่ “ไม่ได้ไปแข่งกับใครนะโซ่” เขาพูดกับตัวเอง “แค่ไปช่วยแฟน” พูดจบก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มออกมา เพราะคำว่า แฟน ที่หลุดออกจากปากนั้นฟังดูเป็นธรรมชาติเกินกว่าจะเรียกว่าการแสดงเสียแล้วช่วงบ่ายที่ร้านค่อนข้างยุ่ง โซ่ต้องสักงานต่อเนื่องจนแทบไม่มีเวลาพัก แต่ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นมาเป็นระยะ เมื่อหยิบขึ้นมาดู เขากลับพบเพียงข้อความจากรดาสั้น ๆ ว่า วันนี้หนูเลิกเรียนห้าโมงนะคะ เขาตอบกลับทันทีว่า ครับ เฮียไปรับ แล้ววางโทรศัพท์ลง ทว่าผ่านไปไม่ถึงห้านาที เขาก็หยิบขึ้นมาเปิดอ่านข้อความนั้นอีกครั้งอย่างไม่มีเหตุผล ลูกค้าที







