LOGINร่างบอบบางที่ได้แต่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงนุ่มเนื่องจากไม่อาจข่มตาหลับลงได้ หลังจากที่เสียงนุ่มอบอุ่นที่ส่งคำหวานออกมาก่อนหน้านี้ยังคงดังก้องอยู่ในหู
‘เฮียรักลูกจันนะคะ สุดที่รักของเฮียทิศ’ (^-^)
“กรี๊ดดดดด ~~ แฟนใครไม่รู้น่ารักเป็นบ้า อยากจะบ้าตาย” (>///<)
ความรู้สึกที่เต็มตื้นอยู่ในใจท่วมท้นจนแทบจะทะลักล้นออกมาทำให้ร่างเล็กได้แต่นอนกลิ้งไปเกลือกมาบนที่นอนด้วยความเขินอาย และไม่ใช่ว่าตัวฉันจะได้ยินคำบอกรักจากเขาจนตัวเองมาเกิดอาการแบบนี้เป็นแรก เขาเองที่มักจะบอกรักฉันอยู่บ่อยครั้งยามที่มีโอกาส เพียงแต่ว่าครั้งนี้มันอาจจะเป็นเพราะด้วยบรรยากาศและการสัมผัสที่แนบชิดกันมากยิ่งขึ้น นั่นจึงทำให้เป็นเหตุผลที่ฉันต้องมานอนเสียอาการอยู่แบบนี้
“เฮ้ออออ...ฟังเท่าไรก็ไม่มีเบื่อเลยอยากได้ยินบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ ทุกวันจัง...คริคริ คอยดูนะถ้าแต่งงานไปจะขอให้เฮียทิศพูดให้ฟังวันละสามเวลาหลังอาหารเลยคอยดู” (^-^)
เสียงพึมพำพูดกับตัวเองพร้อมกับใบหน้าสวยหวานที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข จนกระทั่งเมื่อสมองพานคิดไปถึงประโยคบางประโยคขึ้นมาดวงหน้าสาวที่ร้อนผ่าวแดงระเรื่ออยู่แล้วก็ยิ่งทวีความแดงเพิ่มขึ้น
‘ลูกจันก็รักเฮียทิศขานะคะ สุดที่รักของลูกจัน จุ๊บ ~~’ (^-^)
“กรี๊ดดดดด ~~ เขินเป็นบ้าพูดอะไรเลี่ยน ๆ แบบนั้นออกไปได้ไงกันนะ...คริคริ...สงสัยต้องติดมาจากเฮียทิศแน่ กรี๊ด...กรี๊ดดดดด ~~” (^-^)
ฉันที่ซุกหน้าหวีดร้องเข้ากับหมอนหลังจากพานคิดไปถึงเหตุการณ์ที่เฮียทิศบอกรักฉันและตัวฉันเองก็ได้บอกรักเขาตอบกลับด้วยประโยคเดียวกันแถมตัวเองยังใจกล้าจุ๊บไปที่แก้มเขาอีกด้วย และด้วยการกระทำเหล่านั้นก็ยิ่งส่งให้ฉันนอนบิดดีดดิ้นด้วยความอายไม่หยุด
“ฟู่ววววว ~~ ใจเย็นเข้าไว้นะยัยลูกจันถ้าปล่อยให้อะดรีนาลีนหลั่งอยู่แบบนี้พรุ่งนี้คงมีหวังตาโหลขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าโชว์ให้เฮียทิศดูแน่ ๆ ไม่เอานอน นอน นอน พรุ่งนี้จะได้ตื่นไปเล่นน้ำทะเลก่อนกลับบ้าน”
ร่างบางที่ทำท่าตกลงกับตัวเองเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ทว่า...ก็ยังคงนอนกลิ้งดิ้นไปมาอยู่บนที่นอนไม่หยุด ก่อนที่ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาทั้งวันจะเริ่มทำให้เปลือกตาค่อย ๆ ปิดปรือจนกระทั่งปิดสนิทลง...
เพียงแต่ว่า...สิ่งที่ฉันไม่อาจจะล่วงรู้ได้เลยนั่นก็คือ...ในค่ำคืนนี้มันจะกลายเป็นค่ำคืนที่กงล้อแห่งโชคชะตาได้ทำการหมุนเพื่อเปลี่ยนอนาคตบางอย่าง และมันก็เริ่มต้นด้วยการสนับสนุนจากธรรมชาติที่ส่งมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย…
ครืนนนนน ~~
เปรี้ยงงงงง…!!
“เฮือก ~~ แฮ่กๆๆ”
ฉันถึงกับสะดุ้งตื่นออกมาจากฝันหวานพลันลุกขึ้นมานั่งหลังจากถูกปลุกด้วยเสียงฟ้าร้องและฟ้าผ่าดังลั่น พร้อมกับเหงื่อกาฬที่แตกซึมทั่วใบหน้าสวยทั้ง ๆ ที่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องยังคงทำงานเป็นปกติ
จากนั้น...
ครืนนนนน ~~
เปรี้ยงงงงง...!!
และอีกครั้งที่ฟ้ายังคงกระหน่ำอย่างไม่ปรานี จนฉันที่ตื่นเต็มตาถึงกับตกใจกรีดร้องออกมาเสียงดัง
“กรี๊ดดดดด...”
ฉันที่ร้องลั่นพร้อมกับเอามือยกขึ้นมาปิดหูเอาไว้แน่น อีกทั้งความรู้สึกกลัวที่พลันเกิดขึ้นทันทีโดยเฉพาะเมื่อบวกเข้ากับความมืดภายในห้องแล้วมันยิ่งทำให้ใจของฉันสั่นอย่างบอกไม่ถูก และในขณะที่ฉันกำลังนั่งตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่นั้น เสียงที่ในยามนี้เป็นเหมือนดั่งเสียงสวรรค์และความอบอุ่นที่ฉันต้องการมากที่สุดก็ได้ดังขึ้น
ก๊อกๆๆๆ
“ลูกจันเป็นอะไรหรือเปล่าคะ เฮียได้ยินเสียงร้อง”
น้ำเสียงตื่นตระหนกเต็มไปด้วยความเป็นห่วงมาพร้อมกับเสียงประตูที่เคาะระรัวหมายเรียกให้คนที่อยู่หลังบานประตูได้ยิน แต่ทว่า...ความกลัวกลับทำให้น้ำเสียงที่ส่งออกไปนั้นช่างแผ่วเบาเหลือเกิน
“ฮะ...เฮียทิศ...ฮึก...ฮึก...เฮียทิศ ลูกจันกลัว...ฮึก...ฮึก”
ฉับพลันน้ำตาที่จู่ ๆ ก็ไหลออกมาทันทีหลังรับรู้ได้ว่าจะมีคนมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วในยามนี้
“ลูกจันได้ยินเฮียไหมคะ เฮียเข้าไปได้ไหม” น้ำเสียงที่ยังคงร้อนรนไม่หยุดเอ่ยถามอีกครั้ง
ครืนนนนน ~~
เปรี้ยงงงงง...!!
“กรี๊ดดดดด...ฮือออออ...ฮะ...เฮียทิศ ลูกจันกลัว ฮือออออ ~~”
และด้วยเสียงกรี๊ดที่ดังขึ้นอีกครั้งของฉัน นั่นจึงทำให้ครั้งนี้เฮียทิศไม่รอช้าพังประตูเข้ามาทันที
“ลูกจัน เฮียอยู่นี่ไม่เป็นไรแล้วนะ” คนตัวโตพังประตูพร้อมกับพุ่งเข้ามาโอบกอดฉันแน่น ก่อนจะลูบหัวลูบหลังปลอบประโลมร่างฉันที่กำลังสั่นไหว
“ฮึก...ฮือออออ เฮียทิศ ลูกจันกลัว ฮึก...ฮึก”
“ไม่เป็นไรนะ เฮียอยู่นี่แล้วนะคะเด็กดี”
เสียงปลอบประโลมนุ่มละมุนอีกทั้งความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากอ้อมกอดอันกำยำทำให้ฉันที่ตื่นตระหนกหวาดผวาเริ่มจะผ่อนเสียงสะอื้นลง และด้วยเหตุที่ฉันไม่ชอบเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าก็เป็นเพราะว่าเมื่อครั้งวัยเด็กฉันเคยมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีนักเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้มาก่อนมันเลยทำให้ฉันฝังใจกลัว
เฮียทิศใช้เวลาอยู่กับฉันสักพักใหญ่ ๆ เขารอจนกระทั่งร่างกายฉันไม่เกิดอาการสั่นไหวอีกแล้ว เขาถึงได้ยอมปล่อยฉันให้ออกจากอ้อมกอด
“ยังกลัวอยู่ไหมคะ หืมมมมม ~~ คนดีของเฮีย”
น้ำเสียงละมุนเอ่ยปลอบแผ่วเบาอีกครั้ง จนความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจดวงน้อย ๆ
“นิดหน่อยค่ะ”
“ไม่ต้องกลัวนะเฮียอยู่ตรงนี้ นอนได้เลยเฮียจะนั่งอยู่ตรงนี้จนกว่าลูกจันจะหลับเอง”
คำพูดที่เหมือนกับแสงไฟในความมืดมิดส่งออกมาสร้างความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก และแม้ว่าฉันจะไม่เห็นแววตาของคนตรงหน้าด้วยเพราะความมืดภายในห้อง แต่ฉันมั่นใจว่าฉันรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าแววตานั้นจะเปี่ยมไปด้วยความรักที่ท่วมท้นมากแค่ไหน
“ขอบคุณนะคะเฮียทิศ” (T_T)
ฉันเอ่ยปากขอบคุณความใจดีของเขาด้วยความรู้สึกกลัวที่แทบจะมลายหายไปหมดแล้ว และในจังหวะที่ฉันกำลังจะล้มตัวลงนอน
ครืนนนนน ~~
เปรี้ยงงงง...!!
ซ่าาาาาา...
เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่ดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับฝนที่เทกระหน่ำลงมาอีกหนก็ได้ปลุกให้ความกลัวที่เหมือนจะจางหายไปแล้วของฉันพลันกลับมาอีกครั้ง
“กรี๊ดดดดด ~~ เฮียทิศ...ค่ะ...เฮียทิศ”
ฉันถึงกับเด้งตัวลุกขึ้นมาแล้วคว้ามือไปโอบกอดคนที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียงนอนแน่น
“เฮียอยู่นี่ค่ะ...เฮียอยู่นี่ไม่เป็นไรนะ”
“เฮียทิศ...ฮึก...ฮึก...ลูกจันกลัว”
“เฮียอยู่นี่ค่ะ โอ๋ ๆ ไม่ต้องกลัวนะคะคนดี”
เสียงปลอบที่ส่งมาพร้อมกับมือหนาที่ลูบประโลมยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิมเพียงแต่ครั้งนี้ฉันที่เริ่มจะสติแตกก็ได้พูดประโยคที่ไม่สมควรพูดในยามนี้ออกไป
“เฮียทิศอย่าไปเลยนะคะ ยะ...อยู่กับลูกจันได้ไหม นอนกับลูกจันได้ไหมคะ ลูกจันกลัวคืนนี้เฮียทิศอย่าทิ้งลูกจันไปเลยนะคะ ฮึก...ฮึก...” น้ำเสียงสั่นละล่ำละลักบอกพร้อมกับกอดร่างกำยำแน่น
“อะ...เออ...ลูกจันเฮียว่า”
“นะคะ...ฮึก...ฮึก...เฮียทิศนอนกับลูกจันนะ”
ฉันที่ในเวลานี้หวาดกลัวเหลือเกินโดยเฉพาะเมื่อสมองพานคิดไปถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่มันยังคงมีเศษเสี้ยวของความกลัวอยู่ นั่นจึงทำให้ฉันไม่ได้คิดถึงผลที่อาจจะตามมาเลยสักนิดว่าถ้าหากชายหญิงได้อยู่ใกล้ชิดกันจนมากเกินไปแล้วอะไรที่ไม่สมควรมันอาจจะเกิดขึ้นได้
“แต่เฮียว่า...”
น้ำเสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยความลังเลเพราะด้วยวัยที่ไม่ไร้เดียงสาของคนตัวโตแล้วเขาย่อมรู้ดีว่าสิ่งนี้มันอาจจะนำพาไปสู่อะไร และถึงแม้ว่าที่ผ่านมาตัวเขาจะไม่ได้โชกโชนช่ำชองในเรื่องการสัมผัสผู้หญิงมากเท่าไรนัก แต่ทว่า...เขานั้นย่อมรู้จักร่างกายตัวเองเป็นอย่างดีว่าการตัดสินใจในครั้งนี้มันอาจจะไม่เป็นผลดีแน่ถ้าหากว่าคืนนี้เขาไม่อาจรักษาสัญญาที่ว่าจะทะนุถนอมร่างนุ่มนิ่มตรงหน้าเอาไว้ได้
และในขณะที่เขายังคิดไม่ตกอยู่นั้น เสียงอ้อนวอนของคนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวในอ้อมแขนก็ได้ถูกส่งออกมาอีกครั้ง
“ฮะ...เฮียทิศ ไม่รักลูกจันหรอคะ...ฮึก...ฮึก เวลานี้ลูกจันต้องการเฮียทิศที่สุด”
คำพูดที่พูดไปอย่างไม่ได้คิดลึกซึ้งเพียงแต่พูดไปอย่างที่ความรู้สึกตัวเองในตอนนี้รู้สึกเท่านั้นกลับทำให้คนฟังคิดไปไกลด้วยความหมายของคำพูดที่แปลได้หลายทาง
“เฮียรักลูกจันซิคะ รักมากด้วยเพียงแต่ว่าเฮีย...”
“ถ้างั้นคืนนี้เฮียทิศนอนกับลูกจันนะคะ”
เสียงสั่นเครือบวกกับร่างบอบบางที่สั่นไหวทำให้ยามนี้ตัวชายหนุ่มเองก็ยากที่จะปฏิเสธได้อีกแล้ว...
“พี่นิดพูดกับลูกจันได้ตรง ๆ เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจกัน อีกอย่างลูกจันก็เคยบอกแล้ว ณ เวลานี้เราคือครอบครัวเดียวกันลูกจันไม่ใช่ลูกเจ้านายของพี่นิดอีกแล้วนะคะ”ฉันยื่นมือออกไปกุมมือที่ประสานอยู่ที่หน้าตักของพี่นิดแน่นอย่างต้องการให้คนตรงหน้ารับรู้ถึงความจริงใจของฉัน“ขอบคุณนะคะที่เห็นพี่เป็นคนในครอบครัว” (^-^)“ก็พี่นิดเป็นครอบครัวของลูกจันจริง ๆ นี่ค่ะ แล้วอีกอย่างความจริงแล้วต้องเป็นลูกจันต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่นิดที่ยังอยู่คอยช่วยเหลือลูกจันอยู่จนถึงทุกวันนี้” (^-^)คำพูดขอบคุณที่ถูกส่งออกมาอย่างที่ตัวเองคิดมาเสมอนับตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง แม้ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายภายในห้องเช่าทุกอย่างฉันจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด แต่พี่นิดเองหลังจากรับเงินก้อนนั้นไปจากฉันพี่นิดเองก็ไม่เคยเรียกร้องเอาเงินเดือนจากฉันอีกเลยแม้ว่าฉันจะหยิบยื่นให้ก็ตาม แถมทุกวันนี้ที่ฉันได้ออกไปหางานทำได้อย่างสบายใจก็ได้พี่นิดนี่แหละที่คอยช่วยดูแลคุณพ่อที่ยังคงนอนติดเตียงอยู่“พี่เต็มใจค่ะ คุณลูกจันไม่ต้องคิดมาเรื่องนี้เลยนะคะ” (^-^)“ถึงยังไงลูกจันก็ต้องขอบคุณค่ะ และอยากให้พี่นิดรู้ไว้นะคะว่าพี่นิดเป็นเสมือนผู้มีพระคุณของลูกจัน” (
เรื่องราวทุกอย่างที่ฉันได้รับการดูถูก หลาย ๆ อย่างที่ฉันต้องพบเจอในตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าฉันจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันยังคงเจ็บปวดและยังรู้สึกต่อสิ่งที่พบเจออยู่ เพียงแต่เพราะฉันยังมีสิ่งที่ยังทำให้ฉันมีพลังเดินหน้าสู้ต่อนั่นก็คือกำลังใจจากคนทั้งสองที่ยังรอความหวังอยู่ที่ห้องเช่าขนาดเล็ก และด้วยกำลังใจของพวกเขานั้นก็ทำให้ฉันตั้งใจแล้วว่าฉันจะไม่ใส่ใจกับสิ่งไร้สาระที่ได้พบเจออีกต่อไปแล้วส่วนเรื่องราวของพี่นิดนับตั้งแต่วันนั้นที่ฉันตั้งใจว่าจะมอบเงินก้อนหนึ่งให้พี่นิดเพื่อให้เป็นทุนในการตั้งตัว แม้ว่าพี่นิดจะเอ่ยปากปฏิเสธในตอนแรกด้วยเพราะเกรงใจฉัน แต่เป็นเพราะฉันเองที่พยายามยัดเยียดเงินก้อนนั้นให้กับพี่นิดด้วยเพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้ นั่นจึงทำให้พี่นิดยอมที่จะรับน้ำใจของฉันเอาไว้โดยที่พี่นิดเองก็ยังคงเลือกที่จะอยู่ช่วยดูแลคุณพ่อของฉันต่อในระหว่างที่ฉันเริ่มออกไปหางานทำ...“เป็นยังไงบ้างคะคุณลูกจัน...วันนี้พอจะมีข่าวดีไหมคะ”พี่นิดถามหลังจากที่เห็นฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องยามเย็น หลังจากที่ฉันออกไปหางานทำตั้งแต่เช้าก่อนที่ปฏิกิริยาของฉันที่มาพร้อมกับสีหน้าสลดนั้นจะเป็นคำตอบได้ดีถึงผลลั
“ฮึก...ฮึก...พี่นิดค่ะ...ฮึก...ฮึก”เสียงสะอึกสะอื้นที่แม้จะมีคำพูดมากมายอยากจะพูดกับคนตรงหน้าแต่กลับพูดไม่ออกทำได้เพียงแค่เรียกชื่อด้วยความตื้นตันใจเท่านั้น“ไม่เป็นไรนะคะ ไม่เป็นไร พี่เชื่อว่าคุณลูกจันกับคุณท่านจะผ่านมันไปได้นะคะ”มือบางที่อบอุ่นที่สุดในยามนี้ยื่นมาลูบหลังที่สั่นไหวเบา ๆ ด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ สายตาที่มองร่างบอบบางอย่างรู้สึกเวทนาในชะตาของหญิงสาวเพียงแต่ด้วยสถานะของคนปลอบนั้นเธอเองจึงทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้“ขอบคุณนะคะ...ฮึก...ฮึก...ขอบคุณจริง ๆ บุญคุณครั้งนี้ลูกจันจะไม่มีวันลืมเลย”“ไม่เป็นไรนะคะ นิ่งซะนะยังไงคุณลูกจันยังมีคุณท่าน คุณท่านยังรอคุณลูกจันอยู่นะคะ” (^-^)พี่นิดเอ่ยปลอบอีกครั้งก่อนที่เราจะช่วยกันวางแผนชีวิตในลำดับต่อไป และหลังจากที่ออกจากห้างสรรพสินค้าแล้วพวกเราก็ได้พากันไปหาห้องเช่าเพื่อที่จะพาคุณพ่อกลับไปพักผ่อน...กระทั่งเมื่อได้ห้องพักโดยการจัดการของพี่นิดแล้ว ฉันก็ให้พี่นิดอยู่รอที่ห้องพักเลย ส่วนฉันก็เลือกที่จะกลับไปรับคุณพ่อที่โรงพยาบาลเพียงลำพัง...หลังจากที่ฉันได้เคลียร์ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็พาคุณพ่อกลับมายัง
“โธ่...คุณลูกจัน ทำไมเรื่องราวมันถึงเลยเถิดไปได้ถึงขนาดนี้กันล่ะคะ”นิดถึงกับถอนหายใจรู้สึกปลงตกกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้รับฟังมา และแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม แต่ตนเองก็ไม่คิดว่ามันจะพังทลายได้ถึงขนาดนี้...ความเงียบเข้าปกคลุมหลังจากที่ฉันเล่าทุกอย่างให้พี่นิดฟัง แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าพี่นิดจะคิดยังไง เพราะถ้าให้บอกตามตรงในเวลานี้พี่นิดก็เท่ากับว่าได้ตกงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ว่าพี่นิดจะคิดยังไงจะอยู่หรือว่าจะไปจากฉัน แต่สิ่งที่ฉันตั้งใจเอาไว้เลยก็คือหลังจากที่ฉันขายพวกเครื่องประดับพวกนี้ได้เงินมาแล้วฉันจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้พี่นิดไปตั้งตัวด้วย เพราะรู้สึกซึ้งใจที่นับตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัวฉันมาพี่นิดเป็นคนงานเพียงคนเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่กับฉันมาจนถึงวินาทีนี้ ส่วนคนงานคนอื่นกลับหนีหายไปตั้งแต่วันที่มีอันธพาลมาอาละวาดที่บ้านวันนั้นแล้วหัวใจที่เต้นระรัวด้วยกลัวว่าพี่นิดจะชิ่งหนีไปก่อนหลังได้รับฟังความจริงก็ค่อย ๆ พลันสงบลงอย่างคนที่ปลงตกและคิดได้ เพราะถ้าหากพี่นิดคิดจะจากฉันไปมันก็เป็นสิทธิ์ของเขาจากนั้นไม่นานรถโดยสารสาธารณะส่วนบุคคลก็พาเราสองคนมาถึงห้า
ณ โรงพยาบาล M พรีเมียมฉันพาร่างที่สะบักสะบอมกลับมายังห้องพักผู้ป่วยที่ยังเหลือคนที่มีสายเลือดใกล้ชิดเพียงคนเดียวในชีวิตของฉันอยู่ ภาพของพ่อที่ยังคงนอนแน่นิ่งแม้ว่าคุณหมอจะแจ้งว่าเป็นผลจากอาการช็อกและผลจากการเป็นอัมพาตก็ตาม แต่ฉันกลับรู้สึกว่าในเวลานี้บนโลกใบนี้คงเหลือแค่ฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น“ฮึก...ฮึก...พ่อค่ะ...ฮือออออ ~~”ฉันพุ่งตัวเข้าไปกอดพ่อด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นตีมวนไปหมด ความเจ็บปวดที่ระบมไปทั่วทั้งตัวเมื่อรวมเข้ากับความรู้สึกแหลกสลายที่อยู่ในใจแล้วมันกลับทำให้ความอ่อนแอที่ฉันตั้งใจจะกดมันเอาไว้เพื่อให้คนข้างนอกเห็นว่าฉันเข้มแข็งไม่เป็นอะไรได้พรั่งพรูออกมาเกินกว่าจะทนไหวใบหน้าที่แนบไปกับหน้าอกของผู้เป็นบิดาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลจนเสื้อผู้ป่วยชื้นแฉะกลับไม่ทำให้ความรู้สึกปวดร้าวที่เกิดขึ้นหายไปได้เลยสักนิด น้ำตาที่ยังคงหลั่งไหลออกมาไม่หยุดเหมือนต้องการให้มันไหลออกมาให้หมดเพื่อที่วันหน้าฉันจะได้ไม่ต้องเสียใจให้กับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว...กระทั่งเมื่อเสียงสะอื้นค่อย ๆ แผ่วลงหลังจากที่ฉันร้องไห้อยู่สักพัก อีกทั้งความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่อัดแน่นก่อนหน้านี้ก็เริ่มจะคลายลง ฉันที่ค่อ
แกร๊งๆๆๆ“ใครเอาโซ่มาคล้องไว้กันนะ...??”ฉันจับไปยังโซ่เส้นโตที่คล้องประตูบ้านฉันเอาไว้ก่อนจะเขย่ามันอย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงดังลั่น ก่อนจะตะโกนลั่นด้วยความโกรธเคือง“เปิดเดี๋ยวนี้นะฉันบอกให้เปิด...นี่มันบ้านของฉันนะ...!! มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้”และในขณะที่ฉันกำลังโวยวายอยู่นั้นในจังหวะที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็พลันถูกผลักล้มลงกระแทกพื้นด้วยแรงอันมหาศาลทันทีตุบ...!!“อะ...โอ๊ย...!!”“มาโวยวายอะไรตรงนี้ ออกไป...!!”เสียงคำรามน่าหวาดหวั่นของคนตัวโตที่มีลักษณะของนักเลงเอ่ยตวาดหลังจากผลักฉันให้ออกไปจากรั้วประตูบ้าน“นะ...นี่มันบ้านฉันนะ นายเป็นใครถึงมาทำแบบนี้กับฉัน...!!”หลังจากที่ฉันหยัดตัวลุกขึ้นมาจากพื้นได้ฉันก็แว้ดใส่ผู้ชายหน้าโหดทันที“ฮ่าๆๆ บ้านมึงหรอนี่มันบ้านเจ้านายกูโว้ย...ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นกูอาจจะทำปืนลั่นใส่กบาลมึงเอาได้ แต่เอ...หน้าตาแบบนี้หรือจะเอาทำเมียก่อนดีแล้วค่อยฆ่าทิ้ง ฮ่าๆๆๆ”คนกักขฬะพูดจาร้ายกาจพร้อมกับเดินย่างสามขุมมาหาฉัน โดยที่คำพูดเหล่านั้นมันเริ่มทำให้ฉันกลัวจนต้องเดินถอยหนี“พูดแบบนี้ไม่กลัวติดคุกหรือไง”ฉันพูดออกไปทำเหมือนไม่เกรงกลัว แม้ว่าตัวเอง







