Masukในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน
ฉันกดปุ่มโทรศัพท์เครื่องโบราณ เรียกเลขาเข้ามาหา ด้วยความรู้สึกน้อยใจที่แม้แต่โทรศัพท์เครื่องใหม่ เราก็ไม่มีปัญญาจะเปลี่ยน
“คุณไนฟ์ คุณพร้อมทำงานหนัก เพื่อทำให้ค่ายเพลงเราไปรอดไหม?”
เธอมองฉันด้วยแววตาส่องประกาย ก่อนยกกำปั้นขึ้น แล้วตะโกนเสียงดัง
“พร้อมค่ะ บอส!”
“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นเราจะประชุมทุกวันจันทร์ เพื่อวางแผนว่า อาทิตย์นี้จะดีกว่าอาทิตย์ที่แล้วยังไง”
“แต่..เรามีกันแค่สี่คน”
“ลูกศรไว้ใจคุณไนฟ์นะคะ”
ฉันประกาศ จ้องเธอด้วยดวงตานิ่ง
“ค่ะ คุณลูกศร”
เธอเสียงอ่อนลง เมื่อไม่รู้ว่าแผนของฉันคืออะไร
“คุณไนฟ์ จะต้องไปคุมการผลิตเอ็มวีตัวใหม่กับน่านฟ้า แต่ในฐานะเลขา แค่ส่งตารางงานมาให้ลูกศรก็พอ”
เธอกลืนน้ำลาย ทำท่าลำบากใจ
“แต่เราไม่มีงบ”
“เราจะหาสปอนเซอร์ เรื่องนั้นปล่อยให้ลูกศรจัดการเอง คุณไนฟ์ช่วยดูแลเด็กที่จะมาออดิชั่นกับเข้าค่ายเรา ให้คุณเอสท์ตัดสินผลแข่งขัน ส่วนคนที่ผ่านออดิชั่น น่านฟ้าต้องเป็นคนสอนทั้งร้องและเต้น เฉพาะอันดับหนึ่งจะได้ออกซิงเกิ้ลกับเรา”
ฉันนิ่งไปชั่วครู่ หลังพรั่งพรูทุกอย่างออกมา แล้วนึกอะไรออกอีก
“อ้อ คนที่แต่งเพลงให้น่านฟ้าวันก่อน จะเป็นคนแต่งเพลงให้ผู้ชนะด้วย เราต้องจัดการอะไรอีกหลายอย่าง เตรียมใจไว้ให้พร้อม รถไฟเหาะกำลังจะมาแล้ว!”
.
.
ฉันนั่งในห้องประชุมบอร์ดบริหารร่วมกับเฮียธนู ในนั้นมีบอร์ดบริหารครบทุกคน รวมทั้งเฮียธนู แม่ใหญ่ ฉัน และใครอีกหลายคน
ก่อนหน้านั้นฉันเปิดคลิปเสียงที่เฮียธนูกับแม่ใหญ่ พูดเรื่องให้เงินใต้โต๊ะบอร์ดบริหาร ที่เฮียและแม่ใหญ่ให้พวกเขาอย่างลับๆ เพื่อคุมเสียงโหวตให้เป็นของเฮียแต่เพียงผู้เดียว
“ลูกศรจะไม่ปากโป้ง ถ้าเฮียให้ลูกศรขอเงินบอร์ดบริหาร ค่ายเองก็ใกล้จะเจ๊ง เฮียก็กำลังเข้าตาจน ทำไมเราสองคนพี่น้องไม่ร่วมมือกัน”
เฮียขมวดคิ้ว หันซ้ายหันขวา มองหาใครสักคน ฉันเดาว่าเฮียกำลังมองหาแม่ใหญ่
“ไม่เอาน่าเฮีย แม่ใหญ่ก็ช่วยเฮียไม่ได้ ลูกศรแค่ต้องการทุนไปต่อลมหายใจเอ็นแชนทิงมิวสิค ลูกศรไม่ได้ขโมยบอร์ดบริหารไปจากเฮียสักหน่อย”
เฮียธนูดูอ่อนลง เมื่อได้ยินคำพูดพวกนั้น
“ก็ได้”
“ต้องอย่างนั้น เฮียตัดสินใจไม่ผิดหรอก”
ฉันกระซิบกระซาบกับเฮีย ก่อนเข้าประชุมเล็กน้อย
และที่ฉันไม่บอกเฮียคือ ฉันดึงตัวน่านฟ้าที่ผ่านการฝึกร้องเพลงมาอย่างหนัก มาร่วมประชุมในวันนี้ด้วย
ก่อนหน้านั้นก็แอบสั่งให้พนักงานเปิดเครื่องเสียงชั้นยอดที่ติดตั้งอยู่ในห้องประชุม ให้ใช้การได้เป็นอย่างดี
ฉันแนะนำตัวก่อนหันไปพยักหน้าให้น่านฟ้าที่นั่งอยู่ข้างฉัน เธอยืนขึ้นก่อนถือไมค์ลอย แนะนำด้วยท่าทางน่ารัก แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะรู้จักเธอดีอยู่แล้ว
น่านฟ้าร้องเพลงใหม่ของเธอ คุณภาพเสียงดังกังวาน อ่อนหวาน และด้วยหน้าตาชวนหลงใหลนั้น ทำให้ชายวัยกลางคนผู้เป็นบอร์ดบริหารถึงกับเคลิ้ม แล้วยกมือถือขึ้นถ่ายคลิป ฉันแอบเห็นคนหนึ่งซึ่งมักจะทำท่าเคร่งเครียดเวลาประชุม ถึงกับไลฟ์ด้วยซ้ำ
เมื่อเพลงจบลง ทุกคนก็ปรบมือพึงพอใจ
“ในเวลาแค่สองอาทิตย์ ลูกศรใช้คนเพียงห้าคน กับเงินก้นถุงที่ยังเหลือ ปั้นเพลงจากนักแต่งเพลงหน้าใหม่ แถมประชาสัมพันธ์ค่ายเราให้ดังขึ้นด้วย แล้วอาทิตย์หน้าเราจะเริ่มถ่ายเอ็มวีกัน ถ้าท่านรู้สึกทึ่ง ขอเสียงปรบมือให้ทีมงานเราด้วยค่ะ”
เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างกระตือรือร้น
“นักร้องหนึ่งคนอาจทำเงินให้เราได้หลักสิบล้านบาท แล้วถ้าเราออดิชั่นเด็กรุ่นใหม่ ท่านไม่คิดหรือว่า เงินที่ท่านจะมีมติให้บริษัทลูกอย่างเอ็นแชนทิงมิวสิค จะทำเงินได้คุ้มสมความตั้งใจ”
ฉันบิวท์อารมณ์เต็มที่ และเห็นแววตาคลั่งไคล้คนสวยมาจากกรรมการทุกคน ไม่เว้นเฮียธนู
“ขอเงินลงทุนเพิ่มในเอ็นแชนทิงมิวสิคด้วยค่ะ”
กรรมการคนหนึ่งยกมือขึ้น
“คุณลูกศรต้องใช้เงินเท่าไหร่ครับ?”
ฉันประกาศตัวเลขออกไป แล้วก็เห็นมือโผล่ในอากาศมากมาย
“เยส!”
ฉันร้องในใจ หันไปสบตาศิลปินในค่าย ก่อนหันไปเห็นเฮียธนูทำหน้าไม่พอใจ ที่ถูกแย่งซีน และแย่งน่านฟ้าไป
แต่ แล้วใครแคร์
.
.
ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับน่านฟ้าพัฒนาขึ้นทุกวัน นับตั้งแต่ถ่ายเอ็มวีด้วยกัน ฉันขยี้แก้มอีกฝ่าย นอนตัก สบตา ในการถ่ายทำเอ็มวี
ก่อนปล่อยเพลงออกไปสู่สาธารณชน เพื่อหลีกเลี่ยงความกดดัน ก่อนผลลัพธ์จะออก ฉันเลยอยากไปไหนกับเธอตามลำพัง
“จะจ้องฟ้าอีกนานไหมคะ?”
“จ้องจนกว่าจะรู้ว่าฟ้าคิดยังไงกันแน่”
เธอเบะปาก กอดอก
“มีพลังจิตเหรอคะ? ก็ฟ้าเคยบอกแล้วไง ว่าพี่ลูกศรเป็นของฟ้าแล้ว”
“แปลว่า พี่ไม่มีสิทธิ์มองคนอื่น”
“ใช่ค่ะ แต่ฟ้ามีสิทธิ์มอง”
“เอ้า ขี้โกงนี่นา”
ฉันประท้วง หันไปมองด้านคนขับ ซึ่งน่านฟ้าอาสาจะขับเอง
“ฟ้าล้อเล่นค่ะ พี่ลูกศรทำใจให้สบายนะคะ เดี๋ยวบ่ายนี้ผลก็ออกแล้ว ว่ายอดวิวถึงแสนไหม?”
“พี่กังวล”
ฉันยกมือขึ้นกัดเล็บ น่านฟ้าตีมือฉัน ก่อนจับพวงมาลัยมั่น
“ไปเที่ยวกัน ไปเที่ยวบ้านฟ้า”
“ลุย!”
เรานั่งรถไปต่างจังหวัด วิวสองข้างทางมีแต่ป่านไม้รก และหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งไกลเมือง จิตใจฉันก็ผ่อนคลายอย่างเป็นไปเอง
“พี่อยากเข้าห้องน้ำอ่ะค่ะ”
ฉันบิดตัวไปมา น่านฟ้าจอดให้ฉันริมต้นไม้ต้นหนึ่ง
“ฟ้า!”
“ล้อเล่นค่ะ พี่ลูกศรยิ้มหน่อยสิคะ”
“ถ้าได้เข้าห้องน้ำ จะยิ้มกว้างๆ เลยค่ะ”
โชคดีที่มีปั๊มไม่ไกลจากตรงนั้น ฉันทำธุระส่วนตัวก่อนออกมาพบว่า น่านฟ้าหายตัวไป!
“ฟ้า!”
ฉันตะโกนก้อง แต่ไม่มีวี่แววเธอ ฉันจึงเดินไปถามเด็กปั๊ม พวกเขาส่ายหน้า ไม่เห็นอะไรผิดปกติ
ฉันโทรหาเธอ แต่เสียงเรียกดังเพียงครู่ ก่อนถูกตัดสายไป ฉันวิ่งไปตามถนน ตะโกนเรียกเธอ กลัวอันตราย กลัวไปสารพัด แต่ก็หาน่านฟ้าไม่เจอ
จนกระทั่งเห็นรถน่านฟ้ากำลังไหลลงจากเนิน โดยมีไอ้โม่งเป็นคนผลักรถ มันเป็นคนของใคร และเบื้องล่างก็เป็นสระน้ำขนาดใหญ่ โดยที่น่านฟ้ายังอยู่ในนั้น เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเธอไม่ออกมา ทำไมไม่เหยียบเบรก
หรือว่าจะเป็นเฮียธนู แต่เฮียธนูชอบเธอ เฮียจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร ฉันรีบวิ่งไปหาน่านฟ้า ในขณะที่รถค่อยๆ จมลงในน้ำ
แต่ฉันว่ายน้ำไม่เป็น ฉันจึงรีรอ เรียกให้คนมาช่วย ส่วนไอ้โม่งวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
กระนั้น ฉันก็พุ่งตัวลงไปในน้ำ ที่น่านฟ้าจมลงไปแล้วพักหนึ่ง ฉันพบว่าน้ำสูงแค่อกฉัน แต่น่านฟ้ากลับจมลงในท่านั่ง ฉันดึงเธอออกมาจากรถ
ทั้งที่น่านฟ้าของฉัน หยุดหายใจไปแล้ว!
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ครูดอกปีบโทรตามรถพยาบาลมารับตัวพี่นานาที่บ้านสุขใจ โดยมีฉันคุกเข่าพนมมือต่อหน้าครู เหล่าเด็กๆ ออกมามองดูเราสองคนอย่างสนใจ ส่วนพี่นานาหลับไม่ได้สติบนโซฟา “ครูบอกเลยว่า การลงโทษครั้งนี้ ต่อให้ใช้เวลาหนึ่งเดือนก็ไม่หมด” ไม้เรียวในมือครูกำลังกระทบมือครูเป็นจังหวะ ฉันนึกถึงพ่อขึ้นมาทันที แต่ในใจมีเรื่องสำคัญกว่านั้น “หนูยอมทุกอย่าง แต่ขอให้หนูได้ดูแลพี่นานานะคะ” “เธออายุสิบสองปีแค่นี้ ทำอะไรเป็นบ้าง แล้วถ้านานาตาย เธอจะรับผิดชอบไหวไหม?” “หนู...” ฉันเอ่ยอะไรไม่ออก ได้แต่นิ่งอยู่อย่างนั้น ชั่วครู่ความคิดก็ผุดขึ้นมาราวกับสายน้ำ “อย่างน้อยๆ หนูก็ดูพี่เขา ตอนครูไปทำธุระก็ได้” ครูดอกปีบถอนหายใจ ส่ายหัวไปมา “นะคะ หนูไม่เอาค่าขนม หนูจะทำความสะอาดบ้
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน หลังจากผ่านเหตุการณ์การขับรถเองในวันนั้น น่านฟ้าก็จับฉันฝึกขับรถ เธอให้เหตุผลว่า เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ฉันจะได้เอาตัวรอด แต่ที่ฉันเดาใจเธอออกคือ ประกายตาอันสดใสของน่านฟ้า ยามจดจ้องเสี้ยวหน้าของฉัน ขณะฉันขับรถ ตอนนี้ฉันมั่นใจในตัวเองมากพอที่จะขับรถทางไกลคนเดียวได้แล้ว ฉันมาเยี่ยมคนๆ หนึ่ง ที่ไม่ได้มาหานับสิบห้าปีได้แล้ว สองข้างทางยังคงเต็มไปด้วยแมกไม้เขียวขจีเหมือนเดิม ฉันจำโค้งทุกโค้งได้เป็นอย่างดี ราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เพราะยังขับรถไม่ชำนาญ ฉันจึงขับความเร็วระดับที่ปลอดภัย ยอมให้รถคันหลังแซงไป ฉันร้องเพลงใหม่ของน่านฟ้าแล้วเคาะพวงมาลัย แต่รถกลับส่ายไปมา จนฉันต้องจอดชิดข้างทาง ฉันดูสัญญาณมือถือแล้ว ที่นี่อับสัญญาณพอดี ฉันยักไหล่ ตอนเด็กๆ พวกเราไม่ค่อยได้ใช้เทคโนโลยีอะไรนัก จะมาบ่นอะไร ถ้าวันนี้จะไม่ได้ใช้สักวัน ฉันก้มลง
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน แม้ว่างานอีเว้นท์จะผ่านมาหลายชั่วโมง แต่ใจฉันยังเต้นให้กับคำตอบของน่านฟ้า ขณะเดียวกันก็รู้ว่าสาเหตุที่น่านฟ้าถูกวางยาสลบ แล้วปล่อยให้จมน้ำ นั้นเกิดจากฉันพันเปอร์เซ็นต์ ก่อนจะปล่อยให้เธอต้องเสี่ยงไปกับฉัน ฉันควรรู้ตัวว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ เอาล่ะ เธอสวย ดวงตาเธอหวานซึ้ง ริมฝีปากได้รูป จมูกโด่งเป็นทรงตรงเหมือนช่างตั้งใจประดิษฐ์เป็นพิเศษ สรุปว่าฉันหลงเธอที่หน้าตา อันดับต่อมา เธอกล้าเถียงฉัน ฉันรู้ว่าฉันชอบขมวดคิ้ว ทำหน้ายุ่ง แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่กลัว และเธอกล้าท้าชน เธอเคารพตัวเอง ตรงตามสเปกฉันทุกอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ฉันใจเต้นเวลาเห็นหน้าเธอ แม้ว่าเหตุผลทั้งสองข้อ อาจจะไม่มีเลยก็ตาม เพื่อนคนเดียวที่ฉันมีคือเอไอ แต่ฉันอยากคุยกับมนุษย์ ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์ ฉันอยากรู้ว่าถ้าคนชอบวางแผนแบบฉันจะมีความรัก ฉันจะรักด้วยใจบริสุทธิ
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน อาจเพราะส่วนลึกในใจ ฉันไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ฉันยังจำภาพที่พ่อทำเหมือนฉันเป็นขยะชิ้นหนึ่งได้ติดตา ฉันคิดอยู่นานว่าถ้าอยากพาพี่นานาไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง ฉันควรทำอย่างไรดี ในหัววางแผนอย่างแยบยล โอเค ก็แค่ชวนไปตรงๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น พี่นานามีแต่คนรายล้อม แต่สองสามวันหลังมานี้ เธอให้เวลาส้มเปรี้ยวเป็นพิเศษ จนฉันออกจะรู้สึกหวงอยู่บ้าง ฉันยืนหลังตรง บอกตัวเองให้เอาจริง สูดลมหายใจแรงๆ เรียกความกล้าออกมา เดินไปประชิดตัวพี่นานา ที่อยู่ท่ามกลางเด็กๆ ในบ้าน “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ?” ในหัวฉันว่างเปล่า มีแต่ความกล้าที่ส่งไปยังพี่นานาเท่านั้น แต่เธอเคยบอกชอบฉัน ฉันชวนเธอก็น่าจะไปสิ หรือเธอจะเปลี่ยนใจเมื่อได้รู้จักกับฉันเข้าแล้ว “ได้สิ” พี่นานายังรักษารอยยิ้มอ่อนโยนมาไว้ให้ฉันเสมอ เธอเดินนำฉันมาใต้ต้นห
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ปกติส้มเปรี้ยวจะมีแม่มาเยี่ยมทุกสุดสัปดาห์ ชุดธรรมดาๆ ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นชุดหลากสีสัน แม้เธอจะมีแค่ตัวที่กลางเก่ากลางใหม่ แต่เธอก็ตั้งใจเปลี่ยนเสมือนว่าเป็นวันพิเศษ ส้มเปรี้ยวนั่งอยู่ที่บันไดหน้าบ้าน เท้าคางมองต้นไม้ใบหญ้าอย่างเดียวดาย เสียงรถยนต์ผ่านมา ทำให้ส้มเปรี้ยวชะเง้อมองที่มาของเสียง แต่ไม่มีวี่แววของแม่เธอเลย ผู้มาเยือน แท้จริงแล้วคือครูดอกปีบ เดินมาพร้อมกับแม่บ้านและพี่ๆ ในบ้านสุขใจ พวกเขาถืออาหารสดจำนวนมาก ในฐานะที่พวกเรายังเด็กเกินไปสำหรับหน้าที่นี้ จึงได้แต่มองเท่านั้น “ว้า” ส้มเปรี้ยวถอนหายใจ ครูดอกปีบมองอาการนั้น แล้วทำหน้าเรียบเฉย ก่อนเดินเข้าครัวไป พี่นานาเดินผ่านส้มเปรี้ยว เธอยังคงฝังใจเรื่องแม่ของส้มเปรี้ยว และดูท่าทางจะไม่หายอิจฉาง่ายๆ แม้จะได้เคล็ดวิชาจากฉันมาแล้ว “พี่นานาชอบสร
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน น่านฟ้าแน่นิ่งจนฉันใจหาย ฉันเขย่าตัวเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เธอไม่มีปฏิกิริยาเลยแม้แต่น้อย น้ำตาฉันไหลลงสู่ใบหน้าของเธอ ในที่สุดน่านฟ้าก็สำลักออกมา เธอใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น “ฟ้า” ฉันเรียกเธอเสียงแผ่ว ใบหน้าแสดงความกังวล น้ำตาของฉันยังหยดลงเรื่อยๆ บนใบหน้าของเธอ น่านฟ้าที่รู้ตัวกอดฉันแน่น “ฟ้าเป็นไงบ้าง?” เธอรู้ตัวอย่างเต็มที่แล้ว ก่อนเอ่ยประโยคนี้ออกมา “เวรกรรมมีจริง ฟ้าเคยทำคนตาย แล้วตอนนี้ฟ้าก็เกือบตาย เพื่อชดใช้ความผิดนั้น” “หมายความว่ายังไง แต่ตอนนี้ฟ้าต้องไปโรงพยาบาลก่อน” ก่อนหน้านั้น ฉันเรียกรถฉุกเฉินมา เบอร์ 1669 รถฉุกเฉินพาเราไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ตอนลงจากรถฉุกเฉิน มีผู้คนจดจำเธอได้ หลายคนจึงยกกล้องมือถือ ไลฟ์น่านฟ้าที่ถูกเข็นเข้าห





![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

