LOGINในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน
น่านฟ้าแน่นิ่งจนฉันใจหาย ฉันเขย่าตัวเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เธอไม่มีปฏิกิริยาเลยแม้แต่น้อย น้ำตาฉันไหลลงสู่ใบหน้าของเธอ ในที่สุดน่านฟ้าก็สำลักออกมา เธอใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น
“ฟ้า”
ฉันเรียกเธอเสียงแผ่ว ใบหน้าแสดงความกังวล น้ำตาของฉันยังหยดลงเรื่อยๆ บนใบหน้าของเธอ น่านฟ้าที่รู้ตัวกอดฉันแน่น
“ฟ้าเป็นไงบ้าง?”
เธอรู้ตัวอย่างเต็มที่แล้ว ก่อนเอ่ยประโยคนี้ออกมา
“เวรกรรมมีจริง ฟ้าเคยทำคนตาย แล้วตอนนี้ฟ้าก็เกือบตาย เพื่อชดใช้ความผิดนั้น”
“หมายความว่ายังไง แต่ตอนนี้ฟ้าต้องไปโรงพยาบาลก่อน”
ก่อนหน้านั้น ฉันเรียกรถฉุกเฉินมา เบอร์ 1669 รถฉุกเฉินพาเราไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
ตอนลงจากรถฉุกเฉิน มีผู้คนจดจำเธอได้ หลายคนจึงยกกล้องมือถือ ไลฟ์น่านฟ้าที่ถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน หลายคนเริ่มตั้งคำถาม แล้วสืบเรื่องของน่านฟ้า จากนั้นเรื่องที่เธอโดนลอบทำร้าย ก็แพร่ไปทั่วประเทศไทย
“คุณที่เป็นนางเอกเอ็มวีของน่านฟ้าใช่ไหมคะ?”
นักข่าวคนหนึ่งเห็นฉันยืนกระวนกระวายหน้าห้องฉุกเฉินเป็นคนเอ่ยทัก พร้อมไมค์และตากล้อง ฉันอยากหนีไปจากความวุ่นวาย แต่ไม่อยากละสายตาจากห้องฉุกเฉิน
“ค่ะ”
ฉันตอบเพียงสั้นๆ แต่ในหัวคำนวณไว้แล้ว ว่าก่อนจะตอบคำถามอะไรสำหรับข่าวนี้ ค่ายเราต้องได้ประโยชน์ขั้นสุด
“เกิดอะไรขึ้นคะ?”
“น่านฟ้าถูกวางยาสลบแล้วผลักรถลงน้ำค่ะ”
ฉันตอบ สีหน้าเคร่งเครียด
“สงสัยว่าใครเป็นคนทำคะ?”
แน่นอนว่าฉันไม่อาจบอกความจริงทั้งหมดได้ ฉันจึงตอบแต่เพียงว่า
“ไม่ทราบเลยค่ะ”
ฉันดีใจที่นักข่าวเล่นประเด็นนี้ แต่ความปลอดภัยของน่านฟ้าก็สำคัญ
“ดิฉันแจ้งตำรวจไปแล้ว”
“คุณน่านฟ้าไปขัดผลประโยชน์ของใครหรือเปล่าคะ?”
“ลูกศรเพิ่งรู้จักเธอได้ไม่นาน แต่ไม่เคยได้ยินเธอพูดเรื่องนี้ให้ฟังเลยนะคะ”
“คุณอะไรนะคะ?”
“เรียกลูกศรก็ได้ค่ะ”
“มากันสองคนเหรอคะ?”
“ค่ะ เรามาเปลี่ยนบรรยากาศ เพราะกดดันเรื่องยอดวิวเอ็มวี”
“ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครคะ?”
นักข่าวถามฉัน
“ดิฉันเป็นเจ้าของค่ายเอ็นแชนทิงมิวสิคค่ะ”
เธอมองฉันด้วยแววตากระหายใคร่รู้ความจริง ซึ่งนั่นตรงกับความต้องการของฉันพอดี
“แล้วบังเอิญมาเล่นเอ็มวีด้วยกัน”
“แฟนๆ จิ้นเราสองคน หลังจากภาพที่เรา เอ่อ...ค่อนข้างใกล้ชิดกัน ก็เลยเล่นเอ็มวีเอาใจแฟนๆ น่ะค่ะ”
“อ๋อ”
นักข่าวลากเสียง แต่ทำหน้าไม่เชื่อ
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เราก็แค่พี่น้องกัน”
“แหม ตอบตามสูตรเลยนะคะ”
“คุณลูกศรเป็นฮีโร่เลย แบบนี้มีหวังเกินพี่น้องกันไหม?”
ฉันหลบสายตา ทำเป็นเอียงอาย ก่อนตอบ
“ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวลาค่ะ”
ไม่นานนัก น่านฟ้าก็ถูกเข็นเข้าห้องพักรักษาตัว โดยมีฉันเฝ้าไข้ เธอหลับตลอดตั้งแต่ถูกเข็นเข้าห้องมา ฉันยกมือพนมขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เอ็มวีของเรามียอดเยอะๆ
“สิบสองชั่วโมง สองแสนวิว”
ฉันตาโตเท่าไข่ห่าน อยากปลุกน่านฟ้ามาร่วมดีใจ แต่ปล่อยให้เธอพักผ่อนจะดีกว่า
ฉันเปิดทีวีดูข่าวเด่นสำหรับวันนี้ และข่าวแรกก็เป็นข่าวของน่านฟ้า กินเวลาไพรม์ไทม์ทุกสำนักข่าว โดยมีฉันเป็นคนให้สัมภาษณ์
อุ้ย เราก็ขึ้นกล้องเหมือนกันนะ
ฉันสะบัดหน้า แล้วโฟกัสไปที่ผลลัพธ์ ที่ฉันวางหมากไว้ การแสดงท่าทางเอียงอาย แล้วตอบปฏิเสธว่าเราไม่มีอะไรกัน ทำให้คนยิ่งจับเราสองคนจิ้น แถมประวัติน่านฟ้ายังถูกขุดขึ้นมาอีก เพราะสังคมให้ความสนใจหญิงสาวอาภัพผู้หน้าตาดี กระแสโซเชียลของเธอจึงดังอย่างมาก
“คุณน่านฟ้า นอกจากจะเป็นเหยื่ออาชญากรรมในครั้งนี้ ตอนเด็กๆ เธอยังเคยโดนผู้ปกครองทำร้าย จนต้องมาอยู่สถานสงเคราะห์เด็ก”
นักข่าวถ่ายภาพแฟนคลับที่รอหน้าโรงพยาบาล แฟนๆ กำลังชูป้ายให้กำลังใจน่านฟ้า และเหมือนที่ฉันเคยรู้ กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นผู้ชาย
“หายไวไวนะ”
“เรารักน่านฟ้า”
เสียงตะโกนดังมาจากทางทีวี ฉันยิ้มพราย สมใจที่เด็กในค่ายกำลังโดนแสงอย่างเต็มที่
.
.
เช้าวันถัดมา ฉันตื่นขึ้นมาก็พบว่าน่านฟ้าทำหน้าเครียด แล้วหันมามองฉัน
“เป็นอะไรคะ?”
ฉันถามแล้วลูบหัวเธอ สัมผัสได้ว่า เธอพอใจการกระทำนี้อยู่เหมือนกัน
“ฝันร้ายทั้งคืนเลย”
“โอมเพี้ยง ฝันร้ายจงหายไป”
น่านฟ้ายิ้มที่ฉันทำเหมือนเธอเป็นเด็ก
“รู้ตัวไหมตอนนี้ ข่าวมีแต่เรื่องของฟ้า”
“จริงเหรอคะ?”
แล้วเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้น
“คุณไนฟ์โทรมา”
ฉันสัมผัสหน้าจอ ก่อนนั่งลงตามเดิม เปิดลำโพงให้น่านฟ้าฟัง
“คุณลูกศรคะ คุณน่านฟ้ามีคนโทรมาจองตัวเพียบเลยค่ะ ทั้งพรีเซ็นเตอร์ อีเว้นท์ ถ่ายแบบ สัมภาษณ์ คิวเต็มจนถึงหกเดือนข้างหน้าเลยค่ะ”
ฉันขนลุก ก่อนหันมาสบตาน่านฟ้า
“ที่สำคัญ คุณลูกศรกับคุณน่านฟ้า ก็มีข่าวว่าคบกันด้วยนะคะ แบตมือถือไนฟ์หมดไปสองรอบแล้ว รีบๆ กลับมาทำงานด่วนเลยค่ะ”
ฉันวางสาย ก่อนระบายยิ้มให้คนหน้าสวย
“เรารอดแล้ว!”
.
.
หลังจากนั้นสองวัน
เราสองคนถูกเชิญมาออกอีเว้นท์ด้วยกัน ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าคนอยู่เบื้องหลังงานนี้ คือ คุณมหาสมุทร และฉันก็สมนาคุณมาที่ห้างให้เป็นพิเศษ ในฐานะที่เขาสปอนเซอร์เอ็มวีให้เราสองคนด้วย
ฉันไม่คุ้นกับการโดนมองมากนัก แต่เมื่อยืนบนบันไดเลื่อน ก็พบว่าห้างแทบแตกเป็นอย่างไร ผู้คนยื่นมือถือมาถ่ายเราสองคน มีป้ายไฟ และเสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง จากเหล่าผู้ชาย!
“น่านฟ้า!”
ผู้คนตะโกนเรียกเธอ จนฉันแอบตื่นเต้นแทนน่านฟ้าไม่ได้ แน่นอนว่าฉันคำนวณมาเป็นอย่างดี
ฉันค่อย ๆ ทัดปอยผมที่ปรกหน้าเธอไว้ข้างหู เลื่อนหน้าฉันเข้าไปใกล้อย่างจงใจ เสียงกรี๊ดจากผู้ชาย ใช่ อ่านไม่ผิดหรอก เสียงกรี๊ดดังขึ้น พร้อมแสงแฟลชมาจากทั่วสารทิศ
น่านฟ้ายิ้มให้ฉัน ฉันรู้สึกเหมือนมองปูนปั้นจากศิลปินเอกระดับโลก สัดส่วนหน้าตาเธอไร้ที่ติ ทำเอาฉันลืมหายใจ
กลับเป็นฉันเองที่หน้าร้อนผ่าว เมื่อรู้แก่ใจว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของฉันคนเดียว
“โบกมือให้แฟนๆ หน่อยค่า”
เอ็มซีเอ่ยขึ้น เธอเป็นทั้งดาราและพิธีกรปากกล้า ในวัยสี่สิบกว่าๆ
น่านฟ้าและฉันจึงโบกมือให้แฟนๆ เอ็มซีรอจนเราไปยืนบนเวที จัดที่นั่ง แล้วเริ่มสัมภาษณ์
“ถามแทนแฟนๆหน่อย ใครชอบใครก่อน”
เสียงกรี๊ดดังขึ้น ไม่ใช่แค่ถามว่าคบกันจริงไหม แต่ถามว่าใครชอบใครก่อน!
น่านฟ้าคลี่ยิ้ม ก่อนตอบคำถามที่ทำให้ฉันใจสั่น
“ฟ้าเองค่ะ”
ถ้าวิศวกรไม่ได้ดูแลการก่อสร้างศูนย์การค้าแห่งนี้ ฉันว่าแรงกระทืบเท้าและเสียงกรี๊ดของแฟนๆ คงทำให้ตึกถล่มลงมาได้เลย!
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ปกติส้มเปรี้ยวจะมีแม่มาเยี่ยมทุกสุดสัปดาห์ ชุดธรรมดาๆ ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นชุดหลากสีสัน แม้เธอจะมีแค่ตัวที่กลางเก่ากลางใหม่ แต่เธอก็ตั้งใจเปลี่ยนเสมือนว่าเป็นวันพิเศษ ส้มเปรี้ยวนั่งอยู่ที่บันไดหน้าบ้าน เท้าคางมองต้นไม้ใบหญ้าอย่างเดียวดาย เสียงรถยนต์ผ่านมา ทำให้ส้มเปรี้ยวชะเง้อมองที่มาของเสียง แต่ไม่มีวี่แววของแม่เธอเลย ผู้มาเยือน แท้จริงแล้วคือครูดอกปีบ เดินมาพร้อมกับแม่บ้านและพี่ๆ ในบ้านสุขใจ พวกเขาถืออาหารสดจำนวนมาก ในฐานะที่พวกเรายังเด็กเกินไปสำหรับหน้าที่นี้ จึงได้แต่มองเท่านั้น “ว้า” ส้มเปรี้ยวถอนหายใจ ครูดอกปีบมองอาการนั้น แล้วทำหน้าเรียบเฉย ก่อนเดินเข้าครัวไป พี่นานาเดินผ่านส้มเปรี้ยว เธอยังคงฝังใจเรื่องแม่ของส้มเปรี้ยว และดูท่าทางจะไม่หายอิจฉาง่ายๆ แม้จะได้เคล็ดวิชาจากฉันมาแล้ว “พี่นานาชอบสร
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน น่านฟ้าแน่นิ่งจนฉันใจหาย ฉันเขย่าตัวเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เธอไม่มีปฏิกิริยาเลยแม้แต่น้อย น้ำตาฉันไหลลงสู่ใบหน้าของเธอ ในที่สุดน่านฟ้าก็สำลักออกมา เธอใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น “ฟ้า” ฉันเรียกเธอเสียงแผ่ว ใบหน้าแสดงความกังวล น้ำตาของฉันยังหยดลงเรื่อยๆ บนใบหน้าของเธอ น่านฟ้าที่รู้ตัวกอดฉันแน่น “ฟ้าเป็นไงบ้าง?” เธอรู้ตัวอย่างเต็มที่แล้ว ก่อนเอ่ยประโยคนี้ออกมา “เวรกรรมมีจริง ฟ้าเคยทำคนตาย แล้วตอนนี้ฟ้าก็เกือบตาย เพื่อชดใช้ความผิดนั้น” “หมายความว่ายังไง แต่ตอนนี้ฟ้าต้องไปโรงพยาบาลก่อน” ก่อนหน้านั้น ฉันเรียกรถฉุกเฉินมา เบอร์ 1669 รถฉุกเฉินพาเราไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ตอนลงจากรถฉุกเฉิน มีผู้คนจดจำเธอได้ หลายคนจึงยกกล้องมือถือ ไลฟ์น่านฟ้าที่ถูกเข็นเข้าห
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน ฉันกดปุ่มโทรศัพท์เครื่องโบราณ เรียกเลขาเข้ามาหา ด้วยความรู้สึกน้อยใจที่แม้แต่โทรศัพท์เครื่องใหม่ เราก็ไม่มีปัญญาจะเปลี่ยน “คุณไนฟ์ คุณพร้อมทำงานหนัก เพื่อทำให้ค่ายเพลงเราไปรอดไหม?” เธอมองฉันด้วยแววตาส่องประกาย ก่อนยกกำปั้นขึ้น แล้วตะโกนเสียงดัง “พร้อมค่ะ บอส!” “ดีมาก ถ้าอย่างนั้นเราจะประชุมทุกวันจันทร์ เพื่อวางแผนว่า อาทิตย์นี้จะดีกว่าอาทิตย์ที่แล้วยังไง” “แต่..เรามีกันแค่สี่คน” “ลูกศรไว้ใจคุณไนฟ์นะคะ” ฉันประกาศ จ้องเธอด้วยดวงตานิ่ง “ค่ะ คุณลูกศร” เธอเสียงอ่อนลง เมื่อไม่รู้ว่าแผนของฉันคืออะไร “คุณไนฟ์ จะต้องไปคุมการผลิตเอ็มวีตัวใหม่กับน่านฟ้า แต่ในฐานะเลขา แค่ส่งตารางงานมาให้ลูกศรก็พอ” เธอกลืนน้ำล
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่อยู่ๆ ฉันก็เห็น แหยร้องไห้กับครูดอกปีบใต้ต้นหูกวาง ไม่ไกลจากบ้านสุขใจ ครูลูบหลังแหย เช็ดน้ำตา และจัดผมให้แหยอย่างอ่อนโยน “ไม่ยักรู้ ว่าครูมีมุมแบบนี้ด้วย เห็นปกติเอาแต่ทำหน้ายักษ์” ส้มเปรี้ยวเอ่ย ตอนมองภาพนั้น และพวกเราได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับแหย โดยไม่มีใครได้รับคำตอบ เพราะแหยมีโลกส่วนตัวสูงมาก เวลาผ่านไปอีกหลายวัน แหยเดินเข้ามาหาเราสองคน “เราขอนั่งด้วยคนได้ไหม?” ฉันกับพี่นานาเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนหันมามองหน้ากันอย่างประหลาดใจ “ได้สิ แหย” ฉันตอบรับ แต่จู่ๆ ก้อนข้าวที่เดินตามมา ก็นั่งลงเยื้องกับฉัน แล้วทำสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำ “ทะเลอยากเป็นเพื่อนกับทุกคนน่ะ” ก้อนข้าวเรียกแหยว่า ‘ทะเล&rsquo
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน เวลาเที่ยงคืนเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนหลับไปหมดแล้ว แต่กลับเป็นเวลาแห่งภารกิจของฉันกับพี่สาวคนสวย เธอขยี้ตา เดินโซเซเข้ามาหาฉัน ที่หยิบขนมเข้าปากอยู่ในห้องนั่งเล่น ขอบอกเลยว่า ตั้งแต่เมื่อวาน เหล่าขนมได้รับการปกป้องจากชนส่วนใหญ่ในบ้านสุขใจ “มีอะไรเหรอ?” พี่นานาหาวหวอด ก่อนรู้ตัวว่าเสียกิริยา เลยยกมือปิดปากตัวเอง “พี่เคยบอกว่าพี่ชอบโดนัท จำได้ไหม?” “พี่จำได้” ฉันยิ้มเขินอาย ส่วนเธอก็ยิ้มตอบ เราเงียบในช่วงเวลาอันแสน
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน ทั้งที่เรานั่งกันจำนวนไม่ถึงสิบคน แต่เรากลับประชุมในห้องที่จุคนได้ราวห้าสิบคน ฉันรู้สึกได้ว่ามือเย็นเฉียบ พยายามจะไม่รู้สึกตื่นเต้น จึงเขย่าขาอยู่ใต้โต๊ะ ไม่ให้ใครรู้ ภายในห้องประชุมมีฉัน น่านฟ้า คุณไนฟ์ และคุณเอสท์ นั่งมองหน้ากันด้วยความตึงเครียด ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร “ลูกศรเปิดประชุมเลยแล้วกัน วันนี้เราจะคุยเรื่องเพลงที่คนทางบ้านส่งเข้ามาแข่งขัน ต่อไปเชิญคุณเอสท์เลยค่ะ” เขาดูประหม่ายิ่งกว่าฉัน เอามือเสยผมที่ยุ่งเหยิงนั้น ผ่อนลมหายใจก่อนพูดออกมา “ผมชอบเพลงนี้ที่สุดแล้ว” เขาไม่อธิบายอะไร แต่เปิดเพลงจากไอแพด และเราก็นั่งใกล้กัน จนได้ยินถนัดทุกคน เพลงจังหวะช้าดังขึ้น เนื้อหาเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าคนที่เธอชอบคิดยังไงกับเธอ และทั้งที่รู้แบบนั้น ก็ห้ามใจไม่ให้รักอีกฝ่ายไม่ได้ 







