เข้าสู่ระบบหญิงสาวนึกเอะใจว่าเหตุใดคนเข้ามาแล้วจึงไม่ยอมมายกของออกไปเสียที จึงหันกลับไปหมายจะเอ่ยถาม ก่อนจะต้องแปลกใจเมื่อผู้ที่นางเข้าใจว่าเป็นเสี่ยวฝานและช่างไม้ กลับกลายเป็นแม่ทัพหนุ่มร่างยักษ์เสียอย่างนั้น“ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ” ฉิงเฟยเซียนถามทันควัน วันนี้ยังไม่ถึงกำหนดที่เขาจะต้องมาตรวจเรือนเสียห
เสียงเจื้อยแจ้วแว่วออกมาจากโรงครัวหลังน้อย สตรีสองนางต่างกำลังช่วยกันทำอาหาร วันนี้ช่างไม้ที่แม่ทัพหนุ่มจัดหามาให้เริ่มทำการต่อเติมจวน ฉิงเฟยเซียนตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมอาหารเลี้ยงคนงาน ผ่านมาแล้วสามวันหลังจากที่เสี่ยวฝานกลับมาอยู่ด้วยกันดังเดิม ทุกวันสองนายบ่าวต่างวุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวเปิดร
แสงสีส้มแดงสาดส่องไปทั่วท้องนภา บ่งบอกว่ารัตติกาลได้จากลาทิวาได้มาเยือน แม่ทัพเหมาให้ทุกคนออกเดินทางกลับเข้าเมืองทันที โดยที่ตัวเขาเองจะล่วงหน้าไปก่อนเพื่อหารือบางอย่างกับเฉินหวาง อาชาศึกสีนิลตัวใหญ่ห้อตะบึงไปด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า เหมาหย่งเยวี๋ยนใช้เวลาราวหนึ่งชั่วยามก็กลับมาถึงเมืองจี้เการ่างสูงค
“พวกเจ้าปลอดภัยแล้วไม่ต้องกลัว เดี๋ยวข้าจะให้ทหารเหล่านั้นพาพวกเจ้าไปส่งบ้าน” ชายหนุ่มบอกคนเสียงเรียบ แล้วเดินกลับไปสั่งความกับทหารของตน“เก็บกวาดที่นี่ให้เรียบร้อย เผาทำลายสถานที่แห่งนี้ทิ้งเสีย ทรัพย์สมบัติที่พวกมันปล้นมาก็ขนออกมาให้หมด ข้าจะได้นำไปคืนเจ้าทุกข์เหล่านั้น” สั่งความคนเสร็จก็หยิบพลุสั
เมื่อหาทางเข้าพบแล้ว แม่ทัพหนุ่มก็ไม่รอช้า รีบนำกำลังบุกเข้าไปด้านในรังของโจรชั่วทันที เส้นทางด้านหลังกำแพงผาสูงก็เป็นป่ารกชัฏไม่ต่างจากเส้นทางภายนอกเลยสักนิด เขาก้าวย่างไปอย่างระมัดระวัง เพราะไม่รู้ว่าในที่แห่งนี้มีกับดักซ่อนอยู่หรือไม่ จากข่าวที่ได้รับมา ทราบว่าวันนี้พวกมันมีงานมงคล จึงทำให้กำลังเ
สายลมในคิมหันตฤดูโบกโบยพัดมา หอบเอาความร้อนจากแสงแดดแผดเผาไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ร่างสูงบนหลังอาชาศึกตัวใหญ่ทอดสายตามองไปยังหุบเขาแห่งหนึ่ง หลังจากแวะไปหาหญิงสาวเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา เหมาหย่งเยวี๋ยนก็ได้รับแจ้งว่าพบร่องรอยของโจรชั่วซึ่งตามจับมาช้านาน จึงเร่งรุดมายังจุดนัดหมายดวงตาคมดุดุจพยัคฆ์ร้ายมีประ







