เข้าสู่ระบบ“เหอะแล้วข้าจะดูว่าตรงนั้นของเจ้าจะดีเหมือนปากที่พูดมาหรือเปล่า”
ฉินซีพูดจบก็อุ้มเหมย ส่วนเหมยเองก็ยกยิ้มอย่าพอใจ เป็นนางเองที่ต้องการให้เขาทำแบบนี้
“ท่านพี่ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
เสียงหวาน ๆ ดังขึ้นจากด้านหน้าประตู ก่อนจะตามด้วยเสียงเปิดประตูและเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้อง ฉินซีชะงักฝีเท้า ก่อนจะปล่อยให้เหมยยืนข้าง ๆ ฉินซีจำเสียงและกลิ่นหอมนี้ได้ว่าเป็นใครที่เดินเข้ามา
“ฟางเซียน???”
“เจ้าคะ??”
เหมยมองฉินซี ก่อนจะเข้าใจเหตุการณ์ในตอนนี้
“ข้าต้องส่งเจ้าไปเดี๋ยวนี้ หลับตา”
เหมยมองท่าทีร้อนรนของฉินซีก่อนจะหลับตาลง ร่างของเหมยรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ก่อนจะรู้สึกอบอุ่นเย็นสบาย แล้วสติทุกอย่างก็ดับวูบไป......
จวนแม่ทัพจาง
“ลู่เสียน ตื่นขึ้นมาเถิดลูกพ่อ เจ้าแค่หลับไปใช่ไหม อย่าแกล้งพ่อแบบนี้สิลู่เสียน”
“ท่านพี่....ข้าผิดเองที่บังคับลู่เสียน ถ้าข้าไม่บังคับนาง นางคงไม่คิดสั้นแบบนี้...”
เสียงสะอื้นของคนในจวนแม่ทัพดังไม่ขาดสาย สาเหตุนั้นมาจากคุณหนูรองตระกูลจางคิดสั้นกระโดดน้ำเพื่อหนีงานแต่งงาน กว่าจะมีคนลงไปช่วยนางก็สิ้นใจแล้ว หลังจากฮูหยินรู้ข่าวก็เป็นลมไปทันที ส่วนท่านแม่ทัพกับคุณชายพอรู้ข่าวก็กลับมาที่จวนทันที แต่มันก็สายไปแล้วคุณหนูรองได้จากไปแล้ว ทำได้เพียงกอดศพนางไว้
“ลู่เสียน กลับมาหาพ่อเถิดลูก หากเจ้าฟื้นขึ้นมา พ่อสัญญาจะยอมเจ้าทุกอย่าง จะไม่บังคับเจ้าเลย กลับมาเถิดลูกพ่อ”
เหมยที่อยู่ในร่างจางลู่เสียน ตอนนี้ได้แต่นอนนิ่ง ๆ ให้สมองประมวลผลเรื่องทั้งหมด ลู่เสียน คือชื่อของเธอในตอนนี้ คนที่กอดเธออยู่คนนี้คือพ่อของลู่เสียน ส่วนคนที่ร้องไห้ข้าง ๆ คงเป็นแม่ของลู่เสียน เธอนี่เป็นที่รักจริง ๆ นะ ท่านเทพฟางเซียน
“มือ มือคุณหนู!!!! มือคุณหนูขยับเจ้าค่ะ!!!”
สาวใช้พูดออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นมือของคุณหนูเธอขยับ ก่อนทุกคนจะมองไปที่ร่างของลู่เสียน พบว่าตอนนี้ลู่เสียนค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
“ลู่เสียน เจ้าฟื้นแล้ว!!! ตามหมอ!!!”
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เหมย ก็อยู่ในร่างของลู่เสียนมาครึ่งเดือนแล้ว ทุกคนต่างพูดว่าเป็นพรจากท่านเซียนที่คุณชายไปขอพร ทำให้คุณหนูรองฟื้นขึ้นมา เธอเลยไม่ต้องตอบคำถามอะไรเยอะ เธอใช้เวลาศึกษาการใช้ชีวิตจนรู้ว่า ลู่เสียน คนเก่านั้น มีความรู้ทางการแพทย์ที่ดีเยี่ยม ยังดีที่ความรู้และความทรงจำของลู่เสียนกลับมาทั้งหมดแล้ว ทำให้เธอจำทุกอย่างและเป็นลู่เสียนได้โดยไม่มีคนสงสัย
“คุณหนูจะไปจริง ๆ หรอ เจ้าคะ อย่างน้อยเปลี่ยนชุดดีหรือไม่เจ้าคะ”
ถิงถิง สาวใช้ประจำตัวลู่เสียนพูดขึ้น หลังจากคุณหนูของนางบอกว่าจะไปนั่งที่ศาลาริมสระบัว แต่การแต่งตัวของคุณหนูนางเหมาะจะอยู่ในห้องมากกว่าเพราะถึงแม้ชุดจะสีขาวแต่มันบางจนแทบจะเห็นข้างในอยู่แล้ว
“ข้าไปเอง เจ้าเองก็ไม่ต้องตาม”
ลู่เสียนพูดขึ้นก่อนจะเดินตรงไป พอถึงศาลายังไม่ทันได้นั่งก็โดนใครบางคนดึงรั้งไว้ พอหันไปก็พบว่าเป็นชายชุดดำ
“แม่นางเป็นหมอ ที่เขาลือกันว่าตายแล้วฟื้นใช่ไหม”
“เจ้าเป็นใครปล่อยนะ ช่วยดะ.....”
ลู่เสียนกำลังจะร้องให้คนช่วย แต่ก็โดนปิดปากก่อนจะถูกอุ้มโดนชายชุดดำไป ลู่เสียนถูกอุ้มมาที่จวนหลังหนึ่งที่ตอนนี้มีแต่กลิ่นยาจนเวียนหัว ชายชุดดำค่อยๆ ปล่อยนางลง ลู่เสียนมองรอบ ๆ ก่อนจะเอามือปิดจมูกเพราะกลิ่นยาที่ตีกันวุ่นในจวนหลังนี้ ที่นี่มีคนป่วยสินะ นางมองชายชุดดำ ก่อนจะถอนหายใจ
“ไหนละคนป่วยที่จะให้รักษา”
“ขอบคุณท่านหมอ ข้าต้องขออภัยที่ต้องเชิญท่านหมอมาด้วยวิธีนี้ข้างเกรงว่าถ้าช้ากว่านี้จะไม่ทัน เชิญทางนี้”
ลู่เสียนเดินตามชายชุดดำไป นางมองรอบ ๆ เป็นจวนที่ใหญ่แต่เงียบสงบมาก ๆ คนที่ซื้อจวนนี้ต้องร่ำรวยแน่ ๆ
“นายท่านหลับมาสามวันแล้ว ข้าเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น ตามท่านหมอมา พอตรวจก็ไม่เจอสาเหตุ”
“ข้าว่าที่เจ้าต้องทำคือกำจัดกลิ่นยาพวกนี้ ยาบางตัวพอใช้ร่วมกันจะมีฤทธิ์อันตรายถึงชีวิต”
“นายท่านข้า อยู่ห้องนี้ขอรับ เชิญท่านหมอเข้าไปด้านใน”
ลู่เสียนเดินเข้าไปด้านในห้องก่อนจะหยุดข้างเตียงพบ ผู้ชายนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง แต่ที่ทำให้น่าสนใจคือ
“หล่อมาก”
ลู่เสียนเผลออุทานขึ้นมาก่อนจะตั้งสติแล้วจับชีพจร
“เป็นยังไงบ้างท่านหมอ”
เสียงหญิงชราดังขึ้นจากทางด้านหลังลู่เสียน
“ข้าคือแม่นมของนายท่าน ท่านช่วยบอกข้าทีว่ารักษานายท่านได้”
“แม่นมวางใจเถิดข้ารักษาคุณชายท่านนี้ได้ ข้าขอน้ำดื่มหนึ่งถ้วยและเชิญพวกท่านออกไปก่อน ข้าต้องการใช้สมาธิในการรักษา ถ้าอยากให้คุณชายของท่านฟื้นจงพากันกลับไปที่ห้องหากคุณชายฟื้นข้าจะเป็นคนเปิดประตูห้องไปแจ้งเอง”
ลู่เสียนพูดขึ้น ก่อนทุกคนจะยอมทำตาม นำน้ำมาให้นางก่อนจะออกไป มาดูกันร่างกายจะพิเศษแค่ไหนลู่เสี่ยน
“หล่อขนาดนี้ทำไมถึงได้โดนพิษได้นะ”
ลู่เสียนใช้ปิ่นกดนิ้วตัวเองให้เกิดเลือด ก่อนจะหยดลงไปในน้ำที่เตรียมไว้ ลู่เสียนนำน้ำในถ้วยไปป้อนชายคนนั้นหลังจากป้อนยาเรียบร้อย ลู่เสียนยืนมองสำรวจหน้าคนป่วยบนเตียงอย่างพอใจ
“ก่อนเจ้าจะฟื้นไหนข้าขอดูหน่อยสิว่าเจ้าดูดีแค่หน้าตาหรือเปล่า”
ร่างบางนั่งลงบนเตียง ก่อนจะเลื่อนมือไปใต้ผ้าห่ม สัมผัสท่อนเอ็นที่สงบนิ่งอยู่ ทันทีที่มือสัมผัสโดย ลู่เสียนยิ้มออกมาอย่างพอใจ กับขนาดที่ใหญ่ นี่ขนาดยังไม่แข็งยังใหญ่ขนาดนี้ ถ้าแข็งคงมันรูน่าดู
“ในเมื่อรักษาก็ต้องได้อะไรตอบแทนสิ”
ร่างบางเปิดผ้าห่มขึ้น ก่อนจะจับคนป่วยแก้ผ้าช่วงล่าง ทำให้นางได้เห็นท่อนเอ็นใหญ่อย่างเต็มตา ลู่เสียนขึ้นไปนั่งบนเตียงก่อนจะชักท่อนเอ็นคนป่วยขึ้นลงอย่าชำนาญ นางไม่ได้โดนท่อนเอ็นมานานแค่ไหนแล้วนะ ถ้าได้ท่อนเอ็นใหญ่ ๆ กระแทกนางคงจะมันน่าดู แต่น่าแปลกไม่ว่านางจะจับชักขึ้นลงยังไง ท่อนเอ็นด้านล่างก็ไม่สู้มือนางเลย
“อะไรเนี่ย เจอใหญ่ ๆ ทั้งที แต่ดันได้ไม่แข็งสู้มือ”
“แม่นาง....”
คนป่วยที่ฟื้นมาได้สักพักมองการกระทำของลู่เสียน ที่ทำหน้าเสียดาย จับท่อนเอ็นเขาพลิกไปพลิกมานางเป็นใคร ทำไมบังอาจทำน่าเวทนาใส่เขาแบบนี้
“เจ้าฟื้นแล้วหรอ ข้าเป็นหมอมารักษาเจ้า ใส่เสื้อผ้าข้าจะไปตามคนมาให้”
ลู่เสียนพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด นางไม่ได้ตกใจหรืออะไร ก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้ตัวเอง
“เป็นหมอไม่ใช่หรือไง ก็รักษาสิ ถ้ารักษาให้มันใช้งานได้เหมือนเดิม องค์ชายอย่างข้าจะยอมทำตามคำขอ”
“องค์ชาย???”
“ข้าองค์ชายห้า ว่าไงเจ้ารักษาให้มันใช้งานได้เหมือนเดิมไหม”
ทันทีที่ลู่เสียนได้ยินว่าเขาคือ องค์ชายห้า ก็รู้ทันทีเหตุผลที่เขาไม่ยอมนอนกับผู้หญิงคืออะไร หรือองค์ชายคนอื่นก็เจอปัญหานี้ ว่าแต่ข้อเสนอก็น่าสนใจดี แถมยังเป็นภารกิจที่นางต้องทำอยู่แล้วด้วย ว่าแต่นางต้องเสียเลือดเยอะแค่ไหนกว่าพวกเขาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
“ข้าตกลง แต่มีข้อแม้ว่าเรื่องระหว่างเจ้ากับข้าต้องเป็นความลับ และช่วยทำตามที่ข้าขอหนึ่งอย่าง”
“ได้ว่าแต่เจ้าชื่ออะไร”
“จางลู่เสียน”
“ลูกสาวแม่ทัพจาง?? หยกขาว หึ ดูไม่เหมาะกับหญิงอย่างเจ้าเลย การกระทำเมื่อครู่หาใช่หยกขาวไม่”
“แล้วยังไงละ”
“หยกขาวในวันนี้ช่างต่างกับหยกขาวในวันนั้นยิ่งนัก”
องค์ชายห้ามองลู่เสียนเหมือนสำรวจ คนที่หยิ่งทะนงในวันนั้นทำไมกายเป็นหญิงร่านสวาทไปได้ แต่พอนางเป็นแบบนี้เขากับชอบมากกว่าในตอนนั้นนางดูตรงไปตรงมาจนเขาเองก็ประหลาดใจ อีกอย่างในตอนนั้นทั้งเขาและพี่ ๆ ต่างไปขอร้องให้นางช่วยเหลือ แต่เป็นนางเองที่อ้างว่าป่วย ไม่สามารถรักษาพวกเขาได้ นี่ไม่ใช่ว่านางจมน้ำในคราวนั้นแล้วโดนปีศาจตนใดมาสิงหรอกนะ
“เจ้ามิใช่ ลู่เสียนใช่หรือไม่”
ลู่เสียนได้ยินคำถามนั้นก็ตกใจก่อนจะปรับสีหน้า
“ข้าจะไม่ใช่ข้าได้ยังไง”
“หึ ข้าเคยได้ยินว่าปีศาจจิ้งจอกชอบการเสพสมกับมนุษย์เพื่อดูดพลังชีวิต เจ้าคงจำแลงเป็นนาง”
“.....”
“เอาเถอะ ถ้าข้าหายดี จะหาบุรุษมาให้เจ้าสูบพลังชีวิตจนพอใจ หรือเจ้าอยากเสพสมกับข้ามากกว่าผู้อื่นละ”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







