Mag-log in“ก่อนข้าจะไปอีกโลก เรามาเสพสมกันแบบ 3 คนผัวเมียดีไหม ข้าคิดถึงความรู้สึกนั้นจังเลยอยากทำอีกสักครั้ง ได้ไหมเจ้าคะ”
“เจ้านี่มัน ร่าน....”
ซีห่าวพูดขึ้น พร้อมทั้งเอาท่อนเอ็นถูแก้มของเหมยไปมา ส่วนฉินซีทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะถอนหายใจพร้อมเก็บท่อนเอ็นตัวเองเข้าไปในเสื้อผ้า
“ข้าทำไม่ได้ ข้านอกใจฟางเซียนไม่ได้ พวกเจ้าทำต่อเถอะ ข้าจะไปท่องบทชำระใจ”
พูดจบฉินซีก็เดินออกไป เหมยมองตามไปอย่างเสียดาย
“หึ ตามไปสิถ้าอาลัยนัก”
เหมยมองซีห่าว ที่ตอนนี้แต่งตัวเสร็จแล้ว ก่อนจะโบกมือมาทางนางทำให้นางตอนนี้จากร่างกายเปลือยเปล่าเปลี่ยนเป็นสวมชุดจีนโบราณสีขาวสะอาด ซีห่าวเดินไปนั่งที่เก้าอี้
“อีกไม่กี่วันเจ้าจะได้ไปจากที่นี่ หากฟางเซียนกลับมาเจ้าจะได้ใช้ร่างนางในโลกมนุษย์แทน”
“ฟางเซียน???”
“ภรรยาของท่านฉิน นางงดงามดังไข่มุก อ่อนหวานดังดอกไม้”
เหมยเดินนั่งตักของซีห่าวอย่างถือดี
“หึ ร่าน”
“แล้วท่านชอบเอาหญิงร่านหรือหญิงเช่นฟางเซียนละ”
ซีห่าวไม่พูดอะไรได้แต่กระตุกยิ้ม เมื่อครั้งก่อนเขาเองก็เคยพลาดมีความสัมพันธ์กับฟางเซียน แต่นางก็ไม่อาจทำให้เขาพอใจได้ ยิ่งถ้าเทียบกับหญิงร่านที่นั่งบนตักเขาคนนี้
“หึ ไว้ข้าจะมาหาใหม่”
“เป็นสามีข้าแล้ว ไม่คิดจะให้อะไรเลยหรอ”
“ละโมบ”
ซีห่าวพูดขึ้นก่อนจะดันเหมยขึ้นแล้วเดินออกไป เหมยมองตามไปอย่างเสียดาย
“คิดจะฟันฟรีหรือไง”
“ไว้เจ้าลงไปในโลกมนุษย์ข้าจะให้พรเจ้าละกัน”
ซีห่าว พูดจบก็เดินออกไป ส่วนเหมยเองก็เดินสำรวจรอบ ๆ ก่อนจะเลือกห้องนอน
“เหอะ มีแค่ข้ากับท่าน งั้นข้าเอาห้องนี้แล้วกัน”
จวนแม่ทัพจาง
ห้องหนึ่งภายในจวน บนเตียงของคุณหนูลู่เสียนตอนนี้ มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังร่วมรักกันอย่างเร่าร้อน ภายในห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงเนื้อกระทบกันและเสียงหอบหายใจที่ดังปลุกเร้าอารมณ์ ฉินซีที่อยู่บนเตียงถอนจูบจากฟางเซียนภรรยารัก ผู้เป็นคุณหนูลู่เสียนในตอนนี้
“ท่านพี่ อย่าแกล้งข้า”
“ฟางเซียน”
ฉินซีขยับท่อนเอ็นเข้าไปในรูสวาทฟางเซียนเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ เขาเองก็อยากมากเหมือนกัน ขนาดท่องบทชำระใจไปยังไม่เป็นผลจึงตัดสินใจลงมาหาฟางเซียนแบบนี้ ฟางเซียนที่อยู่ใต้ร่างครางออกมาอย่างแผ่วเบา
“พี่คิดถึงเจ้านักฟางเซียน”
“ท่านพี่ข้าจะเสร็จแล้ว”
ฟางเซียนกระตุกก่อนข้างในจะบีบรัดท่อนเอ็นแน่น ทำให้รู้ว่านางเสร็จแล้ว นางดันฉินซีออกก่อนจะลุกไปใส่เสื้อผ้า
“ท่านรีบกลับไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าต้องรีบไปพบท่านแม่อีก”
ฉินซี มองลำตัวเองที่ยังตั้งอยู่ ก่อนจะสวมใส่เสื้อผ้าอย่างอารมณ์เสีย นางก็เป็นแบบนี้ทุกทีต้องเป็นเขาเองที่มาชักให้ตัวเองเสร็จ
ฉินซีกลับมาจากจวนแม่ทัพจาง เขาเดินไปที่ห้องเพื่อจัดการตัวเอง ฉินซีเข้าไปในห้องก่อนจะได้ยินเสียงครางเบาจากหลังม่านกั้น ที่ดังมาจากอ่างอาบน้ำ ฉินซีเดินไปดูอย่างแปลกใจ
“อ่าส์....”
เหมยที่กำลังใช้มือช่วยตัวเองเอนตัวพิงอ่างน้ำครางออกมาเบา ๆ ก่อนหางตาจะหันไปเห็นฉินซีที่ยืนมองอยู่ เธอจึงครางออกมาอย่างจงใจให้เขาได้ยิน
“อ่าส์ พี่ฉิน เหมยไม่ไหวแล้ว....”
ฉินซีได้ยินเหมยครางชื่อตัวเองก็ได้แต่กลืนน้ำลาย
“พี่ฉิน ท่านไม่อยากเสียบเข้ามาในตัวของข้าหรือเจ้าคะ ทำไมปฏิเสธข้า....ว่าไงเจ้าคะ”
เหมยหันไปมองฉินซีที่มองเธออยู่ด้วยสายตาเชิญชวน ฉินซีที่มีความต้องการเป็นเท่าตัวอยู่แล้วมีหรือจะปฏิเสธ ฉินซีถอดเสื้อผ้าพร้อมเดินลงไปนั่งในอ่าง เหมยลุกขึ้นเดินเข้าไปหา ก่อนจะใช้มือโน้นคอลงมาจูบอย่างดูดดื่ม
“ข้าชอบท่านที่เป็นแบบนี้จังเลยเจ้าค่ะ”
ฉินซีเองวางมือลูบไล้ที่เอวคอด ก่อนจะเลื่อนมือลงน้ำหนักบีบคลึงสะโพกอย่างเอาแต่ใจ
“อืมมมม....”
เหมยครางในลำคอ ก่อนจะถอนจูบ ทั้งสองมองกันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการ เหมยคุกเข่าลง ทำให้ท่อนเอ็นอยู่ตรงหน้าเธอ น้ำในอ่างตอนนี้อยู่ประมาณอกของเหมย
“เจ้าจะทำอะไร”
“ข้าอยากกินน้ำจากท่อนเอ็นท่านเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านไปเอากับใครมาเจ้าคะ น้ำรักของนางยังราดท่อนเอ็นท่านอยู่เลย”
ฉินซีไม่ตอบ เหมยเองก็ไม่ได้เค้นหาคำตอบอะไร เธอชักท่อนเอ็นตรงหน้าขึ้นลงอย่างไม่รังเกียจ ก่อนจะค่อย ๆ เลียปลายลำเบา ๆ
“เจ้าจะทำอะไร จะทรมานข้าหรือไง”
“ภรรยาท่านไม่เคยทำให้หรือเจ้าคะ”
“อ้า...ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”
“หากนางไม่เคยทำให้ท่าน ข้าจะทำให้ท่านเองเจ้าค่ะ”
เหมยค่อยๆ อมท่อนเอ็นเข้าไปในปาก ก่อนจะดูดเลียลำช้า ๆ ฉินซีที่ไม่เคยมีใครทำแบบนี้ให้ก็ครางออกมาอย่างพอใจ เหมยที่ได้ยินเสียงครางจากด้านบน ก็ดูดแรงขึ้น และพยายามให้ท่อนเอ็นเข้ามาลึกกว่าเดิม
“ข้ารู้แล้วทำไม ซีห่าวถึงติดใจเจ้านัก อ้าส์...ปากเจ้าช่างดีนัก”
ฉินซีจับหัวเหมยกดลง ก่อนจะกระแทกท่อนเอ็นเข้าไปในปากของเหมย ฉินซีรู้สึกว่ายิ่งกระแทกเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกพอ ท่อนเอ็นของเขาอยากเข้าไปมากกว่านี้
อ๊อก อ๊อก อ๊อก
เสียงกระแทกเข้าปากดังทั่วห้อง ส่วนเหมยเองพอรู้สึกไม่ไหวก็ตีที่หน้าขาของฉินซีเป็นการส่งสัญญาณให้หยุด ฉินซีพอรู้ตัวก็หยุดกระแทก เหมยคายท่อนเอ็นออกมา ก่อนจะไอออกมาแต่มือยังคงชักขึ้นลงเร็ว ๆ
“เป็นไงเจ้าคะ ปากข้าดีหรือไม่”
“ดี ดียิ่ง ทำต่อดีหรือไม่”
เหมยไม่ตอบ ได้แต่ดูดปลายลำ พร้อมชักขึ้นลง ฉินซีเองก็ใช้มือลูบหัวเธออย่างเบามือ
“ข้าจะแตกแล้ว อ้าส์..”
เหมยได้ยินแบบนั้นก็เร่งชักเร็วขึ้น พร้อมแลบลิ้นรอรับน้ำจากปลายลำ ไม่นานน้ำสีขุ่นก็ไหลออกมาจากปลายลำ ฉีดเข้าที่ลิ้นและหน้าของเหมย เหมยยังคงชักท่อนเอ็น พร้อมเอาท่อนเอ็นมาตีที่ลิ้นและแก้มของเธอ ฉินซีมองภาพนั้นยิ่งเกิดอารมณ์ยิ่งนัก
“น้ำท่านอร่อยเจ้าค่ะ”
“ไปต่อที่เตียงกันเถอะข้าอยากกระแทกเข้าไปในตัวเจ้าจะแย่แล้ว”
“ท่านจะทำต่อไหวหรือเจ้าคะ”
เหมยพูดออกมาอย่างท้าทาย เพราะเธอก็มีอารมณ์จนทนไม่ไหวแล้ว เธออยากพูดปลุกอารมณ์ให้เขาทำให้เธอพอใจ
“เหอะแล้วข้าจะดูว่าตรงนั้นของเจ้าจะดีเหมือนปากที่พูดมาหรือเปล่า”
ฉินซีพูดจบก็อุ้มเหมยไปที่เตียง ส่วนเหมยเองก็ยกยิ้มอย่าพอใจ นางเป็นนางเองที่ต้องการให้เขาทำแบบนี้
“จะพาข้าไปไหนเจ้าคะ เตียงอยู่ตรงนี้”
เหมยพูดออกมาหลังจากที่ฉินซีอุ้มนางเดินผ่านเตียง หรือเขาจะไม่กินนางแล้วไม่ได้นะนางพร้อมถวายตัวให้ขนาดนี้!!!
“แล้วใครบอกเจ้าละว่าข้าจะทำต่อในห้อง เจ้าอยากลองล่องหนดูหรือไม่เล่า!!!”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







