ログインหือ เป็นมนุษย์ที่น่าสนใจดีนี่น่า…
อันที่จริงแสนหลงตั้งใจจะไปล้างมือในห้องน้ำ แต่บังเอิญได้ยินพวกเด็กเสิร์ฟพูดถึงเพื่อนสนิทของเจ้าของร้านที่เป็นสถาปนิก ยักษิณีสาวจึงอดไม่ได้จนต้องแอบขึ้นมาดูหน้ามนุษย์ที่ตนเองชื่นชมผลงานสักหน่อย แต่เพราะดาดฟ้ามันโล่งเกินไปจนไม่รู้จะแอบมองยังไงถึงจะไม่มีใครสังเกตเห็น
คิดอยู่นาน (จริง ๆ คือประมาณสองนาที) ก็เลยตัดสินใจปดคำโตว่าตัวเองลืมโทรศัพท์ไว้บนรถ เพื่อจะได้หลบสายตาของทุกตนในบ้าน แถมยังมีเวลาเหลือ ๆ อีกสักสิบห้านาทีไว้ใช้ในการแอบดูมนุษย์
อืม แต่ถ้าถูกจับได้?
รับรองว่าต้องถูกถลกหนังหัวจนผมร่วงเป็นกระจุกแน่ ๆ
แสนหลงพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจในแผนการของตนเอง กระหยิ่มยิ้มย่องก่อนจะลงมือปีนต้นหูกว้างด้านหลังร้านขึ้นไปด้วยความรวดเร็ว ใช้เวลาแค่สองสามนาทีร่างบางระหงก็หามุมเหมาะ ๆ บนต้นไม้ได้ นั่งมองแผ่นหลังของมนุษย์ที่อยากเห็นหน้าอยู่หลายนาที ยักษิณีสาวที่ชักจะรู้สึกหิวมากขึ้นทุกทีก็เริ่มบ่นกับตัวเองเบา ๆ
มองไม่เห็นหน้าเลยแฮะ
ตีหัวให้สลบแล้วลากไปตรงที่ไฟสว่าง ๆ ดีไหมนะ?
ใบหน้าหวานสะบัดไล่ความคิดแปลก ๆ ออกจากหัวตัวเองทันที เมื่อนึกถึงกฎเกณฑ์บางอย่างของโลกบรรพกาล
ไม่ได้สิ ถ้าทำแบบนั้นเธออาจจะโดนข้อหาพยายามฆ่ามนุษย์ก็ได้!
เพราะรู้ดีว่าบทลงโทษของการสาปหรือสังหารมนุษย์นั้นร้ายแรงมาก หลายร้อยปีก่อนก็เคยมียักษ์ที่ถูกพิพากษาให้กลายเป็นหินไปชั่วนิรันดรเพราะลงมือสังหารมนุษย์!
แม้จะใช้คำว่า ‘นิรันดร’ แต่สำหรับยักษาที่มีอายุไขจำกัด มันก็คือการถูกขังไว้ในรูปปั้นหินจนกว่าจะสิ้นอายุไข และเมื่อตายรูปปั้นก็จะสลายไป ว่ากันว่าส่วนของวิญญาณก็จะกลับเข้าสู่วังวนของธรรมชาติ เพื่อรอกลับมาเกิดอีกครั้งในสักวันหนึ่ง
“น่าเบื่อชะมัด”
ความคิดของยักษิณีสาวสะดุดเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงของมนุษย์ที่ตัวเองเกือบจะตีให้สลบบ่นลอยลม เขาถอนใจเบา ๆ แล้วยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ
“...ไม่อร่อย”
แสนหลงที่นั่งอยู่บนต้นไม้หัวเราะออกมาเบา ๆ กับถ้อยคำนั้น ชักเริ่มสนใจมนุษย์ที่ตัวเองแอบมองมากขึ้นทุกที
‘กริ๊ง ง...’
เสียงกระดิ่งใสกังวานดังแววมาตามสายลม ส่งผลให้หนึ่งมนุษย์และหนึ่งยักษาสะดุ้งไปตาม ๆ กัน
‘กริ๊ง ง...ง’
คราวนี้เสียงดังกว่าเดิมเสียอีก
‘กริ๊ง งงงงงงง...ง!’
แสนหลงขมวดคิ้วขุ่นเมื่อรู้สึกได้ว่าเสียงกระดิ่งที่กำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ ฟังดูคล้ายกับ กระดิ่งลม!
ตามตำนานของโลกบรรพกาลบอกเล่าไว้ว่า...
‘กระแสกรรมที่นำมา เสียงกระดิ่งจะนำพาชีวา สู่ชะตาที่พลิกผัน’
ยักษิณีสาวเหวี่ยงตัวกลับขึ้นไปยืนบนกิ่งไม้อย่างรวดเร็วเท่าความคิด ปลายเท้าแตะลงบนกิ่งไม้อย่างนุ่มนวลในช่วงเวลาเดียวกับที่ดวงตาสีดำอมม่วงประสานเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มของใครอีกคน!
ต้นหูกวางแผ่กิ่งกว้างจนกินพื้นที่บางส่วนของดาดฟ้า และโชคของแสนหลงคงไม่ค่อยดีนักเพราะจุดที่เธอยืนอยู่นั้น ก็เป็นระยะที่ห่างจากดาดฟ้าไม่มาก แถมยังสูงขึ้นไปแค่เมตรเศษ ๆ เท่านั้น!
“คุณ...”
ชัดเจนว่ามนุษย์คนนั้นเห็นเธอเข้าแล้ว!?
เร็วเท่าความคิดริมฝีปากจิ้มลิ้มขยับร่างมนตร์ในทันที!
เสี้ยววินาทีสายลมหอบใหญ่ก็พัดกรรโชกจนบรรยากาศแสนสงบของดาดฟ้ากว้างกลายเป็นความโกลาหล ต้นหูกวางขยับไหวไปตามแรงลมจนใบไม้ปลิวม้วนอย่างเกรี้ยวกราด ร่างบอบบางบนต้นไม้ถูกคลุมด้วยเกลียวคลื่นของสายลมจนไม่แน่ชัด...ว่ามันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาหรือมีหญิงสาวแสนงดงามยืนอยู่บนนั้นจริง ๆ
‘ป๊อก!’
สิ้นเสียงดีดนิ้ว เกลียวคลื่นของสายลมก็ม้วนตัวอย่างรุนแรงจนไม่อาจมองเห็นภาพตรงหน้าได้อีกต่อไป เมื่อเขากะพริบตาทุกอย่างกลับว่างเปล่าและเงียบสงบเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น?
ดวงตาสีดำอมม่วงมองดูสีหน้าสับสนของมนุษย์คนนั้นจากต้นไม้อีกต้นที่อยู่ห่างออกไปหลายเมตรแล้วถอนใจคล้ายจะโล่งอก ก่อนดีดนิ้วอีกครั้งแล้วหายตัวไปในความมืดมิดยามค่ำคืน ทิ้งไว้เพียงถ้อยคำสั้น ๆ ที่ฝากผ่านมากับสายลม…
หวังว่าเราจะไม่ต้องพบกันอีกเป็นครั้งที่สองนะ!
ประโยคสนทนาของสองแม่ลูกทำเอาข้ามสมุทรนึกอยากกุมขมับขึ้นมาเสียเฉย ๆ ชักสงสัยว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่ตามใจภรรยายักษา ด้วยการทำเรื่องขออนุญาตนำบุตรสาวกลับมาอยู่บนโลกมนุษย์ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวในตอนแรกก็เหมือนจะติดปัญหาอยู่บ้าง เพราะชาวโลกบรรพกาลนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมายังโลกมนุษย์ก่อนบรรลุนิติภาวะ แต่เพราะว่าเป็นเด็กเลือดผสมที่เกิดจากมนุษย์และยักษา ลูก ๆ ของเขาจึงได้รับการอนุญาตมาเป็นกรณีพิเศษ...“แดดดี๊ ๆ ทำไมหม่ามี๊ถึงสอนซนแบบนั้นล่ะ?”เสียงเล็ก ๆ ของเด็กอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกับแสนซนทุกประการ เงยหน้าขึ้นจากการทำการบ้านแล้วเอ่ยถาม“แสบไม่เห็นเข้าใจเลย?”ข้ามสมุทรลูบหัวบุตรสาวอีกตนที่มีนามว่า...แสนแสบ เบา ๆ คล้ายจะเอ็นดู ก่อนจะหยิบคุกกี้ชิ้นโตขึ้นมาหักเป็นชิ้นพอดีคำแล้วป้อนใส่ปากเล็กจิ้มลิ้มของเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างกาย“ไม่เข้าใจก็ดีแล้ว...”จุมพิตกระหม่อมเล็กได้รูปหนัก ๆ ค่อยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“แล้วแสบทำการบ้านถึงไหนแล้วลูก?”“เกือบเสร็จแล้วค่ะ ทำการบ้านเสร็จแล้วเราไปเล่นวิ่งไล่จับกันนะคะ”แสนแสบบอกความต้องการของตนทันที ก่อนจะก้มลงเขียนหนังสืออีกครั้งเมื่อเป็นข้ามสมุทรระบายยิ้มเอ
วันนี้สวนกุหลาบที่อยู่ติดกับบ้านท้ายสวนของไร่ฟ้าครามเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยเพราะมีร่างเล็กป้อมและสองขาสั้น ๆ ของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษกำลังวิ่งตามร่างบางระหงที่เอาแต่วิ่งหนีอย่างไม่ลดละ ดวงตาสีดำอมน้ำตาลคู่สวยส่องประกายสดใสยามตัดสินใจกระโดดตะครุบข้อเท้าบางของอีกฝ่ายไว้!อืม ผลคือล้มคะมำหน้าคว่ำไปกับพื้นหญ้าทั้งคู่“หม่ามี๊...ซนเจ็บ!”เด็กน้อยร้องบอกหน้าเบ้ แต่ก็เหลียวซ้ายแลขวาคล้ายหาใครบางคนเหมือนนึกขึ้นได้ พอเห็นว่าร่างสูงของ ‘แดดดี๊’ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำก็ถอนใจเฮือกใหญ่ ค่อยรีบปัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกด้วยตัวเอง ปัดเสร็จก็หันมาเขย่า ‘หม่ามี๊’ ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอีกรอบ เห็นอีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจก็เขย่าซ้ำ“มี๊! ซนเจ็บ”“...เจ็บแล้วไง?”เจ้าของชื่อ ‘มี๊’ ที่หันมานอนตะแคงท้าวค้างมองเด็กน้อยที่นั่งเบ้หน้าอยู่ข้าง ๆ ร้องถาม ใบหน้าหวานสวยเหมือนจะเคร่งครึมขึ้นกว่าปกติหลายเท่า“...ซนหกล้ม เจ็บ”“ซนไม่ได้หกล้ม แต่ซนวิ่งมาตะครุบขามี๊ก็เลยล้มต่างหากละ”แสนหลงบอกพลางหรี่ตามองบุตรสาวคล้ายคาดโทษ มีอย่างที่ไหน? เล่นวิ่งแข่งแต่คว้าข้อเท้าเธอล้มซะหน้าคะมำเสียอย่างนั้น! คิดแล้วก็ได้แต่ส
“จริงเหรอพี่รัก!?”เสียงหวานเหมือนกังสดาลแก้วร้องถามด้วยความตื่นเต้นตกใจ มือบางที่กอดถังคุกกี้ด้วยความหวงแหนแทบจะกลายเป็นโยนฉลอง ทำเอาพี่สาวทั้งสองตนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แสนหลงฉีกยิ้มจนปากแทบฉีกถึงใบหู ก่อนจะปล่อยมือจากถังคุกกี้แล้วเขย่าร่างบางของแสนรักจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด“เออ! จริงสิ พี่จะโกหกเธอไปเพื่ออะไ...”ยังพูดไม่ทันจบประโยคยักษาตนน้องก็วิ่งตึงตังออกไปไวปานพายุหมุน“...?”“พี่รัก ๆ น้องมันไปตั้งแต่คำว่า ‘จริง’ แล้วละ”ผู้พิทักษ์ประตูกาลหยิบคุกกี้ที่เหลือในกระป๋องขึ้นมากินแล้วดูทีวีต่อไปราวกับไม่คิดใส่ใจ แต่ก็ยังมีน้ำใจแวะตบบ่ามนพี่สาวที่นั่งมองตาปริบ ๆ คล้ายปลอบใจ“...”แสนหลงวิ่งตึงตังตามหาข้ามสมุทรอยู่สักพัก พอเห็นว่าชายหนุ่มกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านก็พุ่งเข้าใส่ทันที“นายคราม!”เล่นเอามนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในเมืองยักษาต้องถลาตัวเข้าไปรับแทบไม่ทัน เคราะห์ยังดีที่ปฏิกิริยาของชายหนุ่มค่อนข้างดี เลยสามารถช้อนรับร่างบางระหงไว้ได้...แถมยังอยู่ในท่าอุ้มเจ้าหญิงอีกด้วย!“...อย่าทำแบบนี้อีกนะ ใจหายใจคว่ำหมด!”ข้ามสมุทรเอ็ดเสียงเข้ม ก่อนจะกระชับวงแขนขึ
สองสามวันหลังจากที่ข้ามสมุทรและคนงานในไร่ต้องตื่นมาเก็บส้มตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง แสนหลงค่อยรู้ว่าออร์เดอร์มากมายที่ไหลทะลักเข้ามาในไร่แบบเร่งด่วนนั้น มีที่มาที่ไปจากเทศกาล...ตรุษจีน? และคงเห็นว่าเธอสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเทศกาลที่ไม่คุ้นเคยนี้อยู่มากพอสมควร ข้ามสมุทรเลยใจดีอธิบายเพิ่มเติมให้อีกเล็กน้อยว่า...วันตรุษจีนนั้นเป็นวันขึ้นปีใหม่ของมนุษย์ในอีกเขตพื้นที่หนึ่ง แต่เพราะจำนวนคนที่มีมากมายของพวกเขากระจัดกระจายกันไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก วันตรุษจีนจึงจัดเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีอิทธิพลมาก ๆซึ่งส้มจากไร่ฟ้าครามก็น่าจะได้รับผลดีจากเทศกาลนี้มากพอสมควร เพราะส้มจัดว่าเป็นผลไม้มงคลชนิดหนึ่งที่พวกมนุษย์นิยมใช้กราบไหว้เทพเจ้า อืม...เทพเจ้าอย่างนั้นเหรอ?เสือขาวตัวน้อยเอียงคอคล้ายครุ่นคิด เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไร...คงเพราะวัฒนธรรมของสองโลกต่างกันอยู่พอสมควร และชาวโลกบรรพกาลก็เคารพนับถือแค่เพียงธรรมชาติเป็นหลักกระมัง?“คิดอะไรอยู่?”เสียงทุ้มของคนที่กำลังหยิบเงินใส่ซองสีแดงตั้งคำถาม‘คิดว่านายเอาเงินใส่ซองเพื่ออะไร?’ แสนหลงตอบกลับด้วยคำถาม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่สงสั
งานเทศกาลของพวกมนุษย์นั้นมีเยอะมากจนแสนหลงจำได้ไม่หมด แต่ก็มีบางเทศกาลที่จำได้ค่อนข้างแม่น อาทิเช่น ประเพณีสงกรานต์ของมนุษย์แถบนี้ (จำได้เพราะรู้สึกว่ามันประหลาดที่พวกมนุษย์เอาน้ำมาสาดใส่กันในวันขึ้นปีใหม่?) หรือวันคริสมาสต์ของพวกมนุษย์อีกฟากโลก (ไก่งวงอบซอสอร่อยมากเลยจำได้แม่น) แล้วก็ยังมีเทศกาลยิบย่อยอีกเยอะแยะที่มีเอกลักษณ์...ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้างตามประสาจะว่าไปแล้วเหมือนจะมีเทศกาลของพวกมนุษย์แถบใกล้ ๆ ที่เรียกว่า ‘วันตรุษจีน’ อยู่ด้วยหรือเปล่านะ?ดวงตากลมโตสีดำอมม่วงของเสือขาวที่นอนหมอบอยู่บนเบาะรถกอล์ฟเหลือบมองภาพเบื้องหน้าคล้ายสงสัย ตอนนี้คนงานหลายสิบคนกำลังเร่งรีบเก็บส้มผลโตใส่ตะกร้าจนดูวุ่นวายไปหมด แต่พอได้ยินเสียงซุบซิบของพวกคนงานที่ดังแว่วมาตามสายลมค่อยเข้าใจ ว่าถ้าเก็บผลส้มไม่ได้ตามออร์เดอร์ที่มีเข้ามา...น่าจะโดนค่าปรับอยู่มากโขมิน่าเล่า! วันนี้ข้ามสมุทรถึงลุกจากเตียงนอนมาทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง? แถมยังใจดีหิ้วพาเสือขาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับอุตุมาด้วยแบบไม่บอกกล่าว...รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกส้มนี่ละ!“ตื่นนานหรือยัง?”เสียงทุ้มของคนที่แอบหิ้วพาแสนหล
แสนหลงเพิ่งรู้ว่าพ่อของเธอเคยใช้ชีวิตเป็นชาวสวนอยู่ในโลกมนุษย์ช่วงหนึ่ง? แต่พอทำไปสักพักรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของตัวเอง ก็เลยย้ายกลับเข้ามาอยู่ในโลกบรรพกาล นานจนลืมไปเลยว่าตัวเองมีที่ดินติดกับไร่ส้มของข้ามสมุทรเพราะรู้จักนิสัยใจคอมาตั้งแต่ข้ามสมุทรยังเด็ก สุดท้ายเลยตัดสินใจขายที่ดินตรงนั้นให้ชายหนุ่มไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะเชื่อว่าเด็กหนุ่มอนาคตไกลและค่อนข้างมีวิสัยทัศน์ดีจะสามารถต่อยอดไร่ฟ้าครามได้อีกมากจากตอนแรกกลัวว่าพ่อจะไม่ชอบ ‘ว่าที่ลูกเขย’ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเธอนี่ละ! ยักษ์หัวเน่าที่แท้จริง!?“นึกไม่ถึงเลยนะครับ ว่าจะเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น”เขยขวัญของพ่อยักษาว่าด้วยรอยยิ้ม“จริง! ตอนแรกลุงก็นึกว่าไอ้ตัวแสบไปคว้ามนุษย์นี่ไหนมา? พอเห็นว่าเป็นคราม...ลุงก็คิดได้เลยว่าครามนี่ซวยจริง ๆ”แสนหลงที่นั่งกินขนมดูทีวีอยู่กับพี่สาวทั้งสองตนแอบมองค้อนจนตาแทบกลับ ต่างจากบรรดาพี่สาวที่กำลังกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ“ไม่หรอกครับ ผมโชคดีมากกว่าที่ได้เจอลูกสาวคุณลุง”“อย่ามั่นใจไปนะตาคราม ป้าเป็นแม่แท้ ๆ ก็ยังไม่กล้ารับประกันเลย”คราวนี้แสนเสน่ห์ก็เหมือนจะย้ายข้างไปเชียร์เขยขวัญอีกตน“ผมมั่นใจครับ







