“If you look for it, I’ve got a sneaky feeling you’ll find that love actually is all around.”
-Love Actually-
(ถ้าเธอกำลังตามหามันอยู่ล่ะก็ ฉันมีความรู้สึกซ่อนอยู่ เธอจะพบว่าจริงๆ แล้วความรักก็อยู่รอบตัวเรา)
“อ้าวตาทิมาถึงนานแล้วเหรอ แม่ไม่เห็นรถของลูกเลย” วราลีเอ่ยถามลูกชายที่กำลังเดินตามว่าที่ลูกสะใภ้มาด้วยความสงสัย
“ทิจอดรถไว้ที่บ้านแล้วเดินมาน่ะครับ”
“อ่อ แม่ก็ลืมไปว่าบ้านทิอยู่ใกล้ๆ นี่เอง”
“ใกล้ๆ เหรอคะ?” จันทร์เจ้าเอ่ยถามวราลีออกไปด้วยความสงสัย ก่อนจะหันกลับไปมองทิวาที่เดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังของเธอ
“ใช่ลูก บ้านตาทิอยู่ข้างๆ นี้เอง ตอนเย็นๆ ก็ชอบมานั่งคุยเป็นเพื่อนคนแก่ ยายดีใจนะที่หลานของยายทั้งสองคนจะแต่งงานกัน เผื่อยายจะอยู่ทันอุ้มเหลนกับเขาบ้าง” ยายเดือนตอบคำถามของหลานสาวแทน พร้อมกับเดินเข้าไปลูบหัวของจันทร์เจ้าอย่างเอ็นดู ก่อนที่มือเหี่ยวย่นของท่านจะลูบลงที่มือบางของหลานสาว พร้อมกับจับมือหนาของว่าที่หลานเขยมากุมเอาไว้ด้วยกัน
“ยายฝากจันทร์ด้วยนะทิ น้องอาจจะดื้อไปบ้างยังไงก็ค่อยๆ คุยกันนะลูก”
“ครับ”
“จันทร์เจ้าหลานก็เหมือนกันไม่ว่าอดีตจะเป็นยังไงก็ปล่อยมันไว้ตรงนั้นเถอะนะ แล้วมาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันที่นี่ที่บ้านของเรา”
“ค่ะยาย” ร่างบางตอบรับคำของคุณยายของเธอก่อนจะสวมกอดหญิงชราตรงหน้าเอาไว้
“เราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่านะครับ” พันแสงเอ่ยบอกกับทุกคนด้วยความเป็นห่วง ท้องฟ้าที่มืดครึ้มพร้อมกับเสียงฟ้าร้องที่ดังมาแต่ไกลอีกไม่นานฝนคงตกลงมาอย่างแน่นอน
“อย่างที่ลูกๆ รู้พวกเราไปหาฤกษ์งานแต่งกัน และฤกษ์ที่ไวที่สุดและดีที่สุดสำหรับลูกทั้งสองคนก็คืออีก 1 อาทิตย์ข้างหน้า” สุพรรษาเอ่ยบอกกับลูกสาวและว่าที่ลูกเขยที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี
“1 อาทิตย์เหรอคะ”
“ช้าไปเหรอ ถ้างั้นเราแต่งงานกันวันพรุ่งนี้ได้เลยนะ...ฉันไม่ติด” ทิวาขยับเข้ามาใกล้จันทร์เจ้าพร้อมกระซิบบอกกับเธอเบาๆ เพื่อให้ได้ยินกันเพียงสองคน ก่อนจะทำหน้าทะเล้นใส่ร่างบางตรงหน้า
“นายอยากโดนเตะอีกรึไง”
“ถ้าเธอเตะฉันอีกฉันเอาคืนแน่”
“นายจะทำอะไรฉันได้” ร่างบางเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าอย่างกับคนที่ถือไพ่เหนือกว่า ถึงจะไม่ได้เจอกันนานแต่จันทร์เจ้าก็รู้ดีว่าทิวาไม่มีทางทำร้ายเธออย่างแน่นอน ตั้งแต่เด็กเวลาเธอมีปัญหากับเพื่อนผู้ชายในห้องก็มีแต่ทิวาซึ่งเป็นรุ่นพี่ของเธอในขณะนั้นคอยช่วยเหลือเธออยู่เสมอ
“เตะเธอคืนไงยัยหัวเน่า”
“ก็บอกแล้วไงว่าหัวฉันไม่ได้เน่า”
“เออว่ะ ไม่เน่าแล้วจริงๆ” ทิวาส่งยิ้มยียวนไปให้กับร่างบางตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ดูสดใสผิดปกติ การแสดงออกของทิวายิ่งทำให้ร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้...
“ไอ้บ้าทิ...”
ทั้งสองคนกำลังจะตีกันก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นว่าสายตาของทุกๆ คนกำลังมองมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว ก่อนที่จันทร์เจ้าจะขยับออกจากทิวาทันที
“ฮ่าฮ่าฮ่า ตีกันแบบนี้สงสัยยายจะได้เหลนหัวปีท้ายปี รีบตามหนูดาวไปเลยนะทิวา” ยายเดือนหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ จะมีก็แต่จันทร์เจ้าที่เอาแต่สงสัยในสิ่งที่คุณยายของเธอพึ่งพูดออกมา
“ดาว น้องพันดาวนะเหรอคะ” จันทร์เจ้าเอ่ยถามขึ้นก่อนจะมองไปยังผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างรอคำตอบ พันดาวอายุน้อยกว่าจันทร์เจ้า 1 ปี ทั้งสามเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะแต่งงานไปก่อนแล้ว
“ใช่ลูก...น้องพึ่งคลอดลูกคนแรกไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้วเอง” วราลีเป็นคนตอบคำถามนี้แทนทุกคน ก่อนที่มือบางของเธอจะลูบลงที่หัวของจันทร์เจ้าอย่างเอ็นดู
“ดาวอยู่ที่บ้านเหรอคะ? จันทร์ขอไปหาน้องได้ไหมคะ?” ใบหน้าสวยหวานยกยิ้มออกมาด้วยความยินดี ก่อนจะเอ่ยถามผู้ใหญ่ตรงหน้าออกไปด้วยน้ำเสียงสดใส
“เรื่องนั้นต้องให้ตาทิเป็นคนพาไปแล้วล่ะ น้องได้สามีเป็นคนญี่ปุ่นน่ะลูก วันแต่งของหนูน้องก็น่าจะมาไม่ได้เพราะพึ่งคลอดลูก”
“หนูอยากเห็นเจ้าตัวน้อยจังเลยค่ะคุณป้า ต้องน่ารักเหมือนน้องดาวแน่ๆ เลย”
“น้องเป็นผู้ชายจ้ะลูก” วราลีเปิดรูปหลานชายคนแรกให้กับจันทร์ดู ก่อนที่ร่างบางฉันยิ้มหวานออกมาด้วยความเอ็นดูเด็กน้อยที่อยู่ในรูปตรงหน้าของเธอ
“น่ารักจัง หล่อแต่เด็กเลยนะคะ”
“หล่อเหมือนพ่อเขา ยายเห็นครั้งแรกยังตะลึงในความหล่อของพ่อหนุ่มคนนั้นเลย” ยายเดือนเอ่ยบอกกับหลายสาวด้วยน้ำเสียงที่ดูสดใสผิดปกติ จนทำให้จันทร์เจ้าอดยิ้มหวานตามไม่ได้จริงๆ
“ยายครับไหนยายว่าทิหล่อที่สุดไงครับ ทิน้อยใจนะเนี่ยคุณยายเห็นคนอื่นหล่อกว่าหลานเขยตัวเองได้ยังไงครับ” ทิวาเอ่ยถามหญิงชราตรงหน้าอย่างงอนๆ ก่อนจะซบหน้าลงกับมือเหี่ยวย่นของท่านอย่างออดอ้อน
“โอ้ๆๆ หลานเขยของยายหล่อที่สุด”
“ตาทิลูกโตจนจะมีเมียอยู่แล้วนะ ยังเล่นเป็นเด็กๆ อีก” วราลีเอ็ดลูกชายของตัวเองเบาๆ อย่างไม่ได้จริงจังมากนัก
“เอาเป็นว่าทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมแม่จะจัดการเรื่องทุกอย่างให้เอง พรุ่งนี้ทิพาน้องไปรองชุดที่ร้านด้วยนะครับ แม่จองคิวไว้ให้เรียบร้อยแล้ว” วราลีเอ่ยบอกกับลูกชาย ก่อนจะมองไปบ่าวสาวอย่างกรุ่มกริ่มราวกับว่าเธอกำลังมีแผนการอะไรอยู่ในใจ
“ครับแม่” ร่างสูงมองไปยังแม่ของตัวเองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ‘หรือว่างานแต่งเล็กๆ ที่ท่านเคยพูดก่อนหน้านี้ หึหึ แบบนี้เข้าทางเลยน่ะสิ’
...
วันต่อมา...
“มองอะไรของเธอยัยหัวเน่า” เสียงทิวาเอ่ยถามร่างบางที่นั่งมองสองข้างทางที่เขาขับรถผ่านด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ร่างสูงยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจก่อนจะหันกลับไปยังถนนเบื้องหน้าของเขาต่อ
“ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะเลย...” ร่างบางตอบร่างสูงที่กำลังขับรถอยู่ข้างๆ เธอ ก่อนจะหันกลับไปมองเขาตาขวาง ‘คำก็หัวเน่าสองคำก็หัวเน่า’
“15 ปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาที่นี่ ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนไปตามการเวลา แต่...” พันทิวาชะงักไปเล็กน้อยที่ตัวเองกำลังจะหลุดพูดอะไรออกมา
“แต่อะไร?”
“ป่าว! ไม่มีอะไร”
“อะไรของหมอนี่” จันทร์เจ้าบ่นพึมพำก่อนจะหันกลับไปสนใจทางตรงหน้าของเธอต่อ
“เรื่องของพ่อเธอฉันเสียใจด้วยนะ ฉันจะพาเธอไปเยี่ยมพ่อก่อนแล้วค่อยไปรองชุดดีไหม” ร่างสูงพูดขึ้นในขณะที่สายตาของเขายังคงมองไปยังเส้นทางตรงหน้า
“อืม ขอบคุณนายมากนะ” จันทร์เจ้าตอบร่างสูงกลับไปเสียงอ่อนก่อนจะเหม่อมองออกไปที่นอกหน้าต่างอีกครั้ง จากการช่วยเหลือของพันแสงทำให้คุณพ่อของจันทร์เจ้าได้มารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลที่ดีที่สุดประจำจังหวัดแบบนี้
ถ้าเป็นไปได้เธออยากจะมาเยี่ยมคุณพ่อของเธอทุกวันเลย แต่ก็คงเป็นไปได้ยากเนื่องจากบ้านกับโรงพยาบาลอยู่ห่างกันเกือบ 30 กิโลเมตร ถึงเส้นทางมันจะคดเคี้ยวแต่ก็ยังไม่ใช่ปัญหาเท่ากับที่เธอไม่มีรถที่สามารถขับมาหาพ่อของเธอได้ ทรัพย์สินของครอบครัวเธอโดนยึดไปทั้งหมด ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่นี่จันทร์เจ้าเองก็ใช้เงินเก็บที่เธอมีใช้หนี้ส่วนที่เหลือไปหมดแล้วเช่นกัน ถึงจะไม่มีหนี้ แต่เธอก็แทบจะไม่เหลือเงินติดตัวเลยด้วยซ้ำในตอนนี้
-โรงพยาบาล-
“อ้าวตาทิ...”
“คุณอาสวัสดีครับ คุณอาสบายดีนะครับ” ทิวาทักทายอาหมอของเขาอย่างไปกันเอง
“อาสบายดีลูกเมื่อวานเจอแสงกับลี พวกเขาบอกว่าหลานจะแต่งงาน” ร่างสูงในชุดกาวน์เอ่ยถามทิวาออกมาพร้อมกับใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี ก่อนที่เขาจะมองไปยังร่างบางที่ยื่นอยู่ข้างๆ หลานชายพร้อมกับส่งยิ้มไปให้กับเธอ
“นี่จันทร์เจ้าว่าที่เจ้าสาวของทิครับ”
“สวัสดีค่ะ”
“ส่วนนี้อาหมอกิตเป็นเพื่อนของคุณพ่อและยังเป็นหมอเจ้าของไข้ของพ่อเธอด้วย” ทิวาแนะนำชายตรงหน้าให้กับร่างบางว่าที่เจ้าของเขาได้รู้จัก
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ วันนี้พ่อของหนูอาการเป็นยังไงบ้างเหรอคะ”
“อาการยังทรงตัวอยู่ครับ ในตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง”
“หนูเข้าไปเยี่ยมคุณพ่อได้ไหมคะ” ร่างบางเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไป พร้อมกับสายตาของเธอจ้องมองไปยังชายที่เธอรักที่สุดที่ยังคงหลับไหลไม่ได้สติอยู่ในห้องกระจกตรงหน้าของเธอ
“ตอนนี้ยังไม่ได้ แต่ถ้าอนุญาตให้เข้าเยี่ยมเมื่อไหร่อาจะรีบบอกนะ”
“ขอบคุณมากนะคะ”
EPISODE 06 : หมั่นไส้เป็นพิเศษ“I would rather share one lifetime with you than face all the ages of this world alone.”-Lord of the Rings : The Fellowship of the Ring-(ฉันขอได้ใช้ชีวิตกับเธอเพียงชาติเดียว ดีกว่ามีชีวิตอยู่ทุกๆ ชาติโดยไม่มีเธอ)-wedding studio-“สวัสดีค่ะคุณทิวากับคุณจันทร์เจ้ารึป่าวคะ”“ใช่ค่ะ”“เชิญทางนี้ค่ะ”ทั้งสองเดินตามพนักงานของร้านเข้าไปด้านในก่อนที่ร่างบางจะต้องตกตะลึงกับชุดแต่งงานหลายแบบแขวนเรียงรายอยู่ตรงหน้าของเธอ ถึงจันทร์จะไม่ได้จบทางด้านดีไซน์มา แต่เธอก็พอมีความรู้ทางด้านนี้อยู่บ้างจากการที่เธอเป็นคนที่แต่งตัวเป็นนั่นเอง“คุณผู้ชายเชิญทางนี้ค่ะ” ร่างสูงเดินตามพนักงานไปอีกห้องซึ่งเป็นห้องสำหรับลองชุดสูทของผู้ชายโดยเฉพาะทิวาใช้เวลาไม่นานสำหรับลองชุดไทยที่จันทร์เจ้าว่าที่เจ้าสาวของเขาเป็นคนเลือกไว้ให้กับเขาแล้วก่อนหน้านี้ เรื่องเสื้อผ้าอะไรพวกนี้ชายหนุ่มอย่างเขาไม่ค่อยถนัดอยู่แล้ว เขาจึงปล่อยให้ว่าที่เจ้าสาวของเขาเป็นคนเลือกให้ทั้งหมด“หึหึ” ทิวาหัวเราะออกมาเบาๆ ในขณะที่กำลังนั่งรอว่าที่เจ้าสาวของเขาลองชุด ภาพที่จันทร์เจ้าตั้งใจเลือกชุดแต่งงานเมื่อวานยั
EPISODE 07 : เมียในนาม“Scar is the proof of a healed wound.”-Slumdog Millionaire-(แผลเป็น คือ สิ่งที่เตือนให้เรารู้ว่าบาดแผลของเราถูกเยียวยาแล้ว)“เชี้ย!! มันพาใครมาวะเนี่ย” ขุนศึกพูดขึ้นเสียงดังด้วยความตกใจ ทำให้เสือและสิงหักไปมองตามสายตาของเพื่อนรักตรงหน้าด้วยความสงสัย ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกัน ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นทิวาไปไหนมาไหนผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่พันดาวน้องสาวของมันเลยสักครั้ง สงสัยพายุลูกใหญ่กำลังจะถล่มเชียงใหม่เสียแล้วสิ“เชี้ย!! / เชี้ย!!” “แหมๆ!! ...ไม่ได้เจอกันแค่เดือนเดียว นี่มึงมีแฟนแล้วเหรอวะไอ้ทิ” เสือเอ่ยแซวเพื่อนรักที่พึ่งเดินเข้ามาภายในร้าน ก่อนที่เขาจะชะงักไปเล็กน้อยที่ได้เห็นใบหน้าของร่างบางที่เดินตามหลังเพื่อนเขามา ถึงตอนนี้เธอจะดูโตขึ้นมากแต่ใบหน้าสวยหวานยังคงละม้ายคล้ายเดิมอยู่มากทีเดียว“นะ นี่...” สิงพูดอ้ำๆ อึ้งๆพร้อมกับมองไปที่เพื่อนรักและผู้หญิงที่เดินตามเข้ามาใหม่ ก่อนจะมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะทำตัวไม่ถูกกันเลย“สวัสดีค่ะ จันทร์เจ้านะคะ ไม่รู้ว่าพี่ๆ ยังจำกันได้อยู่ไหมไม่ได้เจอกันนานเลย”“จำได้สิครับ พวกพี่ไม่มีใครลืมน้องจันทร์เจ้าหรอกคร
EPISODE 08 : ขี่ม้าส่งเมือง“One day your life will flash before your eyes. Make sure it’s worth watching.”-The Bucket List-(ในวันหนึ่งภาพชีวิตของคุณจะฉายขึ้นตรงหน้า ดังนั้น จงทำในสิ่งที่มีคุณค่าต่อการชมในทุกๆ นาทีและทุกวันของชีวิต)“ขยับเข้ามาใกล้กันหน่อยครับ” ช่างภาพเอ่ยบอกกับว่าที่บ่าวสาวตรงหน้าอย่างนอบน้อม ถึงเขาจะบอกประโยคนี้กับทั้งคู่มาเกือบ 10 นาทีแล้วก็ตาม แต่คำว่า ‘ลูกค้าคือพระเจ้า’ มันค้ำคอเขาอยู่ทำให้เขาได้แต่ยิ้มให้กับทั้งสองคนตรงหน้าแทนที่จะพูดอะไรไปมากกว่านี้“อะ! ไอ้บ้าทิ” ร่างบางร้องออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจที่โดนแขนแกร่งรั้งเอวบางของเธอเข้าหาตัวเขาอย่างแรง“รีบถ่ายจะได้รีบเสร็จ”“นายอยากได้ภาพที่แสดงตัวตนของเราทั้งคู่ใช่ไหม” ร่างบางเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับก้มลงไปมองเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์รัดรูปของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะมองไปที่เสื้อผ้าหน้าผมของร่างสูงตรงหน้าอีกครั้งผู้ชายคนนี้ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยก่อนที่เธอจะจากไปเขาเป็นแบบไหนตอนนี้เขาก็ยังคงเป็นแบบนั้น ก่อนหน้านี้เขาชอบใส่การเกงยีนส์ขาดๆ ซีดๆ กับเสื้อยืดสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตเก่าๆ ตอนนี้เขาก็ยังคงเป็นแบบนั้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่เปลี
EPISODE 09 : รอเธอมานาน“Beautiful things don’t ask for attention.”-The Secret Life of Walter Mitty-(ความงามที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องความสนใจ)-wedding studio-“เธอลงไปก่อน เดี๋ยวฉันเอารถไปจอด” พันทิวาเอ่ยบอกกับว่าที่เจ้าสาวของเขาเสียงอ่อน ในขณะที่ตาคมของเขายังคงมองไปข้างหน้าเพื่อหาที่จอดรถ เนื่องจากวันนี้เป็นวันธรรมดาบริเวณแถวนี้จึงหาที่จอดรถค่อนข้างยาก“โอเค”“ห้ามซนล่ะ” ทิวาหันกลับมาบอกกับร่างบางพร้อมกับส่งยิ้มทะเล้นไปให้กับเธอ“ไอ้บ้าทิ...ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ” ร่างบางก็สวนเขากลับไปทันควันก่อนจะมองไปที่ร่างสูงตรงหน้าตาขวาง จากนั้นเธอจึงลงจากรถไปโดยไม่ต่อปากต่อคำกับเขาต่อ“หึหึ” หลังจากที่ร่างบางลงไปใบหน้าหล่อเหลาของทิวาก็ปรากฎรอยยิ้มหวานขึ้นมาทันที...“สวัสดีค่ะคุณจันทร์เจ้า มารับชุดใช่ไหมคะ” ทันทีที่ประตูเปิดออกพนังงานประจำร้านก็เดินเข้ามาทักทายลูกค้าอย่างจันทร์เจ้าทันทีด้วยความนอบน้อม“ใช่ค่ะ”“เชิญทางนี้ค่ะ”“วันนี้ลูกค้าเยอะจังเลยนะคะ” จันทร์เจ้าเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกไป พร้อมกับมองไปยังลูกค้าผู้หญิงภายในร้านที่เดินขวักไขว่อยู่ตรงหน้าของเธอ“ใช่ค่ะ เดือนหน้าจะมีงานเล
EPISODE 10 : ทำหน้าที่เมีย“Working hard is important, but there’s something that matters even more. Believing in yourself.”-Harry Potter-(การฝึกฝนอย่างหนักเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่มีบางอย่างที่สำคัญมากกว่านั่นคือการเชื่อมั่นในตัวเอง)“ไงพวกมึง”“ไอ้เจ้าบ่าวมาแล้วเว้ย มาๆ เชิญนั่งก่อนครับ” สิงหันไปมองตามเสียงเรียกก่อนจะร้องบอกกับเพื่อนคนอื่นๆ เสียงดังลั่นโต๊ะ“มึงนี่นะ”“ไม่ธรรมดานะไอ้ทิจดทะเบียนสมรสเลยด้วย” ขุนศึกเอ่ยแซวเพื่อนรักของตัวเองที่เอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนหน้าหมั่นไส้ ต่อหน้าแขกคนอื่นเจ้าบ่าวคนนี้เอาแต่วางมาดเข้ม แต่พอได้มาอยู่กับเพื่อนๆ ที่กุมความลับของเขามาเป็น 15 ปี กลับยิ้มออกมาจนแก้มจะแตกอยู่แล้ว“อย่างนี้มึงก็มีเมียอีกคนไม่ได้สิวะ”“กูชื่อพันทิวาไม่ได้ชื่อเสือครับ เรื่องเจ้าชู้หรือหญิงเยอะกูสู้มึงไม่ได้อยู่แล้ว” ทิวาตอบเพื่อนกลับไปพร้อมกับมองไปที่ร่างสูงตรงหน้าอย่างกวนๆ“เออ...ให้มันเจ้าชู้แค่กูคนเดียวนี่แหละ”“พวกมึงนี่เล่นกันเป็นเด็กๆ ไปได้” ขุนศึกพูดขึ้นพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ อย่างเอือมๆ กับนิสัยของเพื่อนรัก ไม่ว่าจะโตกันแค่ไหนพวกมันก็ยังคงกัดกันเหมือนเดิม“แล้วทีนี่จ
EPISODE 11 : ผู้มีพระคุณ?“I want all of you, forever, you and me, every day.”-The Notebook-(ฉันต้องการเธอตลอดไป แค่เธอกับฉันทุกๆ วัน)เช้าวันต่อมา...“กรี๊ดดดดดด!!!”“อะไร อะไร ใครเป็นอะไร?” ทิวาสะดุ้งตื่นขึ้นมาก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องด้วยความตกใจ ก่อนที่เขาจะชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นร่างบางของจันทร์เจ้า มองมาที่เขาอย่างโกรธเคืองพร้อมกับมือบางของเธอกำผ้าห่มเอาไว้แน่น ในขณะที่ใบหน้าหวานๆ ของร่างบางตรงหน้าเริ่มงอถ้าเขาคาดการณ์ไว้ไม่ผิดเธอต้องร้องไห้ออกมาอย่างแน่นอน“เดี๋ยวๆ เธอดูดีๆ ฉันนอนในที่ของฉัน” ชายหนุ่มเอ่ยบอกกับหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับชี้ให้เธอดูว่าเขาไม่ได้ล่วงเกินเธอเลยแม้แต่น้อยจันทร์เจ้าชะงักไปทันทีก่อนที่เธอจะขยับถอยหลังไปยังที่ของตัวเอง พร้อมกับกำผ้าห่มเอาไว้แน่นอย่างไม่วางใจชายตรงหน้า ทิวาเห็นเธอมีท่าทางแบบนั้นเขาก็แกล้งเธอกลับไปบ้าง ใบหน้าหล่อเหลาจ้องมองไปยังร่างบางตรงหน้าก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างงอนๆ“นี่เธออย่าบอกนะว่าเธอลวนลามฉัน เอาจริงๆ ฉันก็จะพอรู้ว่าตัวเองหล่อ หุ่นดี แต่เธอจะมาลักหลับฉันแบบนี้ไม่ได้ เธอต้องรับผิดชอบ...”“นี่ไอ้บ้าทิคนอย่างฉันจะไปทำอะไรนา
EPISODE 12 : นายเริ่มก่อนนะ“Those who are happy are not without pain, they just know how not to be controlled by it.”-Love & Other Drugs-(คนที่มีความสุขไม่ใช่ว่าเขาไม่เจ็บปวดเลย แต่เขารู้ว่าทำอย่างไรถึงจะไม่ถูกความเจ็บปวดครอบงำต่างหาก)1 อาทิตย์ต่อมา...“ทิวา...วันนี้นายจะเข้าไปในเมืองเหรอ” จันทร์เจ้าเอ่ยถามชายหนุ่มที่กำลังอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสดใสจนผิดปกติ จนทำให้ร่างสูงเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าหวานๆ ของเธอที่กำลังส่งยิ้มมาให้กับเขา“ทำไม?” ร่างสูงยกยิ้มเล็กน้อยอย่างรู้ทันว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ ทิวาเอ่ยถามร่างบางออกไปเสียงเรียบ พร้อมกับก้มลงไปอ่านเอกสารตรงหน้าของตัวเองต่อ“ขอไปด้วยคนสิ ฉันรับรองว่าฉันจะไม่ดื้อไม่ซน จะเป็นเด็กดีไม่ทำให้นายต้องปวดหัวอย่างแน่นอน” ร่างบางเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าเสียงอ่อน พร้อมกับส่งยิ้มไปให้เขาอย่างออดอ้อน“...” เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอเล็กน้อยอย่างกำลังใช้ความคิด“น่านะ...”“หึหึ”“ฉันพูดจริงๆ นะ”“ฉันต้องไปประชุมกับสมาคม”“ฉันไปด้วยได้ไหม”“ก็ได้ นี่เอกสารที่เราจะประชุมกันในวันนี้ ส่วนนี่สัญญาจ้างของเราอ่านให้ละเอียดก่อนจะเซ็นด้วย
EPISODE 13 : เหนื่อยไหม?“It’s our instinct to chase what’s getting away, and to run away from what’s chasing us.”-The great Gatsby-(สัญชาตญาณของคนเราคือไล่ตามสิ่งที่กำลังหนีเรา และวิ่งหนีสิ่งที่กำลังไล่ตามเราอยู่)2 อาทิตย์ต่อมา...-ไร่พันแสง-“กระถินพวกคนงานเดินไปไหนกันเหรอ” จันทร์เจ้ามองตามคนงานที่เดินไปทางด้านหลังของไร่ พร้อมกับเอ่ยถามร่างอวบอิ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ ออกไปด้วยความสงสัย“ไปดูของป่าน่ะจ้ะ”“ของป่า?”“ใช่จ้ะ ทุก 2 อาทิตย์จะมีคนบนเขาเอาของป่าลงมาขายจ้ะ” กระถินอธิบายให้กับนายหญิงของเธอฟัง“ไปดูกันเถอะ”“ดะ เดี๋ยวพี่จันทร์แน่ใจเหรอจ๊ะ” กระถินร้องทักขึ้นพร้อมกับรีบดึงแขนเรียวของจันทร์เจ้าเอาไว้ทันที เธอรู้ดีว่านายหญิงของเธอเป็นคนเมืองอาจจะไม่คุ้นชินกับสิ่งที่พวกนายพรานนำมาขายก็ได้“ทำไมเหรอ? แค่ไปดูเฉยๆ เอง ไปกันเถอะ” จันทร์เจ้าดึงมือของกระถินให้เดินตามเธอไปยังทางเดินเล็กๆ ที่คนงานกลุ่มหนึ่งเดินนำไปก่อนแล้ว“พี่จันทร์ขออนุญาตนายรึยังจ๊ะ?”“เราต้องขออนุญาตด้วยเหรอ?”“เดี๋ยวนายจะว่าเอาได้นะจ๊ะ”“พี่จันทร์โทรบอกนายเถอะนะจ๊ะ” กระถินพยายามหว่านล้อมร่างบางตรงหน้าออกไปอีกครั้งเสียง
EPISODE 48 : ภาพวาดครอบครัวสุขสันต์ – THE END“When I look at you, I can feel it. I look at you and I’m home.”-Finding Nemo-(เวลาที่ฉันมองเธอ ฉันรู้สึกเหมือนฉันได้อยู่บ้าน)2 เดือนต่อมา...เอี๊ยดดดดดด~~รถยังไม่ทันที่รถหรูจะจอดสนิทดีชายหนุ่มเจ้าของไร่ก็รีบกระโดดลงจากรถจี๊ปของตัวเองทันที เขามีอาการเวียนหัว และก็คลื่นไส้อาเจียนแบบนี้มาตลอดหลายวันที่ผ่านมาคุณแม่ของเขาบอกว่าอาการพวกนี้เรียกว่า ‘แพ้ท้องแทนเมีย’ ถึงมันจะทรมานไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าให้ภรรยาตัวน้อยของเขาเป็น...“อ้วกกกกกก!!”จันทร์เจ้าเดินออกมาดูสามีของเธอที่หน้าบ้านใหญ่ของไร่พันแสง ก่อนจะเห็นว่าชิตและชอบกำลังช่วยกันลูบหลังให้กับนายใหญ่ของพวกเขาอยู่ สองพี่น้องมองหน้ากันก่อนจะหัวเราออกมาเบาๆ เพื่อไม่ให้นายใหญ่ของเขาเห็น แต่มีเหรอที่จะรอดพ้นสายตาเหยี่ยวอย่างพันทิวาไปได้“ขำอะไรกันวะ...คนไม่มีเมียมีลูกไม่มีวันเข้าใจหรอกเว้ย...” ทิวาหันไปมองร่างสูงทั้งสองก่อนจะเอ่ยบอกกับพวกเขาออกไปเสียงเรียบ“ไปทำงานกันได้แล้ว ถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรมา”“ครับนาย / ครับนาย”“พี่ทิไหวไหมคะ”“เฮ้ออออ!! ไหวครับแต่ทิขอยาดมหน่อย” จันทร์เจ้าประคองสามีของเ
EPISODE 47 : หนูไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว“Think of the one thing that you’ve always wanted. Now find it in your mind’s eye and feel it in your heart.”-Beauty And The Beast-(คิดถึงสิ่งหนึ่งที่เธอต้องการมาตลอด แล้วเธอจะเจอในความคิด และรู้สึกในหัวใจ)“จันทร์เจ้าฟังแม่นะลูก...หนูกำลังตั้งท้อง ตอนนี้หนูไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วนะลูก”จันทร์เจ้ามองไปรอบๆ ห้องก่อนจะเห็นว่าทุกคนกำลังมองมาที่เธอเป็นตาเดียว แต่คนที่เธออย่างให้เขารู้เรื่องนี้ไปพร้อมๆ กันกับเธอ เขากลับไม่ได้อยู่ตรงนี้กับเธอด้วย มือบางลูบลงที่หน้าท้องของตัวเองเบาๆ ก่อนน้ำตาของเธอจะไหลลงมาอาบแก้มขาวเนียนทั้งสองข้างเธอ“พี่ทิล่ะคะตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง?”“ทิพึ่งออกมาจากห้องผ่าตัดตอนนี้อยู่ในห้องไอซียู...”“ฮึกกกกก!! อะ อาการของเขา...” จันทร์เจ้าร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างหนัก จนวราลีต้องเข้ามาประคองใบหน้าของลูกสะใภ้เอาไว้อย่างทะนุถนอม ก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าอีกครั้ง...“จันทร์เจ้าฟังแม่นะ ทิวาปลอดภัยแล้วลูกการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี”“ใช่แล้วค่ะพี่จันทร์...คุณหมอบอกว่ายังไงก็ต้องอยู่ห้องไอซียูก่อนเพื่อรอดูผลหลังการผ่าตัด พี
EPISODE 46 : ฉันสูญเสียมากพอแล้ว“All we have to decide is what to do with the time that is given to us.”-Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring-(สิ่งที่เราต้องตัดสินใจก็คือ จะทำอะไรกับเวลาที่เรามีอยู่)ปึก! ปึก!!กระถินกับตองที่ช่วยกันแก้เชือกได้สำเร็จพอเห็นนายใหญ่ของพวกเธอส่งสัญญาณก็รีบกระโจนใส่คนตรงหน้าของตัวเองทันทีกระถินที่อยู่ใกล้กับนภพลมากกว่ารีบเข้ามาคว้าข้อมือของร่างสูงเอาไว้ก่อนจะผลักเขาไปตรงหน้า จันทร์เจ้าที่ได้จังหวะก็รีบดันตัวเองออกมาทันที โดยมีทิวาที่คอยรอรับร่างบางของเธออยู่ก่อนแล้ว“อีนี่...” นภพลตะคอกกระถินเสียงดังลั่นก่อนจะหันปืนไปทางร่างบาง แต่ก็ช้ากว่า...ปัง!!ทิวายิงเข้าที่แขนแกร่งของนภพลได้อย่างแม่นยำ ถึงจะไม่ใช่จุดสำคัญแต่ก็ทำให้ร่างสูงตรงหน้าเจ็บปวดจนร่างกายเสียการควบคุม ปืนของนภพลล่วงลงกับพื้นก่อนที่กระถินจะรีบเข้าไปเตะมันออกไปให้ไกลทันที ก่อนที่เธอจะวิ่งเข้าไปหลบอยู่หลังนายของตัวเองทันที“โอ้ยยยย!!!” ชิตรีบเข้าไปจับกุมคนร้ายเอาไว้ไม่ให้มันหนีไปไหนได้...“เจ็บตรงไหนไหมครับ” ทิวาเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับประคองใบหน้าขาวเนียนข
EPISODE 45 : ย้อนแย้ง“Every thing that has a beginning has an end.”-The Matix Revolution-(ทุกสิ่งที่มีจุดเริ่มต้นย่อมมีจุดจบ)อีกด้าน...“รวยแล้วพวกเรา แม่งจ่ายหนักจริงว่ะ...” ชายหนุ่มที่ดูแล้วน่าจะมีอายุน้อยกว่าเพื่อนพูดขึ้นพร้อมกับมองเงินในมือของตัวเองไปด้วยอย่างภาคภูมิใจ“รถใครวะ?” ชายคนขับพูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังรถหรูตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านร้างตลอดสองข้างทางก็มีแต่ป่ารกทึบ ถ้าไม่ตั้งใจขับเข้ามาก็ไม่น่าจะมีรถหลงเข้ามาที่นี่ได้ง่ายๆ“พวกมึงลงไปดู” ชายหัวหน้ากลุ่มหันไปบอกกับลูกน้องของเขาที่กำลังนั่งนับเงินอยู่ที่ด้านหลังเสียงเรียบ“ใครวะ?...มาจอดรถอยู่หน้าหมู่บ้านร้าง”“หรือว่าพวกมันจะมาซื้อบ้าน”เพียะ!!!“ไอ้เวรนี่พูดออกมาแต่ละอย่างผ่านสมองบ้างไหมวะ” ชายทั้งสามคนที่ถูกส่งลงมาดูลาดเลาเถียงกันไปมา ก่อนที่คิ้วหนาของชายหนุ่มทั้งคู่จะขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย รถหรูที่จอดขวางอยู่ตรงหน้าของพวกเขาไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว“ไม่เห็นมีคนเลยวะพะ อื้ออออออ...”“อะ...”ชายหนุ่มทั้งสามคนยังไม่ทันได้เดินกลับไปรายงานลูกพี่ของพวกมัน ก็ถูกท
EPISODE 44 : ฆาตกรตัวจริง“You can’t live your life for other people. You’ve got to do what’s right for you, even if it hurts some people you love.”-The Notebook-(คุณจะใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นไม่ได้หรอกนะ คุณต้องทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับตัวคุณเอง ถึงแม้ว่ามันจะทำให้คนที่คุณรักเจ็บปวดก็ตาม)อีกด้าน...รถตู้คันใหญ่ถูกขับไปตามถนนลูกรังที่ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ถนนเส้นทางนี้ค่อนข้างเปลี่ยว เพราะก่อนหน้านี้ถนนเส้นนี้มักจะเกิดอุบัติเหตุและเคยมีคนร้ายดักปล้นทรัพย์สินของชาวบ้าน ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะใช้ถนนอีกเส้นที่ตัดผ่านแห่งชุมชนมากกว่าเอาชีวิตของตัวเองมาเสี่ยงกับถนนเส้นนี้“นายครับผมได้ตัวผู้หญิงมาแล้วครับ” ทันทีที่รถวิ่งออกมาจากเขตชุมชน หัวหน้าของกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ต่อสายหานายจ้างของเขาทันที หลังจากที่คุยและตกลงเรื่องสถานที่เรียบร้อยแล้วร่างสูงจึงเก็บโทรศัพท์เครื่องเก่าของตัวเองลงไปในกระเป๋ากางตามเดิม“ลูกพี่เราจะจัดการยังไงกับอีสองคนนี้ดี”“นั่นสิ”“หรือเราจะทิ้งมันไว้ข้างทาง” ชายหนุ่มที่กำลังขับรถอยู่พูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่ร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างรอฟังคำตอบ“ไอ้ควาย! ถ้า
EPISODE 43 : จะพาน้องกลับมาหาทุกคน“You stay alive, no matter what occurs! I will find you. No matter how long it takes, no matter how far, I will find you.”-The Last Of The Mohicans-(เธอต้องรอดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะหาเธอให้พบ ไม่ว่าจะนานหรือไกลขนาดไหน ฉันจะหาเธอให้เจอ)“ตรงนี้ก็ได้กระถิน” จันทร์เจ้าเอ่ยบอกกับเด็กสาวที่เดินอยู่ข้างๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะวางแก้วในมือลงโต๊ะม้าหินอ่อนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากต้นโพธิ์ต้นใหญ่เท่าไหร่นัก“คุณมิลค์ คุณปีใหม่” จันทร์เจ้าเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะเห็นหญิงสาวทั้งสองคนกำลังเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอ ในมือของมิลค์ถือแก้วน้ำแบบเดียวกันกับเธอนั่นหมายความว่า ‘มาทำบุญกันงั้นเหรอ’ จันทร์เจ้าได้แต่คิดแล้วก็สงสัยก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ไปให้กับพวกเธอ“มาทำบุญกันเหรอ” จันทร์เจ้าเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกไป ถึงก่อนหน้านี้เธอทั้งคู่จะไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่ก็ตาม“อืม...ที่นี่วัดแกคงไม่คิดว่าฉันจะมาซื้อของใช่ไหม?”“หึหึ” จันทร์เจ้าหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นสายตาของหญิงสาวอีกคนที่มองมาที่เธออย่างเอาเรื่อง จันทร์เจ้าเองก็มองเธอกลับไปแบบเดียวกัน ก่อนที่
EPISODE 42 : นาฬิกาคู่“I love you. You’re my only reason to stay alive if that’s what I am.”-The Twilight Saga: New Moon-(ฉันรักเธอ เธอคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่)-บ้านของทิวา-เช้าวันต่อมา...“พี่ทิ...ชุดนี้เป็นไงบ้านคะ สวยใช่ไหม?” จันทร์เจ้าเดินออกมาจากห้องแต่งตัว ก่อนที่เธอจะฟูลเทิร์นให้ร่างสูงที่นั่งรออยู่บนเตียงนอนดูไป 1 รอบ “...” ทิวามองร่างบางตรงหน้าอย่างตกตะลึงในความงามของเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอใส่ชุดแบบนี้มันช่างเข้ากันกับทรวดทรงองค์เอวของหญิงสาวอย่างบอกไม่ถูกเสื้อลูกไม้รัดรูปสีขาวสะอาดตากับผ้าซิ่นพื้นเมืองที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ช่างดูเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ“พี่ทิ” จันทร์เจ้าเดินเข้ามาหาร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยเรียกเขาออกไปอีกครั้ง มือบางโบกไปมาเบาๆ ตรงหน้าของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้กับใบหน้าหล่อเหลาของเขา“ว๊ายยยย!!” จันทร์เจ้าร้องออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจทันทีที่มือหนารั้งเอวบางของเธอให้ลงไปนั่งลงอยู่บนตักของเขา แขนแกร่งถูกยกขึ้นมาโอบกอดรอบเอวบางของหญิงสาวตรงหน้าเอาไวอย่างหลวมๆ มือหนาลูบลงที่หน้าท้องแบนราบของภรรยา
EPISODE 41 : แสดงออกมาจากทางแววตา“It seems right now that all I’ve ever done in my life is making my way here to you.”-Bridges of Madison County-(ดูเหมือนว่าตอนนี้ ทุกสิ่งที่ฉันเคยทำในชีวิต ทำให้ฉันได้มาพบกับเธอ)1 เดือนต่อมา...เวลาล่วงเลยมาเกือบ 1 เดือน ตำรวจยังคงไม่พบตัว ‘นายนภพล จิรวราพงศ์’ ลูกชายเพียงคนเดียวของอดีตรัฐมนตรี ถึงจะไม่ได้ออกข่าวอึกทึกครึกโครมอย่างกับช่วงแรกๆ แล้ว แต่ไร่พันแสงยังคงจัดเวรยามเฝ้าบริเวณโดยรอบของไร่อย่างหนาแน่นเช่นเดิมเพื่อความปลอดภัยของทุกๆ คน“กระถินจ๊ะ...นายใหญ่กับนายหญิงของกระถินไปไหนกัน ทำไมป่านี้ยังไม่กลับมาสักทีล่ะ” วราลีเอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ นายใหญ่บอกแค่ว่าให้หนูคอยช่วยงานคุณท่านอยู่ที่นี่จ้ะ”“สงสัยน่าจะพากันไปตรวจสอบสต๊อกสินค้า” พันแสงเป็นคนตอบคำถามของภรรยาแทนเด็กสาว ก่อนที่เขาจะโอบไหล่มนของเธอเบาๆ อย่างทะนุถนอม“ทำไมเหรอคะคุณ มีปัญหาอะไรรึป่าว” วราลีเอ่ยถามสามีของเธอออกไปด้วยความสงสัย“หนูจันทร์วางแผนการตลาดใหม่น่ะคุณ ช่วงนี้ลูกกำลังยุ่ง เมื่อวานก็เห็นว่าประชุมงานกับลูกรายใหญ่กันจนดึกดื่น”“ลูกค้าร
EPISODE 40 : ความเป็นธรรม“Oh yes, the past can hurt. But you can either run from it, or learn from it.”-The Lion King-(ใช่แล้วล่ะ อดีตมันสามารถทำร้ายได้ แต่เธอเลือกได้ว่าจะวิ่งหนีอดีตหรือเรียนรู้จากมัน)-บ้านยายเดือน-“นอนกันได้ไหมลูก” หญิงชราเจ้าของบ้านยื่นผ้าห่มผืนหนาให้กับหลานเขย ก่อนที่ท่านจะเอ่ยถามเขาออกไปด้วยความเป็นห่วง“สบายมากครับ”“ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกหนูจันทร์ได้เลยนะลูก”“ขอบคุณครับ”คืนนี้เป็นคืนแรกที่ทุกคนกลับมานอนบ้านของตัวเอง โดยเฉพาะยายเดือนยายของจันทร์เจ้า แกบ่นมาหลายวันแล้วว่าอยากจะกลับมานอนที่บ้านของตัวเอง ให้เอาแต่นั่งๆ นอนๆ อยู่ที่บ้านของหลานเขย มันก็ผิดกับวิสัยคนแก่ชอบหยิบโน้นจับนี่ ยายเดือนขอกลับหลายครั้งแล้วแต่ไม่ว่าจะยกเหตุผลข้อใดขึ้นมาสุพรรษาลูกสาวของแกก็ไม่ยอมให้กลับสักทีทุกคนไม่มีใครกล้าบอกกับยายเดือนเลยสักคนว่ามันเกิดอะไรขึ้น บอกกับแกแค่ว่ารอให้ทิวากับจันทร์เจ้ากลับมาก่อน แล้วพวกเขาจะเป็นคนตอบคำถามของยายเดือนเอง“ยายจะลงไปที่ห้องแล้วเหรอคะ เดี๋ยวจันทร์ช่วยค่ะ”“ขอบใจลูก”เสียงของจันทร์เจ้าที่พึ่งออกมาจากห้องน้ำเอ่ยถามขึ้น ก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันเดินลง