Home / โรแมนติก / โซ่ดอกรัก / สายน้ำไม่เคยไหลย้อนกลับ ตอนที่ 2

Share

สายน้ำไม่เคยไหลย้อนกลับ ตอนที่ 2

last update Last Updated: 2026-01-18 20:11:13

กันต์ศิตางค์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีที่มาถึงบ้าน วันนี้รู้สึกเหนียวเนื้อเหนียวตัวเป็นพิเศษเนื่องจากออกภาคสนามนานไปหน่อย จากปกติที่แค่เดินๆ ดูพอหอมปากหอมคอแล้วก็กลับมาทำบัญชีต่อ

 หญิงสาวในชุดลำลองเดินลงบันไดเพื่อไปที่โต๊ะอาหารซึ่งทุกคนคงคอยอยู่แล้ว ในบ้านเธอมักเป็นคนที่ช้าที่สุด และคนที่บ่นอุบอิบกับการต้องรอคอยอยู่ร่ำไปเมื่อก่อนนี้ก็คือ ฉัตรชฎาน้องสาวแสนสวยของเธอนั่นเอง

แต่ต่อจากนี้ไป...คงไม่ได้มีเหตุการณ์นั้นอีกต่อไปแล้ว

“อ้าวจีนัสมาได้ซะทีนะเรานั่งสิพ่อหิวจะแย่อยู่แล้วนะ” ชนชาติเป็นคนเอ่ยทักเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา แต่สายตาของหญิงสาวกับจับจ้องอย่างขุ่นเคืองไปยังบุรุษอีกคนซึ่งมีย่าหยาน้อยนั่งหัวเราะร่าอยู่บนตัก

“เอ่อ...ธีร์เขาจะมาอยู่กับเราสักพักนะลูก เขาเพิ่งเคลียร์งานที่ค้างเสร็จตอนนี้ก็คงต้องมาดูแลย่าหยาสักระยะ เด็กขาดแม่ไปคนหนึ่งแล้วห่างพ่อเขาอีกคนสภาพจิตใจคงแย่ในช่วงใหม่ๆ แบบนี้ด้วย”

“แล้วทำไมไม่พากันไปอยู่ที่เลยเสียเลยล่ะคะ” กันต์ศิตางค์สวนทันควันเธอไม่เข้าใจว่าทำไมสองพ่อลูกถึงต้องมาอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไปอีก ในเมื่อเขาก็มีบ้านของเขาแม่ของเด็กเสียไปแล้วก็ควรพาเด็กไปอยู่ด้วยถึงจะถูก

“ก่อนหน้านี้จีนเขาก็แยกกันอยู่กับตาธีร์นะ ย่าหยาก็อยู่กับแม่มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ถ้าจะให้ไปแม่ก็คงเหงาแน่ๆ อีกอย่างถ้าธีร์จะพาไปอยู่ด้วยใครจะได้ดูแล เขาก็ต้องทำงานบางทีต้องออกต่างจังหวัดอีกต่างหาก ย่าหยายังเล็กอยู่มากสงสารหลานตาดำๆ มันเถอะ” จิตนารีเอ่ยเสียงเรียบอย่างเป็นผู้ใหญ่

 เธอรู้ว่ากันต์ศิตางค์มีความหลังฝังใจกับครอบครัวน้องสาว แต่ทุกอย่างมันก็ผ่านไปนานเหลือเกิน อีกอย่างทุกวันนี้เธอก็กลายเป็นคนแก่ติดหลานไปเสียแล้วด้วย คงไม่ยอมให้ใครเอาไปเลี้ยงที่อื่นง่ายๆ หรอก

เหตุผลที่ให้ศิลาภินมาพักช่วยคราวก็เพื่อให้อยู่ปลอบขวัญลูกสาวขาดแม่ของเขาเท่านั้น พอล่วงเวลาไปสักระยะ หนูน้อยคงปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีมารดาคอยอยู่ข้างๆ ได้บ้าง

“ค่ะ...ตามแต่ใจทุกคนเถอะค่ะหนูไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นอะไรอยู่แล้ว ขอตัวนะคะหนูไม่ค่อยหิว”

พูดจบหญิงสาวก็ลุกจากเก้าอี้ท่ามกลางสายตาที่มองอย่างลำบากใจของทุกคน เธอเดินออกไปจากห้องนั้นอย่างไม่แคร์ว่าใครจะคิดอย่างไร เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมามันบอกให้รู้ว่าทุกคนก็ไม่ได้สนใจความรู้สึกของเธออีกแล้ว

“เอ้อ...เอายังไงล่ะทีนี้ ผมล่ะกลัวจริงๆ นะนารีกลัวจีนัสจะกลับไปอยู่เมืองนอกอีก...”

“เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่คะ คงต้องปล่อยไว้สักพัก เรื่องบางอย่างเขาก็ยังไม่ได้รับรู้ ให้เขาค่อยๆ ซึมซับไปทีล่ะนิดเถอะค่ะ อีกหน่อยมันคงช่วยลบบาดแผลในใจเขาได้บ้างถ้ารู้ว่าไม่ได้มีแต่เขาที่เจ็บปวดกับเรื่องนี้ ส่วนจะกลับเมืองนอกคงไม่หรอกค่ะเขาเป็นห่วงเราสองคน เขารู้ว่าพอจีนไม่อยู่ก็ไม่มีใครช่วยดูแลงาน เราต้องให้เวลาเขานะคะคุณ”

จิตรนาทีรีบอธิบายให้สามีคลายกังวล แต่ตัวต้นเหตุอย่างศิลาภิน กลับรู้สึกผิดมากเหลือเกิน ทุกอย่างเป็นเพราะเขา จึงได้ทำให้ทุกคนพลอยเดือดเนื้อร้อนใจกันไปหมด เมื่อไหร่หนอจะจบสิ้นเรื่องราวในอดีตที่โหดร้าย

 เมื่อไหร่...กว่าที่มันเลือนหายไปเสียที แม้จะผ่านช่วงเวลาไปตั้งสี่ปีมันก็ยังตามหลอกหลอนพวกเขาไม่หยุดหย่อนสร้างผลพวงให้หลายๆ คนต้องรับเวรรับกรรมทางความรู้สึกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ผมขอคุยกับจีนัสหน่อยได้ไหมครับ ผมอยากอธิบายกับเขาเอง”

“จะลองดูก็ได้ แต่แม่ขอเตือนไว้ก่อนนะธีร์เราควรจะตระหนักถึงฐานะของตัวเองเอาไว้ให้มากๆ อย่าได้คิดเป็นพระยาเทครัวรอบสองให้พ่อกับแม่ต้องอับอายชาวบ้านซ้ำแล้วซ้ำอีก ที่พูดเนี่ยไม่ได้หมายความว่าธีร์เป็นคนไม่ดีนะ แม่รู้ว่าธีร์เป็นคนยังไงถึงได้ไว้ใจให้มาอยู่ด้วยชั่วคราวทั้งๆ ที่จีนัสก็อยู่ในบ้านหลังนี้ แค่อยากเตือนเอาไว้ว่าทำอะไรก็ควรระวังตัวบ้างอย่าให้เขาเอาไปนินทาได้ว่า พอน้องสาวตายถ่านไฟเก่าของพี่สาวก็คุมาเผาเรือนทันที”

“ครับ...” ศิลาภินจุกกับคำพูดของจิตนารีไม่ใช่น้อย นั่นสินะเขาไม่ได้มีสิทธิ์อะไรในตัวหญิงสาวที่เปรียบเสมือนลมหายใจอีกแล้ว ฐานะระหว่างเขากับเธอกลายเป็นกำแพงอีกชั้นที่กีดกั้นหัวใจไม่ให้ส่งไปถึง แต่จะโทษใครได้ล่ะในเมื่อเขาเป็นคนเลือกทางเดินนี้ด้วยตัวเอง

มื้อเย็นผ่านไป ชายหนุ่มไม่ได้รีบร้อนในการหาจังหวะเข้าไปคุยกับพี่เมียซึ่งเป็นอดีตคนรัก เขารอให้เธอลงมานั่งเล่นที่สวนหลังบ้านในช่วงค่ำหลังจากเธอสั่งให้คนเอาอาหารขึ้นไปให้ทานบนห้อง ไม่บอกก็รู้กันต์ศิตางค์จงใจหลบหน้าเขา เธอเกลียดเขา แต่เขาก็พอจะเข้าใจมันสมควรเป็นอย่างนั้นที่สุดแล้ว

“จีนัส...” ศิลาภินเรียกชื่อหญิงสาวเสียงแผ่ว และเธอที่นั่งกอดอกเหม่อลอยอยู่ในซุ่มดอกไม้ก็หันมามอง เขาอยู่ในชุดลำลองกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดธรรมดา และเดินเข้าไปหาหญิงสาวมากขึ้นเมื่อเห็นเธอสะบัดหน้ากลับ

“พี่มีเรื่องจะคุยด้วย ได้ไหม” หญิงสาวหันไปมองเขาอีกครั้งเธอทำหน้าราวกับรังเกียจสุดฤทธิ์ ไม่ตอบกลับแต่ไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้สนใจทำเหมือนไม่ได้ยินไม่เห็น ก็เขาไม่มีตัวตนสำหรับเธอไปตั้งนานแล้ว

“ขอพี่นั่งด้วยคนสิ...ไม่นานคุยจบแล้วพี่จะไป”

“นี่เรายังมีเรื่องเหลือให้คุยกันอีกเหรอ...เท่าที่ฉันจำได้มันควรจะหมดไปตั้งนานแล้ว”

“ไม่เอาน่า...พี่จะคุยเรื่องย่าหยาเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มยังยิ้มอบอุ่นส่งให้ขณะบอกจุดประสงค์ในการมาสนทนาครั้งนี้

“มีอะไรเหรอกลัวฉันฆ่าลูกคุณตายรึไง รักกันนักหวงกันนักก็เอาไปอยู่กันที่อื่นสิที่ นี่มันบ้านฉัน”

“แต่เป็นบ้านของย่าหยาเหมือนกัน ย่าหยาเกิดและโตที่นี่” น้ำเสียงเขาขุ่นขึ้น ไม่รอคำอนุญาตตรงไปนั่งตรงม้านั่งตรงข้ามกับเธอทันที

“งั้นฉันไปเองก็ได้...คราวนี้จะไม่กลับมาเป็นปัญหาให้ใครอีกเลย” หญิงสาวพูดอย่างเจ็บแค้นก่อนจะรีบลุกหวังจะไปจากตรงนี้แต่เรียวแขนกลับถูกฉุดเอาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยว!!! จีนัสไม่ใช่ตัวปัญหาของใครนะแล้วพี่ก็ไม่เคยคิดแบบนั้นเลยสักครั้ง”

“อย่ามาโกหกเลย ฉันมองคนจากการกระทำไม่ใช่ฟังแค่คำพูด คุณเห็นไหม พอฉันกลับมาทุกคนก็ทำท่าลำบากใจกันไปหมด เหมือนฉันเป็นตัวประหลาดที่คอยแต่จะสร้างปัญหาให้พวกเขาหนักใจ...คิดดูนะตอนฉันไม่อยู่ทุกคนก็อยู่กันอย่างสงบมีความสุขกันดีนี่ใช่ไหม”

“ไม่เลยจีนัส...พี่คนหนึ่งล่ะที่ไม่เคยเป็นอย่างที่เธอพูด ตลอดเวลาสี่ปี...ทุกวินาทีพี่ก็มีแต่ความเจ็บปวดไม่แพ้เธอจีนก็เหมือนกัน เขาต้องทุกข์ใจจนวันตาย”

ศิลาภินแย้ง จริงๆ แล้วเธอต่างหากที่ไม่เคยรับรู้ความเจ็บช้ำของคนอื่น มัวแต่คิดว่าตัวเองเจ็บตัวเองปวดเลยหนีไปยังที่แสนไกลทิ้งปัญหาไว้เบื้องหลัง หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าปัญหานั้นมันรุมเร้าคนที่อยู่ทางนี้มากแค่ไหน

“คำก็จีน...สองคำก็จีน อะไรๆ ก็จีน พี่จะตอกย้ำฉันไปถึงไหน ที่ฉันถูกน้องสาวกับคนรักร่วมมือกันหักหลังทรยศพี่คิดว่าฉันอยู่อย่างมีความสุขนักเหรอ สี่ปีมานี้ฉันไม่เคยนอนหลับแล้วฝันดีซักคืน ไม่เคยได้นอนเต็มตื่นเลยสักครั้ง มันเพราะใคร เพราะใครกันล่ะ”

“จีนัส...พี่...พี่ขอโทษ...” ชายหนุ่มคว้าร่างหอบสะอื้นน้ำตานองหน้ามากอดไว้แน่น เขาเองก็กลืนน้ำตาไม่ให้ไหลแทบไม่ทัน ร่างน้อยในอ้อมแขนเขานี้ที่แสนรักและคิดถึงหนักหนาเขากลับเป็นคนทำให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจจนกลายเป็นบาดแผลร้าวลึกล้ำยากจะประสาน                                      

    เขาพยายามคิดหาวิธีเยียวยาหัวใจของเธอให้หายเจ็บ เขาเป็นคนทำก็อยากจะเป็นคนรักษา แต่อุปสรรคก็คือสถานะตอนนี้ไม่ได้เอื้ออำนวยเท่าไหร่ แถมทางผู้ใหญ่ก็ดูมีทีท่าไม่ใคร่ชอบพอให้เขายุ่งเกี่ยวกับเธอเสียแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โซ่ดอกรัก    เส้นขนานที่ต้องมาบรรจบ ตอนที่ 1

    อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น...งานแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราทั้งงานหมั้นในช่วงเช้าและงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ทุกฝ่ายพร้อม ทุกคนมีแต่ความยินดีไม่มีเลยสิ่งไหนจะติดขัดให้ทุกคนต้องร้อนใจ สมกับเป็นงานมงคล ทุกอย่างสื่อไปในทางที่ดีเสียจริงๆ นานมากแล้ว...ศิลาภินขาดการติดต่อกับเธอไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่เขามาลาจิตนารีบอกว่าไปทำงานที่ต่างจังหวัด และครั้งนี้คงไปนานหลายเดือนหญิงสาวซึ่งนั่งแต่งตัวเตรียมจะไปลองชุดที่แก้อีกครั้งมีอาการเหม่อลอยไม่สมกับที่ตัวเองจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่ช้านี้เลย ใจเธอมันไม่ได้อยู่กับเจ้าบ่าว ยังคงถูกจองจำเอาไว้ที่ใครคนหนึ่งและไม่เคยหลุดพ้นออกมาได้สักที ในตอนที่เขาเฝ้าเพียรโทร.หา กระหน่ำส่งข้อความมาให้เธอไม่อยากรับรู้ มันรำคาญและที่ถูกกวนใจด้วยกวนประสาทอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่พอหลังจากที่เขากลับมาจากเชียงใหม่ ชายหนุ่มก็หายเงียบไปเลย ไม่โทร ไม่ติดต่อ ข้อความก็ไม่มีความเคลื่อนไหวทุกอย่างถูกตัดขาดไปจากเธออันที่จริงต้องดีใจสิถึงจะถูกแต่ทำไมไม่รู้ใจมันถึงสั่นหวิวทุกครั้งเมื่อคิดว่าเธอและเขาคงไม่มีวันได้บรรจบอยู่ในเส้นทางสายเดียวกันได้อีก มันไม่ควรจะเกิด

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 4

    ตกเย็นมากแล้วก็ยังไม่มีใครกลับกันมาบ้าน กันต์ศิตางค์โทร.มาบอกมารดาว่าเธอยังต้องเอาการ์ดไปให้เพื่อนๆ อีกสองสามคน อาจจะกลับติดค่ำสักหน่อย นางจึงจัดแจงเข้าครัวทำกับข้าวรอเพื่อที่พอทุกคนมาถึงจะได้กินมื้อค่ำกันเลยหลายวันมานี้ชนชาติเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปทำงานได้แต่สั่งการบรรดาลูกน้องเอาไว้ ในฐานะพ่อของว่าที่เจ้าสาวก็ต้องวิ่งเต้นทำโน่นทำนี่เพราะงานก็ใกล้จะมาถึงเข้าไปทุกที“เอ...เสียงรถนี่ใช่พวกจีนัสพากันกลับมาแล้วรึเปล่าแม่จันทร์” จิตนารีถามแม่บ้านรุ่นน้องขณะนั่งหั่นผักเพื่อเตรียมทำกับข้าว“เสียงรถไม่เหมือนเลยนะคะพี่นารี เหมือนรถคุณธีร์มากกว่าเดี๋ยวจันทร์ไปดูให้นะ”“อือ...เอาสิถ้าเป็นธีร์ล่ะก็พาเขามาพบฉันที่นี่เลยนะ”“จ้ะพี่...” นางจันทร์วางของในมือแล้วรีบลุกเดินไปดูผู้มาเยือน จิตนารีก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ พลางนึกในใจว่าถ้าเป็นศิลาภินคงดีไม่น้อยนางเอกก็กำลังอยากเจอเขาอยู่ด้วยพอดี “คุณแม่...สวัสดีครับ”“อ้าวธีร์...สวัสดีจ้ะไปไงมาไงล่ะเนี่ยเราน่ะ” ศิลาภินเดินมาพร้อมกับจันทร์ เขายกมือไหว้แม่ยายก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนแคร่ใกล้ๆ นาง ส่วนจันทร์ก็เดินอ้อมเข้าไปด้านในตัวบ้านตามมารยาทด้วยร

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 3

    ทำไมกันต์ศิตางค์ถึงได้โหดร้ายกับเขาถึงขนาดนี้ ถึงไม่รักไม่ไยดีในตัวเขาจริงๆ ก็ควรคิดถึงลูกในท้องบ้าง อย่างไรเสียเขาก็คือพ่อที่แท้จริงของเด็ก จะใจร้ายใจดำเกินไปหรือเปล่าที่กีดกันเขาถึงขนาดนี้ใจหนึ่งเขาอยากบุกไปหาหญิงสาวแล้วพูดคุยกันให้รู้แล้วรู้รอด อีกใจหนึ่งก็เกรงใจจิตนารีกับชนชาติเหลือเกิน เขาสร้างความยุ่งยากลำบากให้ใจท่านทั้งสองมามากหนักหนาแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เอาการ ยิ่งหญิงสาวกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นการดีถ้าเกิดเรื่องไม่งามขึ้นมา ชื่อเสียงของเธอจะต้องย่อยยับป่นปี้ เป็นที่ครหาไปอีกนานแสนนานแน่ๆแล้วทีนี้เขาควรทำอย่างไรละ อยู่เฉยๆ ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามวาระของมัน หรือทำตามความต้องการฝ่ายต่ำของตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้น...กันต์ศิตางค์คงเสียใจและเกลียดเขาไปชั่วชีวิตแน่ๆเหล้าในแก้วถูกกระดกเข้าปากอย่างไม่รับรู้ถึงรสชาติ วันนี้เขาอยากเมา เมาให้ลืมทุกอย่างไปจากใจเสียพอตื่นขึ้นมาก็ให้เหมือนคนความจำเสื่อมไปเลยก็ดี หรือ...ถ้านอนแล้วไม่ตื่นมารับรู้อะไรอีกคงจะดีมากๆ“จีนัส...” ชื่อเล่นนี้ถูกเรียกซ้ำๆ จากคนเมา เนื่องจากไม่ใช่คนที่เจนจัดในการดื่ม เพียงไม่กี่แก้ว

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 2

    รถเก๋งสีดำขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านอย่างคุ้นเคย ทันทีที่เท้าก้าวลงเขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง บ้านหลังนี้กำลังถูกพัฒนาตกแต่งใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทาสีให้ดูใหม่ขึ้นต้นไม่ใบหน้าก็ถูกนำมาเพิ่มจัดตกแต่งสวยงามยิ่งขึ้น บรรยากาศดูครึกครื้นเหลือเกิน แต่ไม่รู้ทำใจเขากลับห่อเหี่ยวเอาเสียดื้อๆ“อ้าวธีร์...กลับมาเมื่อไหร่กันไม่เห็นโทร.มาบอกกล่าวกันเลย”เสียงจิตนารีเรียกชายหนุ่มที่กำลังใช้สายตาสำรวจรอบๆ ให้มันมอง และเขาก็ยกมือไหว้ทักทาย“สวัสดีครับคุณแม่...ผมเสร็จงานก่อนกำหนดครับเลยกลับมาโดยไม่ได้บอกใคร พอดีว่ารีบด้วยล่ะครับ ว่าแต่นี่มันอะไรกัน พัฒนากันใหญ่เลยจะจัดบ้านใหม่เหรอครับ”“เอ่อ...มาเหนื่อยๆ เข้าบ้านก่อนเถอะ โน่น...ย่าหยากำลังกินขนมอยู่ในบ้านพอดีไปเถอะ...” แทนที่จะตอบคำถามเขยเล็กจิตนารีกลับทำหน้าเหมือนไม่อยากพูดและชวนเขาเข้าบ้านเป็นการตัดบทเสียชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ยังเก็บอาการเอาไว้ อันที่จริงถ้าจะตกแต่งบ้านกันใหม่ก็ไม่เห็นแม่ยายของเขาทำหน้าเหมือนจะแบกโลกไว้อย่างนั้นเลยนี่หรือมันมีอะไรที่มากกว่านั้นและเขายังไม่รู้ แต่ก็ยอมเดินตามจิตนารีเข้าไปในบ้านแต่โดยดี แ

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 1

    เย็นวันเดียวกันนั้นกิตติธัชรีบมาพบว่าที่เจ้าสาวถึงบ้านของเธอทันที ข่าวเรื่องฤกษ์ยามสร้างความยินดีให้เขาไม่น้อย อีกสามเดือนแล้วสินะที่เขาจะได้ดูแลผู้หญิงที่ตัวเองรักอย่างเต็มรูปแบบเสียที ชายหนุ่มบอกกับทางจิตนารีและชนชาติว่าจะให้ทางอากรบิดาของตนมาพูดคุยเรื่องนี้ให้เป็นทางการอีกครั้งเพื่อจะได้ดูไม่น่าเกลียด ซึ่งต่างก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเพราะเข้าใจขั้นตอนทุกอย่างดี และรู้ว่าทางกิตติธัชจะต้องจัดการทุกให้ทุกอย่างสมเกียรติบุตรสาวของพวกเขาแน่นอนอีกไม่กี่วันต่อมาอากรและผู้ใหญ่ทางฝ่ายของกิตติธัชก็แห่งขบวนกันมาทาบทามสู่ขอกันต์ศิตางค์แบบเป็นทางการตามที่เคยบอกไว้ สินสอดทองหมั้นนั้นทางฝ่ายเจ้าสาวไม่ได้ร้องแต่ทางฝั่งเจ้าบ่าวก็เต็มใจมอบให้อย่างไม่น้อยหน้าใครส่วนพิธีการก็นัดหมายกันว่าจะจัดเป็นธรรมเนียมแบบไทยๆ คือหมั้นเช้าแล้วแต่งเสียเลยในตอนเย็นของวันเดียวกัน เรื่องโรงแรมสถานที่ และเรื่องจิปาถะในงานนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวยื่นอกรับผิดชอบทั้งหมด รู้สึกอากรเองก็ปลื้มอกปลื้มใจกับการได้กันต์ศิตางค์มาเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน สรุปว่าทุกคนทุกฝ่ายต่างมีแต่ความยินดีปรีดากับงานมงคลสมรสในครั้งนี้กันทั้งสิ้น เว้

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 5

    เรื่องฤกษ์ยามนั้น จิตนารีเป็นคนเสนอรับผิดชอบเพราะทางว่าที่ลูกเขยมีแต่บิดา ซึ่งไม่ถนัดด้านนี้เสียเท่าไหร่ อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมานางจึงเดินทางไปหาเจ้าอาวาสวัดที่นับถือเพื่อขอวันดีในการจัดงานซึ่งจริงๆ ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรแต่ดูๆ กันเอาไว้ก่อนเผื่อเอาไว้ว่าบางทีอาจจะหายากสักหน่อย ถ้าได้ฤกษ์ดีหลายวันก็ดีไปอย่างจะได้มีโอกาสเลือกเอาที่เหมาะสมที่สุด“อืม...โชคดีนะที่มาเร็ว ปีนี้ทั้งปีมีฤกษ์งามยามดี ฤกษ์ที่เป็นมงคลสำหรับวันเดือนปีเกิดของโยมทั้งคู่ ที่จะได้แต่งงานกันมีเพียงวันเดียวเท่านั้น” ท่านเจ้าอาวาสในชุดผ้าเหลืองสวมแว่นและขีดๆ เขียนๆ คำนวณตามสูตรของท่านก่อนจะบอกกล่าวแก่ผู้มาขอคำปรึกษา“จริงเหรอคะท่าน...นี่อิฉันว่ามาเร็วแล้วนะคะเหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะสิ้นปี แล้วตกลงได้วันไหนเจ้าค่ะ”“วันที่สิบแปดเดือนมิถุนาดีที่สุดแล้วสีกา” “มิถุนา...ก็ยังอีกสามเดือนน่ะสิคะ” กันต์ศิตางค์อุทานถาม เธอไม่ได้เตรียมสำหรับงานแต่งที่เร็วขนาดนั้น อย่างน้อยถ้ายืดเวลาไปอีกหน่อยก็คงดี โดยไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องคิดเช่นนั้นในเมื่อตัดสินใจดีแล้วสำหรับการเป็นเจ้าสาวของกิตติธัช“ใช่...จริงวันดี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status