Home / โรแมนติก / โซ่ดอกรัก / เหตุเกิดจากความหึง ตอนที่ 2

Share

เหตุเกิดจากความหึง ตอนที่ 2

last update Last Updated: 2026-01-19 21:08:01

ทั้งศิลาภินและจิตนารีพาคุ้มขวัญเข้ามาเที่ยวในห้างแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก วันนี้หนูน้อยดูมีความสุขและร่าเริงเป็นพิเศษ เธอเข้าไปเล่นในสวนสนุกของทางห้างรวมถึงเครื่องเล่นต่างๆ อย่างสนุกสนานโดยมีศิลาภินคอยดูแลไม่ห่าง

ทางด้านจิตนารีนั้นปลีกตัวไปเดินซื้อของที่นางต้องการ จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงกว่าจะได้พากันกลับ

“ดูสิเล่นจนเหนื่อยหลับปุ๋ยเลยนะเรา” จิตนารียิ้มและลูบศีรษะหลานสาวเบาๆ ขณะนั่งรถกลับบ้าน คุ้มขวัญนั้นพอได้ขึ้นรถและโดนแอร์เย็นๆ เป่าเข้าหน่อยก็นอนฟุบหลับไปกับอกนางทันทีด้วยความเหนื่อยและเพลีย

“เล่นตลอดเลยครับ ตั้งแต่ไปยันกลับดูท่าแกจะมีความสุขมากๆ จริงสิครับ...ผมลืมสนิทเลยว่ามีเรื่องคุยกับคุณพ่อคุณแม่”

“หืม...มีเรื่องอะไรสำคัญเหรอจ๊ะ”

“ก็ไม่เชิงสำคัญมากหรอกครับ แค่ผมจะบอกว่าต้องไปทำงานต่างจังหวัดเท่านั้นเอง” ศิลาภินเหลือบมองทั้งทางบนถนนและหน้าของคู่สนทนา ดูจิตนารีจะแสดงอาการแปลกใจนิดๆ

“อ้าว...ก็ไหนวันก่อนเราบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะไม่รับงานต่างจังหวัดแล้วจะให้ลูกน้องออกไปแทน”

“ครับ...แต่งานนี้เป็นงานใหญ่ ผมคงต้องไปเอง”

“อ๋อจ้ะ...แล้วไปที่ไหนเหรอ ไปนานไหม” นางยังซักต่อ แม้จะแปลกใจที่ศิลาภินเลือกที่จะห่างลูกสาวเพื่องานทั้งๆ ที่เคยบอกเอาไว้หลังจากฉัตรชฎาเสียว่าไม่อยากไปทำงานไกลๆ ทีละหลายๆ วันอีกแล้วเพราะสงสารคุ้มขวัญที่ต้องขาดทั้งแม่และห่างทั้งพ่อ                                                   

“ก็...ไปเชียงใหม่ครับคุณแม่อีกสองสามวันก็คงต้องเดินทางแล้ว คราวนี้ไปนานครับอาจจะเป็นสองสามเดือนเลยเพราะงานที่รับมาเป็นการตกแต่งรีสอร์ตมีอยู่ด้วยกันหลายหลังด้วยครับ”

“นานขนาดนั้นเชียว...อืม...เอาเถอะไปก็ไปไม่ต้องเป็นห่วงย่าหยาหรอกนะแม่จะดูแลให้เองกว่าเราจะมาก็คงเข้าโรงเรียนไปแล้ว” หญิงวัยกลางคนพูดขึ้นพลางคิดไปพลาง

ไม่รู้ว่าวิ่งที่นางกำลังนึกถึงอยู่นั้นจะถูกหรือผิดแต่ด้วยวัยที่ผ่านโลกมาพอสมควรก็พอจะดูออกว่าศิลาภินก็เป็นอีกคนที่พยายามหนีบางสิ่งบางอย่าง แต่เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ความห่างไกลคงทำให้อะไรๆ ดีขึ้นมาบ้าง

“ครับ...ยังไงผมก็ฝากย่าหยาไว้กับคุณแม่ด้วยนะครับแล้วผมจะติดต่อมาทุกวัน”

“จ้ะ...แม่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเป็นห่วงทำงานของเราให้เต็มที่เถอะ” ขณะที่ทั้งคู่กำลังสนทนากันอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของจิตนารีก็ดังขึ้น นางรีบคว้ากระเป๋าใบเล็กที่ถือติดตัวควานหาที่มาของเสียงอย่างเร็วด้วยไม่อยากให้รบกวนการนอนของหลานสาว

“ค่ะคุณว่าไงคะ...ฉันออกมาข้างนอกกับตาธีร์กับย่าหยาค่ะ” ศิลาถินเหลือบมองแม่ยายที่กำลังคุยโทรศัพท์ก็พอจะรู้ว่าคนที่โทร.มาเป็นชนนชาติจึงไม่ได้สนใจมุ่งทำหน้าที่สารถีของตัวเองต่อไป

“ลืมยาเหรอคะตายจริง...นี่ฉันก็กำลังจะถึงบ้านแล้วล่ะค่ะแต่ย่าหยาหลับอยู่เดี๋ยวฉันให้ธีร์เอาไปให้ในสวนก็แล้วกันนะคะ” พูดแค่นั้นสายก็ถูกตัดจิตนารีจึงเอาโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋าไว้ดังเดิมด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล                                                                                             

“มีอะไรเหรอครับคุณพ่อลืมยาอะไรครับคุณแม่”

“ยาความดันน่ะจ้ะ...เห็นว่าลืมไว้ในห้องรับแขกเมื่อเช้าน่ะ เรารีบกลับบ้านกันเถอะแม่วานธีร์เอายาไปให้คุณพ่อหน่อยนะเขาต้องกินหลังจากมื้อเที่ยงทันที ส่วนย่าหยาเดี๋ยวแม่จะดูให้เอง”

“ครับ...” ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มจริงรีบเหยียบคันเร่งให้ความเร็วสูงขึ้นอีกเพื่อจะได้ไปถึงที่หมายให้ทันเวลา และเมื่อมาถึงบ้านเขาก็เป็นตนทำหน้าที่อุ้มคุ้มขวัญขึ้นไปนอนบนห้องก่อนจิตนารีจะจัดการเตรียมของที่ต้องการให้เขานำเข้าสวนผักไป

ศิลาภินไม่ได้รีรอเขาเหยียบคันเร่งของรถเต็มที่เพื่อให้ยาถึงมือชนชาติโดยเร็วที่สุด พ่อตาของเขาเป็นโรคความดันมานานแล้วตามประสาคนแก่ และต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอด แม้จะไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงแต่สำหรับชายวัยหกสิบกะรัตนั้นลองอาการกำเริบขึ้นมาอาจเป็นอันตรายอย่างที่คาดไม่ถึงกันก็ได้

ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่โกดังก่อนจะถามหาคนที่ต้องการพบก็ได้ความว่าเข้าไปในสวนยังไม่กลับออกมาเลย เขาจึงฝากถุงยาทั้งหมดเอาไว้กับคนงานเพราะชนชาติจะต้องกลับมารับประทานอาหารที่นี่นั่นเองส่วนตัวเขาก็เดินเข้าไปตามยังแปลงผักด้วยความรีบร้อน

ศิลาภินเดินมาเรื่อยถามคนงานมาเรื่อยจนกระทั่งมาไกลเกือบถึงท้ายสวนเขาจึงหยุดยืนใช้มือยกขึ้นเหนือหน้าผากเพื่อบังแดด คนงานบอกเขาว่าชนชาติเดินลึกมาทางแถวนี้นี่นาแล้วทำไมยังหาไม่เจอหรืออาจจะไปนั่งพักอยู่ที่กระต๊อบเล็กๆ ท้ายแปลงถั่วฝักยาวที่อยู่ไกลออกไปอีกหน่อยก็เป็นได้ เนื่องจากตรงนั้นเป็นที่ประจำของพ่อตาเขาที่ชอบมาแอบหลับตอนเที่ยงอยู่บ่อยๆ  

ชายหนุ่มก็ยังไม่ลดละความพยายามเขาถือเสียว่าได้มาเดินดูกิจการของครอบครัวอดีตภรรยาเสียด้วยในตัว อีกอย่างในแปลงนี้ก็ถูกปกคลุมไปด้วยแสลนกรองแสงบางๆ ทำให้ไม่ร้อนเท่าไหร่

“คุณจีนัสเดี๋ยวพี่ช่วยถือนะครับ...จะได้รีบไปทานข้าวกัน”

“จีนัสยังไม่หิวเลยค่ะพี่พัฒ ขอบคุณมากที่มาช่วยฉีดพ่นกำจัดแมลงให้แต่จีนัสว่าคงจะเดินไปดูทางโน้นอีกหน่อยค่ะ วันนี้พกขนมติดตัวมาด้วยกินตลอดมันเลยไม่รู้สึกอยากกินข้าวน่ะค่ะ”

 กันต์ศิตางค์และกิตติธัชกำลังคุยกันมาเรื่อยๆ ระหว่างเดินอยู่ที่ร่องแปลงถั่วฝักยาวซึ่งถูกปลูกให้ไต่ลำไม้ไผ่ที่ปักเรียงเป็นแนวยาวหลายเมตร บรรดาคนงานก็ต่างพากันไปพักเที่ยงเมื่อถึงเวลา

“แย่จริงพี่ตั้งใจจะมารับจีนัสไปทานมื้อเที่ยงข้างนอกนะเนี่ยเสร็จแล้วจะไปทำธุระในเมืองต่อเลย”

“หือ...มีธุระยังเทียวไปเทียวมาส่งจีนัสก็เสียเวลาแย่สิคะ”

“ไม่หรอกครับพี่เต็มใจ อีกอย่างช่วงนี้งานยุ่งจริงๆ พ่อพี่ก็ไปต่างจังหวัดเสียอีกเลยไม่ค่อยมีเวลามาหาเราไง”

 เสียงแว่วเข้าหูที่แสนคุ้นทำให้ศิลาภินหยุดชะงักด้วยใจที่อยากรู้อยากเห็น เขามองผ่านแปลงถั่วฝักยาวที่ไต่ขึ้นตามเรียวไม้ไผ่จนอยู่สูงเหนือศีรษะผ่านทะลุไปประมาณสองถึงสามแปลงแล้วสิ่งที่อยากรู้ก็ได้รู้ สิ่งที่อยากเห็นก็ใดเห็นเต็มๆ ตาม                                                                       

“นี่ขนาดไม่มีเวลานะคะ...” หญิงสาวอดเสียมิได้ที่จะเอ่ยแซวพี่ชายคนสนิท เธอมองเขาที่กำลังขัดเขินในคำพูดนั้นจนไม่ทันระวังตัว ทำให้เท้าก้าวพลาดเหยียบลงบนพื้นดินที่เปียกแฉะไปด้วยน้ำที่มาจากสปริงเกอร์

ร่างกายที่ไม่ทันตั้งตัวของเธอจึงเสียหลักและเกือบจะล้ม ดีที่กิตติธัชคว้าตัวเอาไว้ทันเสียก่อน

“อุ๊ย!! ว้าย!!” กันต์ศิตางค์รีบเองก็รีบคว้าตัวกิตติธัชเอาไว้ตามสัญชาตญาณ ทำให้เธอถูกดึงเข้าปะทะกับอ้อมอกของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ กิตติธัชเองก็เผลอกอดร่างบางเสียแน่นด้วยความตกใจตามสถานการณ์

เมื่อหญิงสาวปลอดภัยจากการลื่นล้มเธอแหงนมองผู้ให้ความช่วยเหลือด้วยไปหน้าแดงซ่าน ใจยังเต้นระส่ำไม่หาย เธอยืนให้เขากอดอย่างเต็มตัวท่ามกลางไอแดดที่สาดลอดช่องแสลมผ่านเข้ามา

ใบหน้าขาวนวลที่บัดนี้มีเลือดฝาดไหลมาหล่อเลี้ยงจนแดงระเรื่อ ริมฝีปากสีชมพูสดได้รูปอยู่ห่างจากใบหน้าคมเข้มของกิตติธัชเพียงไม่ถึงคืบเมื่อเขาเองก็ก้มลมมองเธอเช่นกัน

หญิงสาวยังมึนงงและสติยังไม่อยู่กับเนื้อตัวเท่าไหร่ยิ่งมาได้สบปะทะกับสายตาคมหวานละมุนนั้นเข้ายิ่งทำให้เธองงงวย เหมือนถูกมนต์สะกดให้นิ่งงันอยู่อย่างนั้น เพียงไม่ถึงเสี้ยววินาทีชายหนุ่มจึงโน้มศีรษะลงตามที่หัวใจมันเรียกร้องเพื่อจะฉกชิมกดประทับยังริมฝีปากเย้ายวนนั่น

“พี่พัฒ...”

“พี่ขอ...ได้ไหม...พี่รักจีนัสนะ” ชายหนุ่มยังเว้าวอนขอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ใจเขาเต้นแรงจนเธอสัมผัสได้ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดใบหน้าฝั่งที่ผันหลบ แต่เมื่อปากหนาใกล้เข้าประชิดใบหน้าและเกือบจะได้ครอบครองกลีบปากสาวอยู่รอมร่อกันต์ศิตางค์กลับได้สติทันที และรู้ตัวว่ากำลังเกิดเรื่องเกินเลยที่เธอไม่ได้คาดคิดเอาไว้เสียแล้ว                           

“พี่พัฒคะ พี่พัฒมีงานด่วนไม่ใช่เหรอคะรีบไปเถอะค่ะจีนัสจะไปดูต้นกล้าทางด้านโน้นด้วย” หญิงสาวพูดเรียกสติเขาอีกครั้งก่อนจะพยายามดันตัวเองให้ออกจากอ้อมกอดเขา

กิตติธัชเองยามนี้เหมือนจะรู้สึกตัวเต็มที่แล้วจึงยอมปล่อยร่างเหน่งน้อยนั้นให้ออกห่างอย่างเสียดาย แม้จะรู้สึกดีกับหญิงสาวมากกว่าความเป็นเพื่อนแต่เขาก็ไม่เคยคิดหักหาญน้ำใจเธอแม้แต่น้อย เรื่องเมื่อสักครู่สถานการณ์มันช่างพาให้ร่างกายกายมันคล้อยตามหัวใจไปเองเท่านั้น

“พี่...พี่ขอโทษครับจีนัสพี่ไม่ได้ตั้งใจ”

“เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ งั้นเราลากันตรงนี้เลยก็แล้วกัน จีนัสขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวยังยิ้มให้เขาอย่างปกติ เธอยอมรับว่ามึนงงไปกับเรื่องเมื่อครู่ไม่น้อย

แต่เพราะรู้ว่าชายหนุ่มมีใจให้และเขาก็แสดงออกอย่างเปิดเผยมาตลอดจึงพยายามคิดเสียว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเธอเองใช่ว่าจะไม่เคยพบเจอเพียงแต่ที่ผ่านมาไม่ใช่กับเขาคนตรงหน้าเท่านั้น

 อีกอย่างที่ผ่านมากิตติธัชก็ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมาเสมอ ไม่เคยล่วงเกินให้เกิดความเสื่อมเสียแม้แต่น้อย ถึงถือว่าความเผลอไผลครั้งนี้พอจะอภัยให้กันได้อยู่

ทางด้านตัวเธอเองนั้นก็พยายามเปิดใจศึกษาในตัวเขาอยู่ หญิงสาวตั้งความหวังไว้ว่าความดีที่กิตติธัชมีอาจช่วยให้เธอหลุดพ้นจากบ่วงแห่งความทรมานนี้ได้ซักที และเมื่อนั้น...เธอจะเริ่มชีวิตใหม่กับเขาโดยสลัดทิ้งความเจ็บปวดเก่าๆ ไว้เบื้องหลัง                                                                      

“ครับ...ถ้าพรุ่งนี้พี่ว่างจะแวะมาหาอีกนะ”

“พักผ่อนบ้างก็ได้ค่ะจีนัสก็อยู่นี่แหละไม่ไปไหนหรอก...เออ...จริงสิพี่พัฒช่วยไปตามคุณพ่อที่อยู่ตรงแปลงผักกาดทางโน้นให้ไปกินข้าวด้วยนะคะ เดี๋ยวทำงานจนลืมอีก ฝากบอกท่านด้วยว่าจีนัสยังไม่หิวจะทำงานต่ออีกหน่อย”

“ครับ...” ชายหนุ่มยิ้มลาให้กับนางในดวงใจ ก่อนจะเดินปลีกตัวจากบริเวณนั้น แม้กันต์ศิตางค์จะยังไม่ยอมรับเขาในฐานะคนรัก แต่เธอก็ไม่ได้ปิดกั้นความรู้สึกที่เขามอบให้ เป็นผู้หญิงที่ดูมีคุณค่าสำหรับเขารู้จักระวังเนื้อระวังตัวและรักษาระยะห่างกับผู้ชายที่เพิ่งเจอกันในช่วงเวลาไม่กี่เดือน

แม้เขาจะอ่อนโยนและแสนดีขนาดไหนกันต์ศิตางค์ก็ไม่เคยปล่อยตัวให้เขารุ่มร่ามได้ง่ายๆ อย่างผู้หญิงคนอื่น ถือว่าเธอคนนี้ช่างเข้าตาเขาและตกลงปลงใจเลือกได้ไม่ผิดจริงๆ จากกิริยาท่าทาง

ชายหนุ่มคิดว่าการได้ศึกษานิสัยใจคอกันต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้อีกสักพัก กันต์ศิตางค์คงเปิดใจให้เขาบ้างและยอมรับให้เขาอยู่ในฐานะอื่นในไม่ช้า

โดยหารู้ไม่ว่าเมื่อเขาเดินจากไปแล้ว สายตาคมดุจพญาเหยี่ยวคู่หนึ่งกำลังจับจ้องไปยังร่างอรชรอย่างเดือดดาล มือสองข้างของเขากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเอ็นนูนโป่งขึ้นทั่วทั้งแขน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โซ่ดอกรัก    เส้นขนานที่ต้องมาบรรจบ ตอนที่ 1

    อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น...งานแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราทั้งงานหมั้นในช่วงเช้าและงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ทุกฝ่ายพร้อม ทุกคนมีแต่ความยินดีไม่มีเลยสิ่งไหนจะติดขัดให้ทุกคนต้องร้อนใจ สมกับเป็นงานมงคล ทุกอย่างสื่อไปในทางที่ดีเสียจริงๆ นานมากแล้ว...ศิลาภินขาดการติดต่อกับเธอไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่เขามาลาจิตนารีบอกว่าไปทำงานที่ต่างจังหวัด และครั้งนี้คงไปนานหลายเดือนหญิงสาวซึ่งนั่งแต่งตัวเตรียมจะไปลองชุดที่แก้อีกครั้งมีอาการเหม่อลอยไม่สมกับที่ตัวเองจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่ช้านี้เลย ใจเธอมันไม่ได้อยู่กับเจ้าบ่าว ยังคงถูกจองจำเอาไว้ที่ใครคนหนึ่งและไม่เคยหลุดพ้นออกมาได้สักที ในตอนที่เขาเฝ้าเพียรโทร.หา กระหน่ำส่งข้อความมาให้เธอไม่อยากรับรู้ มันรำคาญและที่ถูกกวนใจด้วยกวนประสาทอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่พอหลังจากที่เขากลับมาจากเชียงใหม่ ชายหนุ่มก็หายเงียบไปเลย ไม่โทร ไม่ติดต่อ ข้อความก็ไม่มีความเคลื่อนไหวทุกอย่างถูกตัดขาดไปจากเธออันที่จริงต้องดีใจสิถึงจะถูกแต่ทำไมไม่รู้ใจมันถึงสั่นหวิวทุกครั้งเมื่อคิดว่าเธอและเขาคงไม่มีวันได้บรรจบอยู่ในเส้นทางสายเดียวกันได้อีก มันไม่ควรจะเกิด

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 4

    ตกเย็นมากแล้วก็ยังไม่มีใครกลับกันมาบ้าน กันต์ศิตางค์โทร.มาบอกมารดาว่าเธอยังต้องเอาการ์ดไปให้เพื่อนๆ อีกสองสามคน อาจจะกลับติดค่ำสักหน่อย นางจึงจัดแจงเข้าครัวทำกับข้าวรอเพื่อที่พอทุกคนมาถึงจะได้กินมื้อค่ำกันเลยหลายวันมานี้ชนชาติเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปทำงานได้แต่สั่งการบรรดาลูกน้องเอาไว้ ในฐานะพ่อของว่าที่เจ้าสาวก็ต้องวิ่งเต้นทำโน่นทำนี่เพราะงานก็ใกล้จะมาถึงเข้าไปทุกที“เอ...เสียงรถนี่ใช่พวกจีนัสพากันกลับมาแล้วรึเปล่าแม่จันทร์” จิตนารีถามแม่บ้านรุ่นน้องขณะนั่งหั่นผักเพื่อเตรียมทำกับข้าว“เสียงรถไม่เหมือนเลยนะคะพี่นารี เหมือนรถคุณธีร์มากกว่าเดี๋ยวจันทร์ไปดูให้นะ”“อือ...เอาสิถ้าเป็นธีร์ล่ะก็พาเขามาพบฉันที่นี่เลยนะ”“จ้ะพี่...” นางจันทร์วางของในมือแล้วรีบลุกเดินไปดูผู้มาเยือน จิตนารีก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ พลางนึกในใจว่าถ้าเป็นศิลาภินคงดีไม่น้อยนางเอกก็กำลังอยากเจอเขาอยู่ด้วยพอดี “คุณแม่...สวัสดีครับ”“อ้าวธีร์...สวัสดีจ้ะไปไงมาไงล่ะเนี่ยเราน่ะ” ศิลาภินเดินมาพร้อมกับจันทร์ เขายกมือไหว้แม่ยายก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนแคร่ใกล้ๆ นาง ส่วนจันทร์ก็เดินอ้อมเข้าไปด้านในตัวบ้านตามมารยาทด้วยร

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 3

    ทำไมกันต์ศิตางค์ถึงได้โหดร้ายกับเขาถึงขนาดนี้ ถึงไม่รักไม่ไยดีในตัวเขาจริงๆ ก็ควรคิดถึงลูกในท้องบ้าง อย่างไรเสียเขาก็คือพ่อที่แท้จริงของเด็ก จะใจร้ายใจดำเกินไปหรือเปล่าที่กีดกันเขาถึงขนาดนี้ใจหนึ่งเขาอยากบุกไปหาหญิงสาวแล้วพูดคุยกันให้รู้แล้วรู้รอด อีกใจหนึ่งก็เกรงใจจิตนารีกับชนชาติเหลือเกิน เขาสร้างความยุ่งยากลำบากให้ใจท่านทั้งสองมามากหนักหนาแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เอาการ ยิ่งหญิงสาวกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นการดีถ้าเกิดเรื่องไม่งามขึ้นมา ชื่อเสียงของเธอจะต้องย่อยยับป่นปี้ เป็นที่ครหาไปอีกนานแสนนานแน่ๆแล้วทีนี้เขาควรทำอย่างไรละ อยู่เฉยๆ ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามวาระของมัน หรือทำตามความต้องการฝ่ายต่ำของตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้น...กันต์ศิตางค์คงเสียใจและเกลียดเขาไปชั่วชีวิตแน่ๆเหล้าในแก้วถูกกระดกเข้าปากอย่างไม่รับรู้ถึงรสชาติ วันนี้เขาอยากเมา เมาให้ลืมทุกอย่างไปจากใจเสียพอตื่นขึ้นมาก็ให้เหมือนคนความจำเสื่อมไปเลยก็ดี หรือ...ถ้านอนแล้วไม่ตื่นมารับรู้อะไรอีกคงจะดีมากๆ“จีนัส...” ชื่อเล่นนี้ถูกเรียกซ้ำๆ จากคนเมา เนื่องจากไม่ใช่คนที่เจนจัดในการดื่ม เพียงไม่กี่แก้ว

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 2

    รถเก๋งสีดำขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านอย่างคุ้นเคย ทันทีที่เท้าก้าวลงเขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง บ้านหลังนี้กำลังถูกพัฒนาตกแต่งใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทาสีให้ดูใหม่ขึ้นต้นไม่ใบหน้าก็ถูกนำมาเพิ่มจัดตกแต่งสวยงามยิ่งขึ้น บรรยากาศดูครึกครื้นเหลือเกิน แต่ไม่รู้ทำใจเขากลับห่อเหี่ยวเอาเสียดื้อๆ“อ้าวธีร์...กลับมาเมื่อไหร่กันไม่เห็นโทร.มาบอกกล่าวกันเลย”เสียงจิตนารีเรียกชายหนุ่มที่กำลังใช้สายตาสำรวจรอบๆ ให้มันมอง และเขาก็ยกมือไหว้ทักทาย“สวัสดีครับคุณแม่...ผมเสร็จงานก่อนกำหนดครับเลยกลับมาโดยไม่ได้บอกใคร พอดีว่ารีบด้วยล่ะครับ ว่าแต่นี่มันอะไรกัน พัฒนากันใหญ่เลยจะจัดบ้านใหม่เหรอครับ”“เอ่อ...มาเหนื่อยๆ เข้าบ้านก่อนเถอะ โน่น...ย่าหยากำลังกินขนมอยู่ในบ้านพอดีไปเถอะ...” แทนที่จะตอบคำถามเขยเล็กจิตนารีกลับทำหน้าเหมือนไม่อยากพูดและชวนเขาเข้าบ้านเป็นการตัดบทเสียชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ยังเก็บอาการเอาไว้ อันที่จริงถ้าจะตกแต่งบ้านกันใหม่ก็ไม่เห็นแม่ยายของเขาทำหน้าเหมือนจะแบกโลกไว้อย่างนั้นเลยนี่หรือมันมีอะไรที่มากกว่านั้นและเขายังไม่รู้ แต่ก็ยอมเดินตามจิตนารีเข้าไปในบ้านแต่โดยดี แ

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 1

    เย็นวันเดียวกันนั้นกิตติธัชรีบมาพบว่าที่เจ้าสาวถึงบ้านของเธอทันที ข่าวเรื่องฤกษ์ยามสร้างความยินดีให้เขาไม่น้อย อีกสามเดือนแล้วสินะที่เขาจะได้ดูแลผู้หญิงที่ตัวเองรักอย่างเต็มรูปแบบเสียที ชายหนุ่มบอกกับทางจิตนารีและชนชาติว่าจะให้ทางอากรบิดาของตนมาพูดคุยเรื่องนี้ให้เป็นทางการอีกครั้งเพื่อจะได้ดูไม่น่าเกลียด ซึ่งต่างก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเพราะเข้าใจขั้นตอนทุกอย่างดี และรู้ว่าทางกิตติธัชจะต้องจัดการทุกให้ทุกอย่างสมเกียรติบุตรสาวของพวกเขาแน่นอนอีกไม่กี่วันต่อมาอากรและผู้ใหญ่ทางฝ่ายของกิตติธัชก็แห่งขบวนกันมาทาบทามสู่ขอกันต์ศิตางค์แบบเป็นทางการตามที่เคยบอกไว้ สินสอดทองหมั้นนั้นทางฝ่ายเจ้าสาวไม่ได้ร้องแต่ทางฝั่งเจ้าบ่าวก็เต็มใจมอบให้อย่างไม่น้อยหน้าใครส่วนพิธีการก็นัดหมายกันว่าจะจัดเป็นธรรมเนียมแบบไทยๆ คือหมั้นเช้าแล้วแต่งเสียเลยในตอนเย็นของวันเดียวกัน เรื่องโรงแรมสถานที่ และเรื่องจิปาถะในงานนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวยื่นอกรับผิดชอบทั้งหมด รู้สึกอากรเองก็ปลื้มอกปลื้มใจกับการได้กันต์ศิตางค์มาเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน สรุปว่าทุกคนทุกฝ่ายต่างมีแต่ความยินดีปรีดากับงานมงคลสมรสในครั้งนี้กันทั้งสิ้น เว้

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 5

    เรื่องฤกษ์ยามนั้น จิตนารีเป็นคนเสนอรับผิดชอบเพราะทางว่าที่ลูกเขยมีแต่บิดา ซึ่งไม่ถนัดด้านนี้เสียเท่าไหร่ อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมานางจึงเดินทางไปหาเจ้าอาวาสวัดที่นับถือเพื่อขอวันดีในการจัดงานซึ่งจริงๆ ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรแต่ดูๆ กันเอาไว้ก่อนเผื่อเอาไว้ว่าบางทีอาจจะหายากสักหน่อย ถ้าได้ฤกษ์ดีหลายวันก็ดีไปอย่างจะได้มีโอกาสเลือกเอาที่เหมาะสมที่สุด“อืม...โชคดีนะที่มาเร็ว ปีนี้ทั้งปีมีฤกษ์งามยามดี ฤกษ์ที่เป็นมงคลสำหรับวันเดือนปีเกิดของโยมทั้งคู่ ที่จะได้แต่งงานกันมีเพียงวันเดียวเท่านั้น” ท่านเจ้าอาวาสในชุดผ้าเหลืองสวมแว่นและขีดๆ เขียนๆ คำนวณตามสูตรของท่านก่อนจะบอกกล่าวแก่ผู้มาขอคำปรึกษา“จริงเหรอคะท่าน...นี่อิฉันว่ามาเร็วแล้วนะคะเหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะสิ้นปี แล้วตกลงได้วันไหนเจ้าค่ะ”“วันที่สิบแปดเดือนมิถุนาดีที่สุดแล้วสีกา” “มิถุนา...ก็ยังอีกสามเดือนน่ะสิคะ” กันต์ศิตางค์อุทานถาม เธอไม่ได้เตรียมสำหรับงานแต่งที่เร็วขนาดนั้น อย่างน้อยถ้ายืดเวลาไปอีกหน่อยก็คงดี โดยไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องคิดเช่นนั้นในเมื่อตัดสินใจดีแล้วสำหรับการเป็นเจ้าสาวของกิตติธัช“ใช่...จริงวันดี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status