เข้าสู่ระบบหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่เธอลาออก
ข่าวลือในบริษัทไม่ได้เงียบลงอย่างที่ทิศตะวันคาดคิด ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งแพร่สะพัดออกไปไกลกว่าเดิม เพราะมีภาพหลุดออกมายืนยันว่าคืนนั้นเป็นทิศตะวันจริง ๆ ที่เดินเข้าไปในห้องกับหญิงสาว แต่ยังโชคดีที่ไม่ปรากฎใบหน้าของหญิงสาว
“ผมว่าคุณตะวันต้องทำอะไรสักอย่างแล้วครับ” กิตติชัยเอ่ยขึ้นขณะยื่นซิงสีน้ำตาลให้ทิศตะวัน
“อะไรล่ะ” เขาพูดขณะที่สายตายังคงมองเอกสารบนแฟ้ม
“ตั้งแต่คุณดารินทร์ลาออกไป ข่าวลือก็ยิ่งแรงขึ้นนะครับ ไม่มีท่าทีว่าจะซาลงเลย ยิ่งตอนนี้นักข่าวหลายสำนักก็ให้ความสนใจเรื่องนี้อยู่” เมื่อเห็นว่าเจ้านายไม่ได้ยื่นมือออกมารับ กิตติชัยจึงดึงภาพออกมาจากซองแล้วส่งให้ทิศตะวัน
“หรือจริง ๆ แล้วเธอไม่ใช่คนปล่อยข่าว?” เขาพึมพำเบา ๆ “แต่ถ้าไม่ใช่เธอ แล้วใครล่ะ?”
“คุณตะวันแน่ใจเหรอครับว่าคืนนั้นไม่มีใครเห็น ตอนที่คุณเข้าห้องไปกับคุณดารินทร์ แล้วภาพพวกนี้หลุดมาจากไหนครับ”
ทิศตะวันเริ่มครุ่นคิดกับตัวเองมากขึ้น ยิ่งเวลาผ่านไป ความมั่นใจที่เคยมีว่าเธอเป็นคนแพร่ข่าวก็เริ่มสั่นคลอน หากคืนนั้นไม่ได้มีแค่เธอกับเขาที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และยังมีใครอีก แล้วใครคนนั้นต้องการอะไรกันแน่
“ทำไมมีแต่ภาพที่ผมกอดเธอล่ะครับ” เขาเงยหน้าถามเลขา “ทุกภาพเลย คุณดูสิ”
“นั่นสิครับ ดูเหมือนจะมีแต่คุณที่ลวนลามเธอเลยนะครับ”
“หรือจะเป็นแผน” เขาเริ่มสับสน
“คุณตะวันคิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอครับ”
ไม่หรอก...ตอนนี้ความคิดพวกนั้นเริ่มหายไปตั้งแต่เธอลาออกแล้วล่ะ เพราะหากดารินทร์ต้องการใช้ข่าวลือนี้เพื่อประโยชน์ของตัวเอง เธอคงไม่เลือกลาออกโดยไม่เรียกร้องอะไรเลย ถ้าเธอต้องการเงิน หรืออำนาจต่อรอง เธอควรจะใช้มันบีบเขา ไม่ใช่ลาออกไปแบบนี้
หรือบางที...เขาอาจจะมองเธอผิดไปตั้งแต่แรก
คืนนั้นที่คฤหาสน์ตระกูลชัยณรงค์เทพ
ทิศตะวันนั่งเงียบอยู่ในห้องทำงานของภาสกร ชัยณรงค์เทพ ผู้เป็นบิดา ขณะที่ชายสูงวัยเจ้าของอาณาจักรธุรกิจนั่งมองลูกชายคนเล็กด้วยสายตาเคร่งขรึม
“ข่าวที่ออกมา มันส่งผลกระทบกับบริษัทมากกว่าที่คิด” เสียงทุ้มของภาสกรเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่หนักแน่น “เราต้องแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว”
“ผมจัดการอยู่” ทิศตะวันตอบเรียบ ๆ
“จัดการ? แล้วทำไมข่าวถึงยังไม่เงียบลง?” ภาสกรขมวดคิ้ว “ตอนนี้คณะกรรมการบริษัทเริ่มกังวล พวกเขาไม่อยากให้ข่าวเสีย ๆ หาย ๆ แบบนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเสียไป”
“แล้วพ่ออยากให้ผมทำยังไง?” ทิศตะวันถอนหายใจเบา ๆ
ภาสกรเหลือบมองเขาก่อนจะพูดออกมาชัดเจน “หมั้นกับหนูเข็มซะ”
ชื่อของ เข็ม หรือเขมมิกา ทำให้ทิศตะวันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจได้ทันทีว่านี่เป็นแผนของภาสกร พวกเขาเคยพูดถึงเรื่องนี้เมื่อนานมาแล้ว และในตอนนั้นทิศตะวันก็ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเพราะเขาไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับเธอตั้งแต่แรก
เขมมิกาเป็นนางแบบชื่อดังของบริษัทที่ทิศตะวันบริหารอยู่ และที่สำคัญ เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทภาสกร เขารู้ดีว่าเธอแอบชอบเขามานาน แต่เขาไม่เคยให้ความสนใจ
“พ่อคิดว่าการหมั้นจะช่วยให้ข่าวเงียบลงอย่างนั้นเหรอครับ” ทิศตะวันถามเสียงเรียบ
“แน่นอน” ภาสกรตอบทันที “ถ้าลูกประกาศหมั้นกับหนูเข็ม คนก็จะคิดว่าผู้หญิงที่อยู่กับลูกในคืนนั้นคือหนูเข็ม ไม่ใช่พนักงานบริษัทอย่างที่เป็นข่าว”
ทิศตะวันเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สายตาทอดมองไปที่โต๊ะทำงานของภาสกรโดยไม่พูดอะไร
เขาไม่แปลกใจกับคำสั่งนี้ พ่อของเขาเป็นคนฉลาด และมักมองทุกอย่างเป็นเกมทางธุรกิจเสมอ
“เข็มรู้เรื่องนี้แล้วหรือยังครับ” เขาถามในที่สุด
“รู้แล้ว และหนูเข็มก็ยินดี” ภาสกรตอบ “เธอเองก็ชอบลูกมานาน นี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับเธอ และสำหรับเรา”
ทิศตะวันเงียบไปครู่หนึ่ง เขาคำนวณความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นหากเขาประกาศหมั้นกับเขมมิกา บางทีเขาอาจจะกลบข่าวลือทั้งหมดได้ทันทีหากประกาศหมั้นผ่านสื่อ แล้วหลังจากนั้นล่ะ?
หรือเขาควรแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าไปก่อน หลังจากนั้นค่อยว่ากัน
“ก็ได้ครับ ผมตกลง”
“ดี จัดงานแถลงข่าวเร็ว ๆ นี้ และทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน” ภาสกรมองลูกชายด้วยความพึงพอใจ
ทิศตะวันลุกขึ้นยืน เตรียมจะเดินออกจากห้อง ก่อนจะพูดขึ้นมาลอย ๆ
“แต่ผมจะตกลงกับเข็มก่อน ว่าการหมั้นครั้งนี้มันเป็นแค่เรื่องหลอก ๆ”
“ฉันจะเซ็น”มือของเธอสั่น แต่ลายเซ็นก็ค่อย ๆ ปรากฏลงบนกระดาษขาวสะอาด“ไม่ใช่เพราะคุณ ไม่ใช่เพราะเขา” เธอเหลือบตาขึ้นสบตาทิศตะวัน “แต่เพราะฉันจะปลดปล่อยตัวเองจากพันธนาการนี้ ถือว่าฉันได้ชดใช้ให้คุณหมดแล้ว แม้แต่ในตัวฉันก็ไม่มีสายเลือดของคุณ ฉันไม่ใช่ลูกของคุณอีกต่อไป”แล้วเธอก็ยื่นเอกสารนั้นให้เขา สีหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตาแดงก่ำทิศตะวันรับมันไว้เงียบ ๆ หัวใจเขากลับรู้สึกหนักอึ้งไม่แพ้เธอ ไม่คิดว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้“เอาตัวออกไป” เขาบอกกิตติชัยหลังมองดูชายชราโดนพาตัวออกไป ดารินทร์ก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง ดวงตาของเธอเย็นชา และแววตานั้นทำให้เขาเผลอชะงัก“สัญญามีผลตั้งแต่วันนี้”“ฉันไม่มีทางเลือกนี่” เธอพูดเบา ๆ ราวกับยอมจำนนทิศตะวันยกยิ้มมุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่เห็นเธอยอมจำนนต่อแผนการของเขาในที่สุด“ดี...งั้นก็กับผมจนกว่าจะคลอด” เขายิ้มพอใจ ที่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะว่านอนสอนง่ายกว่าที่เขาคิด “เดี๋ยวผมจะให้คุณกฤษ์ไปส่งคุณที่คอนโดอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกคุณกฤษณ์แล้วกัน”“ฉันจะกลับไปเก็บของที่ห้องก่อน”“ไม่ต้อง”“แล้วเสื้อผ้าของฉันล่ะ”“ผมก็พูดอยู่ว่าให้ค
“หนี้พวกนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลย คุณจะมายัดเยียดให้ฉันได้ยังไง”“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เพราะในทางกฎหมาย ทายาทก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบในหนี้ของบิดามารดา”“เพื่ออะไร ทำไมถึงต้องทำถึงขนาดนี้”“เด็ก” เขาตอบทันควันพลางชี้ไปที่ท้องของเธอทิศตะวันยืนขึ้นเต็มความสูง มองเธอจากมุมบนด้วยแววตาแน่วแน่ เขาไม่สนวิธีการ เขาสนใจแค่ผลลัพธ์เท่านั้น“ผมไม่แคร์ว่าคุณจะคิดยังไง แต่ผมจะไม่ยอมให้คุณไปไหนจนกว่าผมจะรู้ความจริง”ดารินทร์รู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม หายใจติดขัดกับความจริงตรงหน้าดารินทร์จำใจหยิบเอกสารมาเปิดอ่านเงียบ ๆ ดวงตาคู่นั้นเริ่มแดงก่ำ ริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาแข็งกร้าว“ขอบคุณที่ช่วยหาข้อมูลของผู้ชายคนนี้อย่างละเอียดค่ะ” น้ำเสียงเธอเรียบเย็นอย่างไม่คาดคิด “แต่ถ้าคุณคิดว่าฉันจะยอมเซ็นสัญญาบ้า ๆ นี่เพราะผู้ชายที่ฉันเคยเรียกว่าพ่อ คุณคิดผิด”ทิศตะวันขมวดคิ้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่มีใจที่จะช่วยพ่อของเธอเลยหรือไง เลือดเย็นจริง ๆ“คุณจะปล่อยให้เขาโดนลากทรมานหรือไง ทนดูได้เหรอ?”“เขาไม่ใช่ครอบครัวของฉันตั้งแต่วันที่เขาเลือกผู้หญิงคนใหม่แล้วทิ้งฉันให้อยู่คนเดียว” น้ำเสียงเธอเริ่มสั่นแต่ยังค
‘สำคัญตัวเองงั้นเหรอ…’เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองสำคัญอะไรสำหรับเขาเลยด้วยซ้ำ เธอแค่ไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยากไปมากกว่านี้ ไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ใครต้องทะเลาะกัน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำพูดแดกดันที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่เรื่องขำขันสำหรับเขาเธอหลุบตาลง ไม่อยากสบตากับทิศตะวันอีก เพราะกลัวว่าเขาจะเห็นบางอย่างในแววตาของเธอ ความเจ็บปวด ความผิดหวัง หรืออะไรก็ตามที่เธอพยายามซ่อนไว้“ถ้าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของคุณ คุณจะปล่อยฉันไปจริง ๆ ใช่มั้ย” เธอถามย้ำ น้ำเสียงเรียบเฉยจนแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังแปลกใจทิศตะวันพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องเธอแน่นิ่ง“แต่ถ้าใช่ลูกของผม…” เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย “คุณต้องยอมให้ผมมีสิทธิ์ในตัวเขาครึ่งนึง”ดารินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วเธอจะทำยังไงต่อไป“หากฉันไม่ตกลงล่ะ?”ทิศตะวันหัวเราะในลำคอ ก่อนโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ“คุณคิดว่าตัวเองมีทางเลือกเหรอ คุณไข่มุก?”เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาเต็ม ๆ หัวใจเต้นกระหน่ำอยู่ในอก แต่เธอก็ยังพยายามฝืนยืดตัวตรง ไม่ให้แสดงออกว่ากำลังหวาดหวั่น“ถ้าฉันหนีไป?”“ก็ลองดู” เขายักไหล่ “แ
“นี่มันอะไรกัน! คิดว่าฉันเป็นตัวอะไรถึงได้พาตัวฉันมาตามใจชอบแบบนี้ คุณกำลังคุกคามฉันอยู่นะคะ”ทิศตะวันยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องเธอราวกับจะทะลุเข้าไปในจิตใจ ร่างสูงใหญ่ของเขาไม่ได้แสดงท่าทีเดือดร้อนอะไรกับเสียงโวยวายของเธอ เพียงแต่รู้สึกแปลกตากับท่าทีที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนของคนตรงหน้า“ผมต้องการคำตอบ” เขาพูดเสียงเย็น “และผมต้องการมันตอนนี้”ดารินทร์กำมือแน่น ข่มอารมณ์ไม่ให้สั่น เธอพอจะรู้ว่าทิศตะวันเป็นคนแบบไหน เขาไม่ใช่คนที่ยอมปล่อยอะไรไปง่าย ๆ แต่เธอคิดว่าอย่างน้อยเขาก็น่าจะให้เกียรติเธอบ้าง ไม่ใช่ใช้วิธีพาเธอมาที่นี่ราวกับเธอเป็นแค่ลูกน้องที่เขาจะสั่งให้ไปไหนมาไหนก็ได้“คุณไม่มีสิทธิ์จะมาสั่งฉัน” เธอพูดเสียงแข็ง “ฉันไม่ใช่พนักงานในบริษัทของคุณอีกแล้ว และฉันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณแล้วด้วย!”“หึ” ทิศตะวันหัวเราะในลำคอ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความขบขัน“...” ดารินทร์ขมวดคิ้วสองข้าง เธอพินิจมองท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้า“แน่ใจเหรอ?” เขาเลิกคิ้ว “แล้วทำไมคุณถึงโกหกผมล่ะ?”หัวใจของดารินทร์กระตุกวูบทันที ‘นี่เขาไปรู้อะไรมา’“โกหก?” เธอพยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติ ทำใจดีสู้
เย็นวันหนึ่งในบริษัททิศตะวันเดินเลี่ยงเข้าทางประตูหนีไฟ เขาไม่ได้อยากเจอใครเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ คู่หมั้นของเขา ที่เริ่มเข้ามาวุ่นวายในชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆแต่ก่อนที่เขาจะก้าวไปถึงบันได เสียงสนทนาของพนักงานสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักก็ดังเข้าหูเขาโดยบังเอิญ“นี่ ซันนี่...เมื่อวันก่อนฉันเห็นไข่มุกมาที่บริษัท”หญิงสาวจิบกาแฟนิดนึงก่อนจะพูดต่อ “เธอได้เจอไข่มุกแล้วใช่ไหม?”ทิศตะวันชะงักเท้าทันที เขาเพิ่งรู้ว่าดารินทร์ชื่อเล่นว่าไข่มุกเมื่อไม่กี่วันมานี้ เขาเลยหยุดฟังเมื่อได้ยินว่ามีคนกำลังเอ่ยถึงเธอ ดวงตาคมหรี่ลงขณะตั้งใจฟังบทสนทนาต่อไป“ใช่ เจอกันที่บริษัทนี่แหละ เธอบอกว่ามาทำธุระนิดหน่อย”“จริงเหรอ? ให้พูดตรง ๆ ความจริงแล้วฉันได้ยินเธอสองคนคุยกันนะ”“ไร้มารยาท”“อะไร ฉันแค่บังเอิญเดินผ่าน”“บังเอิญหรือสอดแนม”“บังเอิญย่ะ” เธอกระแทกเสียง “แต่ฉันแปลกใจมากเลยนะที่ไข่มุกแต่งงานกะทันหันขนาดนั้น แล้วก็ดูสิ ท้องเร็วแบบนี้ เป็นไปได้ยังไงถ้าเธอไม่ได้ท้องก่อนแต่ง?”“นั่นน่ะสิ ฉันก็สงสัยอยู่แต่ไม่กล้าถาม ไข่มุกไม่ได้พูดถึงสามีเลย แถมลาออกจากงานไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยอีก รู้สึกเป็นห่วงยังไงก็ไม่รู้”“เธอคิด
ในห้องทำงานของเขาทิศตะวันยืนรออยู่ตรงหน้าต่าง แผ่นหลังกว้างของเขาหันเข้าหาประตู แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของดารินทร์ เขาก็หันกลับมา ดวงตาคมกริบจับจ้องเธออย่างไม่วางตาเธอดูซูบผอมลง แต่ท้องของเธอโป่งนูนขึ้นชัดเจนกว่าเมื่อสามเดือนก่อน…หากเธอไม่สวมเสื้อผ้าตัวใหญ่ คงจะเห็นท้องของเธอชัดกว่านี้“คุณท้องกับผมใช่ไหม?”คำถามของเขาแทงเข้าไปในอกของดารินทร์ทันที เธออึ้งค้างไปหลายวินาที จู่ ๆ เขาถามแบบนี้หมายความว่ายังไง? เขารู้อะไรมา?เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะพยายามรวบรวมสติแล้วตอบกลับไปเสียงเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้“คุณพูดอะไรน่ะ? ฉันแต่งงานแล้วนะ” นี่คือสิ่งเดียวที่ดารินทร์คิดออกทิศตะวันขมวดคิ้ว “อะไรนะ?”“ใช่” ดารินทร์รีบย้ำ “ฉันแต่งงานแล้ว และแน่นอนว่าเด็กคนนี้คือลูกของฉันกับสามี ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณทั้งนั้น”ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานของทิศตะวันทันที เขานิ่งไปครู่ใหญ่ ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าของเธอ ราวกับพยายามอ่านบางอย่างจากแววตาของเธอ ยิ่งเธอพยายามหลบสายตาของเขา เขากลับยิ่งไม่อยากเชื่อในคำตอบของเธอเธอก็ตอบด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนดีนี่ เขาเองก็ควรจะ โล่งใจ ใช่ไหม...ใช่...เขาคว







![[Bad Loves] บำเรอแค้นศัตรูพี่ชาย (3P)](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)