LOGINปัจจุบัน
ตอนนี้ฉันต้องระเห็จออกจากคอนโดตามคำสั่งของแม่ พร้อมชุดนักเรียนที่ยังไม่ได้เปลี่ยน เดินกอดกระเป๋าร้องไห้มาตามทางไปบ้านคุณป้าพราว แต่เมื่อไปถึงหน้าบ้านก็เห็นร่างสูงรีบร้อนเปิดประตูรั้วจะถอยรถยนต์ออกไป เธอยืนมองนิ่งๆอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรต่อหรือคืนนี้เธอจะไม่มีที่นอนอีกแล้ว “พี่ธัน ฮึก” เห็นเขาแล้วเธอเก็บก้อนสะอื้นไม่อยู่ “ขิม!! ร้องไห้ทำไมหรือว่ารู้เรื่องพ่อกับแม่พี่แล้ว” หญิงสาวทำหน้างงในสิ่งที่ชายหนุ่มบอก “ไม่ค่ะ…คุณลุงคุณป้าเป็นอะไร” เธอตกใจที่เห็นตาแดงก่ำของเขามากกว่า “ขึ้นรถเถอะ เราต้องรีบไป” ชายหนุ่มสตาร์ทรถยนต์และออกตัวไปทันที่ กว่า1ชั่วโมงที่ชายหนุ่มขับรถออดมาจากบ้าน ตอนนี้รถมาจอดอยู่หน้าโรงพยาบาลในจังหวัดเพชรบุรี หญิงสาวหันขวับมามองหน้าชายหนุ่มที่รีบร้อนเปิดประตูวิ่งไปยังหน้าห้องฉุกเฉินเธอจึงวิ่งตามไปทันที “คุณหมอคับคนไข้ที่ชื่อ ธนพล กับคุณพราวระยับ อยู่ชั้นไหนคับ” ชายหนุ่มวิ่งตรงไปยังห้องประชาสัมพันธ์สอบถามถึงพ่อและแม่ของเขาด้วยความร้อนใจ ร้อยเวรที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เดินเข้ามาจับบ่าชายหนุ่ม “น้องเป็นลูกชายของทั้งสองท่านใช่ไหมคับ” ร่างสูงพยักหน้า สายขิมที่เห็นท่าไม่ดีรีบเดินเข้ามาเกาะแขนคนเป็นพี่เอาไว้แน่น ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดก็พอ ขอแค่ให้คุณลุงคุณป้าแค่บาดเจ็บเท่านั้น “ทั้งสองท่านเสียชีวิตแล้วคับ” ร่างสูงทรุดลงไปกับพื้นอย่างคนหมดแรงจนสายขิมต้องโอบกอดเอาไว้ “พี่ธัน!! พี่ธันฟังขิม เราต้องรีบไปหาคุณลุงคุณป้าค่ะ พี่ธันตั้งสตินะคะ” มือบางประคองหน้าชายหนุ่มที่ร้องไห้แบบไม่มีเสียง หัวใจเธอบีบรัดจนแน่นหน้าอกไปหมด ชายหนุ่มพยักหน้ารับและเดินตามร้อยเวรไปยืนยันศพ ก่อนจะทำเรื่องส่งไปวัดที่บำเพ็ญกุศล สายขิมกลับมาจัดเตรียมสถานที่ในวัด พร้อมกับพนักงานในร้านขายยา ส่วนธันวานั้นไปรับศพพ่อและแม่กับทางมูลนิธิ สวดอภิธรรมคืนแรกผ่านไปสายขิมต้องคอยดึงสติธันวาอยู่บ่อยครั้งจนเมื่อแขกกลับหมดเหลือเพียงเธอและเพื่อนธันวา3-4คนที่จะนอนเฝ้าอยู่ที่ศาลาคืนนี้ “พี่ลืมถาม ขิมไม่กลับบ้านหลายวันแม่จะไม่ว่าหรอ” ชายหนุ่มยื่นผ้าห่มที่มีติดรถให้กับน้องน้อยที่ตามติดเขาแจเพราะกลัวเขาจะคิดมาก 2วันมานี่เขายุ่งจนลืมสังเกตุสายขิม “ไม่หรอก แม่ให้ขิมย้ายออกจากบ้านแล้วแหละ แม่กำลังจะแต่งงาน ขิมก็ไม่มีที่อยู่แล้ว ว่าจะไปเช่าหออยู่แต่รอให้เสร็จเรื่องคุณลุงคุณป้าเสียก่อน” คนตัวเล็กคลายสะอื้น เธอไม่รู้ว่าจะเสียใจเรื่องไหนก่อนดี มันปนเปกันจนในหัวเธอยุ่งเหยิง เรื่องทุกอย่างประดังประเดเข้ามาจนหัวหมุน “ขิม ขิมยังมีพี่ เรื่องที่อยู่เดี๋ยวเราค่อยมาว่ากัน” ห๊ะแรกที่ได้ยินสายขิมพูดเรื่องแม่ เขาถึงกับขบกรามกรอด แม่ภาษาอะไรวะ ไล่ลูกสาวออกจากชีวิตเพื่อที่จะไปสุขสมหวังอยู่คนเดียว เห็นแก่ตัวสิ้นดี!! แต่ตอนนี้ตัวเขาเองก็มีหนทางที่มืดมนต์เช่นกัน ยังเคว้งคว้างไม่รู้จะไปทางไหน เหมือนชีวิตเสียหลัก ดีที่มีคนตัวเล็กอยู่ใกล้ๆ เขาจึงพยายามเป็นหลักให้สายขิมเกาะยึดอยู่ “ธันจะเดินไปทางไหนต่อดีคับ ทำไมมันมืดมนไปหมด" ชายหนุ่มที่เพิ่งสูญเสียพ่อแม่ไปอย่างกระทันหัน หนทางข้างหน้ามืดมนเหลือเกิน เขาไม่มีญาติที่ไหน พ่อกับแม่เขาต่างเป็นลูกคนเดียว พอไม่มีพ่อแม่เขาคงต้องใช้ชีวิตต่อไปคนเดียว “มีลูกแมวมาขอพักพิงอีกแล้วคับแม่ เด็กที่แม่เอ็นดูและฝากฝังผมไว้ วันนี้ไม่มีที่นอนอีกแล้วคับ” นั่งอยู่ด้านหน้าโรงศพ พร้อมกับมองไปยังคนตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มห่มผ้าอยู่บนเก้าอี้ตัวยาว วันรุ่งขึ้นชายหนุ่มชวนสายขิมไปธนาคารเดินเรื่องประกันและจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ "ขิม ทำไมพกเงินสดเยอะแบบนี้"เขาตกใจมากเมื่อน้องน้อยหยิบเงินมาให้เขา1ปึก "แม่ให้ค่ะค่ารายปีแม่โอนให้ขิมแล้วสำหรับ ม.6 แต่อันนี้แม่ให้ขิมไว้ตั้งตัว พี่ธันเอาเงินนี่ไปจัดการค่าใช้จ่ายก่อนค่อยคืนขิม" เธอไม่รู้ว่าคนเป็นพี่ลำบากเรื่องค่าจัดงานหรือเปล่า เธอจึงอยากช่วย "ไม่ต้องขิม พี่พอมีอยู่เดี๋ยวไปธนาคารขิมก็จัดการฝากเลย พกมาได้ยังไงเป็นวัน2วัน" ชายหนุ่มถึงกับตบหน้าผากกับความซึนของน้องน้อย นี่ถ้าเขารู้ตั้งแต่แรกคงลากเธอไปธนาคารด้วยแล้ว "ขิมตกใจหนิ มีเรื่องให้คิดหลายอย่างขิมไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี" เธอตอบออกไปตรงๆ ห่วงธันวานั้นก็ใช่ เสียใจเรื่องคุณลุงคุณป้าก็ด้วย แล้วไหนจะเปิดเจอข่าวนางแบบดังกำลังเข้าประตูวิวาห์กับแฟนมหาเศรษฐีในเดือนหน้าอีก เธอไม่รู้จะเสียใจอันไหนก่อน สมองแยกแยะอะไรไม่ได้ ทุกคืนเธอเผลอนอนสะอื้นก็มี เสร็จธุระจากธนาคารชายหนุ่มก็กลับมานั่งคิดถึงอนาคตต่อไปของเขาและกิจการของพ่อและแม่ "พี่ว่าจะเซ้งต่อร้านขายยาให้เพื่อนพ่อ" จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นขณะที่นั่งพักหลังส่งแขกเสร็จ พรุ่งนี้เป็นวันเผา เขาต้องให้คำตอบกับพนักงานได้ว่าจะไปอย่างไรต่อ ตัวเขาเองไม่ได้เรียนมาสายนี้ ไม่มีความรู้เรื่องนี้ พ่อเขาเคยเปรยไว้ว่าอาจจะเซ้งต่อกิจการถ้าไม่มีคนรับช่วงดูแลต่อ ส่วนบ้าน…พ่อกับแม่เขาเพิ่งผ่อนธนาคารไปเพียง15ปีเท่านั้น หากเขาจะต้องส่งต่อก็คงไม่รอด ตัวเขาเองยังเรียนไม่จบ ถึงจะเหลือเพียงฝึกงานก็เถอะ ยังไม่มีรายได้เข้ามาอยู่ดี "ขิมแล้วแต่พี่ธันนะ ยังไงเราก็ไม่มีใบรับรองอยู่ดีเพราะคุณลุงคุณป้าเสียหมดแล้ว" เธอไม่มีความคิดเห็นเรื่องนี้ เพราะมันเป็นสมบัติของเขาที่เป็นลูกชายคนเดียว เธอเองก็ไม่กล้ายุ่ง "ขิมย้ายมาอยู่กับพี่ไหม ถ้าพี่ขายบ้านหลังใหญ่หักจากปิดธนาคารแล้วจากประกันชีวิตของพ่อ พี่น่าจะเหลือเงินเก็บอยู่อีกก้อน" ก่อนเขาจะเอ่ยอะไรออกมาต่อ หญิงสาวเอามือปิดปากเขาไว้เสียก่อน "รอให้จัดการเรื่องคุณลุงคุณป้าเสร็จก่อนนะคะ เราค่อยมาปรึกษากันอีกที ขิมว่าพี่ธันต้องใช้เวลาทบทวนอะไรให้ดีๆ ก่อน" ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ ตัวเขาเองเหมือนร้อนเป็นไฟ ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ เขาอาจจะต้องใช้เวลาทบทวนอย่างที่สายขิมว่า เสร็จจากงานฌาปณกิจ “ลุงยินดีรับเซ้งร้านนะ ถ้าธันอยากเซ้งต่อ” เพื่อนสนิทของพ่อคนนี้มีลูกหลายคน ทุกคนล้วนเรียนต่อทางด้านเภสัชหรือแพทย์ เขาจึงเลือกติดต่อท่าน ซึ่งคำตอบก็ตามที่เขาคิดไว้ “ผมขอข้อแม้สัก1อย่างนะคับ ช่วยรับพี่ๆ พนักงานคนเดิมไว้ด้วยได้ไหมคับ” เขาห่วงแค่พนักงานของพ่อ ด้วยไม่อยากจะลอยแพหากบางคนยังไม่มีทางไป “ได้สิ พนักงานร้านเราเก่งทุกคนอยู่แล้ว ธันจะกลับไปฝึกงานก่อน หรือจะทำสัญญาเลยก็ได้นะลูก” เขาครุ่นคิดให้รอบครอบอีกทีก่อนตัดสินใจว่าพร้อมเซ้งเลย “ผมลาฝึกงานต่ออีก3วันคับ ว่าจะเคลียร์ให้เรียบร้อยเลย” สิ่งที่ห่วงที่สุดคือเรื่องที่อยู่ของคนตัวเล็ก อันนี้เขาคิดหนักมาก สิ่งที่พ่อแม่สร้างมาเขาเองก็เสียดาย แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก หากเขาบริหารแล้วขาดทุน คนที่พังคือพนักงานเกือบ10ชีวิต แต่ถ้าหากขายให้คนที่พร้อมจะดูแล อย่างไรเสียถ้าเขาคิดถึงก็ยังกลับมาแวะเวียนดูได้บ้าง “คุณลุงคับ อีกเรื่องที่ผมจะรบกวน คือบ้านหน่ะคับ ผมคงผ่อนต่อจากพ่อไม่ไหว ผมไปติดต่อธนาคารเรื่องนี้ ผมสามารถขายดาวห์ได้ ผมจะรบกวนคุณลุงช่วยประชาสัมพันให้ผมอีกแรง" เขาเกรงใจเพื่อนพ่อมาก แต่เพราะว่าไม่มีญาติผู้ใหญ่ที่ไหนให้ปรึกษาอีก เขาจำเป็นต้องพูดออกไปตรงๆ "เดี๋ยวลุงจะลองสอบถามญาติๆ ให้นะ ไม่น่าจะยาก พ่อแม่เราเขาดูแลบ้านอย่างดี แต่ถ้าขายไปธันจะไปอยู่ที่ไหนหล่ะลูก" ชายวัยกลางคนอดห่วงลูกชายเพื่อนสนิทไม่ได้ ด้วยเห็นกันมาตั้งแต่เล็กๆ ตอนนี้คงเหมือนกิ่งไม้ที่ลอยเคว้งอยู่กลางแม่น้ำ ไม่มีหลักให้ยึดเกาะ "ตอนนี้คงต้องกลับไปอยู่หอที่ทางบริษัทฝึกงานให้พักก่อนคับ ฝึกงานจบ คงมีเวลามาทบทวนชีวิตอีกทีว่าจะเดินไปทางไหน" พูดถึงอนาคตก็อดคิดถึงผู้ล่วงลับไม่ได้ พ่อแม่ยังไม่ทันดูความสำเร็จของเขาด้วยซ้ำ เมื่อเห็นน้ำตาคอลหน่วยของหลานชาย ผู้เป็นลุงทำได้แค่ตบบ่า และช่วยจัดการสิ่งที่หลานเอ่ยขอ "จะทำอย่างไรหรือไปทางไหน ต้องส่งข่าวกับลุงด้วยนะ เรื่องบ้านเดี๋ยวลุงจัดการให้" ชายหนุ่มยกมือไหว้ลาเพื่อนพ่อ ก่อนจะเดินกลับขึ้นมาบนศาลา เห็นคนร่างเล็กเก็บของเรียบร้อยนั่งมองเมรุเผาศพไปด้วยน้ำตาไหลไปด้วย "ขิมช่วงนี้ไปนอนบ้านพี่ก่อน ขิมกลัวไหม" เขาเดินอ้อมมานั่งย่อเข่าด้านหน้าหญิงสาวก่อนจะปัดป่ายน้ำตาออกจากวงหน้างาม สายขิมส่ายหน้า เธอไม่ใช่คนกลัวผี ” พรุ่งนี้หลังกลับจากลอยอังคารขิมต้องไปหาหออยู่" เธอแจ้งเจตจำนงชัดเจน ชายหนุ่มจึงพยักหน้า ”พี่บอกขายบ้านกับเพื่อนของพ่อไปแล้ว อีก1เดือนหน้าจะเรียบร้อย จะเป็นอะไรไหมถ้าพี่จะขอช่วยขิมจ่ายค่าหอครึ่งนึง แล้วขอมาพักด้วยตอนพี่กลับมาทำธุระ" เพราะเขาคงต้องบริจาคของในบ้านทั้งหมดเพื่อส่งต่อให้เจ้าของคนใหม่ คงจะต้องเก็บไว้เพียงรูปถ่ายและของมีค่าสร้อยแหวนของแม่เท่านั้น "พี่ธัน~ฮึก ขิมเสียใจด้วย ถ้าขิมรวยขิมจะไม่ให้พี่ธันขายบ้านหลังนั้น ฮึก ฮื้อ~" หญิงสาวปล่อยโฮเพราะสงสารพี่ชายคนสนิทของเธอ เขาต้องปล่อยทุกอย่างไปเพียงเพราะยังเด็กและไม่มีรายได้ พี่ชายของเธอจะไม่มีบ้านให้พักพิงอีกแล้ว "ไม่เป็นไรเลยขิม ถึงจะไม่มีบ้านอยู่แล้วแต่ความรักยังอยู่รอบตัวพี่เสมอ เอาไว้ถึงบ้านเรามารวบรวมเงินกันนะ ว่าเรา2คนจะไปทางไหนต่อ" คำพูดของชายหนุ่มทำเอาเธออบอุ่นหัวใจ คำว่า ’เรา‘ ที่เขาเอ่ยออกมามันอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก "คุณป้าขาขิมจะไม่ดื้อกับพี่ธันค่ะ จะโอบกอดพี่ธันแทนคุณป้าคุณลุงนะคะ" เธอมองไปบนฟ้าพร้อมพูดในใจถึงผู้มีพระคุณทั้ง2ท่าน“สวัสดีคร่า ขิมขออนุญาติเพื่อนๆในเฟสพี่ธันนะคะ วันนี้เฟสขิมมีปัญหาเข้าไม่ได้เลยแอบมาไลฟ์สดในเฟสพี่ธันแทน” คนตัวเล็กนั่งประจำที่ ที่คนเป็นพี่จัดไว้ให้ ก่อนจะเปิดไลฟ์สดเธอจึงต้องขอนุญาติเพื่อนๆในเฟสชายหนุ่มก่อน “อู้หู้ว์ 10นาที600คน เยอะจนขิมตกใจ“ หญิงสาวชะโงกหน้ามากระซิบบอกคนที่นั่งอยู่หลังกล้อง”น้องขิมสวยจังคับ ไอ้ธันมันถึงได้หวงไม่ยอมให้พวกพี่ไปเจอ“ คอมเมนท์จากพี่พี เพื่อนสนิทของเขาทำเอาเธอยิ้มกว้าง”ไม่จริงหรอกค่ะ พี่ๆไปฝึกงานแล้วไปติดสาวแถวนั้นต่างหาก“ เรื่องหนุ่มๆเธอได้ยินมาจากพะแพงบ่อยๆ ธันวาเห็นนิ่งๆแบบนี้ แอบร้ายอยู่เหมือนกัน”น้องขิมคนสวยขายอะไรคับ วันนี้พี่มีงบเพราะเงินเดือนเพิ่งออก พี่จะอุดหนุนให้ฉ่ำ“ คอมเม้นท์ของพี่ปืนเพื่อนในกลุ่มของเขาเด้งขึ้นมา”ขิมขายลิปสติกนะ จะเอาไปแจกให้พี่คนสวยๆใน สโลว์บาร์หรือเปล่าคะ“ คำตอบของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังกล้องคิ้วกระตุก สายขิมหันมามองหน้าเขาก่อนจะค้อนให้1ที ”วี้ววว ไอ้พะแพงเผาพวกมึงสะเละเทะหมด“ พี่พีรู้ว่าใครคือคนปล่อยข่าวให้สายขิมฟัง เพราะเขาไม่มีอะไรปิดบังที่บ้านอยู่แล้ว กลุ่มเขามีกันอยู่4คน ธันวา พี ปืน และดิน วันนี
“ถ้ายังไม่เงยหน้ามามองพี่ กลับห้องเธอโดนฟาดแน่” เสียงคุ้นหูดังขึ้นในขณะที่เธอเลิกเรียนและกำลังเดินไปร้านเจ๊พริก“พี่ธัน!!” ร่างบางกำลังจะพุ่งไปกอดคนตัวโตที่ไม่ได้เจอกันมา1เดือนเต็มๆ“มีความผิด ไม่ต้องมากอด” คนตัวสูงกว่าเอามือมาดันหัวเธอไว้จนเบรคไม่ทัน ก่อนจะกอดอกทำหน้างอ“ขิมอยากได้ตังนี่” เรื่องเถียงเธอไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว “ไปขึ้นรถ เดี๋ยวจะไปจัดการกระเทยเฒ่าด้วย ให้ดูน้องแต่เสือกป้อนงานแปลกๆให้” คนเป็นพี่เปิดประตูขึ้นไปแล้วเธอจึงต้องรีบขึ้นตามไปด้วยร้านเจ๊พริก“แกจะจ้องฉันจนฉันท้องเลยไหมอีธัน” เจ๊พริกจะขยับตัวไปทางไหนก็มักจะได้รับสายตาขุ่นๆของพี่ชายคนสนิทเธอจนเจ๊ทนไม่ไหว“บอกว่าเอาแบบตามวัยให้น้องไงอิเจ๊ นี่อะไร เกาะอก ชุดแหวกหลัง กูจะบ้า” คนที่ไม่ค่อยพูดเมื่ออยู่กับคนอื่นอดบ่นยาวเหยียดไม่ได้“ขิมบอกแล้วไงว่าขิมรับเอง เจ๊ไม่ได้บังคับให้ขิมรับ” คนตัวเล็กนั่งหน้ามุ่ยเพราะโดนดุตั้งแต่บนรถ“เห้อออ รับแค่อะไรที่มันสมวัยก็พอแล้วขิม พี่ไม่ชอบถ้าใครจะมามองร่างกายของขิม” เขาเองเข้าใจน้องว่าน้องอยากได้งาน อยากได้เงิน แต่เขาก็อดหวงไม่ได้อยู่ดี“เอาแบบนี้ไหม ช่วงนี้เจ๊อยากให้ขิมทำคอนเท้นน่าร
ธันวาเดินทางไปฝึกงานได้1อาทิตย์แล้วตัวเธอเองก็กลับมาเรียนตามปกติ หลังจากที่ขอลาครูประจำชั้นไปจัดการหาที่ซุกหัวนอน“ขิม ที่ขิมบอกว่าจะหางานทำอ่ะ แพงมีเจ๊คนนึงที่รู้จักเขารับจ้างคนสวยๆมาไลฟ์สดขายของนะ ขิมสนไหม”พะแพงเป็น้องสาวของพีพี เพื่อนสนิทของธันวาอีกที ตอนเธอเข้ามาเรียนใหม่ๆธันวาแนะนำให้เธอรู้จักกับพะแพงเพราะเป็นน้องสาวเพื่อน ทำให้เธอสนิทกันมาถึงทุกวันนี้“มันต้องคนสวยๆหรือเปล่า อีกอย่างขิมไม่ได้พูดเก่งนะ ขิมอ่ะขวานผ่าซาก” พูดจบก็พากันหัวเราะคิกคัก“ฮ่า ฮ่า เออก็จริงนะ แต่เรื่องแบบนี้มันฝึกกันได้หน่า อีกอย่างเจ๊พริกก็รู้จักกับพี่ธันนะ เป็นรุ่นพี่ เราว่าไม่น่าจะมีปัญหา ค่าจ้างชั่วโมง500-1000 ถ้ายิงยาวก็ได้เพิ่ม และถ้าลูกค้าติดนะเจ๊พริกให้เพิ่มอีก” ได้ยินยอดเงินเธอก็ตาลุกวาว จะไปทำอะไรที่มันได้เยอะขนาดนี้“เราอยากทำ แต่เขาจะสนใจเราหรือเปล่าอ่ะสิ” เรื่องเงินนั้นเธออยากได้อยู่แล้ว แต่เจ้าของร้านเขาจะโอเคกับเธอหรือเปล่านั่นก็อีกเรื่อง“เย็นนี้ไปหาเจ๊ที่ร้านกัน แกเปิดร้านเสริมสวยครบวงจรอยู่” ตกลงกันเสร็จสรรพสายขิมก็รีบเคลียร์งานค้างจากที่เธอหยุดไปหลายวัน ดีที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่เคยหย
เช้านี้สายขิมตื่นก่อนธันวาจึงเดินออกมาหาซื้ออาหารเช้าหลังเช็คเอ้าท์จะได้ไปหาดูคอนโดเลย “พี่ตกใจว่าขิมหายไปไหน” เธอเปิดประตูเข้ามาก็เจอเขานั่งหน้าเครียดอยู่บนเตียง“ขิมออกไปซื้อข้าวไง” มือเล็กชูถุงอาหารให้ดู “ขิม ถ้าพี่กลับไปฝึกงาน ขิมสัญญาได้ไหมว่ามีอะไรขิมจะบอกพี่ทุกเรื่อง จะรับสายพี่ทุกครั้ง” เขากลัว กลัวจะต้องใจสลาย เหมือนวันที่รับสายจากตำรวจ ถ้าสายขิมเป็นอะไรไปอีกคน เขาคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ไหว“ขิมรับปาก หรือถ้าไม่ว่างจะรับสายจริงๆขิมก็จะรีบโทรกลับหาพี่ทันทีที่ว่าง” เพราะชีวิตนี้นอกจากยาย ก็มีแค่ครอบครัวธันวาที่รักและเป็นห่วงเธอ อะไรที่ทำให้เขาสบายใจได้เธอก็จะทำสายๆของวันทั้งคู่ทานข้าวเสร็จก็ออกไปดูคอนโดตามที่นัดกับพนักงานขายเอาไว้ มีอยู่2โครงการที่เขาสนใจ คือโครงการใกล้มหาลัยที่คิดว่าสายขิมจะสามารถเข้าโควต้าได้ ถึงแม้ชีวิตที่ผ่านมานั้น เธอจะมีเรื่องทุกข์ใจมากมาย แต่สายขิมเป็นเด็กที่เรียนเลยก็ว่าได้ เกรดเฉลี่ย4.00 ทุกเทอม พ่อแม่เขาภูมิใจมาก ชื่นชมเธอมาตลอด อาจารย์ที่ปรึกษาจึงแนะนำให้เธอยื่นเกรดรอบโควต้าดู ธันวาจึงคิดถึงผลในระยะยาว หากเขาเรียนต่อ ก็จะเรียนมหาลัยเดียวกันกับสายขิม
ทั้งสองคนกลับมาบ้านหลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยรอไปเก็บกระดูกและทำบุญเช้าจากนั้นก็นำกระดูกของทั้งสองท่านไปลอยอังคารพรุ่งนี้“ขิมอาบน้ำก่อนเถอะ ให้พี่อยู่เป็นเพื่อนหรือเปล่า เดี๋ยวพี่ไปอาบห้องแม่” เธอส่ายหน้าแล้วปล่อยให้เขาเปิดประตูเข้าห้องของพ่อแม่เขาไป”คิดถึงจังเลยคับ ฮึก พ่อกับแม่อย่าโกรธธันนะคับที่ธันตัดสินใจขายบ้านหลังนี้ ฮึก สักวันถ้าธันมีเงินมากพอ ธันจะซื้อกับคืนมาให้ได้คับ“ หลังจากอาบน้ำเสร็จเธอเปิดประตูออกมาก็ได้ยินเสียงชายหนุ่มอยู่ห้องตรงข้าม สิ้นคำพูดเขาเธอพุงเข้าไปกอดเขาจากด้านหลังทันที ก่อนจะกอดกันร้องไห้ให้สมกับความเสียใจที่อดกลั้นกันมานาน”ขิมจะช่วยพี่ธันเก็บเงินเยอะๆ ขิมจะซื้อบ้านคืนมาให้พี่ธันเอง ฮึก ฮึก“ น้องน้อยในอ้อมกอดพร่ำบอกเขาพร้อมปล่อยโฮอย่างน่าสงสาร”ไม่เป็นไรขิม เราสร้างกันใหม่ได้ ขอแค่ขิมอยู่ตรงนี้ ฮึก อยู่กับพี่ตรงนี้“ จะว่าเขาเอาน้องเป็นหลักยึดก็ได้ คนที่เสียหลักอย่างเขาต้องการอ้อมกอดของสายขิมเท่านั้น”ขิมจะอยู่กับพี่ จะปลอบพี่ธันเอง“ เพราะเธอเคยสูญเสียมาก่อน ตอนยายเสียเธอยังมีน้า มีลูกๆของน้าอยู่เป็นเพื่อน แต่กับธันวาเองเขาไม่มีใคร เธอจะเป็นอ้อมกอดให้เขาเอ
ปัจจุบันตอนนี้ฉันต้องระเห็จออกจากคอนโดตามคำสั่งของแม่ พร้อมชุดนักเรียนที่ยังไม่ได้เปลี่ยน เดินกอดกระเป๋าร้องไห้มาตามทางไปบ้านคุณป้าพราว แต่เมื่อไปถึงหน้าบ้านก็เห็นร่างสูงรีบร้อนเปิดประตูรั้วจะถอยรถยนต์ออกไป เธอยืนมองนิ่งๆอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรต่อหรือคืนนี้เธอจะไม่มีที่นอนอีกแล้ว“พี่ธัน ฮึก” เห็นเขาแล้วเธอเก็บก้อนสะอื้นไม่อยู่“ขิม!! ร้องไห้ทำไมหรือว่ารู้เรื่องพ่อกับแม่พี่แล้ว” หญิงสาวทำหน้างงในสิ่งที่ชายหนุ่มบอก“ไม่ค่ะ…คุณลุงคุณป้าเป็นอะไร” เธอตกใจที่เห็นตาแดงก่ำของเขามากกว่า“ขึ้นรถเถอะ เราต้องรีบไป” ชายหนุ่มสตาร์ทรถยนต์และออกตัวไปทันที่ กว่า1ชั่วโมงที่ชายหนุ่มขับรถออดมาจากบ้าน ตอนนี้รถมาจอดอยู่หน้าโรงพยาบาลในจังหวัดเพชรบุรี หญิงสาวหันขวับมามองหน้าชายหนุ่มที่รีบร้อนเปิดประตูวิ่งไปยังหน้าห้องฉุกเฉินเธอจึงวิ่งตามไปทันที“คุณหมอคับคนไข้ที่ชื่อ ธนพล กับคุณพราวระยับ อยู่ชั้นไหนคับ” ชายหนุ่มวิ่งตรงไปยังห้องประชาสัมพันธ์สอบถามถึงพ่อและแม่ของเขาด้วยความร้อนใจ ร้อยเวรที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เดินเข้ามาจับบ่าชายหนุ่ม“น้องเป็นลูกชายของทั้งสองท่านใช่ไหมคับ” ร่างสูงพยักหน้า สายขิมที่เห็นท่าไม่ดีร







