ANMELDEN“พี่กานต์เปลี่ยนพินัยกรรมหรือครับ?”
กริชดนัยซักถามทนายประจำครอบครัว ที่เรียกใช้กันอยู่เสมอ ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องส่วนของบริษัท ทำงานกันมายาวนานตั้งแต่รุ่นพ่อ สืบทอดกันมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน
การที่เขาซักแบบนั้นเพราะผู้เป็นพี่ชายประกาศตัดขาดกับเขาตอนนั้น กานต์เอกบอกว่าเขาจะไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง และพัดชาเมียของพี่ชายก็พูดกับเขาก่อนที่เขาจะเดินทาง ว่าพินัยกรรมของกานต์เอกนั้น ถ้าเกิดว่าเขาตายลงไป ทายาทมรดกคือหล่อนกับลูกสาว กริชดนัยถูกตัดออกจากกองมรดก ท่าทางของเธอมั่นใจมาก...
เขาเองก็เชื่อว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนั้น จนมาถึงตอนนี้เมื่อทนายจารึกมาขอพบกับเขา หลังจากที่งานฌาปนกิจของพี่ชายและพี่สะใภ้จบลง
เขากะจะมาแค่ร่วมพิธีและกลับไป ก็เพราะยัยพี่สะใภ้ตัวร้ายประกาศไว้แบบนั้น
“ครับ...”
จารึกกระแอม แล้วเอ่ยขึ้นมาเสียงพร่าเล็กน้อย
“คุณกานต์เหมือนจะตรวจเจอ...เอ่อโรคบางอย่างเมื่อปลายปีที่แล้ว แล้วก็เลยเรียกผมมาให้ทำพินัยกรรม ท่านกลัวว่าจะอยู่ไม่นาน จนถึงวันที่คุณวี่จะโต แล้วก็...กลัวว่าคุณกริชจะไม่กลับมากระมังครับ ถึงได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นมา”
“พี่กานต์เป็นอะไรครับ” กริชดนัยนั่งนิ่ง จ้องหน้าจารึก ทางนั้นกระแอมอีกรอบ แล้วเอ่ยตอบอึกอัก
“เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากครับ แล้วก็ตรวจเจอก้อนเนื้อที่สมอง เอ่อ...ท่านว่าจะไปตรวจให้แน่นอน แต่ก็ ประสบอุบัติเหตุเข้าเสียก่อน”
“การที่พี่กานต์เปลี่ยนพินัยกรรมมีคนรู้ไหมครับ” เขาถามเสียงเย็น จารึกสั่นหน้า
“มีแต่ผมครับที่รู้”
“อืม...”
เขาพลิกอ่านแต่ละหน้า แปลกใจที่มีชื่อของพัดชาภรรยาสุดที่รักของพี่ชายเขา ได้เพียงแค่สมบัติไม่กี่ชิ้น ส่วนมากเป็นของเขา...คริมายังได้มากกว่ามารดาเสียอีก
หรือว่า...
ชายหนุ่มแสยะยิ้ม หึ...พี่กานต์เองก็ไม่ได้โง่นักใช่ไหมครับ
เขาคิดถึงพี่ชายของเขา ความบาดหมางหยั่งลึกทำให้เขากับกานต์เอกไม่ได้คุยและติดต่อกันด้วยซ้ำ การที่เขาหนีไปอยู่กับญาติห่างๆ ไกลถึงญี่ปุ่น และตั้งใจว่าจะไม่กลับมาที่นี่อีก
หกปีเต็มๆ
กับแผล...
กับข้อกล่าวหา
เขาถอนใจเฮือกใหญ่ กวาดตาอ่านรายละเอียดทั้งหมดอีกรอบ สีหน้าของเขาดูนิ่ง จนจารึกที่กำลังลุ้น ว่าเขาจะว่ายังไง กับข้อความที่พี่ชายทิ้งไว้ ถึงกับเกร็ง เมื่อกริชดนัยไม่ได้พูดอะไรออกมาเกี่ยวกับข้อความเหล่านั้นเลย
“เอ่อ คุณกริชตกลงใช่ไหมครับ กับเงื่อนไขของท่าน”
“ข้อไหน?” เขาเงยหน้าขึ้นมาถาม
“ข้อที่ว่าสมบัติบางส่วนจะต้องเป็นของวีวี่น่ะเหรอ? ผมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร”
“หมายถึงข้อที่คุณกริชจะต้องดูแลคุณวีวี่ไปจนกว่าอายุเธอจะยี่สิบห้าปีน่ะครับ ถ้าไม่อย่างนั้น...”
เขามองหน้ากริชดนัย ข้อความท้ายพินัยกรรมทำให้จารึกที่พอจะทราบเรื่องบาดหมางของครอบครัวนี้อยู่ กลัวเหลือเกินว่ากริชดนัยจะไม่ตกลง มรดกสมบัติส่วนที่ควรเป็นของเขา จะตกเป็นของทายาทของผู้หญิงคนนั้น...ไปเสีย ซึ่งมันไม่ยุติธรรมเลย
“หึ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนี่”
เขาปิดแฟ้มแล้วส่งให้กับจารึก เขายิ้มนิดๆ หากแต่นัยน์ตานั้นกลับดุดัน เหมือนน้ำเสียงที่เอ่ยสำทับ
“ในฐานะผู้ดูแลผมจะทำอะไรกับเด็กนั่นก็ย่อมได้สินะ”
“อา...เอ่อ...คุณวีวี่เธอน่ารักน่าสงสารนะครับคุณกริช เธอไม่ได้เหมือน...”
จารึกไม่อยากเอ่ยถึงคนตายแบบไม่ดี จึงเลี่ยงจะเอ่ยชื่อไปเสีย แต่แค่มองตากริชดนัยก็รู้ ว่าทนายความหนุ่มใหญ่หมายถึงใคร เขาจึงหัวเราะอย่างหยันๆ
“โบราณบอกว่าดูช้างให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่ด้วยสิครับ แต่...ผมจะดัดสันดานเสียๆ ของวีวี่เอง”
จารึกมองสบตากับกริชดนัย พลอยให้หนาวสันหลังแทนเด็กสาวคนนั้นเสียจริงๆ
เขานั้นรู้จักคริมาและพัดชาดี
คริมานั้นเปรียบแล้วคือลูกไม้ไกลต้นโดยแท้
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง






![เจ้าสาวแวมไพร์ [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
