로그인งานครบรอบร้อยวันของกานต์เอกและพัดชามาถึง คริมาเป็นคนจัดการเตรียมงานทุกอย่าง โดยมีฟ้ารุ้งคอยช่วยเหลือ งานออกมาค่อนข้างดีมากจนญาติผู้ใหญ่หลายคนเอ่ยชมเชย
วีรพลมาในงานนี้ด้วย เขามองสาวน้อยที่เขาแอบพึงใจด้วยสายตาชื่นชม...เขานั่งติดกับกริชดนัย ชวนทางนั้นสนทนาเพื่ออยากทำความรู้จัก ผู้ปกครองของคริมาให้ลึกซึ้งมากขึ้น เขากำลังสงสัยเรื่องบางอย่าง และกำลังตะล่อมลองสืบความดูว่าสิ่งที่เขาสงสัยเป็นจริงหรือเปล่า
“ขอบคุณมากนะครับ ที่วันนี้มาช่วยงานพี่ชายและพี่สะใภ้ผม”
กริชดนัยเอ่ยขึ้นและยกมือไหว้ขอบคุณเขา วีรพลอายุมากกว่าเขาหลายปี ทางนั้นยกมือรับไหว้พร้อมกับยิ้มอ่อนโยนส่งให้กริชดนัย แต่สายตานั้นเข้มข้นและจับจ้อง
“ไม่เป็นไรครับ ยัยหนูของผมสนิทกับหนูวี่มาก ผมเองกับหนูวี่ก็...นึกชอบที่น้องเป็นเด็กน่ารัก”
“ผมเพิ่งกลับมาเมืองไทยได้ไม่กี่เดือน บางทีอะไรก็ไม่รู้จะติดต่อที่ไหน ทำยังไง งานวันนี้ต้องขอบคุณ คุณวีที่เป็นธุระให้...”
ทางนั้นยื่นไมตรีให้ และช่วยงานวันนี้ มันเลยทำให้กริชดนัยเริ่มเปิดใจให้กับชายที่บอกว่าเป็นพ่อของเพื่อนสนิทของคริมา
“หนูวี่นั่นแหละครับหัวเรี่ยวหัวแรง”
วีรพลก็เป็นอีกคนที่มีคำชมเกี่ยวกับสาวน้อยให้ได้ยิน ทุกคนดูจะเห็นแต่ด้านดีของหล่อน ไม่เคยมีใครบอกว่าคริมามีข้อไม่ดีเลยสักคน
“ผมกับยัยฟ้าก็ช่วยเหลือ เพิ่มเติมกันไปงานวันนี้สำเร็จได้เพราะหนูวี่ จริงสิครับ...จบจากงานวันนี้ ผมมีเรื่องอยากจะขอคุณกริช”
“เรื่องอะไรหรือครับ”
“ผมจะชวนหนูวี่ไปเที่ยวด้วยกันน่ะครับ อาจะค้างสักสองสามวัน ยัยฟ้าให้ผมมาขออนุญาตคุณกริช มีผม กับยัยฟ้าแค่นั้นครับ”
“อ้อ...”
“อนุญาตไหมครับ”
“ถ้าผมไปด้วยจะได้ไหมครับ”
เขาเสนอตัวเองแทรกไปทันที เขาอยากจะรู้จักครอบครัวของเพื่อนของคริมาไว้บ้าง
โดยเฉพาะฟ้ารุ้ง เขากาหัวหล่อนไว้ว่าเป็นยัยเด็กตัวแสบคนหนึ่งเลยล่ะ และท่าทางจะรักคริมามาก ไม่รู้ว่าไปเล่าอะไรให้กันฟังบ้างไหม เด็กนั่นถึงได้มองเขาแล้วชอบตวัดตาค้อนใส่ ทำปากยื่นใส่เขายามลืมตัวบ่อยๆ
เรื่องระหว่างเขากับคริมา...สัญญาลับระหว่างกันนั้น ตอนนี้ยังไม่มีคนรู้ แต่แค่อาจจะสงสัย...
เงื่อนไขที่เขาตั้งเอง แล้วก็ตอนหลังๆ มาก็ชักจะกลุ้มเองกลัวว่าตัวเองจะทำไม่ได้
ไม่ใช่อะไรหรอกนะ กลัวใจตัวเองนั่นแหละตอนนี้
“ได้สิครับ” วีรพลตอบยิ้มๆ
“เราจะได้ทำความสนิทกันไว้ด้วย ผมเองก็อยากจะรู้จักคุณกริชให้มากๆ ผมเป็นห่วงน้องวี่”
“หมายความว่ายังไงครับ” กริชดนัยคิ้วขมวดเล็กน้อยเมื่อวีรพลเอ่ยแบบนั้น
“ผมเห็นน้องวี่มานาน เด็กดีน่ารักแบบนั้น...ถ้าแกมีผู้ปกครองมาดูแลดี ผมก็จะได้เบาใจ”
สายตาของกริชดนัยมองสบกับวีรพล ต่างคนต่างไม่ยอมหลบกัน เหมือนเสือสองตัวกำลังมองจับจ้องหยั่งเชิงกัน
จนเมื่อฟ้ารุ้งมาเรียกบิดา วีรพลถึงลุกขึ้นและเอ่ยบอกลากริชดนัย แต่ก็ยังเอ่ยทิ้งท้ายขณะที่ชายหนุ่มลุกขึ้นไหว้ลาหนุ่มรุ่นพี่
“ฝากเด็กดีแบบนี้ไว้ด้วยนะครับ แต่ถ้าไม่รักไม่เอ็นดูเด็กแล้ว ก็ให้ผมดูแลแทนก็ได้นะครับ”
หมอนี่หมายความว่ายังไงกันนะ?
คำพูดเป็นนัย ไหนจะสายตาของวีรพล มันก็บ่งบอกบางอย่างที่ทำให้ใจของเขากำลังร้อนวูบวาบ
ทำไมเขาจะมองสายตาผู้ชายด้วยกันไม่ออก
หึ...
คริมาเป็นของเขา...คนอื่นไม่มีสิทธิ์
.........................................................................................................................................................................
“งานวันนี้มีแต่คนชมวี่ ว่าจัดได้ดีมาก”
เสียงทุ้มเอ่ยเปรยขึ้น ทำให้คนที่นั่งพับเพียบอยู่บนเตียงของเขา หันมามองแล้วยิ้มน้อยๆ ส่งให้ กริชดนัยเดินออกมาจากห้องน้ำ หลังจากที่อาบน้ำแล้วเรียบร้อย เขามีผ้าเช็ดตัวพันไว้เพียงผืนเดียว ร่างกายมีหยาดน้ำเกาะพราว เขาใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับไปด้วยขณะที่คุยกับเธอ
“ยัยฟ้ากับคุณวีช่วยไว้ด้วยน่ะค่ะ ต้องขอบคุณสองคนนั้นด้วย”
“รู้จักกันมานานเท่าไหร่ล่ะกับเพื่อนของเรา ฟ้ารุ้ง...น่ะ”
เขาทรุดลงนั่ง ตาคมมองหน้าหวานของหญิงสาว...ตั้งแต่คืนที่ทำเป็นไล่น้องไปนอนที่ห้องของตัวเอง แล้วตบะแตกทนไม่ไหวเอง กริชดนัยก็ไม่อยากลองของตัวเองอีก ก็คงให้เธอมานอนที่ห้องของเขาตามปรกติ
ความลับระหว่างกัน ดูเหมือนว่าจะมีคนในบ้านหลายคน เริ่มระแคะระคาย ว่าเขากับคริมา น่าจะมีความสัมพันธ์กัน แต่ทุกคนก็เลือกจะปิดปากไม่ได้พูดจานินทาข้อที่สงสัย พูดให้เข้าหูเจ้านายให้ได้นึกเขินอาย เพราะถือว่าเป็นเรื่องของนาย
“ก็...หลายปีแล้วล่ะค่ะ”
“นอกจากเด็กคนนี้ วี่สนิทกับใครอีกไหม” เหมือนการชวนสนทนาเล่นๆ แต่เขากำลังเก็บรายละเอียดไว้ทุกสิ่ง
“เพื่อนของวี่ที่สนิทที่สุดก็คงจะเป็นฟ้านี่แหละค่ะ”
คริมาตอบ การจำกัดการคบคนของมารดา กฎระเบียบของท่าน และการที่เธอจะต้องช่วยงานที่บ้าน และที่บริษัททำให้คริมามีเวลาอยู่กับเพื่อนค่อนข้างน้อย เหลือแต่ฟ้ารุ้งนี่แหละที่ยังคบเธออย่างจริงจังไม่เคยทิ้งกันไปไหนเลย
“พ่อของฟ้าล่ะ วี่สนิทแค่ไหน”
ถามไปแล้วก็เคลื่อนกายไปใกล้เธอ เขาเลื่อนมือลูบที่ต้นแขนเธอแผ่วๆ
การสัมผัสเพียงนี้ก็ทำให้เธอร้อนวูบวาบ ตาของเธอมองจ้องสบตาเขา นัยน์ตาของกริชดนัยราวกับมีไฟเย็นลุกอยู่ด้านใน
“คุณวีเหรอคะ”
“อืม”
มือนั้นไล่มาจนถึงบ่ามน และกำลังไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ จนโอบต้นคอเธอ เขากำลังหึง...
“ก็...พอสมควรค่ะ”
“ชอบไหม?”
เขาโมโหแล้วล่ะตอนนี้แค่เธอบอกว่าสนิทกับผู้ชายคนนั้น
“เอ๋...”
สายตาของเขาทำให้คริมานึกสงสัย ว่าทำไมเขาถึงถามแบบนั้น เธอจึงกัดริมฝีปาก แล้วถามกลับ มือของเขายังคงลูบต้นคอเธอแผ่วๆ เล่นเอาเธอขนลุกเกรียวไปหมด
“อากริชหมายความว่ายังไงคะ”
“ชอบคนแก่กว่าหรือ วีวี่ นายวีรพลนั่น สเปควี่หรือเปล่า”
“วี่ชอบคุณวี อุ๊ย...อากริช”
“เธอไม่มีสิทธิ์จะไปเสนอหน้าชอบใคร วี่!”
คนหัวร้อนไม่ฟังอะไรล่ะ แค่เธอบอกว่าชอบ ยังไม่ได้พูดต่อก็โดนเขากระชากมาจูบแรงๆ บดแรงเคล้าเหมือนแกล้งจนเธอเจ็บและต้องครางอุทธรณ์
พอได้ยินเสียงนั้น เขาก็ค่อยผ่อนแรงจูบเมื่อแตะต้องเนื้อตัวอวบนุ่มนิ่มของเธอแล้ว เขาไม่เคยระงับอารมณ์ได้ และด้วยความที่ไม่ใช่คนชอบใช้ความรุนแรง รังแกเพศแม่เป็นทุนเดิม มันก็ทำให้เขาไม่อาจจะรุนแรงกับเธอได้แม้ว่านึกโกรธเธอมากขนาดไหน
สัมผัสต่อมาจึงทำให้เธอวูบหวิวแทบคลั่งไม่ใช่ความเจ็บปวด
มือของเธอจิกที่ศีรษะของเขา ตอนนี้เขาเคลื่อนลงไปชื่นชมกลีบกุหลาบงามของเธอ ทำให้เธอร้อนรุ่มไปทั้งกาย
เขาผละออกเมื่อรับรู้ว่าเธอกำลังจะไต่ทะยานจนถึงจุดแห่งความสุข
สายตาของเธอมองเขาอย่างไม่เข้าใจ เมื่อเขาทำแบบนั้น เขาไม่แตะต้องเธอกลับมานอนข้างๆ ตาของเขาก็เยิ้มหยาดพิศวาสไม่แพ้เธอ หอบหายใจแรง...บ่งบอกถึงอารมณ์อันคุกรุ่นภายใน
“ค้างไหม?”
เขาถาม...เสียงนั้นพร่า...ฟังแล้วทำให้เธอยิ่งมีอารมณ์
หน้าหวานแดงก่ำ เธอกัดริมฝีปาก มือของเขาเลื่อนแตะไล้หน้าอกของเธอ เขี่ยปลายยอดเล่นจนอารมณ์ที่ค่อยๆ เลื่อนลง กลับค่อยๆ เลื่อนไหลขึ้นอีกหน
เขาแกล้งเธอ...
ปลุกอารมณ์เธอ แล้วก็ปล่อยทิ้ง แล้วก็มาปลุกเร้าเธอใหม่
“อากริช”
เธอพยายามปัดมือเขาออก แต่เขาดึงเธอไปกอดแล้วก้มลงดูดดื่มเต้าอวบนั้น จนเธอครางกระเส่าออกมา เสียงของเขาหัวเราะหึๆ แล้วเลื่อนใบหน้าขึ้นมา มองสบตากับคริมาที่กำลังมองเขาอยู่
“อยาก... ก็บอก...บอกสิว่าอยากให้อาทำอะไร”
“อากริชขา อย่าแกล้งวี่” เธอตัดพ้อเสียงหวาน แล้วสะดุ้งนิดๆ เมื่อมือของเขากำลังลูบไล้และสอดแทรกลงไปในกลีบกุหลาบเยิ้มฉ่ำสวาท
“บอกก่อน ว่ารักอา...แล้วอาจะให้”
“วี่รักอากริช”
“เด็กดี...”
เขาจับเธอให้อยู่ในท่าพร้อมสำหรับการสอดรักและโรมรัดสอดแทรกเพลงสวาทระหว่างกันหนนี้ เต็มไปด้วยความรุนแรงของจังหวะ ดุดัน แต่ทว่าเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขจนแทบสำลัก
คริมานอนระทวยในอ้อมแขนเขา หลังจากที่เกมสวาทจบสิ้นอย่างบ้าคลั่งและยาวนาน
เขาหลับไปแล้ว...
คริมาคิดถึงประโยคที่เขาสั่งให้เธอพูด
รัก...
เขาไม่ต้องสั่งหรือบังคับเลย เขาจะรู้ไหมนะ หัวใจของเธอมันรักเขา...รักครั้งแรก และรักตลอดมาสำหรับคริมา
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง







