LOGINChapter 7
เธอต้องนอนกับฉัน
“ค่ะ... ได้ค่ะ”
อิงดาวตอบรับเสียงเบาก่อนที่ปลายสายจะตัดไป แฝดคนพี่โทรมาบอว่าเขาอยากจะเปลี่ยนลุคใหม่ จึงออกคำสั่งให้เธอรีบจัดหาคอนแทกเลนส์ไปประเคนให้ด่วนที่สุด
คนหน้าหวานใช้เวลาในช่วงพักกลางวันรวมไปถึงคาบบ่ายที่ไม่มีเรียน วิ่งวหาร้านแว่นตาชั้นนำเพื่อเลือกซื้อคอนแทกเลนส์ยี่ห้อที่ดีที่สุด หลังจากได้ของตามบัญชา ร่างบอบบางก็รีบหอบหิ้วมันตรงดิ่งไปยังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์อันเป็นถิ่นของเสือร้ายทันที
“นี่ค่ะคุณเรย์... คอนแทกเลนส์ที่คุณสั่งไว้”
“ขอบใจมาก”
มือน้อยยื่นกล่องเลนส์ส่งให้คนตัวโตกว่าด้วยท่าทีขลาดกลัว อิงดาวมักจะมีอาการสั่นอยู่เสมอเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ลำพัง เพราะเรย์ชอบดุเธอ ชอบใช้อำนาจเผด็จการและมักจะทำสีหน้าบึ้งตึงไม่พอใจใส่อยู่เป็นนิจ ผิดไปจากฝาแฝดผู้น้องอย่างรอยส์ที่เวลาอยู่ด้วยแล้วชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเองมากกว่าเยอะ
คนพี่นี่ให้ความรู้สึกกดดันราวกับเจ้านายกับบ่าวยังไงก็ไม่รู้
เมื่อคิดได้ดังนั้นกวางน้อยก็ไม่อยากจะอยู่นาน คนตัวเล็กยื่นของให้เสร็จสรรพก็เตรียมจะหมุนตัวก้าวขาเดินชิ่งหนีออกมาทันที
“นี่... ถ้าฉันใส่ไอ้เจ้านี่แล้ว มันจะดูดีแน่นะ?”
มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามพลางปรายสายตามองกล่องในมือ สลับกับช้อนสายตาขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของคนตรงหน้าอย่างคาดคั้น เอาจริงขีดความมั่นใจระดับเขามันเต็มร้อยอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมถึงเกิดนึกอยากฟังความเห็นจากปากยัยเด็กเอ็นฯ คนนี้ขึ้นมาเสียดื้อๆ
“แน่นอนสิคะ... หน้าตาอย่างคุณเรย์ ใส่อะไรหรือแต่งตัวแบบไหนก็ต้องดูดีอยู่แล้วค่ะ ของสิ่งนี้ต้องเข้ากับคุณมากแน่ๆ”
คำเยินยอซื่อๆ ที่หลุดออกมาจากกลีบปากอิ่มทำเอาคนฟังถึงกับชะงักนิ่งไปชั่วครู่... สำหรับทายาทมาเฟียผู้เพียบพร้อมอย่างเขา มีคนเอ่ยปากชื่นชมยกยอจนมันกลายเป็นเรื่องปกติ น่าแปลกนัก... พอประโยคชื่นชมเหล่านั้นหลุดออกมาจากปากของยัยกวางน้อยตรงหน้า หัวใจแกร่งที่เคยด้านชาของเรย์กลับเกิดอาการสั่นไหวขึ้นมาดื้อๆ
“แกสนิทกับสองพี่น้องแฝดนรกนั่นเหรออิง”
‘แคนดี้’ เพื่อนสนิทเอ่ยถามคนร่างบางในชุดนักศึกษาพลางหรี่ตาจับผิด ยามที่พากันเดินออกมาจากตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ อิงดาวช่างมีเสน่ห์ชวนหลงใหลลึกล้ำ และดึงดูดสายตาของหนุ่มๆ ในคณะให้พากันเหลียวหลังมองเป็นตาเดียว
“เปล่าสักหน่อย... ก็รู้จักแต่ไม่ได้สนิทกันหรอก ก็อย่างที่แกเห็นนั่นแหละ พวกเขาแค่มาขอยืมชีทเรียนจิตวิทยากับฉันไปอ่านสอบเฉยๆ”
“งั้นเหรอแกร๊... แต่สายตาที่หมอนั่นใช้มองแกเมื่อกี้ มันเหมือนมองเนื้อหวานๆ ที่อยากจะจับกินเข้าไปทั้งตัวยังไงอย่างนั้นเลยนะ!” แคนดี้พูดพร้อมกับวาดมือทำท่าทางงับอากาศประกอบได้น่ารักน่าเอ็นดู จนอิงดาวอดที่จะหลุดขำตามไม่ได้
“ไม่หรอก คิดมากไปเองเถอะน่า”
อิงดาวยิ้มน้อยๆ ทว่าภายในใจกลับเริ่มแกว่งไกว เพราะลึกๆ แล้วตัวเธอเองก็ยังไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าคุณชายเรย์มองตนเองด้วยความรู้สึกแบบไหน วันๆ ชายหนุ่มก็เรียกขานเธอด้วยสรรพนามจิกหัวอย่าง ‘ยัยเด็กเอ็นฯ’ อยู่แบบนั้น แถมยังชอบทำหน้าตึง ชอบดุ ชอบออกคำสั่งไม่เว้นวัน และที่สำคัญ... เธอยังไม่ได้บอกแคนดี้เลยว่าย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ในคอนโดหรูของสองพี่น้องนั่นแล้ว เพราะไม่อยากให้เพื่อนสนิทต้องรู้สึกผิดหรือคิดมากที่ไม่ได้ให้เธอไปพักด้วยในคืนวันนั้น
23.00 น.
ค่ำคืนอันเงียบสงัด ช่วงชีวิตหลายวันที่ผ่านมาของอิงดาวเป็นไปด้วยความราบรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ สองแฝดนรกไม่ค่อยแวะเวียนมานอนที่คอนโดแห่งนี้จริงๆ อย่างที่ลั่นวาจาไว้
คนตัวเล็กก็เตรียมตัวเข้านอนหลังจากจัดแจงเคลียร์งานสอนพิเศษและสรุปเนื้อหาบทเรียนเสร็จสิ้นหมดแล้ว
มือน้อยเอื้อมไปหยิบรีโมตทัศน์เพื่อกดปิดหน้าจอทีวีเตรียมตัวดับไฟเข้านอน ร่างบางในชุดนอนผ้าซาตินสีนุ่มลื่น กางเกงขาสั้นเหนือเข่าขับคู่กับเสื้อนอนมีกระดุมตัวบางเบา ยิ่งส่งผลให้ผิวขาวละมุนเนียนละเอียดของอิงดาวล้อแสงไฟจากโคมไฟระย้าในคอนโดหรู ค่ำคืนนี้อิงดาวไม่ได้สวมบราเซียเซฟตัวเองเอาไว้ เพราะคิดเอาเองว่าอยู่ตัวคนเดียว การปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบนี้ทำให้เธอนอนหลับสบายและอึดอัดน้อยกว่าเป็นไหนๆ
คนหน้าสวยไม่ได้มีความระแวดระวังในการแต่งเนื้อแต่งตัวแม้แต่น้อย เพราะเชื่อว่ายังไงคืนนี้สองแฝดมาเฟียก็คงติดพันอยู่ที่สนามแข่งรถ ไม่กลับมาแน่ๆ
ทว่าคนเรือนผมสีน้ำตาลกลับคาดการณ์ผิดมหันต์...
ประตูเพนต์เฮาส์ถูกเปิดออกกว้างพอดีกับจังหวะที่ร่างบางกำลังหยัดกายลุกขึ้นจากโซฟา อิงดาวตกใจจนหน้าถอดสีเมื่อเห็นแฝดคนพี่ก้าวฉับๆ เข้ามาในเวลานี้ สีหน้าท่าทางของเขากระด้างและดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ดวงตาคู่คมกริบที่แฝงแววดุดันเพ่งมองคนในชุดนอนผ้าซาตินบางเบาตาไม่กะพริบ
เรือนร่างบอบบางน่าทะนุถนอมของคนเรือนผมสีน้ำตาลถูกขับเน้นด้วยเนื้อผ้าพลิ้วไหวลื่นมือ มันโอบรัดเน้นย้ำส่วนเว้าส่วนโค้งอวบอิ่มของร่างกายอย่างเย้ายวนใจโดยไม่ตั้งใจ ผิวเนียนละเอียดขาวจัดของหญิงสาวเปล่งประกายผุดผ่องล้อแสงไฟสลัวในที่มืด ทำเอาทายาทมาเฟียผู้เคร่งขรึมถึงกับก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นรัวแรง
ทว่าเขาก็ยังคงแสร้งทำเป็นเก็บอาการได้เป็นอย่างดีตามนิสัย
“มะ...มีอะไรหรือเปล่าคะคุณเรย์? เออ...คือฉันคิดว่าคุณจะไม่กลับมาที่นี่วันนี้ซะอีกค่ะ”
อิงดาวเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก พลางขยับขาเตรียมจะเดินเลี่ยงไปหาผ้าห่มหรือเสื้อคลุมมาบดบังร่างกาย เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าชุดนอนที่สวมใส่อยู่มันบางเฉียบมาก บางจนแทบจะเห็นยอดอกอวบอิ่มชูชันดันเนื้อผ้าลื่นๆ ออกมาอย่างโจ่งแจ้ง และในวินาทีนี้เธอก็รู้ตัวดีว่ากำลังโดนสายตาคุกคามของแฝดพี่บ้าอำนาจจ้องมองอย่างทะลุปรุโปร่ง
“มีข่าวดีกับข่าวร้ายมาบอก... เธออยากจะฟังข่าวไหนก่อน?”
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวอิงดาวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ฝ่ายที่กำลังจะเดินไปหาอะไรมาคลุมตัวต้องชะงักกึก อิงดาวไม่กล้าสบสายตาดุดันคาดเดายากคู่นั้น จึงรีบหลุบสายตาต่ำลงมองแผงอกแกร่งของเขาแทนทันที
“ขะ...ข่าวดีก็ได้ค่ะ”
คนเรือนผมสีน้ำตาลตอบเสียงสั่น ท่าทางหวาดกลัวลนลานคล้ายลูกนกในกำมือทำเอามาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกอยากรังแก
“ข่าวดีคือ... ไอ้รอยส์มันชนะการแข่งรถคืนนี้”
“หืม... งั้นก็ดีใจด้วยนะค... อึก!”
คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นตั้งใจจะเอ่ยปากแสดงความยินดี ทว่ากลับต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของแฝดพี่โน้มต่ำลงมาจนชิด ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งมาที่ริมฝีปากอิ่มบางของเธออย่างไม่วางตา ใบหน้าสวยพยายามจะเบือนหนีด้วยความขัดเขิน ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับรู้ทัน มือหนาเอื้อมมาหมับจับตรึงคางมนเอาไว้แน่น บังคับไม่ให้เธอหันมองทางอื่น ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูดเสียงเซ็งๆ ว่า
“ส่วนข่าวร้ายก็คือ... ฉันแพ้คอนแท็กเลนส์ที่เธอหามาให้น่ะสิ ดูสิ... ตาฉันแดงเถือกหมดแล้ว”
เรย์พูดพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของอิงดาวในระยะประชิด คนงามจ้องตอบกลับไปตาแป๋ว เธอไม่ได้จ้องเพราะนึกพิศวาสอะไรในตัวเขา แต่จ้องเพราะกำลังรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้เขาเจ็บตัว
และใช่... พอกระทบแสงไฟ ดวงตาคู่ดุดันของแฝดพี่มันกำลังขึ้นสีแดงก่ำเพราะอาการระคายเคืองจริงๆ ซะด้วย
“ตาแดงจริงๆ ด้วยค่ะ... แย่แล้ว อึก...ฉันจะทำยังไงดี?”
อิงดาวเริ่มทำตัวไม่ถูก ตามปกติแล้วถ้าเธอทำอะไรไม่ถูกใจขึ้นมาเมื่อไหร่ คุณชายเรย์คนพี่มักจะดุอยู่เสมอ ผิดกับรอยส์แฝดคนน้องที่เป็นคนสบายๆ เห็นแบบนั้นเขาน่ะคอยตามใจและพูดจาหวานหูใส่เธอตลอด
“ตอนนี้ฉันแสบตามาก... และเธอต้องเป็นคนรับผิดชอบ”
คนเอาแต่ใจเอ่ยเสียงดุติดจะหงุดหงิด ทว่าฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นมาสบตานั้น มันช่างอ่อนโยนสวนทางกับน้ำเสียงยิ่งนัก เคมีแปลกประหลาดนี้ทำให้อิงดาวแทบจะลืมหายใจ
“แว่นตาฉันอยู่ไหน? ไปหามาให้ฉันทีสิ”
เขาสั่งพร้อมกับจ้องหน้าหวานครู่หนึ่ง ก่อนจะผละฝ่ามือออกแล้วหมุนตัวเดินดุ่มๆ เข้าห้องน้ำไปเพื่อที่จะถอดเจ้าคอนแทกเลนส์ตัวปัญหาออกทันที
“ไอ้รอยส์มันหนีไปฉลองถ้วยรางวัลต่อแล้ว แต่ฉันต้องมานั่งแสบตาอยู่นี่... แม่งเอ๊ย”
กระแสเสียงทุ้มบ่นระคนตะโกนแว่วออกมาจากห้องน้ำ ยิ่งทำให้คนงามที่กำลังลนลานเป็นทุนเดิมสั่นไปใหญ่ ในหัวสมองคิดไปแล้วว่า ถ้าเกิดดวงตาอันมีค่าของทายาทมาเฟียเป็นอะไรขึ้นมาเพราะเธอ มีหวังหนูอิงดาวคนนี้คงได้ชดใช้ด้วยการไปนอนคุยกับรากมะม่วงเป็นแน่
“ขะ...ขอโทษค่ะคุณเรย์ อิงไม่รู้จริงๆ ว่าคุณจะแพ้ยี่ห้อนี้”
อิงดาวละล่ำละลักบอกพลางรีบเดินไปหยิบแว่นสายตาที่คุ้นเคยมาถือไว้ลนลาน ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กยื่นส่งให้คนตัวโตด้วยมือน้อยที่สั่นเทา
ทายาทมาเฟียคนพี่รับผ้ามาซับหน้า ทว่าดวงตาคมกริบกลับจ้องมองคนเรือนผมสีน้ำตาลนุ่มสลวยไม่กะพริบตา ก็แน่ละสิ... ในระยะประชิดขนาดนี้ ชุดนอนผ้าซาตินมันบางจนแทบจะมองเห็นไปถึงไหนต่อไหน ทว่าคนถูกมองกลับยังคงใสซื่อ คิดว่าที่เรย์จ้องเขม็งขนาดนี้เป็นเพราะเขากำลังโกรธเธออยู่
อิงดาวรีบยื่นแว่นตาคู่ใจส่งให้อีกฝ่ายทันที
“ใส่ให้ฉันสิ... บอกแล้วไงว่าเธอต้องรับผิดชอบ และต้องทำตามคำสั่งของฉัน ทุกๆ เรื่อง”
คนตัวเล็กกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะพยักหน้ายอมรับคำเบาๆ ขยับสืบเท้าเข้าไปใกล้แผงอกแกร่งอีกคืบ มือน้อยค่อยๆ ถ่างขาแว่นตาราคาแพงออก ก่อนจะสวมมันคืนเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาให้คนเอาแต่ใจอย่างเบามือ
ลมหายใจอุ่นร้อนของเรย์เป่ารดอยู่ตรงหน้าผากมน ยิ่งขับเน้นให้อารมณ์ดิบในห้องน้ำวันวานเริ่มหวลคืนมาตอกย้ำความรู้สึกของคนทั้งคู่อีกครั้ง
“นี่... คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่นะ ขับรถไปนอนที่อื่นไม่ไหวแล้ว เคืองตาฉิบหาย”
ชายหนุ่มเอ่ยปากในขณะที่อิงดาวเดินไปรื้อหาเสื้อยืดมาให้เขาเปลี่ยน
“ที่นี่เป็นคอนโดของคุณเรย์นี่คะ คุณจะนอนตอนไหนก็ได้อยู่แล้ว ไม่เห็นต้องขออนุญาตจากอิงเลยค่ะ”
คนเรือนผมสีน้ำตาลท้วงขึ้นด้วยแววตาใสซื่อ ก่อนจะสืบเท้าเดินเข้าไปใกล้คนที่นั่งอ้าขาชูแขนสองข้างรอให้ถอดเสื้อเชิ้ตออกให้ราวกับเป็นเด็กสองขวบ อิงดาวเอื้อมมือไปช่วยถอดให้ตามหน้าที่ แต่ทันทีที่เนื้อผ้าหลุดพ้นจากช่วงไหล่หนา เธอก็เริ่มตระหนักได้ว่า... เธอพลาดท่าเสียแล้ว!
ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นรัวผิดจังหวะยามต้องเผชิญหน้ากับแผงอกแกร่งกำยำในระยะประชิด มัดกล้ามเนื้อตึงแน่น ลอนซิกแพ็กเรียงตัวสวย อีกทั้งกลิ่นกายหอมละมุนอ่อนๆ ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ชั้นดี ดวงตาคู่งามรีบหลุบต่ำลงมองพื้นทันควันเพื่อเก็บซ่อนอาการเนื้อเต้น
ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับตาไวเห็นอาการใจสั่นของคนหน้าสวยเข้าเต็มเปา เรย์ลอบยิ้มร้ายที่มุมปาก ก่อนจะตลบฝ่ามือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่ว รวบตัวคนเรือนผมสีน้ำตาลดึงรั้งให้ลงมานั่งชันซ้อนบนตักแกร่งของเขาอย่างรวดเร็ว
“ฉันไม่ได้บอกเพื่อจะขออนุญาตเธอ... ที่บอกว่าจะนอนที่นี่ เพราะฉันจะให้เธอนอนกับฉันต่างหาก”
อึก...
“นอน?” อิงดาวทวนคำเสียงสั่นพร่า นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามที่สะโพกมนสัมผัสได้ถึงความแข็งขืนเบื้องล่างที่เริ่มดุนดันรอยแยกกึ่งกลางกายของเธอผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา
“ใช่... นอนด้วยกันทั้งคืนจนถึงเช้า” แฝดพี่เอ่ยย้ำชิดพวงแก้มใส
“คือว่า... อิง...”
“และแน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่การนอนกอดหรือนอนจับมือกันโง่ๆ หรอกนะ... แต่พวกเราจะทำมากกว่าจับมือ และฉันจะทำมากกว่าคืนก่อนหน้านั้นด้วย”
“ตะ...แต่ว่าคุณเรย์คะ อิงไม่ได้...”
“เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธฉัน อิงดาว”
น้ำเสียงทุ้มต่ำตวัดสั่งเด็ดขาดพลางใช้นิ้วเรียวเชยคางมนให้สบสายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่น
“เธอเป็นต้นเหตุทำให้ฉันแสบตาเจ็บตาจนขับรถออกไปไหนไม่ได้ ต้องนอนอยู่ที่นี่... และโดยปกติแล้วฉันเป็นคนนอนคนเดียวไม่ได้ เพราะฉะนั้นเธอต้องมาทำหน้าที่ ‘อุ่นเตียง’ ให้ฉันคืนนี้ ยอมรับชะตากรรมซะเถอะ”
TBC...
บทส่งท้ายวันเวลาผันผ่านไปพร้อมกับความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสามคนที่นับวันยิ่งแน่นแฟ้นและเปิดเผยมากขึ้น แคนดี้เพื่อนสนิทของอิงดาวกลายมาเป็นแขกประจำของเพนต์เฮาส์หรู คอยทำหน้าที่เป็นทั้งไม้กันหมาและผู้สังเกตการณ์ความคลั่งรักของสองแฝดมาเฟียอย่างนึกหมั่นไส้ โดยมีข้อตกลงลับ ๆ เรื่องการเฟ้นหาหนุ่มหล่อโปรไฟล์เลิศที่สองแฝดต้องคอยส่งมาบรรณาการให้อยู่เนือง ๆ เพื่อเป็นค่าปิดปากและค่าความดีความชอบณ ระเบียงกว้างของเพนต์เฮาส์หรูที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพแสงสีของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนได้อย่างสุดลูกหูลูกตา อิงดาวในชุดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งยืนทอดสายตามองท้องฟ้าอย่างมีความสุข ก่อนที่อ้อมแขนแกร่งอันคุ้นเคยสองคู่จะขยับเข้ามากอดประสานซ้อนทับจากทางด้านหลังเรย์กดจูบลงบนลาดไหล่บางแผ่วเบา ขณะที่รอยส์เกยคางลงกับบ่ามนพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับกลัวว่ากวางน้อยตัวนี้จะอันตรธานหายไป"คิดอะไรอยู่ครับอิงดาว?" เรย์เอ่ยถามเสียงทุ้มพร่า"คิดเรื่องเก่า ๆ น่ะค่ะ... ไม่คิดเลยว่าจากผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง จะต้องมาติดกับดักพันธนาการของมาเฟียเจ้าอารมณ์พร้อมกันทีเดียวถึงสองคน" อิงดาวหัวเราะคิกคักพลางเอียงหน้าหลบไรหนวดของรอยส
Chapter 32เปิดตัวกับคุณแม่ค่ำคืนอันแสนสงบสุขภายในเพนต์เฮาส์หรู อิงดาวนั่งพิงแผ่นอกกว้างของเรย์อยู่บนโซฟาตัวยาว โดยมีรอยส์นอนหนุนตักเล็กลากไล้ปลายนิ้ววนเวียนอยู่แถวสะโพกมนอย่างออเซาะ สายตาของทั้งสามจับจ้องไปยังหน้าจอทีวีขนาดใหญ่ที่กำลังฉายซีรีส์เกาหลีแนวครอบครัวอบอุ่นหัวใจจู่ ๆ อิงดาวก็เปรยขึ้นมาลอย ๆ ท่ามกลางความเงียบ “จริงด้วยสิคะ พวกคุณว่าอิงควรจะบอกเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราให้คุณแม่ที่อยู่เกาหลีรับรู้ได้หรือยังคะ?”ขวับ!ราวกับมีปุ่มสั่งการอัตโนมัติ ฝาแฝดมาเฟียสะดุ้งพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เรย์ที่กำลังเคลิ้ม ๆ ถึงกับเบิกตากว้าง ส่วนรอยส์ก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงในพริบตา“เธอว่าไงนะอิงดาว? จะบอกเรื่องพวกฉันให้คุณแม่ยายฟังงั้นเหรอครับ?” รอยส์ถามเสียงหลง นัยน์ตาคู่คมวูบไหวด้วยความตื่นตระหนกแกมตื่นเต้น“ค่ะ ก็เราคบกันจริงจังแล้วนี่นา อิงเลยคิดว่าจะขอโทรไปบอกเรื่องนี้กับแม่เอง…”“ไม่ได้เด็ดขาด!” เรย์ขัดขึ้นมาเสียงเข้มทันควันจนอิงดาวสะดุ้ง ชายหนุ่มรีบปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงพลางกุมมือน้อยขึ้นมาบีบเบา ๆ “หมายถึง… จะบอกเรื่องสำคัญระดับนี้ทางโทรศัพท์มันไม่ดีหรอกครับอิงดาว มันดูไม่ให้เ
Chapter 31เรียกใครว่าที่รักแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านผืนหนาเข้ามาด้านในเพนต์เฮาส์หรู อิงดาวขยับเปลือกตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเอื่อยเฉื่อย ร่างกายนุ่มนิ่มยังคงมีความอ่อนเพลียหลงเหลืออยู่บ้างจากบทลงทัณฑ์อันยาวนานเมื่อคืนวาน หญิงสาวลุกขึ้นจัดการอาบน้ำแต่งตัวในชุดลำลองสบาย ๆ ก่อนจะก้าวขาเรียวเดินนวยนาดออกมายังโซนห้องครัวภาพตรงหน้าคือรอยส์ที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบาย ๆ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีแก้วกาแฟอุ่น ๆ ชงเผื่อไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้วอย่างรู้ใจ“ตื่นแล้วเหรอครับคนดี มารับคาเฟอีนหน่อยเร็ว ฉันชงเผื่อไว้ให้แล้ว” แฝดน้องคลี่ยิ้มหวานเอ่ยทักทายเสียงใส“ขอบคุณค่ะ…” อิงดาวอมยิ้มรับแก้วกาแฟมาถือไว้พลางสอดส่ายสายตามองหาใครอีกคน “แล้ว… คุณเรย์ล่ะคะไปไหนแล้ว”“ไอ้เรย์มันออกไปซื้อของข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่แล้วครับ”ยังไม่ทันที่รอยส์จะบ่นจบประโยค เสียงสัญญาณบานประตูดิจิทัลประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของแฝดผู้พี่ ร่างสูงแกร่งของเรย์สับเท้าฉับ ๆ เข้ามาในห้องครัว ทันทีที่เห็นร่างอรชรยืนอยู่ ชายหนุ่มก็ถลาเข้าไปสวมกอดหมับเข้าที่เอวบางจากทางด้านหลังพลางกดจูบหนัก ๆ ลงบ
Chapter 30ชดใช้ทั้งชีวิต“อ๊ะ! อย่ากัดสิคะ…”สองริมฝีปากร้อนผ่าวระดมไล้เลียไปตามเนื้อผิวขาวนวลด้วยความหวงแหนขั้นสุด รอยรักสีแดงจุดแล้วจุดเล่า ทั้งยังมีรอยฟันจาง ๆ ในบางแห่ง ปรากฏเด่นชัดขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามลากผ่านของสองหนุ่มหน้าเหมือน ยอดปทุมถันชูชันถูกขบเม้มบดขยี้คนละข้างอย่างไม่มีใครยอมน้อยหน้า ผลเลยตกมาอยู่ที่คนงามที่ต้องนอนแอ่นกายรับความเสียวซ่านรุนแรงพร้อมกันสองฝั่ง“เรือนร่างตรงนี้เป็นสิทธิ์ขาดของพวกฉันสองคนเท่านั้น เพราะฉะนั้นเธอไม่มีสิทธิ์ให้ใครหน้าไหนมาสัมผัส หรือแม้แต่จะได้เห็นทั้งนั้น”คนขี้โมโหอย่างเรย์เอ่ยเสียงพร่าชิดกกหู ก่อนจะเริ่มส่งปลายนิ้วร้ายสอดแทรกลึกเข้าไปในช่องทางหวานฉ่ำ และมันไม่ใช่แค่หนึ่งนิ้วเท่านั้น... เพราะรอยส์เองที่อยากร่วมลงทัณฑ์เด็กดื้อคนนี้ ก็จงใจสอดปลายนิ้วเข้าเบียดเสียดแทรกพิกัดเดียวกับพี่ชายด้วยเช่นกัน“ทำไมทั้งสองคนถึงได้… เอาแต่ใจกันนัก… อื้อออ” แม้ปากจะเอ่ยต่อว่าตัดพ้อ แต่ร่างกายของอิงดาวกลับตอบสนองคู่แฝดมาเฟียได้เป็นอย่างดี โพรงเนื้ออุ่นระอุขยับตอดรัดการรุกรานจากสองนิ้วแกร่งถี่รัว ทั้งสะโพกกลมกลึงน่าขย้ำยังขยับร่อนสู้ฝ่ามืออย่างรู้งาน ตามแรงอารมณ์
Chapter 29อิงดาวมีคนอื่น?“ไอ้เรย์ อิงดาวล่ะ?”รอยส์ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยเอ่ยถามพี่ชายเมื่อไม่เห็นคนตัวเล็ก ทั้งที่ปกติเธอจะตื่นก่อนเพื่อมาเตรียมมื้อเช้าให้เสมอ“ไม่เห็นว่ะ ยังไม่ตื่นมั้ง” เรย์ตอบปัด ๆทว่าเมื่อพากันเดินไปเรียกที่ห้องกลับไร้เสียงตอบรับ จึงเข้าใจว่าเธอคงล่วงหน้าไปมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ความรู้สึกหน่วงลึกกลับเริ่มก่อตัวขึ้น ยามที่หลังจากนั้นอิงดาวเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ตอนแรกสองแฝดคิดว่าเธอแค่งอนประสาผู้หญิงพอถามเธอก็ไม่บอกว่าเป็นอะไร เลยปล่อยเวลาให้ผ่านไปสักพัก หวังว่าเธอจะดีขึ้นแต่ไม่เลย เพราะนอกจากจะแอบหนีออกมาก่อนแล้ว บัดนี้เธอยังเมินเฉยทำราวกับพวกเขาเป็นธาตุอากาศ“อิง…”เสียงของรอยส์สะดุดกึกในลำคอ ยามเห็นภาพบาดตาตรงหน้า ความปวดหนึบปนโกรธขึ้งแล่นริ้วจนก้าวขาไม่ออก ทว่าคนใจร้อนอย่างเรย์กลับสับเท้าฉับ ๆ ตรงดิ่งไปยังคนงามที่กำลังนั่งหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่งทันที โดยมีแฝดน้องสาวเท้าตามติด“อิงดาว” เรย์กดเสียงต่ำเรียก ทว่าเจ้าของชื่อกลับช้อนตาขึ้นมองเพียงนิด ก่อนจะสะบัดหน้าหนีหันไปหาชายแปลกหน้าข้างกายแทน“เดี๋ยวเราไปคุยกันต่อเงียบ ๆ ที่อื่นดีกว่าค่ะ
Chapter 28เคลียร์ใจหลังจากเรื่องร้าย ๆ ผ่านพ้นไปด้วยดี เรย์และรอยส์ก็ตัดสินใจย้ายสำมะโนครัวเข้ามาอยู่ในคอนโดหรูอย่างเต็มตัว ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งคู่จะชอบหาเรื่องเนียนมานอนค้างอ้างแรมอยู่บ่อย ๆ แล้วก็ตาม“เปิดตาได้หรือยังคะ นานแล้วนะเนี่ย”อิงดาวเอ่ยเย้าเสียงหวานเมื่อวันนี้โดนฝาแฝดมาเฟียจับใช้ผ้าผูกปิดตา แล้วจูงมือพาเดินเข้ามาในห้องพักท่ามกลางความแปลกใจ เพราะเธอก็จดจำได้ดีว่ามันคือคอนโดที่เดิมตำแหน่งเดิม ทว่าเมื่อผ้าปิดตาถูกแกะออก หญิงสาวก็พลันได้คำตอบทันที เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏร่องรอยการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ใหม่ยกชุด แถมยังมีการเพิ่มข้าวของบางชิ้นเข้ามาเสริมทัพ โดยเฉพาะ ‘โซฟาคู่รัก’ ดีไซน์โค้งเว้าแปลกตาสำหรับทำกิจกรรมรักโลดโผนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง“นี่พวกคุณเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเลยเหรอคะ สวยจัง”คนถูกถามยืดอกทำหน้าตาภาคภูมิใจในผลงานกันยกใหญ่“พวกเราสองคนช่วยกันเลือกเองกับมือเลยนะอิงดาว คิดไว้แล้วว่าเธอต้องชอบแน่ ๆ” รอยส์เอ่ยน้ำเสียงภูมิอกภูมิใจสุด ๆ“โธ่ ไม่เห็นต้องสิ้นเปลืองเงินทองเพิ่มเลยค่ะ อิงอยู่ได้สบายมาก เท่าที่มีก่อนหน้านี้มันก็ดีมากอยู่แล้ว”คนงามขี้เกรงใจเอ่ยทักท้วงเสีย






![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
