Share

12 คำตักเตือน

last update Last Updated: 2026-01-04 16:17:18

‘เผ่าพันธุ์ปีศาจยิ่งใหญ่ มีศักดิ์ศรี เจ้าอย่าได้ทำเรื่องเสื่อมเสียต่อตระกูลเหมยเตี๋ยเป็นอันขาด…’

คำสั่งของมารดาวนเวียนอยู่ในหัว ร่างบางในอาภรณ์สีนิลนั่งนิ่งคิดในเรือนไม้กว้างขวางโอ่อ่า บนตั่งนั่งสลักลายเมฆา ถัดไปนั้นเป็นเตียงนอนทำจากไม้สลักลวดลายภูผาและท้องนที เรือนนี้บรรจงวิจิตรต่างจากตอนนางมาอยู่ใหม่ ๆ เป็นเพียงหอนอนเล็กแคบในเรือนใต้

นีเทียนต้าเซินสร้างสถานที่พำนักอาศัยสวยงามรายล้อมด้วยสวนพฤกษาให้นาง เขายังมอบสมบัติมีค่าให้นาง หากว่านางยืดอายุขัยยมทูตได้มากกว่าที่เขาเอ่ยขอ

ในห้วงนครอันไร้ซึ่งเวลา หาได้รู้ไม่ว่าเนิ่นนานเท่าไร นางให้ความร่วมมือช่วยเหลือเทพมรณา นางแสนภาคภูมิใจ นางเข้าไปในตำราแห่งความตายเพื่อสู้รบกับมันอย่างไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค นางกลิ้งหลุน ๆ ออกมาในสภาพบาดเจ็บบนพื้นไม้เป็นเงามัน โผบินเข้ากรงเหล็กเหนือผ้าคาดเอว รอเทพมรณาควบขี่อาชากระดูกพานางไปหาต้นไม้วิญญาณหลายแห่ง ทั้งในเทวโลกและภพภูมิปีศาจ นางชื่นชมเจ้าอาชาแห่งความมืด สรรเสริญพลังเทพว่ายิ่งใหญ่เกินใคร

คราวก่อนนางได้พบเทพแห่งสายน้ำ ไม่ทันทักทายด้วยอัธยาศัย นีเทียนต้าเซินพานางกลับเรือนเสียก่อน หลังจากนั้นนางคงได้มีบทสนทนาเรื่องมิตรสหายเทพ...

สองพันปีที่แล้วนางไปถึงเทวโลก ระหว่างทางบังเอิญพบเข้ากับเทพปักษา พ่ายแพ้ย่อยยับกลับเรือนใต้พร้อมพี่สาวทั้งสอง นางถูกขังลืมในคุกใต้ดิน ด้วยเหตุผลเพียงว่านางไม่ปฏิบัติตนเหมือนพี่รองพี่ใหญ่ ไยศัตรูล้มลงบนพื้น นางรีบเข้าไปช่วยเหลือ ขอโทษขอโพยที่ทำให้พวกเขาบาดเจ็บ นางเสียมารยาทไปแล้ว นางต่อต้านปีศาจด้วยกันเอง นางเข้าข้างความดีและเทพสวรรค์ ไม่มีปีศาจตนไหนกระทำ นางถือเป็นผู้ทรยศหากฮู่โหมวไม่ออกตัวปกป้องนาง บอกกับผู้อาวุโสว่านางเป็นพวกเอาตัวรอดเก่ง

แต่เทพใดได้พบนางเข้าโดยบังเอิญ ล้วนเอ็นดูภูตผีเสื้อน้อย ‘ถิงถิง’ มากกว่าจะขนานนามว่านางปีศาจ นางเป็นความอัปยศของตระกูลเหมยเตี๋ย ต่อสู้แล้วพ่ายแพ้ยังไม่เท่าการศิโรราบต่อเทพ นางกลายเป็นจุดด่างพร้อยของตระกูล

‘ไม่ได้ ๆ ข้าญาติดีกับเทพ กับยมทูต! กลับเรือนใต้เมื่อไร ข้าตายแน่’

ถิงถิงสั่นศีรษะ ถอนหายใจประหวั่น นางรู้สึกตัวอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เทพมรณาขยับปลายนิ้ว ตาจ้องมองแผ่นหลังกว้างใต้อาภรณ์ลายเมฆาสีนิลนำทางนางไป ใต้ต้นไม้วิญญาณตกอยู่ใต้อิทธิพลของเหมันต์

“เจ้าคิดอะไรอยู่รึถิงถิง ข้าเรียกเจ้าตั้งนาน” เขาพูดกับนางด้วยแววตาที่อ่อนโยนลง ปีกสีม่วงอร่ามบินไปปรากฏบนต้นไม้สูงตระหง่าน

เรียวปากอิ่มงามสีชาดขบกัดผลไม้แดงฉ่ำดังกรุบ นางเลือกที่จะไม่ตอบคำถาม เมื่อนางไม่อยากโกหกว่านางไม่ได้คิดสิ่งใด

นีเทียนต้าเซินเฝ้ามองนางนั่งกัดผลไม้ลูกโตบนกิ่งไม้ใหญ่ พืชพรรณอุดมสมบูรณ์ ในตะกร้าของนางยังมีอีกหลายผล ท่าทางคร่ำเครียดจนหัวคิ้วเรียวงามชนเข้าหากัน ทั้งที่ปกติแล้วนางมักตื่นเต้นดีใจ ยิ่งการเดินทางข้ามภพภูมินั้นเป็นไปได้ยากสำหรับนาง พร่ำพรรณนาว่าเป็นหนี้บุญคุณแล้วที่ได้มาเยือนเทวโลก

“เจ้าจะไม่บอกข้าจริงหรือ? ปีศาจน้อย”

เขาเรียกนาง หน้าตาบึ้งตึงก้มมองเรือนผมดำขลับพลิ้วไหวงดงามประหนึ่งใบไม้ปลิวลู่ลม บุรุษเทพเกล้าผมไว้ครึ่งศีรษะประดับด้วยปิ่นหยกสีนิล

การมีกายทิพย์ทำให้นางหายใจออกมาเป็นไอควัน นางรู้สึกเหน็บหนาวไปถึงขั้วกระดูกจนต้องสวมอาภรณ์ที่ทำจากขนสัตว์ ต่างจากยมทูตที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว นัยน์ตาสีชาดเยือกเย็นไร้ความรู้สึกมองนางอย่างไม่ละวาง

“ท่านอยู่มานานเท่าไร?”

“ไม่เคยนับ”

“ท่านไม่รู้สึกเบื่อบ้างหรือ?”

“เจ้าคิดว่าข้าควรเบื่อไหม?”

ถิงถิงชะงักนิ่ง ลงจากกิ่งไม้มาบินวนเวียนอยู่รอบอาภรณ์สีนิลสง่า รอบกายล้อมด้วยหมอกหยินหยาง นางถือโอกาสสบมองคิ้วเข้มหนาที่โก่งเข้าหากันดั่งคันศร

“ข้าอายุห้าพันกว่าปี ได้พบปะปีศาจจิ้งจอก ปีศาจเผ่าพันธุ์อื่นและบุรุษเทพมาก็มากนัก หาได้เคยพานพบบุรุษรูปงามเท่านีเทียนต้าเซินไม่”

ผลไม้แดงสุกในมือหล่นตุบลงบนผืนหญ้า นางสบเข้ากับรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวของบุรุษรูปงามปานหยกสลัก บุรุษเทพ... ผู้ซึ่งนางมิอาจใฝ่ฝันอาจเอื้อม เขาเบือนหน้าหนีนางไป ไม่ยอมรับคำเยินยอ

“เจ้า... ทำอย่างไรให้ผลไม้แห่งวิญญาณยังมีชีวิตอยู่ได้ในเมืองมรณา?”

“ข้าไม่เข้าใจเรื่องที่ท่านพูด”

“นครมรณาไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตมาโดยตลอด เคยมียมทูตใหม่นึกสนุกนำผลไม้วิเศษกลับมาจากเทวโลก หลังไปรับดวงวิญญาณเทพท่านหนึ่ง ชั่วอึดใจเดียวก็แห้งเหี่ยวเฉาตาย สลายไปเป็นเถ้าถ่าน”

“ข้าไม่กล้าโกหกท่าน เพียงแต่...” นางคืนร่างเป็นสตรีในอาภรณ์ขาวสะอาดราวกับว่านางเป็นเทพธิดาสวรรค์ แต้มใบหน้ากลบตราปีศาจกลางหน้าผากด้วยผงแป้ง หากเคลือบริมฝีปากด้วยสีชาดเยี่ยงปีศาจ นางหลบเลี่ยงแววตาดุดันพลางว่า “ข้ามีความลับของข้า ในเมื่อท่านเองก็ไม่ได้บอกข้าทุกเรื่อง ท่านคิดจะลักพาตัวข้ามา ท่านก็พามา ท่านจิกหัวใช้ข้า...”

“อ้อ... ที่แท้เจ้ายังโกรธข้าเรื่องนั้น”

“ข้าเปล่า ข้าแค่เรียกร้องความสนใจกระมัง ข้าเห็นท่านออกจะงานยุ่ง”

“จริงของเจ้า ถิงถิง ดังนั้นเจ้าควรรีบกินผลไม้ของเจ้า เลิกชักชวนข้าเจรจามากเรื่องเสียที ข้าจะได้กลับไปทำงาน”

“ข้าก็รีบอยู่นี่ไง”

“ตามสบายเจ้าเถิด”

บุรุษเทพในอาภรณ์สีนิลสง่าเอามือไพล่หลัง เงยหน้าขึ้นมองปีกสีม่วงผีโผบินขึ้นไปบนต้นไม้สูงตระหง่าน เขายิ่งเร่งนางก็ยิ่งชักช้า นางจะแสร้งทำเป็นลืมนำอาหารกลับไปกักตุน เพราะว่าเขาเอาแต่เร่งนาง

“แล้วทำไมข้าไม่ดื่มด่ำรสชาติผลไม้วิญญาณหอมหวานถึงเพียงนี้ในเรือนยมทูต? เพราะว่าการมีเพื่อนคุยเวลาที่ข้ากินอาหารของข้า มันให้รสชาติดีกว่า” ท้ายประโยคนั้นนางโผบินลงมา อาภรณ์งดงามประหนึ่งสีสันของจื่อเถิงหลัว[1] เผยให้เห็นผิวขาวละเอียดเหนือเนินอกอวบอิ่มไปจนถึงลำคอเพรียวระหง ผ้าคลุมไหล่ทำจากขนจิ้งจอกถักทอด้วยเวทแห่งปีศาจปลิวไสวไปตามลม

“อันที่จริงข้าควรมีมิตรสหายมากมายในภพภูมิปีศาจ ข้าชอบที่จะช่วยเหลือพวกเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่เคยเห็นบุญคุณข้าสักครั้ง ปีศาจมีนิสัยเอาแต่ได้และเห็นแก่ตัวมาก ไม่เหมือนท่านเทพ ไยจึงมอบสิ่งของมีค่าให้ข้าด้วย”

--------

[1] 紫藤萝 Zǐténg luó ต้นวิสทีเรีย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   21 ปีศาจทรยศ

    กระดิ่งลางร้ายในเรือนใต้ที่สั่นดังทำให้มิอาจชะล่าใจ หลี่หวังหยางนัดแนะบรรดาปีศาจให้เล่นละครไปตามน้ำ ตบตากลุ่มควันหยินหยางซึ่งอาจปรากฏตัวอีกเมื่อใดก็ได้ ตามคาดการณ์ว่ายมทูตอาจกลับมา เมื่อศัตรูตายใจ จะได้ไม่เสียการใหญ่ ค่อยส่งสารแจ้งฝั่งจิ้งจอกเงินให้สลักอักษรไว้บนฝ่ามือว่า ‘忘’ ลืม หมายถึงเวทลบเลือนความจำของยมทูต“ที่ใดมีความตาย ที่นั่นมียมทูต พวกนั้นรวบรวมดวงวิญญาณมากมายไปเพื่ออะไร?”สีหน้าสงสัยแกมเจ้าเล่ห์ของปีศาจเฒ่าในร่างบุรุษรูปงามซักไซ้เอาความจริงจากร่างไร้สติสตรีในอาภรณ์สีชาดอยู่ในเงื้อมมือ เวทหยินห้อมล้อมรอบลำคอ ยามนี้จะบีบคั้นนางก็ตายเปล่า นางสูญสลายเป็นเถ้าควันได้ในพริบตาข้างกันนั้นเป็นพี่สาวทั้งสองนอนฟุบบนพื้นหญ้า ญาติผู้พี่อีกสาม บุรุษจิ้งจอกผู้ติดตามฮู่โหมวยังคงไม่ฟื้นจากแรงปะทะของเวทปีศาจราตรี การสะบัดพิษจากปีกของหลี่หวังหยางทำลายเวทหยินหยางใต้อักษร 忘 กลางหน้าผากจนแตกเป็นเสี่ยง ดวงตาสีอำพันเปิดเผยบนปีกสีนิลทั้งแปดคู่ หลังจากนั้นเรือนไม้ในงานวิวาห์กลายเป็นพื้นที่โล่งเปล่าเยียบเย็น“พวกมันใช้เวทลบเลือนความทรงจำ ส่งตัวเจ้าสาวกลับคืนสู่งานวิวาห์เช่นคืนที่ลักพาตัวเจ้าไป อื้ม.

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   20 จากลา

    ถิงถิงพร่ำพรอดกอดเทพมรณาหลังจากที่เขาไม่ขัดขืนนางอีก ฝ่ามือเย็นเฉียบของนางลูบไล้ผิวกายอุ่น ได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจครืดคราดผ่านใบหูไปไว ๆ เขาปิดตาลงบ่อยครั้งจนนางขมวดคิ้วสงสัย กว่าที่นางจะรับรู้ได้อีกคราจากสัมผัสของมืออุ่นร้อน กำลังลูบผ่านแผ่นหลังบางเนื้อกายของนางและเขาแนบชิดสนิทสนม ไอปีศาจห้อมล้อมทั้งสองเรือนกาย นางสารภาพต่อเขาว่านางมีความสุขมากมายเท่าไร“ความสุขอะไรของเจ้า ร่วมแรมปีในนครมรณา ใต้ต้นไม้วิญญาณ ในเรือนไม้ที่ข้ามานั่งทำงานเคียงข้างเจ้า ข้าเฝ้ามองเจ้า วัน ๆ เจ้าเอาแต่นอนเกียจคร้าน”“นานขนาดนั้นเชียวหรือ?”“อื้ม... ตอนข้าไม่อยู่ เจ้าไปเที่ยวเล่น ข้ามเทือกเขาไปก่อกวนยมทูตในหลายเขตแดน เจ้าทักทายพวกเขาทุกรุ่งอรุณ ยมทูตกลับมาจากการรวบรวมดวงวิญญาณ ไยเจ้ายืนกรานว่ามีความมืดมิดเป็นสหาย?”ปีศาจน้อยคลี่ยิ้ม กลอกแววตาซุกซน ยามหวนคิดถึงท่านลุงทั้งหลายท่ามกลางราตรีมืดมิดของเมืองมรณา กลุ่มเมฆาสีขาวสลับดำเป็นดวงกลมนับหลายหมื่นลอยละล่องในเวหา ไม่ไกลจากตัวนางซึ่งเป็นผีเสื้อตัวน้อยในวงยมทูตยมทูตมักปิดวาจา ไม่ใคร่สนทนา นอกเสียจากกับยมทูตด้วยกัน ท่านลุงค่อนข้างรำคาญนางเอามาก ๆ หากเห็นนางเดิ

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   19 บุรุษในใจ

    “ว่าง… อย่าเสียเวลาข้า ดวงวิญญาณมากมายเฝ้ารอเทพมรณา ข้าจำต้องออกไปรับดวงวิญญาณ นำทัพยมทูต…” นางพูดแทนเขา ขยับปลายนิ้วเรียวยาวหยิกจมูกโด่งเป็นสันคม เขาย่นจมูก พ่นลมหายใจสีชาดแลดูน่าสะพรึงกลัว นางมิได้หวั่นเกรงแม้แต่น้อย แถมยังต่อว่า “ข้าได้ยินจนเบื่อ เชื่อข้าเถอะ ถึงท่านไม่ทำงาน ยังมีเทพมรณาอีกตั้งสอง”“ทำงานได้เรื่องที่ไหน...”“ท่านไม่ควรดูแคลนผู้ใดในแดนมรณา แดนปีศาจ แดนเทพ แม้แต่มนุษย์ผู้ไร้ซึ่งพลัง พวกเขามีความคิดยิ่งใหญ่เกรียงไกร มีหัวใจกล้าหาญเสียสละ นีเทียนต้าเซิน ท่านรู้ไหม? ราชาแห่งสวรรค์ปกครองแดนเทพด้วยเมตตาธรรม ท่านอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ดูแคลนแม้กระทั่งปีศาจ”“เจ้าเคยพบเขาผู้นั้นหรือ? ข้าว่าเจ้าเพียงได้ยินมา ส่งสารผ่านปากต่อปาก เจ้ารู้จักคน แต่หารู้จักใจเขาไม่”ถิงถิงส่ายหน้า ค่อนขอดเทพผู้ผยองตน เขาหลุบตามองนาง หัวเราะชั่วร้าย นางกล่าวว่าแม่เฒ่าเล่าให้นางฟัง นางอดไม่ไหวต้องสั่งสอนเทพซะบ้าง“ท่านเงียบเสีย... จูบข้า”“เจ้า... อยากตายรึ?” เขาเข่นเขี้ยวขู่นาง ออกแรงขัดขืนการบังคับจากลมพัดไหวข้างใบหู ทว่าในห้วงนิทรานี้ไม่ว่านางสั่งอะไรก็จำต้องทำตาม“จูบข้า ที่หน้าผาก แก้ม ริมฝีปาก”นี

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   18 บุรุษในใจ

    นัยน์ตาเยียบเย็นสีชาดไม่ไหวติง แม้ปีศาจสาวจะพลิกฝ่ามือดึงเทพมรณาให้มานั่งจิบชาในฝั่งตรงกันข้าม บังคับเขาไปเสียทุกอย่างดั่งใจนาง เสกถ้วยชาและขนมหน้าตาน่ารับประทาน แป้งปั้นเป็นรูปดอกไม้ รูปภูตแมลงผีเสื้อ เต่าทอง วางเรียงรายในจานดินเผาบนโต๊ะเตี้ย ๆเมื่อตรึกตรองดูแล้วนีเทียนต้าเซินใช้พลังมากมหาศาลในการผนึกตำราสีชาด มันเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ตามคำตักเตือนของยมทูตอาวุโส ตอนนี้เขาไม่น่ามีพลังมากพอทำลายห้วงนิทราผีเสื้อใช่แล้วล่ะ... นอกเสียจากผนึกตำราไม่ได้ ร่างปลอมมาพบนางอย่างลับ ๆ ชั่วพริบตาเดียวก็หายไป กระจกเวทแปดเหลี่ยมนี้นางได้มาจากเขา เรียกของวิเศษมาให้นางเหมือนกระบี่ปีศาจเพียงนางเอ่ยขอ“ข้าเดาว่าท่านกำลังใช้ความคิด ไม่รู้ว่าในนิทราผีเสื้อสามารถทำงานของท่านได้หรือไม่?”“...”นีเทียนต้าเซินนั่งนิ่งขรึม มองนางรินชาอย่างกุลสตรีก่อนหน้านี้นางเปลี่ยนอาภรณ์เทพมรณาเป็นสีฟ้าคราม สีเขียวมรกต ปักปิ่นงดงามอย่างคุณชายในเมืองมนุษย์ เป็นสีขาวอย่างบุรุษเทพในเทวโลก เป็นสีนิลสนิทมีกรงเล็บปีศาจประหนึ่งจอมมาร นางเรียกเขาท่านจอมมารแล้วหัวเราะ นางเล่นสนุกกับการเปลี่ยนอาภรณ์ของเขาไปมาจนพลังหยินลอยละล่องเต็

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   17 กับดักปีศาจ

    ฝันไปเถอะ!นีเทียนต้าเซินหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน แทนที่จะลั่นวาจาเด็ดขาด ไม่มีทางรับดวงวิญญาณนางมาเป็นยมทูต ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ลิขิตชะตา เป็นเรื่องเหนืออำนาจการควบคุม ภพชาติหน้าของนางจะเกิดเป็นอะไรก็หาได้รู้ไม่ขณะนัยน์ตาสีชาดยังคงเพ่งมองท่าทีโอหัง หวังให้นางศิโรราบ เขายืนเอามือไพล่หลังข้างฟูกนาง“ลุกขึ้นมาทำงานของเจ้า ไหวหรือไม่?”“ข้าไม่ทำงานให้ท่านแล้ว ข้าจะไป... จากที่นี่”“เจ้าแน่ใจ?”“เจ้าค่ะ ท่านและข้า ขออย่าได้พบกันอีกเลย หากมิใช่ในปรภูมิ หวังว่าท่านจะไม่ลืมที่ลั่นวาจาเอาไว้ว่าข้าเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ”สีหน้าของผู้ขลาดกลัวบัดนี้เป็นคนละคน นางไม่อ่อนน้อมยอมตามอีกต่อไปนีเทียนต้าเซินเบิกเนตรสีชาด ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดประหลาดในอก ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อยมทูตตัดขาดจากห้วงความรู้สึกสิ้น อีกใจหนึ่งก็หวังให้นางเปลี่ยนคำพูดของนาง กลับพบเพียงลูกแก้วอำพันเปี่ยมล้นหยดน้ำตา นางยืนกรานว่าจะกลับเรือนใต้ เขากลั้นใจตอบนาง“ได้ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจดีแล้ว ข้าจะไปส่งเจ้า”-----------หัวใจปีศาจเคยสงบราวสายน้ำนิ่ง บัดนี้ไม่ต่างจากกระแสน้ำวน นางทั้งสับสน เสียใจ ไยเทพมรณาช่างไร้เย

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   16 โทษหนึ่งประการ

    ระหว่างที่นางลุกขึ้นไปเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ เจ้าร่างปลอมไม่เลิกตามนาง แถมทำหน้าตาขึงขังเจ้าเล่ห์ นางเกือบจะควักกระบี่ปีศาจออกมาฟาดฟันการต่อสู้อันไร้ประโยชน์หยุดลงในหัว เมื่อสิ่งของสำคัญอยู่ในเรือนใต้ทั้งหมด นางนั่งถอนหายใจบนฟูก ก่อนจะเบิกตากว้างมองกระบี่สีนิลปรากฏในมือเทพ ไม่รู้ว่าร่างปลอมเสกมันขึ้นมาได้อย่างไร เขาขยับฝีเท้าเข้ามาหานาง ส่งกระบี่สลักลายบุปผาให้นางกับมือ นางลุกขึ้นยิ้มดีใจ“กระบี่ปีศาจข้า... ท่านได้มายังไง?”ร่างปลอมยิ้มให้นางแทนคำตอบ นางพยายามถามเขาเท่าไรก็ยอมบอกนาง“ก็ได้ ข้าจะยอมตามใจท่านสักวัน ท่านตัวปลอม ขอโทษที่ข้าเสียมารยาท”ใบหน้าหล่อเหลาแลดูอ่อนโยนแม้กระทั่งในแววตา เขาชื่นชมนางพลางว่า ‘ดีแล้ว ดีมาก’ โน้มลงแตะริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียน นางสะดุ้ง ยกมือแปะหน้าผากเหมือนถูกของร้อน แก้มแดงระเรื่อไปถึงใบหู“ท่านทำอะไรน่ะ!?”“เจ้าชอบ”“ทะ... ท่านเป็นเพียงภาพลวงตา”“เหลวไหล เบื้องหน้าสายตาเจ้าเป็นเรื่องจริง มีอยู่จริง เจ้าเชื่อข้า”“ท่าน... เหมือนเขามาก ทั้งกายทิพย์... วิญญาณ ทั้งกลิ่นดอกปี่อั้น...”“เมื่อคืนข้านอนข้างหลังเจ้า... ใส่ยาบนปีกเจ้า...”ถิงถิงกลอกตาใช้ความคิด ตั้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status