Mag-log in“ฉันหาผู้อุปการะให้เธอ เขาเป็นเศรษฐี รวยเป็นหมื่นล้านเชียวนะเธอเอ๊ย”
มนสิชาได้ฟังสิ่งที่แม่เลี้ยงของเธอพูดออกมา ต่อมอารมณ์ของหญิงสาวพุ่งขึ้นทันที “นี่คุณจะเอาหนูไปขายเหรอ!!”
“อย่าพูดอย่างงั้นสิ ฉันอยากให้เธอสบายนะ” วิจิตราพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็นที่สุด เพราะตอนนี้มนสิชาเป็นเหมือนดั่งถุงเงินถุงทองของนาง
“หึ! หนูหรือคุณกันแน่ที่อยากสบาย คุณเห็นหนูเป็นอะไร ถึงเร่เอาไปขายให้คนอื่น หนูจะบอกคุณให้นะ หนูยอมแลกแรงกาย ดีกว่าเอาตัวเข้าแลกกับเศษเงินของเศรษฐีตัณหากลับพวกนั้น”
“อย่าเรื่องมากได้ไหม ที่ฉันทำทั้งหมดนี่ เพื่อเธอนะ” วิจิตราเริ่มมีน้ำโห เพราะนางอุตส่าห์มาเกลี้ยกล่อมตั้งนานแต่มนสิชาดูท่าจะไม่ยอมง่ายๆ นางรู้ดีว่ามนสิชาที่ดูภายนอกเป็นคนหัวอ่อน แต่ภายในของหญิงสาวนั้นแข็งและดื้อดึงเพียงใด
“ออกไป!! ก่อนที่หนูจะหมดความอดทน”
“ทำไม! เธอจะทำอะไรฉัน”
“ไม่รู้ แต่ถ้าหมดความอดทนขึ้นมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวตอนนั้นก็จะได้รู้เองว่าหนูจะทำอะไร” มนสิชาพึ่งเข้าใจสำนวนที่บอกว่า ‘โกรธจนเลือดขึ้นหน้า’ ว่ามันเป็นยังไงก็วันนี้นี่เอง สมองและหัวใจที่สั่งให้เป็นปรปักษ์กับแม่เลี้ยง ส่งผลให้ร่างกายลุกขึ้นและเดินตรงเข้าไปหานางที่ยืนอยู่ใกล้ประตูห้อง
วิจิตราเห็นมนสิชาเดินย่างสามขุมเข้ามา จึงรีบถอยหลังและเดินออกไป เพราะนางก็นึกกลัวๆ เหมือนกัน ถ้ามนสิชาคิดจะทำอะไรขึ้นมา แรงคนอายุมากอย่างเธอหรือจะไปสู้แรงเด็กสาวแบบแม่นั่น
“เหมียว”
มนสิชาที่กำลังล้างผักอยู่เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียกของเจ้าด่าง แมวที่เธอไม่รู้ว่าเป็นของใครหรือมีเจ้าของหรือไม่ แต่มนสิชาก็ให้ข้าวให้น้ำมันกินทุกวัน พอกินอิ่มแล้วเจ้าแมวรูปร่างไม่อ้วนไม่ผอมก็หลบหายไป เธอจะได้เจอมันอีกครั้งก็ต่อเมื่อเจ้าแมวตัวนี้มันหิว
“แป๊บนะไอ้ด่าง วันนี้มีปลาทู” มือเรียวเอื้อมไปปิดก๊อกน้ำก่อนจะไปเปิดตู้เย็นหาปลาทูที่จะนำมาใช้เป็นอาหารมื้อเช้าให้เจ้าด่าง
เมื่อจัดการของแมวเสร็จแล้วจึงหันมาทำของเธอและพ่อต่อ ชีวิตในระหว่างรอสอบเข้ามหา ‘ลัยของเธอคือตื่นมาทำอาหารเช้าให้พ่อ ซึ่งเป็นเช่นนี้ทุกวัน ด้วยว่าวิจิตรารีบออกไปวงไพ่ตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่
แม่ครัวประจำบ้านเมื่อทำอาหารมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อย จึงจัดการเก็บข้าวของเครื่องใช้ให้เข้าที่ ก่อนจะตั้งโต๊ะให้พร้อมแล้วจึงไปตามศรันย์มากินข้าว
“พ่อ!!” มนสิชารีบถลาเข้าไปหาศรันย์ ที่นอนเอามือกุมท้องอยู่บนเตียง
“พ่อเป็นอะไร?”
“ปะ ปะ..ปวดท้อง” ศรันย์เอ่ยบอกลูกสาวด้วยเสียงที่เบาหวิวเพราะไม่มีแรงจะพูด
มนสิชารีบวิ่งออกไปหาโทรศัพท์แล้วโทรหาโรงพยาบาลทันที
มนสิชาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ในห้องรวมซึ่งเต็มด้วยตัวคนไข้เองและญาติที่มาทำหน้าที่เฝ้าคนป่วย คุณหมอและพยาบาลต่างก็กำลังทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ บางเตียงเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีสายระโยงรยางค์ห้อยอยู่ บางเตียงก็เหมือนคนป่วยใกล้หาย
“พ่อจ๋า..เป็นยังไงบ้าง” เมื่อเห็นว่าศรันย์เริ่มขยับตัว เธอจึงถามด้วยความเป็นห่วง หัวใจคนเป็นลูกร้าวไปทั้งดวง เมื่อผู้เป็นบิดาต้องมาล้มหมอนนอนเสื่อเช่นนี้
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเจ้าขา ได้โปรด.. ช่วยพ่อของลูกด้วย
“พ่อไม่เป็นอะไรแล้วลูก”
มนสิชามองหน้าผู้เป็นบิดา แล้วนึกถึงคำพูดของคุณหมอเมื่อชั่วโมงที่แล้ว..
“คุณพ่อของหนูเป็นอะไรคะหมอ”
“หมอยังไม่แน่ใจนะ แต่ดูจากอาการของคนไข้แล้ว หมอคิดว่าเป็นอาการของมะเร็งตับ ยังไงต้องส่งชิ้นเนื้อไปตรวจให้แน่ใจก่อน ระหว่างนี้ก็ให้คนไข้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลก่อนนะครับ”
มนสิชาเหมือนคนที่มืดแปดด้าน เธอไม่รู้จะทำยังไงต่อไป ถ้าเกิดพ่อเป็นมะเร็งขึ้นมาจริงๆ ถ้าพ่อเธอเป็นอะไรขึ้นมา เธอคิดไม่ออกเลยว่าชีวิตของเธอจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร แล้วค่าใช้จ่ายในการรักษาล่ะ จะกี่มากน้อยสักเท่าไหร่ เธอจะหาเงินจากไหนมารักษาพ่อ
หลังจากผู้เป็นบิดากินอาหารเที่ยงเรียบร้อยแล้ว มนสิชาจึงขอตัวกลับบ้านมาเก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อมาเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาล
มนสิชาเปิดประตูบ้านเข้ามา ก็นึกแปลกใจที่เห็นวิจิตรากลับบ้านแต่หัววันขนาดนี้ เธอเดินผ่านแม่เลี้ยงไปโดยไม่ได้เอ่ยคำใดๆ ออกจากปาก
“เดี๋ยวก่อน พ่อเธอไปไหนซะล่ะ วันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ”
“พ่ออยู่โรงพยาบาล”
“ฮะ! ไปทำไม”
“หนูม่อนไม่ทิ้งพี่ดนย์ไปไหนหรอกค่ะ หนูม่อนกับลูกจะเป็นกำลังใจให้พี่ดนย์เองนะคะ”“หนูม่อนไม่โกรธพี่แล้วเหรอ”“ตอนแรกก็โกรธ แต่หายนานแล้ว หลังๆ มานี่แค่อยากเอาคืน”“ยัยตัวแสบ” คนที่บอกว่าตัวเองป่วยหนักกำลังจะตายกระโดดลงจากเตียง ก่อนที่จะช้อนร่างหญิงสาวขึ้นมาอุ้ม ดนย์ดูแข็งแรงจนหญิงสาวเอะใจ“พี่ดนย์! หลอกหนูม่อนเหรอคะ”“เปล่าซะหน่อย พี่ป่วยจริง เป็นโรคกลัวเมียกับลูกทิ้ง แต่ตอนนี้พี่หายแล้วครับ”“พี่ดนย์รักหนูม่อนไหมคะ”“รักมาก รักแบบที่ไม่เคยรักใครมาก่อน หนูม่อนกลับมาอยู่กับพี่นะ พี่สัญญาชั่วชีวิตนี้จะมีแต่หนูม่อน เรามาสร้างครอบครัวด้วยกันนะครับ”“ค่ะ หนูม่อนขอโทษกับทุกสิ่งทุกอย่างนะคะ”“ครับ พี่ก็เหมือนกันนะ” ดนย์ก้มลงจูบที่กลางกระหม่อมของหญิงสาว ก่อนจะโอบกอดเธอไว้อย่างกลัวว่าเจ้าหล่อนจะหายไปไหนอีกมนสิชาเมื่อได้กลิ่นหอมๆ ของยาดมสมุนไพรก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น หญิงสาวหันไปมองดนย์ที่กำลังจิ้มมะยมดองเข้าปากอย่างกับคนที่ตายอดตายอยากมาจากไหน เขากินชนิดที่ว่า กินได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ จนป้าหมอนกับมะลิแซวว่าเขาแพ้ท้องแทนเมีย“พี่ดนย์ไหวไหมคะ”ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะตอบ ป้าหมอนก็จูงแขนอวบป้อมของเด็ก
“ไม่หนูม่อน ครอบครัวเราจะมีทั้งพ่อและลูกพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ใช่พ่อไปทางแม่ไปทาง”“สมัยนี้มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะขาดความอบอุ่น”“แต่ตอนนี้พี่ต้องการความอบอุ่นจากหนูม่อนนะ สำหรับเรื่องที่ผ่านมาพี่ขอโทษ”มนสิชามองชายหนุ่มก่อนจะทอดถอนหายใจออกมาอย่างคร้านที่จะพูดกับเขา แต่พอเห็นสายตาละห้อยแล้วก็อดสงสารไม่ได้ อันที่จริงเธอหายโกรธเขาตั้งนานแล้วแหละ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเธอเองก็มีส่วนผิดไม่น้อย แต่แค่อยากจะลองแกล้งคนแก่เล่นเท่านั้นเอง“คุณมีผู้หญิงข้างกายตั้งเยอะ จะมาสนอะไรกับฉัน”“ไม่มีใครเหมือนหนูม่อน ตั้งแต่ที่หนูม่อนกลับมา ไม่ว่าพี่จะพยายามคบใครหรือนอนกับใคร พี่ก็ทำไม่ได้ เพราะหนูม่อนเหมือนผีที่ตามหลอกหลอนพี่ไปทุกที่”“คุณว่าฉันเป็นผีเหรอ!”“ไม่ๆ พี่แค่เปรียบเทียบ”“ไม่! มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ ฉันจะทำงาน”หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปมนสิชานึกแปลกใจแล้วก็อดหวิวๆ ในใจไม่ได้ เพราะเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเธอไม่เจอกับดนย์เลย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตัวติดกับเธอชนิดที่เอาอะไรมาแซะก็ไม่ออก แต่ดูสิ! ไม่ทันไรก็หายหัวไปซะแล้ว“คุณม่อนคะ”“อ้าว สวัสดีค่ะคุณศจี”“คือ ท่านประธานให้พี่มาคอย
“ผลตรวจ ท้อง..”“ใช่ครับ หลานผมให้มาช่วยตามพ่อของเขากลับไปหาแม่หน่อยนะ”“ม่อนท้องเหรอคุณวัฒน์ นี่ผมกำลังจะมีลูกเหรอเนี่ย” ดนย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะตรงปรี่เข้าไปกอดศิวัฒน์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม“คุณดนย์! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ”“ขอโทษๆ ขอบคุณนะคุณศิวัฒน์”ดนย์ผละจากศิวัฒน์ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องทันที ชายหนุ่มที่เหลือเพียงคนเดียวในห้องยิ้มตามหลังให้สามีและพ่อของลูกของผู้หญิงที่ตนหลงรักมาหลายปี ถึงแม้จะเสียใจแต่ก็มีความรู้สึกยินดีที่ม่อนของเขาจะสมหวังและมีความสุขกับคนอื่นเสียที“คุณม่อนล่ะ”วิศวกรในแผนกมองมาที่ท่านประธานของพวกเขาที่หอบแทบจะหายใจไม่ทัน จึงรีบตอบคำถามพลางชี้ไปที่หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่กำลังปาร์ตี้ผลไม้ดองกับเหล่าวิศวกรรุ่นลุงอยู่“นู่นครับ”“ม่อน..”มะยมดองที่กำลังจะเข้าปากถูกขัดลาภโดยดนย์ที่มาดึงส้อมไว้เสียก่อน คนที่ฮอร์โมนของคนท้องกำลังพลุ่งพล่านถึงกับหันมาตาเขียวใส่“อะไรของคุณเนี่ย”“เออ..ผลไม้ดองมันจะดีต่อหนูม่อนเหรอ”‘หนูม่อน’ มาแล้ว วิศวกรหลายคนที่กำลังจิ้มของดองและขนมเข้าปากถึงกับหยุดชะงัก“เรื่องของฉันน่า”“แต่ในท้องหนูม่อนลูกพี่นะ”เพล้ง!ลุงวิศวกรรุ่นอาวุโสรีบก
มนสิชาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่เพราะเสียใจที่มีเขา แต่เพราะยังสับสนเรื่องราวของชีวิตตัวเองที่ทุกอย่างดูจะเกิดรวดเร็วไปหมด“ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร แล้วม่อนจะบอกเขาไหม”“ไม่วัฒน์ บอกไปมีแต่จะทำให้เขาคิดว่าม่อนปล่อยท้องเพื่อจะจับเขา เขาเกลียดม่อน คุณดนย์กลับเข้ามาในชีวิตม่อนเพื่อแก้แค้นเรื่องเมื่อสี่ปีก่อน”ศิวัฒน์ได้แต่ฟังแล้วก็พยักหน้า ตอนนี้มนสิชาปักใจเชื่อไปแล้วว่าดนย์เกลียดเธอ ถึงแม้การกระทำที่เขาแสดงออกมาจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่สายตาที่เขามองมนสิชาเมื่อตอนกลางวัน มันไม่ใช่เลย..มันเป็นสายตาที่ทั้งรักทั้งหวงและ.. ห่วง“ท่านประธานเรียกฉันมาพบมีอะไรเหรอคะ”“เป็นยังไงบ้าง”ก้อนสะอึกแล่นมาจุกอยู่ลำคอ มนสิชาพยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติที่สุดก่อนจะปั้นน้ำเป็นตัวพูดโกหกเขาออกไป “พักผ่อนน้อยน่ะค่ะ”“อืม..แค่นี้แหละ คุณกลับไปทำงานเถอะ”มนสิชาหมุนตัวแล้วเดินออกจากห้องของเขาทันที เจ้าหล่อนไม่อยากจะคิดว่าดนย์ห่วงใยเพราะรังแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บเปล่าๆ“คุณม่อนจะลาออกไปแต่งงานกับคุณศิวัฒน์หรือเปล่าคะเนี่ย” ฝ่ายบุคคลที่รับหนังสือลาออกจากหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยแซวเพราะนึกว่ามนสิชาคบหาดูใจอยู่กับศิวั
คำพูดคำจาถากถางที่พ่นออกมาจากปากของคนที่เธอยอมวางหัวใจไว้ในมือของเขา ตอนนี้เหมือนมีดผ่าตัดที่กำลังผ่าหัวใจเธอออกมาแล้วเหยียบมันเล่น น้ำตาที่ตั้งใจว่าจะไม่ให้มันไหล แต่ก็สุดความสามารถของเธอที่จะกลั้นไว้จริงๆ“คุณควรถามตัวเองมากกว่านะ ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดคุณต้องการอะไร แต่ถ้าคุณต้องการแก้แค้น ฉันบอกได้เลยว่าคุณทำสำเร็จแล้ว ฉันเจ็บ! ทั้งตัว ทั้งหัวใจ”มือที่บีบอยู่ที่หัวไหล่มนทั้งสองข้างของหญิงสาว บัดนี้ตกกลับมาอยู่ข้างลำตัว ไม่ใช่ว่าที่ทำแบบนี้เขาไม่เจ็บ เขาเองก็ไม่ต่างจากเธอ เจ็บที่ต้องเห็นน้ำตา เห็นแววตาตัดพ้อ แววต่อว่าและแววเกลียดชังที่เธอมองมายังเขา“อย่ามายุ่งกับฉันอีก!”“แต่ฉันเป็นผัวเธอทำไมจะยุ่งไม่ได้ แล้วฉันห้ามเลยนะ ห้ามพาผู้ชายคนไหนขึ้นมาบนห้องนี้อีก!”“สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันถือว่าให้ทานหมามันกิน ออกไป!”“ไม่! ทำไมฉันจะอยู่ที่ไม่ได้ ไอ้ศิวัฒน์มันยังอยู่ยังมาที่นี่ได้เลย”ดนย์คาดไม่ถึงกับการกระทำของมนสิชา เจ้าหล่อนนั่งคุกเข่าแล้วก้มลงกราบเขาทั้งน้ำตา“ขอร้อง ฉันขอร้อง หัวใจดวงนี้มันเจ็บจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วคุณดนย์ ฮือๆ”ใจอยากจะเข้าไปกอดไปปลอบ แต่สมองกลับสั
อ้อ! คำพูดของพนักงานกอปรกับข่าวที่ลงเด่นหราอยู่ในเพจเมาส์ดาราเซเลบของเมืองไทย บอกว่าตอนนี้เขากำลังคั่วอยู่กับ ‘ซินดี้’ ดาราลูกครึ่งคนนั้น แล้วจะมาสนใจอะไรกับเธอแม้ว่าจะเตรียมมาพร้อมแล้วสำหรับการประชุมที่ต้องเจอหน้าดนย์ในวันนี้ แต่ทว่าเมื่อใกล้ถึงเวลาจริงๆ เธอกลับรู้สึกว่าความพร้อมที่มีเกือบเต็มร้อยเมื่อกี้ดิ่งลงมาจนเกือบจะเป็นศูนย์ ประตูที่เปิดออกพร้อมกับร่างสูงที่เดินนำหน้าเลขาฯ เข้ามาทำให้หัวใจของมนสิชาเต้นไม่เป็นส่ำ เธอพยายามไม่สบตาหรือมองหน้าเขา แต่กระนั้นก็อดไม่ได้อยู่ดีที่จะเผลอหันไปมองบ้าง“วันนี้หัวข้อในการประชุมคือการก่อสร้างโครงการห้างสรรพสินค้าของท่านเจ้าสัววิสัย ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ แล้ววันนี้รองประธานของห้างฯ จะเข้าร่วมประชุมด้วย”สิ้นเสียงของดนย์ประตูไม้บานใหญ่ก็เปิดออก แล้วคนที่เดินเข้ามาก็ทำให้ทั้งดนย์และมนสิชาตกใจไม่แพ้กัน“วัฒน์!”ศิวัฒน์กวาดตามองไปรอบๆ ห้องประชุมก่อนจะมาสะดุดเข้ากับเจ้าของใบหน้าที่คุ้นเคย“เชิญทางนี้ค่ะคุณศิวัฒน์”ศจีที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยจึงปฏิบัติไปตามหน้าที่ของตน หารู้ไหมว่าตอนนี้อุณหภูมิในใจของผู้เป็นนายอย่างดนย์กำลังพุ่งสูงขึ้นจนสามารถทำให
“พวกแกเฝ้าผู้หญิงที่ฉันส่งรูปให้ไว้ให้ดีนะ ถ้าเธอเป็นอะไรพวกแกรู้ใช่ไหมว่าจะเจอกับอะไร” หลังจากที่ต่อสายสั่งลูกน้องที่ให้ตามมาช่วยดูแลมนสิชาบนเกาะเสร็จ เพราะว่าเขาคงจะมาไม่ได้ทุกวัน ชายหนุ่มก็เดินชมโรงแรมที่ตอนนี้ถึงแม้จะไม่ใช่คู่แข่งรายใหญ่แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ไม่นอนเสียงเคาะประตูที่ดังอยู่หน้าห้องท
มนสิชาหันไปมองผู้ชายข้างกายที่หันมามองเจ้าหล่อนพอดี ทำให้ตาสองคู่ประสานกัน ดวงตาคมที่แต่ก่อนทอแววอบอุ่นและอาทรหล่อนเสมอ แม้ว่าตอนนี้มันจะไม่ได้เหมือนเดิมแต่ก็ยังดีกว่าแววตาเกลียดชังที่หล่อนเห็นที่ผับวันนั้น “ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดอะไรบางอย่างออกมา “คุณดนย์เออคือ..เรื่องเมื่อสี่ปีก่อนฉัน
ถอยกลับไปตอนนี้หรือเดินหน้าต่อ ใจหนึ่งก็อยากทำให้เธอได้รู้ว่าการที่โดนคนที่ตัวเองรักหักหลังมันเป็นยังไง แต่อีกใจก็กลัวว่าตัวเขาเองนั่นแหละที่จะตกที่ขุดเอาไว้เสียเองโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว งานต่อไปของวิศวกรหญิงอย่างมนสิชาคือโปรเจกต์บ้านริมน้ำของ ปองภพที่หญิงสาวต้องทำหน้าที่เป็
ดนย์ที่ถือกระเป๋าเอกสารและมีไอแพดอีกเครื่องที่อยู่ในมือ กำลังยืนจ้องมาที่ตาแมวราวกับรู้ว่าเธอกำลังมองเขาอยู่ยังไงยังงั้นชั่งใจอยู่เพียงนิด มนสิชาจึงเปิดประตู “มีอะไร”“มาขอข้าวกิน”“ไม่มี”ดนย์แทรกตัวผ่านช่องว่างระหว่างเจ้าหล่อนและช่องประตูเข้าไปในห้อง ก่อนจะวางกระเป๋าเอกสารและไอแพดไว้บนโต๊ะ แล้วเ







