เข้าสู่ระบบเสียงเจื้อยแจ้วช่างเจรจาของสตรีวัยสิบสี่หนาวดังออกมาจากห้องส่วนตัวด้านในสุดทำให้นางรีบสาวเท้าก้าวเดินให้เร็วขึ้น เพราะคนที่สามารถจับจองห้องเช่นนี้ในโรงเตี๊ยมจิ่วหมิงได้ต้องมีฐานะที่ไม่ธรรมดาเป็นแน่
“ต้องขอบคุณพี่ชายทั้งสองมากนะเจ้าคะ ที่เมตตาให้ข้ากับพี่สาวมาร่วมโต๊ะด้วย”
“มิเป็นไร ได้ยินว่าเจ้าเพิ่งมาจากต่างเมือง ข้าและสหายจึงอยากให้เจ้าเกิดความประทับใจในเมืองหลวง” เสียงของบุรุษท่านหนึ่งดังขึ้น
‘ก็มีมารดาสั่งสอนมิใช่หรือ เหตุใดถึงไม่รู้ว่าไม่ควรอยู่ในห้องตามลำพังกับบุรุษ’ จางซีถิงก่นด่าอีกฝ่ายในใจ
“ขอบคุณพี่ชายทั้งสองที่เมตตาซินอี้อีกครั้งเจ้าค่ะ มิทราบว่าท่านทั้งสองมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอันใดหรือเจ้าคะ” เสียงหวานยังคงเอื้อนเอ่ยต่อ แน่นอนว่าแม้จะไม่ได้เห็นหน้า แต่นางก็สามารถคาดเดาได้ทันทีว่าน้องสาวต่างบิดาผู้นั้นคงกำลังยิ้มอย่างใสซื่อสลับกับทำท่าทางออดอ้อน
“ข้าหานเฉิงเคอ ส่วนนี่สหายข้าเซี่ย...เรียกเขาว่าคุณชายเซี่ยก็แล้วกัน” วาจาของบุรุษที่ดังขึ้นภายในห้องทำให้มือของสตรีที่กำลังจะเปิดประตูชะงักไป
‘คนที่อยู่ด้านในคงไม่ใช่พระเอกผู้นั้นและสหายของเขาหรอกนะ’ เมื่อคิดได้แค่นั้นนางก็รีบหมุนตัวตั้งใจจะเดินจากไป
ให้คนไปเชิญพวกนางมาอย่างเจาะจงเช่นนี้ มิแคล้วทั้งสองคงจะเคยเจอกันมาก่อนแล้ว อ่า...หนีกลับไปตั้งหลักที่จวนก่อนดีกว่า
“การลอบยืนฟังผู้อื่นสนทนากันไม่ใช่มารยาทที่ดี” เสียงของบุรุษอีกคนดังขึ้นทำให้นางตัวแข็งทื่อ
“คุณหนูจาง น้องสาวท่านอยู่ด้านในเชิญขอรับ” เป็นผู้ดูแลที่เดินกลับมาพร้อมกับถาดน้ำชาเอ่ยบอกก่อนจะเปิดประตูและเชิญนางเข้าไปด้านใน
“ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเพียงมารับตัวน้องสาวข้ากลับจวน” นางรีบเอ่ยวาจาอย่างร้อนรน แต่ทว่าพอกวาดสายตามองไปภายในห้องนางกลับรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นบุรุษสวมหน้ากากสองคนนั่งอยู่ โดยมีน้องสาวของนางนั่งอยู่ด้านข้างบุรุษที่กำลังมองมาที่นางด้วยแววตาเย็นชา
‘เหตุใดพวกเขาต้องสวมหน้ากากด้วย’ หรือกำลังมาสืบข่าวที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้
“พี่สาวรีบมานั่งเถิดเจ้าค่ะ คุณชายทั้งสองใจดีกับข้ามากเลยเจ้าค่ะ” กู้ซินอี้กล่าวพลางยิ้มสดใสราวกับดอกไม้แรกแย้มแล้วลุกขึ้นไปนั่งเก้าอี้ตัวที่อยู่ใกล้บุรุษท่าทางเย็นชาผู้นั้น
“คุณหนูกู้ เราออกจากจวนมานานแล้ว รีบกลับจวนกันเถิด” หากไม่กลับนางจะทิ้งไว้ที่นี่แล้วนะ สวมหน้ากากปกปิดตนเองเช่นนี้คงกำลังสืบเรื่องบางอย่างอยู่ นางควรอยู่ให้ห่างเพราะหากถูกผู้อื่นจับได้มิแคล้วจะเกิดการต่อสู้กัน
“ดูเหมือนคุณหนูจางจะรังเกียจพวกเรา” บุรุษท่าทางเย็นชากล่าว
“คุณหนูจาง ขออภัยที่วันนั้นข้ากลับมามิได้บอกกล่าว”
“มิเป็นไรเจ้าค่ะ ข้าเข้าใจ” คนที่กล่าวกับนางคงจะเป็นคุณชายแซ่หานที่นั่งรถม้ากลับเมืองหลวงกับนางสินะ
“เชิญเข้ามานั่งก่อนเถิด น้องสาวเจ้ามิใช่อยากมารับสำรับกลางวันที่นี่หรือ อย่าทำให้น้องสาวเสียใจเลย”
“แต่ว่า...” นางตั้งใจจะเอ่ยวาจาปฏิเสธ แต่น้องสาวตัวดีกลับลุกเดินมาจับมือนางก่อนจะชักชวนให้ไปนั่งด้วยกัน
“พี่สาว ท่านอย่าทำให้พวกเขาเสียน้ำใจเลยเจ้าค่ะ ข้ามาที่เมืองหลวงก็หลายวันแล้ว วันนี้ได้รู้จักคนเพิ่มก็ดีไม่น้อย”
“คุณหนูจาง อย่าได้เกรงใจกันเลย มานั่งเถิด”
“นะพี่สาว ท่านอย่าได้ปฏิเสธคุณชายทั้งสองให้เสียน้ำใจเลยนะเจ้าคะ”
“เช่นนั้นต้องรบกวนคุณชายทั้งสองแล้ว” กล่าวจบนางก็ถูกน้องสาวลากเข้าไปด้านในก่อนจะจับให้นางนั่งเก้าอี้ตัวที่ใกล้กับหานเฉิงเคอ ส่วนตนเองก็ไปนั่งใกล้บุรุษแซ่เซี่ย
‘หรือว่าเขาสองคนจะเคยเจอกันก่อนแล้ว มิได้การข้าต้องรีบหาทางปรึกษาพี่ใหญ่’ จางซีถิงมองบุรุษสวมหน้ากากท่าทางเย็นชาสลับกับน้องสาวต่างบิดาชั่วครู่ก่อนจะหันไปมองทางอื่น
“พี่ชายทั้งสองเหตุใดถึงต้องสวมหน้ากากล่ะเจ้าคะ ยามนี้นอกจากพวกเราไม่มีใครแล้ว พวกท่านสามารถถอดหน้ากากได้นะเจ้าคะ”
“คุณหนูกู้ อย่าได้เสียมารยาท” นางเอ่ยเตือนกู้ซินอี้เสียงเข้ม
“ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเพียงสงสัยจึงเอ่ยถามเท่านั้น” สตรีผู้มีรอยยิ้มสดใสหน้าเจื่อนลง
“คุณหนูจาง คุณหนูกู้เป็นญาติจากต่างเมืองของเจ้าหรือ” เป็นหานกั๋วกงกล่าว
“แท้จริงแล้ว...” นางกำลังจะเอ่ยวาจาตอบแต่แน่นอนว่าน้องสาวไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น
“นางเป็นพี่สาวร่วมสายเลือดของข้าเจ้าค่ะ”
“แต่ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากรมขุนนางจางมีบุตรสาวคนเดียวมิใช่หรือ” วาจาของบุรุษสวมหน้ากากแซ่หานทำให้กู้ซินอี้กำมือใต้อาภรณ์แน่น น้องสาวร่วมสายเลือดก็คือน้องสาวเหตุใดต้องย้ำว่านางไม่ใช่คนตระกูลจางด้วย
“ข้ากับนางมีมารดาคนเดียวกันเจ้าค่ะ ข้าจึงเป็นน้องสาวของนางเจ้าค่ะ”
“อ้อ! คงเป็นอดีตฮูหยินจางที่หอบสินเดิมออกจากจวนไปแต่งกับอดีตคนรักจนถูกจวนราชครูตัดขาดใช่หรือไม่ โอ๊ะ! ขออภัยคุณหนูจางที่ข้าเอ่ยวาจาไม่เหมาะสม” หานเฉิงเคอกล่าวก่อนจะหันมาขอโทษนาง
ครอบครัวที่มีความสุข วันนี้จวนของคุณชายรองเซี่ยคึกคักยิ่งนักเนื่องจากวันนี้เป็นวันครบหนึ่งเดือนของบุตรสาวคนเล็ก นอกจากจะได้รับของขวัญแสดงความยินดีจากฮ่องเต้ ฮองเฮา องค์รัชทายาทและเหล่าญาติสนิทมิตรสหายแล้ว วันนี้ยังเป็นวันที่ชินอ๋องและพระชายาซึ่งพากันออกไปท่องเที่ยวเมื่อหลายเดือนก่อนได้กลับมาที่เมืองหลวงอีกครั้งเพื่อพบหน้าหลานคนที่สาม แต่งงานได้ไม่ถึงห้าปีแต่ฮูหยินของคุณชายรองเซี่ยกลับมอบหลานให้มากถึงสามคน เรื่องนี้กล่าวถึงกี่ครั้งพระชายาชินอ๋องก็อดที่จะยิ้มกว้างไม่ได้ เสียงหัวเราะของเด็กน้อย
วันต่อมาทั้งสองออกเดินทางตั้งแต่เช้าทำให้ต้นยามเว่ย (13.00-14.59) ก็ถึงโรงเตี๊ยมซื่อหมิงที่มีคนเข้ามานั่งกินข้าวจำนวนมาก ห้องพักก็ไม่เคยจะว่างเว้นเพราะเมืองกัวไฉเป็นเมืองท่ามีพ่อค้าเข้ามาค้าขายอยู่เสมอ “ท่านพี่ ท่านสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะเจ้าคะ” นางเอ่ยถามพลางพุ้ยข้าวเข้าปาก “ข้าปวดหัวนิดหน่อย นอนในรถม้าไม่ใคร่สบายนักจึงนอนไม่หลับ” เซี่ยหงหมิงกล่าวด้วยท่าทางอ่อนแรง “หน้าท่านซีดเช่นนี้ประเดี๋ยวนอนพักสักงีบแล้วค่อยตื่นมาทำงานเถิดเจ้าค่ะ” “ต้องรีบเร่งทำงานให้เสร็จ เราจะได้ออกไปเดินซื้อของที่ย่านการค้าไปฝากลูกของเรา” “แต่ท่าน...นี่ท่านไม่สบายนี
ข้าผิดไปแล้ว นัยน์ตาเมล็ดซิ่งจ้องมองผู้เป็นสามีด้วยความโกรธเคือง ร่างอวบอิ่มยกแขนขึ้นกอดอก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันก่อนจะพ่นลมหายใจแรง “ฮูหยินข้าผิดไปแล้วเจ้าอย่าโกรธเคืองข้าเลยนะ” เซี่ยหงหมิงเอ่ยวาจาพลางเอื้อมจะจับมือฮูหยินของตน “ถอยออกไปเจ้าค่ะ” นางไม่ยอมรับเหตุผลของเขาเด็ดขาด กล้าดีอย่างไรถึงได้ทำตามใจโดยไม่ปรึกษานางสักคำ “ไม่เอา ข้าอยากอยู่ใกล้เจ้า”
ตอนพิเศษ สามีผู้ร่ำรวยและใจกว้าง วันเวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่รู้ บุรุษรูปงามที่นั่งทำงานอยู่เงยหน้าขึ้นจากกองสมุดบัญชีเพื่อพักสายตา ก่อนมุมปากจะยกยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นสตรีที่นอนอ่านตำราอยู่บนตั่งเมื่อครู่เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว เซี่ยหงหมิงลุกจากโต๊ะก่อนจะเดินไปหาฮูหยินของตน มือใหญ่หยิบตำราที่นางถือค้างไว้ในท่านั้
ด้านบุรุษที่ควรจะต้องออกไปดื่มสุราขอบคุณนั้นยามนี้กำลังช่วยนวดผ่อนคลายให้กับฮูหยินของตนในถังอาบน้ำใบใหญ่ “อ๊า! ท่านไม่ออกไปดื่มสุราขอบคุณจะดีหรือเจ้าคะ” “เดิมทีข้าก็ไม่เคยอยู่ในกฎเกณฑ์ใดอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้เจ้าคิดว่าข้าจะสนใจหรือ ข้าเฝ้ารอวันที่เราจะได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันมานาน ข้าย่อมไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า” “อ๊า! ท่านถูให้มันดี ๆ ได้หรือไม่” จางซีถิงเผลอส่งเสียงร้องครางออกมาเมื่อเขาเอาผ้าถูไปมาบริเวณก้อนเต้าหู้ขาวเนียนนุ่มมือ ส่วนด้านล่างก็มีบางอย่างที่ทั้งแข็งและร้อนถูไถอยู่กับส่วนอ่อนไหวของนาง “ดูเหมือนข้ายังถูไม่สะอาดถูกใจเจ้า เช่นนั้นข้าจะลองเปลี่ยนวิธี” สิ้นเสียงกล่าวคนที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง ก็เคลื่อนกายย้ายมาอย
“ทำหน้าเช่นนั้น บิดาเจ้าคงไม่ได้บอกเจ้าใช่หรือไม่ ว่าได้พบและสนทนาพูดคุยกับมารดาข้าแล้ว เรื่องฤกษ์ยามและงานมงคลก็เป็นมารดาข้าที่จัดเตรียมให้ ส่วนข้ามีหน้าที่เตรียมจวนรอเจ้า” ‘ฟังไปฟังมาเหมือนคุณหนูจางกำลังถูกกลุ่มโจรหว่านล้อมเพื่อปล้นทรัพย์’ ไม่ว่าจะเป็นพระชายาของชินอ๋องหรือบุตรชายช่างร่วมมือกันแข็งขันยิ่งนัก ไม่แปลกใจที่คุณหนูจางจะหนีไปที่ใดไม่รอด “ท่านรีบร้อนยิ่งนัก” จางซีถิงกล่าว “ใครบ้างจะไม่อยากรีบแต่งกับสตรีที่ตนพึงใจ” วาจาของเขาทำให้นางถึงกับอับจนวาจา ก่อนจะเปลี่ยนไปสนทนาถึงเรื่องภายในจวนที่นางอยากให้มี ผ่านไปเกือบสองเค่อทีเดียวกว่าเซี่ยหงหมิงจะปล่อยให้นางกลับจวน ใบหน้างดงามดุจเทพเซียนฉายชัดถึงความอาวรณ์ไม่อยากลาจาก&nbs





![พันธะสวาทจอมเวทย์ [18+, พีเรียดอีโรติก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

