ซ่า! ซ่า!
เม็ดฝนเทสาดกระทบหน้าต่างบานเล็กภายในห้องคับแคบ หญิงสาวในชุดนอนแบบกระโปรงตะเกียกตะกายดีดดิ้นใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าหวานเหยเกบิดเบี้ยวยามนึกถึงอะไรบางอย่างด้วยจิตใต้สำนึกส่วนลึก…
‘อึบบบบบ เบ่งอีกค่ะคุณแม่!’ เสียงพยาบาลหรือแม้กระทั่งคุณหมอให้ความช่วยเหลือคุณแม่มือใหม่อย่างแข็งขัน
ใบหน้าสวยหวานบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน ริมฝีปากซีดเซียวเม้มเข้าหากันราวหวาดกลัว โชคดีที่ข้างกายของ ‘ญาดา’ มีน้องสาวอย่าง ‘อันนา’ คอยกอบกุมมือสั่นระริกอยู่ไม่ห่าง
‘อดทนอีกนิดนะพี่ดา’
หล่อนสั่นงึกราวกับลูกนกตกน้ำ พยายามกระซิบบอกพี่สาวด้วยน้ำเสียงมั่งคง แม้น้ำตาไหลอาบแก้ม
‘นะ…นา’ ญาดากัดฟันกรอด ใบหน้าหวานมีเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดซึมอยู่ตามไรผม แพขนตางอนยาวเปียกชุ่มด้วยคราบน้ำตา
ชั่ววินาทีเท่านั้น หญิงสาวเบี่ยงมองอันนาด้วยแววตาซาบซึ้งปนทุกข์ใจ ย้อนนึกถึงชีวิตคู่ซึ่งพังไม่เหลือเศษซาก ทั้งกายใจแหลกละเอียดไม่ต่างกับผุยผง
‘อีกนิดนะคะคุณแม่…’ เสียงคุณหมอดังก้องเข้าหู สลับสับเปลี่ยนกับน้องสาว ญาดารวดร้าวปานขาดใจยามฝืนกายทำตามคำแนะนำของผู้มีประสบการณ์ เธอสูดลมหายใจเข้าออกรวบรวมแรงทั้งหมดในเฮือกสุดท้าย
‘อุแว๊ อุแว๊!’
เสียงเด็กน้อยร้องจ้า ปลุกม่านตาสะลึมสะลือของมารดาพลันขยายออก ญาดาน้ำตารื้น นัยน์ตาหวานแดงก่ำ เธอทั้งสุขสมและเจ็บปวดในคราเดียวกัน
‘เด็กปลอดภัยนะคะคุณแม่ น้องน่ารักมากแข็งแรงดี’
เธอดีใจที่เลือดในอกซึ่งเฝ้าทะนุถนอมคลอดมาอย่างสมบูรณ์ แต่อีกด้านของความรู้สึกก็นึกอดสูลูกนัก เพราะผู้เป็นพ่อไม่แม้แต่ล่วงรู้การมีตัวตนของเด็กน้อย
ทำไมเขาถึงน่าอาภัพเช่นนี้ แต่ไม่ต้องห่วงนะกล้าข้าว แม่จะดูแลหนูเอง…ผู้เป็นแม่สัญญากับลูกน้อยในใจ
ความรักที่เคยมีกับอดีตสามีพลันแห้งผากราวกับต้นไม้เหี่ยวเฉา หัวใจที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันตายไปจนหมดสิ้น ทั้งญาดาและอนวัฒน์เปรียบดั่งเส้นขนานซึ่งเดินคนละเส้นทาง
เมื่อชายหนุ่มจรดใบหย่าพร้อมทิ้งเงินก้อนโตโดยอ้างว่าเป็นสินสมรส นัยน์ตาคมกริบราบเรียบไร้เยื่อใยในขณะที่คนเป็นเมียนั้นไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็น
‘พะ…พ่อล่ะ พ่ออยู่ไหนนา’
‘อะ…เอ่อ พ่ออยู่ที่นี่แหละพี่ดา’ อันนาปาดน้ำตาบนดวงหน้าหวาน หล่อนเอียงกายจับมือพร้อมโน้มกระซิบข้างใบหูของพี่สาว
‘อย่าคิดมากนะ พ่อรอพี่ดาอยู่’ ญาดาพยักหน้ารับคำน้องสาว โดยที่ตนเองไม่มีโอกาสล่วงรู้เลยว่าคำว่ารอที่อันนาบอกเล่านั้นเป็นแค่ร่างไร้วิญญาณ
บิดาได้จากโลกนี้ไปเสียแล้ว ท่านไปโดยที่คนเป็นลูกอย่างเธอไม่มีโอกาสร่ำลา ช่วงเวลาที่ญาดาอยู่ในห้องผ่าตัดเพื่อพบหนึ่งชีวิตที่เธอรักยิ่งกว่าอะไร กระนั้นกลับมีใครอีกคนที่เธอรักไม่แพ้กันได้หลับตาลง
พิศาล…
ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตท่าน เธอผู้เป็นลูกไม่มีโอกาสได้อยู่บอกลาเพื่อขอให้พ่อได้หลับฝันดี
นั่นคือสิ่งที่หญิงสาวเองเสียใจมากที่สุดในชีวิต!
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าร้องปลุกให้คนที่อยู่ในภวังค์ฝันร้ายตื่นขึ้นฉับพลัน ญาดาควานหาร่างเล็กของกล้าข้าวซึ่งนอนหลับอยู่ข้างกาย
มือขาวซีดสั่นระริกไล่แตะกรอบหน้าลูกชาย ริมฝีปากเย็นเฉียบบรรจงจูบแก้มนุ่ม ก่อนกอดรัดเด็กหนุ่มเข้าหากาย ถ้าไม่มีลูก ป่านนี้ผู้หญิงขี้แพ้อย่างเธอคงไปอยู่กับท่านบนฟากฟ้าเสียแล้ว
แต่เป็นเพราะกล้าข้าวแท้ ๆ ทำให้ผู้เป็นแม่สู้ต่อ ถึงลำบากกายเพียงใดเธอก็ไม่ย่อท้อ ไม่แม้แต่ปริปากบอกชายเห็นแก่ตัวที่ทิ้งเธอและลูกไว้อย่างเลือดเย็น
‘อนวัฒน์’ หันหลังจากไปพร้อมกับ ‘อิงอร’ ไฮโซสาวอดีตคู่หมั้นที่เขาบอกไม่ได้มีใจ เรื่องหลอกลวงทั้งหมดถูกปั้นแต่งด้วยคำหวานจากชายผู้เป็นสามี เขาคือคนไว้ใจที่หักหลังกันได้ลงคอ
เพราะกลิ่นเงินมันหอมหวานใช่ไหม หรือผู้หญิงคนนี้ไม่อาจเป็นบันไดให้เขาไปยังจุดที่วาดฝันได้จนต้องนอกใจกัน ความสัมพันธ์อันยาวนานขาดสะบั้นราวไร้เยื่อใย
มือเล็กเปิดไฟหัวเตียง พลางจับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่เห็นเมื่อตอนกลางวัน ภาพแอบถ่ายบนหน้าข่าวหล่อหลอมตะกอนเล็ก ๆ ในความทรงจำแสนเศร้าให้หวนคืน หลายปีผ่านไปคิดว่าลืมเขาจนหมดสิ้น แต่เปล่าเลย ญาดาไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่ปากว่าสักนิด เพียงได้เห็นอนวัฒน์และอิงอรผ่านหน้าสื่อ สมองพลันขาวโพลน ปากคอสั่นไปหมด ภาพรอยยิ้มความสุขในสังคมไฮโซ ชายหญิงคู่นี้ไม่สมควรได้รับมันสักนิด!
‘ลุ้นสัมพันธ์รักนักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง ควงสาวพราวเสน่ห์ฉลองวันเกิดบนเรือหรู ชัดขนาดนี้อย่าปฏิเสธว่าไม่รักเลยนะคะคุณเชน!’
ใบหน้าเขาแล่นทับซ้อนราวภาพเดียวกับกล้าข้าว เด็กน้อยในอ้อมกอดโตสมวัย
ลูกชายคนนี้น่ารักน่าชังแถมฉลาดเกินใคร ทั้งบุคลิกและหน้าตาเรียกได้ว่าถอดแบบผู้เป็นพ่อ
“มามี้รักหนูนะ” ญาดาเคลื่อนพึมพำแผ่วบอกรักพลางลูบศีรษะทุย บางครั้งเธอก็นึกปวดใจ เฝ้าตั้งคำถามกับตนเองว่าทำไมพ่อของลูกต้องเป็นผู้ชายคนนี้…
…คนใจร้ายที่ทิ้งได้แม้กระทั่งสายเลือดตนเอง
คนทะเยอทะยานที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดั่งรักแรก ชายหนุ่มร่ำรวยผู้ให้คำสัญญาว่าจะดูแลกันชั่วชีวิต แต่สุดท้ายความรักที่หอมหวานกลายเป็นยาขม เมื่อเขาเป็นแค่ลมร้ายที่พัดทำลาย ชีวิตเธอ
ยิ่งญาดาแน่นิ่งมากเท่าไร ใจดวงน้อยเจ็บเสียจนชินและชา สัมผัสรวดร้าวตีตรวนทั่วทุกอณูความรู้สึก ไอเยือกเย็นในห้องกว้างพร้อมกลิ่นฝนพลันให้หญิงสาวนึกถึงอดีต…
หกปีก่อนที่เรื่องราวของตนและอนวัฒน์จบลงคนละทิศทาง ใบหย่าไม่ใช่สิ่งเดียวที่ชายผู้เป็นสามีทิ้งไว้ หากมีอีกหนึ่งสายเลือดที่เขาไม่ต้องการ…
…นั่นคือกล้าข้าว ลูกเปรียบดั่งลมหายใจให้คนหมดแรง หยัดยืนต่อไป