มีคนให้คำพูดฮีลใจที่ผมชอบหลายคน และผมมักเอามาเปิดอ่านในวันที่หัวใจต้องการแรงหนุน บทพูดสั้น ๆ ของ Maya Angelou เช่น "You may not control all the events that happen to you, but you can decide not to be reduced by them" แปลคร่าว ๆ ว่า เราอาจควบคุมเหตุการณ์ไม่ได้ทั้งหมด แต่เราควบคุมได้ว่าจะไม่ยอมให้ตัวเองเล็กลงจากสิ่งที่เจอ ข้อความแบบนี้ทำให้ผมหายใจเบา ๆ เพราะมันเตือนว่าการฟื้นตัวไม่ได้แปลว่าต้องลืมหรือไม่รู้สึก แต่มันคือการเลือกตัวตนกลับมาใหม่ด้วยศักดิ์ศรีของตัวเอง
มีคำพูดของ Fred Rogers (Mr. Rogers) ที่เรียบง่ายแต่กินใจอย่างแรง เช่น "I like you just the way you are" — ประโยคสั้น ๆ แบบนี้ผมเคยเอามาเขียนไว้บนกระดาษแปะกระจก เพราะบางครั้งความสับสนในชีวิตทำให้รู้สึกลังเลว่าตัวเองดีพอหรือไม่ การได้อ่านประโยคนี้ทำให้ผมหยุดคิดเรื่องการเปรียบเทียบกับคนอื่น แล้วเริ่มยอมให้ตัวเองมีพื้นที่ตรง ๆ สำหรับความอ่อนแอและความเป็นมนุษย์ นอกจากนี้ Nelson Mandela เคยบอกว่า "It always seems impossible until it's done" ซึ่งผมชอบเพราะมันให้ความหวังในความพยายาม แม้สิ่งหนึ่งจะดูยากลำบาก แต่มันไม่ใช่นิรันดร์ถ้าเราเดินต่อไป
อีกกลุ่มที่มักให้คำปลอบใจคือ นักเขียนและศิลปิน เช่น J.K. Rowling ที่พูดถึงความล้มเหลวว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต หรือประโยคจาก Antoine de Saint-Exupéry ใน 'The Little Prince' ที่ว่า "สิ่งที่สำคัญที่สุดมองไม่เห็นด้วยตา" — ประมาณว่า ความหมายและความสัมพันธ์บางอย่างไม่ต้องแย่งกับความสำเร็จภายนอก เป็นความจริงที่ผมหยิบมาใช้เตือนตัวเองเวลาเผชิญกับความว่างเปล่าทางอารมณ์ ขณะที่ Brene Brown พูดเรื่องความเปราะบางว่าเป็นทางสู่การเชื่อมต่อและศักดิ์ศรี ซึ่งผมเห็นด้วยมากเพราะการยอมให้ตัวเองเปราะบางช่วยเปิดโอกาสให้การรับฟังและการเยียวยาจริง ๆ เกิดขึ้น
สุดท้ายแล้ว คำพูดฮีลใจไม่จำเป็นต้องมาจากคนดังระดับโลกเสมอไป บางทีก็เป็นประโยคจากเพื่อนเก่า เพลงที่เปิดตอนเช้า หรือคำสอนจากครูบาอาจารย์ที่สอนให้คลายความกังวล ผมเองมักเก็บประโยคสั้น ๆ ที่ทำให้ใจอุ่นไว้สองสามอัน แล้วเอามาอ่านยามต้องการกำลังใจ การได้เห็นคำพูดเหล่านี้ซ้ำ ๆ ทำให้ผมรู้สึกว่ามีใครสักคนมองเราไม่ใช่แค่ในมุมของผลงานหรือคะแนน แต่เป็นคนที่มีเรื่องให้เยียวยาเหมือนกัน ซึ่งนั่นทำให้ผมสงบและพร้อมจะเดินต่อไปอีกวัน