“ท่านอ๋อง ไม่มีใครสั่งหม่อมฉันเพคะ หม่อมฉันรักท่านคือเรื่องจริง อยากให้นางตายก็คือเรื่องจริง พิษนี้ พิษนี้ หม่อมฉัน ได้มาจากตลาดมืดเพคะ”
“ยิ่งตลาดมืด เจ้ายิ่งไม่มีทางไปเอามาได้ นอกจากจะมีคนไปซื้อมาให้เจ้า ข้าไปสืบเรื่องตลาดมืดที่นี่มาแล้ว ต้องเป็นสมาชิกของตลาดมืดเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ซื้อของในนั้นได้ และค่าเข้านั้น สูงลิ่วเลยล่ะ เจ้ายอมรับมาเถอะ เรื่องนี้ เจ้ารับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ”
ฉู่อันเหมยบอกนาง เว่ยอี และ ชินอ๋องหันมองหน้ากัน ไม่น่าเชื่อว่าพวกนางมาอยู่ที่นี่ถึงครึ่งปี แต่รู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองนี้ ทั้งยังรู้เรื่องตลาดมืดอีกด้วย
สาวใช้นั่งตัวสั่น นางไม่มีทางเลือก จึงเลือกจะฆ่าตัวตาย นางถลาเข้าไปใส่ดาบที่ชินอ๋องถือเอาไว้เพื่อจะฆ่าตัวตาย ชินอ๋องตกใจแต่เขาก็ดึงดาบกลับไม่ทัน
“ฉึบ”
“โอ๊ย ท่าน….”
จ้าวซีเฟยดีดเข็มเงินเล่มหนึ่งสกัดจุดนางเอาไว้ก่อนที่จะถึงดาบ ทำให้นางขยับตัวไม่ได้ ชินอ๋องตกใจ รีบเก็บดาบคืนเว่ยอี ทั้งคู่ยืนตกใจกับความว่องไวของเข็มที่พระชายาปล่อยออกมาจัดการกับนาง แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“เจ้าอย่าได้คิดจะกัดลิ้นตัวเองด้วย เพราะข้าสกัดจุดให้เจ้าอยู่นิ่งๆ ให้พูดได้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ฆ่าตัวตาย”
“ฟิ้วว ฉึก”
ลูกดอกอาบยาพิษพุ่งเข้าใส่หน้าผากของสาวใช้อย่างแม่นยำ นางยังอยู่ในท่าตกใจ ก่อนที่จะล้มลงต่อหน้าทุกคน
“อยู่ข้างนอก เร็วเข้า”
ชินอ๋องสั่งเว่ยอี รีบออกไปไล่ดู พักใหญ่ๆ จึงกลับมา
“ลูกดอกพิษ ช่างโหดเหี้ยมจริงๆ อาศัยช่วงจังหวะที่เผลอแล้วโจมตี”
ถังมู่เหรินหันไปหาจ้าวซีเฟย ที่ยืนตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า เขาเข้ามาพยุงนาง
“ซีเฟย เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”
“ข้าไม่เป็นไรเพคะ เพียงแต่ เพียงแต่ว่า ….”
ซีเฟยมองภาพสยดสยองตรงหน้า ตัวแข็งทื่อ นางไม่เคยเห็นคนโดนฆ่าต่อหน้าต่อตาอย่างโหดเหี้ยมแบบนี้มาก่อน ตอนนี้คงต้องทำใจให้เข้มแข็งมากกว่านี้ นับจากนี้ไป คงมีเรื่องแบบนี้อีกมาก เพียงแต่กะทันหันแบบนี้ นางเลยรับไม่ทัน
“ทหาร เอาตัวนางออกไปก่อน”
“ซีเฟย เจ้าไม่เป็นอะไรนะ มานั่งนี่ก่อน”
มู่เหรินพยุงนางมานั่งที่เก้าอี้
“ถึงนางไม่บอก ข้าก็พอจะเดาได้ ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”
“แต่พระองค์ไม่มีหลักฐาน เรื่องนี้ต้องตรวจสอบโดยละเอียดนะเพคะ”
“ท่านหมอ อาการของพระชายา ท่านพอจะมีทางช่วยหรือไม่”
“ทูลท่านอ๋อง พิษในพระวรกายนั้นมีหลายชนิด การที่จะรักษาในคราวเดียวย่อมเป็นไปได้ยาก แต่บางพิษ เราค่อยๆ ถอนได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านหมอ ท่านหมายความว่าอย่างไร”
“ทูลท่านอ๋อง บางชนิดขับออกได้โดยการฝังเข็มรักษา บางชนิด ถอนได้ด้วยการดื่มยาสม่ำเสมอ เอ่อ บางชนิดก็เอ่อ ….คือว่า”
“ท่านหมอ ไม่เป็นไร ท่านไม่ต้องพูดแล้ว ข้าทราบดี วันนี้เชิญท่านกลับไปก่อน แล้วเรื่องนี้ ข้ารบกวนท่าน…”
“พระชายาไม่ต้องกังวล ข้าดูแลท่านอ๋องมานาน ข้ารู้สิ่งใดควรพูด ไม่ควรพูด กระหม่อมจะกลับไปจัดยาบางส่วนมาให้พระชายา มีทั้งยาดื่ม และยาสำหรับแช่น้ำอาบ ส่วนเรื่องฝังเข็ม ท่านน่าจะมีผู้ที่เชี่ยวชาญทำให้แล้ว”
“ขอบคุณท่านหมอ อันเหมย เจ้าไปส่งท่านหมอ และรับยามาให้ข้าที”
“เพคะ พระชายา”
ถังมู่เหรินงุนงงกับที่ซีเฟยคุยกับท่านหมอ นี่มันเรื่องอะไรกัน
“ซีเฟย ที่ท่านหมอพูดไม่จบ คือเรื่องใดกัน วิธีถอนพิษให้เจ้า หากไม่ถอนออก เจ้าจะต้อง……”
“พระองค์อยากทราบหรือเพคะ”
“ความปลอดภัยของเจ้า คือเรื่องที่ข้าต้องรับผิดชอบในฐานะพระสวามี เจ้าบอกมาเถอะ ต่อให้ยากแค่ไหน ข้าก็จะต้องช่วยเจ้า”
ซีเฟยรู้สึกอบอุ่นใจกับคำพูดของเขา นางไม่รู้ว่าเพราะเหตุการณ์นี้หรือไม่ ที่ทำให้เขาดูห่วงใยนาง อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตลอดครึ่งปีที่นางอยู่ที่นี่
"มันก็ ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเพคะ เพียงแต่ บางพิษ ต้องถอนด้วยการ..
จู่ๆ นางก็หน้าแดงขึ้นมา
“ด้วยอะไร ยา หรือสมุนไพรหายาก”
“ไม่ใช่เพคะ คือว่า ต้อง… แก้พิษด้วยการร่วมรักกันเพคะ”
ซีเฟยยกมือขึ้นมาทำท่ากระแอม ถังมู่เหรินทำมือค้างเอาไว้ อย่างไรนะ เมื่อกี้นางบอกว่า ร่วมรักกัน เช่นนั้นหรือ
“นั่น นั่นมันก็ไม่เห็นยากเลยนี่ คือ เรื่องแบบนี้ ข้าว่า เราก็แต่งงานกันแล้ว เจ้า ว่ามั้ยล่ะ คือ แบบว่า มันก็เป็นเรื่องปกติ ข้า ช่วยเจ้าได้ หากเจ้า ไม่ว่าอะไรก็ ข้าจะช่วยเจ้าเอง”
“เอ่อ พระองค์ไม่ต้องลำบากหรอกเพคะ พิษตัวนี้ แค่ฝังเข็ม ก็สามารถยับยั้งเอาไว้ได้เพคะ”
“ฝังเข็มน่ะ มันช่วยได้แค่ชั่วคราว จะเหมือนกับการช่วยเหลือโดยตรงได้เช่นไรกัน”
“เอาเป็นว่า ไว้วันไหนหม่อมฉันต้องการความช่วยเหลือ จะปรึกษาพระองค์นะเพคะ”
“ทำไมล่ะ เจ้ารออะไรงั้นหรือ”
ถังมู่เหรินถามนาง เพราะเขากับนางเอง แต่งงานกันมาได้เกือบหกเดือนแล้ว และตอนนี้หมอหลวงก็ตรวจเจอว่านางยังเป็นสาวพรหมจรรย์อยู่ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป พวกเขาต้องหาทางรับมือ
“หม่อมฉัน ต้องแก้พิษตัวอื่นก่อนเพคะ ค่อยๆ แก้ไปทีละนิด พิษตัวนี้ เอาไว้แก้ทีหลังได้เพคะ เพราะว่า…..”
“เพราะว่า……..”
“มันต้องแก้พิษ มากกว่าห้าครั้ง พิษถึงจะสลายหมดเพคะ”
ถังมู่เหรินเดินเข้ามาหานางช้าๆ และก้มหน้าลงมาเกือบจะติดหน้านาง
“แล้วอย่างไรล่ะ พระชายา ข้าช่วยเจ้าได้ มากกว่าห้าครั้ง ได้อยู่แล้ว”
ใกล้เกินไปแล้ว ซีเฟยคิด ถึงแม้นางจะทำใจไว้แล้วว่าตัวนางอภิเษกมาเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ เรื่องแบบนี้ ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ก่อนที่จะมา นางหวังว่าสักวัน จะได้เป็นอิสระ นางไม่อยากผูกชีวิตของนางไว้กับวังหลวง
นางอยากออกเดินทางช่วยเหลือผู้คนด้วยวิชาแพทย์ที่นางศึกษามา เพียงแต่ตอนนี้ นางเหมือนจะเริ่มหวั่นไหวให้กับท่านอ๋องรูปงามที่อยู่ข้างหน้านางเสียแล้ว เพียงแต่ เขาช่างเย็นชา และอารมณ์ร้อน นางไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับนางกันแน่
“ท่านอ๋อง พระองค์ อย่าทรงล้อหม่อมฉันเล่นสิเพคะ เรื่องนี้ มันสำคัญนะเพคะ”
ถังมู่เหรินอดใจไม่ไหวจริงๆ ยิ่งอยู่ใกล้นาง ยิ่งยากที่จะควบคุมจิตใจให้สงบนิ่งได้ เขาประกบปากเข้ากับริมฝีปากบางนั้นอย่างอ่อนโยน เขาต้องการขอโทษเรื่องที่เขาโมโหใส่นางเมื่อตอนบ่าย เขาค่อยๆ บดขยี้ปากเข้าไป ซีเฟยที่กำลังตกใจอยู่ทำอะไรไม่ถูก จู่ ๆ เขาก็จูบอย่างรวดเร็ว นางจับไหล่เขาไว้ เขาขยับเอวนางเข้ามาชิดตัวเขา
“ข้าพังประตูห้องเจ้าไปแล้ว ถ้าอย่างไร คืนนี้ เจ้าต้องย้ายห้องนอนแล้วล่ะ พระชายา”
เขาช้อนตัวซีเฟยขึ้นมา และพาเดินกลับไปที่ห้องบรรทม ที่เคยใช้เป็นห้องหอของเขาและนาง………
“ท่านอ๋องเพคะ อย่าพึ่งสิเพคะ หม่อมฉันยังไม่พร้อม”
“พระชายา ข้าก็ไม่ได้จะทำอะไรเจ้าเสียหน่อย เพียงแต่บอกว่าต้องย้ายห้องนอนชั่วคราว ข้าบอกแล้วไง ว่าข้าพังประตูห้องเจ้าไปแล้ว”
“แต่หม่อมฉันนอนห้องรับรองก็ได้นะเพคะ ในตำหนักมีห้องเหลือตั้งหลายห้อง”
“เจ้าอยากจะให้บ่าวไพร่เอาไปนินทาหรือ ว่าเราแยกห้องนอนกัน ในเวลาที่มีคนร้ายบุกเข้าตำหนักแบบนี้”
ซีเฟยเงียบเสียงลง ปล่อยให้เขาอุ้มไปที่ห้องนอนเงียบๆ
“เจ้ากล้าดีอย่างไร นี่เป็นยาที่รักษาไข้หวัดของท่านอ๋อง เจ้าเป็นใคร ใหญ่มาจากไหน มาถึงจวนข้า ด่าคนของข้า ตบคนของข้า แล้วยังกล้าทำลายข้าวของ เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่”“จวนของเจ้าอย่างนั้นหรือ นังบ้านนอก ป่าเถื่อน นี่เจ้าจะทำอะไรข้า เจ้ากล้าตบข้า อย่าคิดว่าเรื่องนี้จะจบง่ายๆนะ”“เพี๊ยะ”ซีเฟยตบชิงอี้เหนียงไปอีกทีเพื่อเตือนสตินาง และหยิบเศษแก้วที่หล่นพื้น ซึ่งยังมียาอยู่ด้านใน นางจับปากชิงอี้เหนียง บีบออก และเทยาที่เหลือกรอกเข้าปากนางอย่างรวดเร็วจนนางดิ้น แต่ไม่มีใครกล้าพอที่จะเข้าไปห้าม“แหวะ แค่กๆ เจ้า นังแพศยา เจ้าเอายาที่ตกพื้นแล้ว ให้ข้ากินอย่างนั้นหรือ นังสารเลว”“เมื่อกี้ เจ้าบอกว่า เจ้าอยากพิสูจน์ว่ายานี่มีพิษหรือไม่ ไม่ใช่หรือ ข้าก็แค่ ช่วยป้อนยาให้เจ้า เพื่อเป็นการพิสูจน์อย่างไรล่ะ ว่าเจ้ากินแล้ว จะตายหรือไม่”“สารเลว ข้าจะ..”“เจ้าจะทำไม เจ้ามองหน้าข้าไว้นะ รอบนี้แค่ยาที่ตกพื้น ยังดีที่ไม่ใช่เศษแก้วในมือข้า เจ้าภาวนาเอาไว้เถอะ อย่าได้คิดจะมีเรื่องกับข้า เพราะข้า ไม่ใช่ตุ๊กตาแสนดีที่จะอยู่เฉยๆ ให้เจ้ารังแกได้ ถ้าเจ้าอยากลองดู ข้าก็ไม่ขัดข้อง”“นี่เจ้า เจ้า”“เสียงเอะ
“คำพูดนี้ ใช้กับคนได้หรือไม่”ซีเฟยหันมามองหน้าเขา สายตาจริงใจพร้อมกับยิ้มให้“ได้สิเพคะ คนเราทุกคน ล้วนมีคุณค่าในตัวเองทั้งนั้น ไม่มีใครมาลดคุณค่าในตัวเราได้หรอกเพคะ”ไม่มีใครเคยพูดกับเขาเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่เล็กจนโต เขาโตมาพร้อมกับการแย่งชิง และบอกว่า ผู้แพ้ ย่อมเป็นคนที่ไร้ค่า ผู้ชนะเท่านั้นที่จะอยู่รอดได้ แม้แต่ตัวเขาเอง ก็รู้สึกว่าต้องแย่งชิงเท่านั้น จึงจะเป็นผู้ชนะ และการสูญเสียชิงอี้เหนียงในครั้งนั้น เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าแพ้ และไร้ค่า ไม่เคยมีใครบอกเขาว่าทุกคนเกิดมาล้วนมีคุณค่าในแบบของตน นางช่างแตกต่างจากผู้คนที่เขารู้จัก และคุ้นเคยในสังคมของวังหลวงเหลือเกิน“เจ้า คิดแบบนี้จริงๆ น่ะหรือ เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่า ผู้ชนะเท่านั้น ที่สมควรถูกยกย่อง”“แล้วท่านว่า ผู้ชนะของท่าน คือการชนะอะไรล่ะเพคะ แล้วคนผู้นั้น สามารถเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ได้หรือเพคะ”“ได้สิ เหตุใดจะไม่ได้ล่ะ ก็ในเมื่อ…”“ถ้าอย่างนั้น พระองค์ห้ามมิให้ตัวเองป่วยได้หรือไม่เพคะ”“ไม่ได้”“ห้ามไม่ให้อายุเพิ่มมากขึ้น หรือแก่ชราได้หรือไม่เพคะ”“นั่นก็ ไม่ได้เช่นกัน”“สุดท้าย พระองค์สามารถเอาชนะความตายหรือไม่เพคะ”
ที่นางบอกท่านอ๋องว่านางเลือกที่จะเป็นว่าที่พระชายาองค์รัชทายาทแล้ว หลังจากที่ท่านอ๋องออกศึกไป เพราะนางต้องการคนที่อยู่กับนาง มีเวลาดูแลนางอย่างใกล้ชิด นางให้เหตุผลว่า ท่านอ๋องต้องออกศึกอยู่เนืองๆ ไม่ค่อยได้กลับเมืองหลวง นางไม่มีโอกาสได้เจอท่านอ๋องบ่อยเท่าไหร่ และท่านอ๋องไม่สามารถดูแลนางได้ หากอภิเษกกับท่านอ๋อง นางอาจจะต้องอยู่แต่ในจวน เฝ้าตำหนักอ๋องอย่างเดียวดาย ดังนั้น นางถึงเลือกองค์รัชทายาท ซึ่งวันนั้น ท่านอ๋องพึ่งกลับมาจากการปราบกบฏที่เมืองหยาง และท่านอ๋องได้ซื้อเครื่องประดับเป็นชุดปิ่นทองพร้อมกำไรทองประดับไพลินสีน้ำเงินกลับมาเพื่อจะมอบให้นางเป็นของหมั้นหลังจากที่ถูกนางปฏิเสธไป เขาเอาเครื่องประดับที่ซื้อมา ทำลายทิ้งทั้งหมด อีก 5 วันถัดมา เขาทูลขอฮ่องเต้ เพื่อย้ายไปประจำการชายแดนทางเหนือ ซึ่งติดกับแคว้นเยี่ยนนั่นเอง……มาวันนี้ที่นางมา กลับมาให้เหตุผลว่าเป็นความเห็นชอบของผู้ใหญ่ นี่มันช่างเป็นเรื่องที่น่าขำเสียจริง ไม่แปลกใจที่ท่านอ๋องจะตอบกลับอย่างไร้ไมตรี“เว่ยอี จะเอาของพวกนั้นไปที่ใดหรือ”“ทูลพระชายา ท่านอ๋องสั่งให้ทำลายทิ้งพ่ะย่ะค่ะ”ซีเฟยรู้สึกแปลกใจ ข้าวของพวกนี้ ล้วนแต่เป็
“นางได้แจ้งธุระหรือไม่”“คุณหนูชิงบอกเพียงว่า แวะมาเยี่ยมพ่ะย่ะค่ะ”ถังมู่เหรินมองหน้าพระชายา จึงได้บอกเว่ยอี“เจ้าไปบอกนางว่าเดี๋ยวข้าไปพบที่ห้องรับแขก”“พ่ะย่ะค่ะ”“พระชายา รอก่อน”“ท่านอ๋อง มีอะไรเพคะ”“เจ้า ไปรับแขกกับข้า”“แต่ข้า ไม่ได้รู้จักกับนางนะเพคะ”“น้องสี่เจ้าก็ไม่เคยรู้จัก เหตุใดต้อนรับได้ล่ะ”“ก็ได้เพคะ”ซีเฟยพอจะทราบ ชิงอี้เหนียง คืออดีตคนรักของเขา นางเองก็ไม่อยากพบเจอ เพื่อไม่อยากมีปัญหาทีหลัง แต่ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ ตามมารยาทก็ควรต้องไปห้องรับแขก จวนอ๋องเมื่อชินอ๋องและซีเฟยเดินเข้ามา ก็พบกับแขกที่มาเยือน นั่งจิบชาอยู่ในห้องรับแขก เมื่อเห็นชินอ๋องเดินเข้าห้องมา นางก็รีบลุกขึ้นคำนับท่านอ๋อง“ชิงอี้เหนียง คารวะท่านอ๋องเพคะ”“เชิญคุณหนูชิงตามสบาย”“พี่มู่เหริน เหตุใดจึงทำตัวห่างเหินกับข้าแบบนี้เพคะ”นางไม่พูดเปล่า แต่เดินเข้ามาใกล้และเอื้อมมือมาจับเขาด้วย ซีเฟยจึงได้เห็นนางชัดๆ นางเป็นสตรีที่งดงามมาก ชุดแดงที่นางสวมใส่มาวันนี้ปักทอด้วยผ้าอย่างดี ดูด้วยสายตาปราดเดียวก็รู้ว่านางต้องอยู่ในตระกูลที่ไม่ธรรมดาแน่นอน แต่การกระทำที่ไม่สำรวมกิริยาแบบนี้ ซีเฟยเองก็พึ่งจะเคยเห็น ช
ถังมู่เหรินอุ้มจ้าวซีเฟยเข้ามาในห้องพักสำรอง คืนนี้พวกเขาต้องนอนที่นี่ด้วยกัน เขาค่อยๆ วางนางลงอย่างเบามือเพราะกลัวว่านางจะตกใจตื่น แต่ก็คงเพราะซีเฟยอ่อนเพลีย และต้องใช้เวลาในการปรุงยาครึ่งค่อนคืน ทำให้นางหลับสนิทโดยไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดมู่เหรินมองหน้านางตอนนอนหลับสนิท ขนตานางงอนงามเป็นระเบียบ ใบหน้าที่หมดจด ไร้เครื่องประทินโฉม ผิวช่างละเอียดน่าสัมผัส ปากบางๆ นี่ เขาเคยได้ลิ้มลองเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ก็ไม่เคยลืมรสชาตินั้น นางช่างอ่อนหวาน น่าหลงใหล“คงเหนื่อยสินะ พระชายา”มู่เหรินก้มลงจูบหน้าผากนาง ก่อนที่จะจัดให้นางนอนดีๆ เขาถือโอกาสนี้ นอนข้างๆ นาง และดึงผ้าห่มขึ้นมาเพื่อห่มให้พวกเขา ซีเฟยนอนนิ่ง เขานอนตะแคงมองนางอยู่นาน ก่อนที่เขาจะนอนหลับสนิทไป…..วันรุ่งขึ้น…..อาจเพราะเมื่อคืน อากาศหนาวเย็น ตอนนี้ ซีเฟยนอนซบอยู่กับอกของชินอ๋องโดยที่นางไม่รู้ตัว ถังมู่เหรินนั้น ตื่นนางแล้ว แต่เขารู้สึกว่าไม่อยากขยับตัว เพราะเขาชอบที่นางนอนท่านี้ เขารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก นางเริ่มขยับตัว เขาจึงแกล้งหลับต่อ ซีเฟยลืมตาขึ้น นางหันมาตกใจเล็กน้อย นี่นางกำลัง นอนกอดเขาอยู่ แล้วเขา มานอนกับนางได้อย่าง
“พระองค์ทรงหมายถึง องค์รัชทายาท”“ใช่ เพียงแต่ข้าแค่ไม่เข้าใจว่า เหตุใด เขาถึงอยากเร่งเอาชีวิตข้ามากนัก ก่อนหน้านี้ เขาไม่ทำแผนที่ต่ำทรามแบบนี้ ตั้งแต่เราแต่งงานกัน ก็มีเรื่องแบบนี้มาเรื่อยๆ ข้า ไม่เข้าใจ”“พระองค์คิดว่า มีคนอื่นร่วมทำการครั้งนี้ด้วย”“ข้าก็เริ่มนึกไม่ออกแล้ว หากต้องการชีวิตข้า ก็เพียงแค่วางยาข้าก็จบ แต่เหตุใดต้องทำร้ายเจ้าด้วย นี่คือสิ่งที่ทำให้ข้าไม่มั่นใจจุดประสงค์ของเขา”“แย่แล้ว การที่ข้าทำแบบนี้ ก็เท่ากับว่าแหวกหญ้าให้งูตื่นเสียแล้ว”“ข้ากลับคิดกลับกันนะ ว่าให้เขารับรู้ไปเลยว่าเรารู้แผนชั่วนี่ เขาจะได้เปิดเผยตัวเสียที จะได้ไม่ลอบกัดอีก"“แล้วห้องที่ถูกวางยาพิษล่ะ ต้องทำอะไรบ้าง”“เรื่องนี้ไม่ยากเพคะ ที่ให้ปิดไว้ เพราะพิษจะได้ไม่ระเหยออกมาภายนอก มาจากกำยาน ก็แก้ด้วยกำยาน คืนนี้หม่อมฉันจะทำยาถอนพิษ และให้เอาไปจุดวันพรุ่งนี้ ก็ไม่มีปัญหาแล้วเพคะ”“แต่ว่าตอนนี้มันดึกแล้วนะ เจ้าพึ่งจะฟื้นจากพิษขึ้นมา”“ไม่เป็นไรเพคะ ใช้เวลาแค่ไม่นาน สมุนไพรและของที่ต้องใช้มีอยู่แล้ว อันเหมยก็พร้อมแล้ว เดี๋ยวหม่อมฉันจะไปห้องยา เพื่อปรุงยาเพื่อแก้พิษให้ในห้องเพคะ พระองค์ พักผ่อนไปก่อนน