Masukคิดว่าเราเหมาะสมกันไหมล่ะ?! ฉันเป็นสาวบาร์ทำงานกลางคืน ส่วนเขาเป็นหมอสูติลูกครึ่งญี่ปุ่น! ทำงานโรงพยาบาล! หมอสูติ x สาวบาร์ = มันเป็นไปไม่ได้!! แต่ฉันดันไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาน่ะสิ!! ฉันคิดว่ามันแค่ฉาบฉวย แค่สนุก เพราะเราอยากเมื่อไหร่ก็เจอ เสร็จเมื่อไหร่ก็แยก.. แต่มันไม่ใช่แค่นั้น อยู่ๆฉันก็เสพติด เป็นโรคขาดเซ็กส์เขาไม่ได้!!
Lihat lebih banyakบรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ อึมครึมจนน่าอึดอัด แสงนีออนขาวสว่างจ้าแต่กลับไร้ความอบอุ่น พาให้ห้องที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลับเย็นเยียบจนรู้สึกได้ ถึงความว่างเปล่าที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศ
เคย์มาน อนิสตัน หนุ่มสัญชาติไทยอังกฤษ วัย 21 ปี ก้มหน้าหลุบต่ำมองหน้าขาตัวเอง พลางคิดวนไปวนมา กับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเองไม่ตก หัวคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเป็นปม ราวกับคนเครียดจัด มันสับสนจนหัวเขาแทบระเบิด
“คุณเคย์มานคะ ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างคะ”
โทนเสียงนุ่มหูของจิตแพทย์หญิงประจำตัวชายหนุ่มเอ่ยขึ้น เคย์มานเงยหน้าขึ้นมามองหน้าคุณหมอแล้วนิ่งไปสักพัก ก่อนที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง แล้วก้มหน้าลงอีกครั้ง
เคย์มานไม่รู้จะตอบกลับอะไร “จะให้เป็นอะไรไปได้อีกล่ะครับ ผมก็เจอกับไอ้โรคบ้า ๆ นั่นเหมือนเดิม” ความคิดฟุ้งซ่านลอยวนอยู่ในหัว เหมือนกับหมอกควันที่ไม่มีวันจางหาย
เขาจะเข้ามาพบจิตแพทย์ทุก ๆ หนึ่งเดือน เพื่อรับการบำบัดสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ไอ้โรคประหลาด ที่เขาเป็นอยู่มันหายไปได้เลยแม้แต่นิดเดียว มันเป็นเพียงการเยียวยาทางจิตใจเท่านั้น
“ผมสับสนครับ...ตอนนี้ผมสับสนไปหมด ตกลงผมเป็นอะไรกันแน่”
น้ำเสียงสั่นเครือเจือไปด้วยความสิ้นหวังของเคย์มานเอ่ยขึ้น มือทั้งสองข้างที่วางอยู่บนตักตัวเอง ตอนนี้เขาเอามันจิกเข้าหากันจนเป็นรอยเล็บ เคย์มานก้มหน้าลงต่ำอีกครั้ง ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตามองคุณหมอเลยด้วยซ้ำ
“หมอก็ยังให้คำตอบไม่ได้ค่ะ แต่ผลการตรวจสารสื่อประสาทในสมองของคุณปกติดีทุกอย่าง”
“ผมจะไม่หายจากโรคบ้า ๆ นี่ใช่ไหมครับ?”
เป็นประโยคคำถาม ที่ทำให้คุณหมอหนักใจไม่น้อย สายตาหม่นหมอง จ้องมองไปยังดวงตาของจิตแพทย์หญิงด้วยความหวัง หวังว่าตัวเองจะหายจากโรคบ้า ๆ ที่เป็นอยู่
สายตาแห่งความหวัง เจือไปด้วยความสิ้นหวังของเคย์มาน มันทำให้จิตแพทย์หญิงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก
“เอ่อ...หมอ...หมอ จะพยายามหาวิธีช่วยคุณให้ถึงที่สุดค่ะ ตอนนี้ของแค่คุณพยายามไม่โฟกัสเรื่องนี้ก่อน...”
“เวลาคิดถึงเรื่องแย่ ๆ พยายามดึงตัวเองออกมาให้เร็วที่สุด อย่างดิ่งไปกับมันนะคะ เพราะมันจะยิ่งทำให้จิตใจคุณย่ำแย่ลงไปอีก แล้วคุณอาจจะมีภาวะซึมเศร้า หรืออาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้เลยนะคะ”
จิตแพทย์หญิงเอ่ยตามความเป็นจริง แต่เรื่องที่จะรักษาอาการประหลาด ๆ ที่เขาเป็นมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เธอเองก็จนปัญญาเหมือนกันตอนนี้ ทำได้เพียงแค่คอยบำบัดสภาพจิตใจของชายหนุ่ม คอยให้คำปรึกษาเวลาเขาเจอเรื่องแย่ ๆ มาก็เท่านั้น
“เมื่อวานผมอาการกำเริบอีกแล้วครับ”
อยู่ ๆ เคย์มานก็เอ่ยขึ้นมา แล้วนิ่งเงียบไปสักพัก ดวงตาคู่สวยเริ่มสั่นระริก หยาดเหงื่ออาบชุ่มเต็มซอกนิ้ว
“คะ? ...พอจะเล่าให้หมอฟังได้ไหมคะ”
คุณหมอช้อนสายตามองชายหนุ่ม แล้วส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้กับเขา รอยยิ้มนี้ทำให้ใจของคนที่เหี่ยวเฉารู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย
“ได้ครับ...ก็เหมือนอย่างเคย ๆ อยู่ ๆ ผมก็รู้สึกร้อนไปทั้งตัวเหมือนถูกไฟเผา แล้วเสียงหัวเราะของใครบางคนก็ดังก้องเข้ามาในหู ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ผมอาจหลอนจนหูฝาดก็ได้ ผมไม่รู้จริง ๆ มันคืออาการหลอนหรืออะไรกันแน่ มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง จนผมคิดว่าผมเป็นบ้าไปแล้ว...”
เขาอธิบายยาวเหยียดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เคย์มานนิ่งไปครู่หนึ่ง พลางพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง ก่อนที่จะเหลือบตาขึ้นไปมองหน้าจิตแพทย์หญิงอีกครั้งและพูดต่อ
“หลังจากเสียงนั้นหายไป ผมก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ เหงื่อผมไหลเต็มตัวไปหมด ผมเกิดอารมณ์ทางเพศอย่างรุนแรง จน...จนผมควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ไม่ได้จริง ๆ”
“ตัวผมร้อนไปหมดเหมือนผิวหนังจะละลาย หลุดออกมาเลยครับ ผมต้องมีเซ็กส์ถึงจะหายจากอาการทุกข์ทรมานบ้า ๆ นั่น แต่ที่มันน่าตลก มันน่าตลกจริง ๆ แล้วมันก็บ้ามาก...”
“ผมต้องมีเซ็กส์หมู่เท่านั้น มันถึงจะปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศของผมให้หมดลงได้ ให้ตายสิ!!...ผมทนไม่ไหวแล้ว แต่ผมก็ต้องทน และผมก็ไม่รู้ว่าจะทนได้นานอีกแค่ไหน”
โทนเสียงสั่นเครือ เจือไปด้วยความเจ็บปวดเปล่งออกมา บ่งบอกถึงความสิ้นหวัง เคย์มานยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาลูบที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของตัวเอง
ดวงตาสีน้ำตาลทอง ที่มีขนตายาวเป็นแพรหนา เริ่มแดงก่ำมันคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เขารีบกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่หยาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา ไม่ให้คุณหมอได้เห็นมัน
“ร้องออกมาเถอะค่ะ ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น ไม่เป็นไรนะคะ หมออยู่ตรงนี้ หมอพร้อมจะรับฟังคุณทุกเรื่อง คุณไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอายอะไรทั้งนั้นค่ะ หมอเชื่อว่าทุกอย่างจะโอเค”
“แล้วเมื่อไรล่ะครับ?”
“............”
คำถามสวนกลับของเคย์มานทำให้จิตแพทย์หญิงนิ่งงันไปไม่เป็น “เมื่อไรล่ะ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“เอ่อ...หมอยังให้คำตอบไม่ได้ค่ะ ว่าแต่คุณได้ยินเสียงแว่ว หรือเห็นภาพหลอนอะไรไหมคะ ตอนอาการไม่กำเริบ”
จิตแพทย์หญิงชวนเปลี่ยนเรื่องคุยทันที เมื่อได้ยินเคย์มานบอกว่าเขามักจะได้ยินเสียงหัวเราะ ระหว่างที่เกิดอาการกำเริบ เลยคิดว่าตอนนี้คงต้องใช้ยาช่วยระงับอาการทางจิตร่วมด้วย คนไข้รายนี้อาจจะมีอาการหลอนจนหูฝาดก็ได้
“ได้ยินเสียงแว่วครับ เหมือนมีคนคุยกันข้าง ๆ หู แต่ไม่บ่อยครับ”
ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ พลางเอียงคอมองคุณหมอ สายตาทอดมองไปยังเธอด้วยความสงสัย คุณหมอทำหน้านิ่ง เหมือนกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยววันนี้ หมอจะจ่ายยา Quetiapine ไปให้คุณทานนะคะ ยามันจะช่วยลดอาการหลอน การได้ยินเสียงแว่ว หรือภาพหล่อนได้ค่ะ ช่วยปรับอารมณ์ทำให้คุณมีสมาธิมากขึ้น ช่วยลดอาการกระวนกระวาย หมอจะให้ทาน 1 เม็ดก่อนนอนนะคะ”
คุณหมอกล่าวพร้อมกับจดใบสั่งยาให้กับเคย์มานไปด้วย
“ผมเป็นโรคประสาทเหรอครับ?”
คำถามนี้ทำให้คุณหมอหยุดชะงักทันที จิตแพทย์หญิงรีบเงยหน้าขึ้นมาสบตามองคนไข้ เธอรีบวางปากกาลงอย่างไว แล้วโบกมือไปมา ก่อนที่จะส่งยิ้มที่แสนอ่อนโยนให้กับชายหนุ่มอีกครั้ง
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ...หมอไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ ที่จ่ายยาไปเพราะคุณบอกว่ามีอาการได้ยินเสียงแว่ว หมอเลยจะลองจ่ายยาตัวนี้ให้ทานดูค่ะ เผื่อว่าจะช่วยลดอาการดังกล่าวได้ค่ะ”
“ออ...ครับ”
เคย์มานใช้เวลาพูดคุยกับจิตแพทย์หญิงสักพัก เขาก็ขอตัวกลับ คุณหมอให้คุณพยาบาลเอายามาให้เคย์มานในห้องตรวจเหมือนอย่างเคย
โดยที่เขาไม่ต้องไปยืนรอต่อคิวเหมือนคนไข้คนอื่น ๆ ก่อนเดินออกจากห้อง เขาไม่ลืมที่หยิบแว่นตาสีดำมาสวมใส่ พร้อมกับหมวกแก๊ปใบโปรดมาสวมไว้บนศีรษะ
คุณพยาบาลเดินเข้ามาเรียกเคย์มาน ส่งสัญญาณว่าให้เขาออกไปข้างนอกได้แล้ว เคย์มานค่อย ๆ เปิดประตูมองซ้าย มองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครแล้ว เขาจริงรีบพาตัวเองออกมาทันที เพราะเคย์มานไม่อยากให้ใครรู้ว่า เขาป่วยเป็นโรคบ้า ๆ นี่
ครอบครัวของเขามีชื่อเสียงใหญ่โต ทำธุรกิจอสังหาฯ ทั้งในประเทศไทยและอังกฤษหลายแห่ง อยู่ในเครืออนิสตัน ที่ได้ตั้งชื่อตามสกุลของบิดา
โดยที่ประเทศไทยจะมีมารดาของเขาเป็นคนอยู่บริหารงานที่นั่น ส่วนที่อังกฤษพ่อของเขาจะเป็นคนบริหารงาน แล้วว่าง ๆ พวกเขาก็จะบินกลับไปไทยบ้างเป็นบางครั้ง หรือไม่แม่ของเขาก็จะบินมาหาเขาที่นี่
เคย์มานจึงไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาเป็นโรคประหลาดนี่ ถ้ามีคนรู้ว่าเขาต้องเข้าพบจิตแพทย์ คงมีคนเอาไปเมาส์ไม่หยุดแน่ ว่าตระกูลอนิสตันมีลูกป่วยเป็นโรคประสาท
ถึงแม้การพบจิตแพทย์จะเป็นเรื่องที่ปกติในยุคสมัยนี้แล้วก็ตาม แต่เคย์มานก็ยังอยากให้เรื่องนี้เป็นความลับ ไม่อยากให้ใครได้รับรู้ แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของเขา ยังไม่รู้เลยว่าเขาป่วย
เคย์มานรีบสืบเท้าก้าวเดินมาที่รถสปอร์ตคันสีแดงคู่ใจ ก่อนที่จะพาตัวเองเข้าไปนั่งที่เบาะคนขับ แล้วกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ คันเร่งถูกเหยียบเต็มแรง รถหรูพุ่งทะยานออกไปอย่างไวราวกับพายุ
หลังจากกินข้าวและเหน็บแนมกันเสร็จ ก็กลับมาคอนโดใช้ชีวิตปกติ มันจะไม่ปกติเพราะลูกนี่ล่ะ อีสวยเหนื่อยมาก ตอนลูกทารก คิดว่าลูกจะเรียบร้อยเลี้ยงง่าย นี่ไม่ใช่เลย! ซนมาก มันดีที่เขาซนแต่ที่บ้านไม่ซนข้างนอก ไม่งั้นฉันปวดหัวกว่านี้อีก! ฉันนั่งทำงาน นั่งพับผ้า ลูกชายรื้อซะเละ กูจะบ่นจะด่าหน่อย อิพ่อก็โอ๋ลูกซะ! “ไคล์ หยุด แม่เหนื่อยแล้วนะ!” “ไคล์มาเล่นกับพ่อมา แม่องค์ลงแล้ว” เออ! “องค์ลง แม่องค์ลง” เออ! ลูกก็พูดตามพ่อ นี่ถ้าอิหมอยังเรียกฉันแรดอีก ไคล์ได้เรียกตามแน่ แล้วพ่อลูกเขา ก็ไปขี่คอกันเล่นที่โซฟา ส่งเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว ทำฉันประสาทกิน เวียนหัวก็เวียนหัว! ทำไมหงุดหงิดขนาดนี้วะ “ปาป๊า ฮ่า ๆ ๆ ๆ” เสียงไคล์ดังมาก เล่นกับอิหมอไม่หยุด! “ไคล์จับพ่อไว้ เครื่องจะขึ้นแล้ว!” เออ! อารมณ์กูก็จะขึ้นด้วย ฉันหันไปจิกตาใส่ผัว ที่อุ้มลูกชูขึ้นสูงลิบ! เล่นอะไรไม่เกรงใจอีสวยที่อุ้มท้องมาเก้าเดือนเลยนะ! ฉันหัวร้อนทั้งวัน อารมณ์หงุดหงิดมันมาจัดเต็มจริง ๆ แต่อารมณ์เงี่-น มันไม่เค
ถึงคุณหมอสูติเขาจะออกเวรมาเช้าตรู่ บ่ายนี้เขาก็เข้าเวรต่อ นั่นล่ะอีสวยฝากท้องกับเขา ต้องรอไปพร้อมกันตอนบ่าย “ลูกคนที่สองแล้ว... ยังตื่นเต้นอีกเหรอหมอ” ฉันกอดลูกไปถามคุณผัวไป เพราะตั้งแต่ลงมาจากคอนโด นางยังไม่หุบยิ้มเลย “ตื่นเต้น และดีใจมาก... ไคล์ดีใจไหมครับ จะมีน้องแล้วนะ” ตอบฉันเสร็จก็ไปลูบหัวลูก ไคล์ยิ้มกว้างให้พ่อ แล้วเงยหน้าขึ้นมองฉัน อย่าบอกนะไคล์! “แฮ่ ๆ มามะ หม่าม้า” ตายเถอะ! ไคล์จะขี่คอฉันอีกแล้ว อ้อนฉันมาก ในรถยังไม่เว้นเลย! “จ๋าลูก อย่าขี่คอแม่ หยุด แม่ตีนะ” สงคราม! พูดคำนี้ปุ๊บ อิหมอหันมองฉันทันที “ไคล์ แม่มีน้องลูก ไว้ค่อยเล่นกับพ่อครับ” เล่นกับอิหมอบ่อยนี่เอง ถึงได้มาข่มเหงฉัน ฮือ ๆ ลูกนะลูก ผมที่หวีมาดิบดี ยุ่งเหยิงหมด มาถึงฉันก็ไปจองคิวที่แผนก อิหมอโม้กับหมอคนอื่นใหญ่ว่าทำเมียตัวเองท้อง! “รุ่นพี่... ภรรยาผมท้องอีกแล้ว” มึงคะ! ถ้าหมอที่นี่หล่อบิดมดลูกได้ขนาดนี้ อีสวยจะมาตรวจภายในทุกวัน ถามจริง ๆ โรงพยาบาลนี้เขาคัดหน้าตากันเหรอวะ? แม่ง! หมองานดีมาก มาก
ฉันรีบดึงมือกลับทันที จนอิหมอตกใจอีกรอบ “ให้ฉันจับสักนาทีสิ ไม่สบายรึป่าว” ฉันจะทำยังไงดีวะ ถ้าโกหกว่าเป็นเมนส์ อิหมอนางก็จะจับดูเลย! “วันหลังนะ เมื่อกี้สวยขอโทษ มันเหนื่อยเลยหงุดหงิด” เขาถอยหลัง แล้วพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะถอดเสื้อผ้า และเดินเข้าห้องน้ำไป กูรอด! ฉันยืนถอนหายใจอยู่สักพัก อยากบอกให้เขารู้จะได้จบ ๆ สักที แต่มึงเข้าใจไหม! อีสวยคนตรง เคยเซอร์ไพรส์ใครที่ไหน กูควรปรึกษาใครดี พี่อ้อยพี่ฉอด มันก็ไม่ได้ดราม่าอะไรขนาดนั้นป่ะวะ! แค่เรื่องเซอร์ไพรส์ผัว! เฮ้อ! ฉันถอดเครื่องประดับออกทีละชิ้น ทีละชิ้น กิ๊บที่ติดผม ก็ถอดทิ้งแม่ง อึดอัด เงี่-นก็เงี่-น ปิดผัวก็ต้องปิด หมับ! อิหมอ... อยู่ ๆ หมอเคนก็เข้ามากอดฉันจากด้านหลัง แถมไซร้ซอกคอฉันด้วย โอ๊ยตาย! “อาบน้ำด้วยกัน อารมณ์จะได้เย็นขึ้น” ยอมสิ อีสวยยอม! ยอมเดินเข้ามาอาบน้ำกับอิหมออย่างว่าง่าย ในระหว่างที่ลูบไล้ถูฟองสบู่ให้กัน ฉันก็หื่นกระหายจนเลเวลตัน กูเหมือนตกนรกทั้งเป็นเลยตอนนี้ ให้ตาย!
และแล้วก็ถึงเวลาที่ฉันต้องโยนช่อดอกไม้! บ้าจริง อีสวยไม่อยากยกแขนขึ้นสูงเลย กลัวชุดแต่งงานปริ แม่งบวมทุกอย่างเลยตอนนี้ พุง นม แขน ขา หอยก็ด้วย! พิธีกร: สาวโสด หนุ่มโสด ใครโสดมารอกันเลยค่ะ เจ้าสาวพร้อมแล้ว ยัง… กูยังไม่พร้อมโว้ย ขอฮึบก่อน! พิธีกร: หนึ่ง สอง สาม… โยนเลยค่า! ‘ฟุบ’ ฉันโยนช่อดอกไม้ลงไปข้างล่าง แรงเหวี่ยงทำฉันหน้ามืด เซ… จนอิหมอรีบมาประคองไว้ “สงสัยจะตื่นเต้นมาก จะเป็นลมแล้ว” ใครตื่นเต้น? อีสวยท้องโว้ย… แบร่! อิหมอสูติผู้โง่เขลา ไม่รู้ว่าเมียตัวเองท้อง! ฉันยิ้มแห้ง ๆ ให้เขา ก่อนจะรีบสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วทำตัวปกติ งานจะจบแล้ว อดทนอีสวย อดทน... ลูกก็ช่างซนเหลือเกิน แพ้ทั้งที มาแพ้ในงานแต่งงาน! ค่ะ! คนที่ได้ดอกไม้ไม่ใช่ใคร คุณซีเพื่อนเจ้าบ่าวนั่นเอง! เขายืนงง ก่อนจะมองหาสาว ๆ ที่จะส่งดอกไม้ให้ต่อ ไม่มี ไม่มี! ฉันไม่มีเพื่อนสวยเตะตาคุณซีเลยเหรอ ให้ตาย... พิธีกร: ถ้าไม่มีคนให้ ให้พิธีกรได้นะคะ อ่อยแรง! แรด! คุณซีพยักหน้ารัว ก่อนจะ
ฉันดี๊ด๊าอุ้มลูกชายกิ่งขึ้นมาแนบอก ตายจริง ทำไมดูจิ้มลิ้มละมุนแบบนี้คะลูก “คุณบอสคะ สวยขอยืมกลับบ้านหนึ่งวัน” ฉันอุ้มไปยิ้มไป ฉันไม่เคยอุ้มเด็กทารกแรกเกิดแบบนี้เลย ยิ่งตัวเองกำลังจะมีลูกด้วย... มันรู้สึกดีมากแก! “ฮ่า ๆ ซ้อมไว้สวย อีกไม่กี่เดือน” คุณบอสอุ้มอีกคนขึ้นมา ส
หลังจากทวงน้ำหอมจากอิหมอ เขาก็พาฉันมาที่ตึกแถวที่เช่าไว้ ของทุกอย่างตอนนี้ถูกจัดวางไว้เป็นสัดเป็นส่วนแล้ว บริษัทขนย้ายทำงานดีมาก! เขาจัดการให้ทุกอย่างเลย... แม่ฉันก็จะย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วย เพราะอิหมอไปอ้อนวอนมาด้วยตัวเอง นางช่างกล้านะ สนิทกับแม่ฉันเรียบร้อย แค่อิหมอพูด แม่ฉันก็ไม่ลังเ
หลังจากที่คุยที่บ้านเสร็จ เราก็ออกมาหาอะไรกินกัน นั่งกินข้าวพูดคุยสัพเพเหระ แม่ฉันจากที่เกร็ง ๆ ตอนนี้เริ่มพูดมาก ส่วนไอ้เรื่องยอมง่าย ๆ ก็ยังยอมอยู่ “ตามใจคุณหมอเลยค่า โอ๊ย ทางนี้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” แบบนี้ล่ะ ฉันเห็นแล้วอดขำแม่ตัวเองไม่ได้จริง ๆ สรุปการพบปะกันครั้งนี้
กลับมาถึงคอนโด อาบน้ำอาบท่า กินกันแป๊บนึง ฉันก็ส่งอิหมอไปเข้าเวรดึก ซึ่งนางเกลียดเวรดึกมาก! อิหมอพยายามแลกเวรกับชาวบ้าน ซึ่งไม่มีใครยอม ใครจะยอมวะ! คนอื่นเขาก็อยากอยู่กับลูก อยู่กับเมียเหมือนกัน “หมอ บอกสวยมา... ทำไมถึงไม่ชอบเข้าเวรดึก” เขาเดินไปกดมือถือไป แถมยังยกนาฬิกาขึ้นดูสลับกัน





