“ทำไม! รังเกรียจพี่ขนาดนั้นเลย เธอไม่คิดถึงพี่หน่อยหรอกรีน พี่เห็นนะที่เธอร้องไห้ กรีนไม่ได้แพ้อะไรทั้งนั้นเรื่องแค่นี้โกหกพี่ไม่ได้หรอก เธอคิดถึงพี่ใช่ไหม..กรีนดูผอมเกินไปจริง ๆ นะ”
View Moreณ เมืองโตเกียว
กรีนนักธุรกิจสาวและยังเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุน ผู้หญิงแกร่งที่มองหาอิสระในชีวิตเธอจึงทำงานอย่างบ้าคลั่งจนทำให้วันหนึ่งเธอรู้สึกอ่อนล้าทั้งกายและใจจึงบินมาญี่ปุ่นเพื่อทำอะไรตามใจตัวเองสักครั้งโดยไม่แคร์สายตาคนอื่น กรีนนักธุรกิจสาวทั้งยังควบตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการลงทุนเธอมีเป้าหมายในชีวิตคือต้องการอิสระทางด้านการเงินและมีความมั่นคงในชีวิตด้วยเหตุนี้ที่ผ่านมาเธอจึงพยายามตั้งใจเรียนตั้งแต่เด็กและทำงานอย่างบ้าคลั่งมาตลอดจนกระทั่งในที่สุดเธอก็รู้สึกอ่อนล้าไปทั้งกายและใจกรีนตัดสินใจบินมาญี่ปุ่นเพื่อหนีห่างจากสังคมที่เคยอยู่ หวังที่จะทำอะไรตามใจตัวเองเปิดโลกในเรื่องเซ็กส์ครั้งแรกสักครั้งโดยไม่ต้องแคร์สายตาคนอื่น ค่ำคืนนี้เธอนั่งอยู่ที่บาร์ชิว ๆ แห่งหนึ่งในโตเกียว เครื่องดื่มที่เรียงรายหลากหลายยี่ห้อ แสงสีและไฟสลัวพี่ส้มอ่อนสลับสีม่วงสีน้ำเงินไปมาสร้างความโรแมนติกชั้นดีแม้ผู้คนจะมากมายแต่เป้าหมายผู้ชายที่ตรงสเปคของเธอในค่ำคืนนี้ก็ยังคงดูไรวี่แวว “หึ!..นี้สินะชีวิตของฉันเอาไงดีว่ะคืนนี้ สงสัยคงต้องลองซื้อกินจริง ๆ สินะ” เธอพึมพำอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากบาร์แห่งนี้เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายผู้ชายคนใหม่ ตึก ตึก ตึก โอ๊ย! ขณะที่กำลังเดินออกไปจากบาร์เธอเดินปะทะร่างกายแข็งแรงของหนุ่มวัยกลางคน เธอกล่าวขอโทษกับหนุ่มตรงหน้าเป็นเวลาเดียวกันที่สายตาเธอปะทะกับสายตาคมที่มีเสน่ห์ชวนหน้าหลงไหล ความสูงอกแกร่ง หน้าตา บ้าจริง หนุ่มหล่อมองหน้าเธอพร้อมกล่าวขอโทษเธอเองก็ขอโทษเขากลับไปเช่นกันเธอและเขารับรู้ถึงแรงดึงดูดบ้างอย่างระหว่างกัน เขาจึงชวนเธอนั่งต่อที่บาร์เดิม ในเมื่อมีผู้ชายพี่หมายตาชวนเธอขนาดนี้มีหรือว่าเธอจะปฏิเสธเขา “เอ่อ..คุณชื่ออะไรครับ”(ภาษาญี่ปุ่น) หญิงสาวนิ่งไปสักพัได้แต่คิดในใจว่าลืมเรื่องภาษาไปเลย ชายหนุ่มที่เห็นว่าฉันนั่งยิ้มแห้ง ๆ ทำหน้างง ๆ ให้กับเขา เขาจึงสนทนาอีกครั้งเป็นภาษาอังกฤษเธอจึงตอบกลับไปทันที “ชื่อกรีนค่ะ” รอยยิ้มที่สดใสของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มตรงหน้านิ่งไปครู่นึง จากนั้นเธอและเขาก็คุยกันด้วยภาษาอังกฤษซึ่งชายหนุ่มบอกว่าวันนี้เขาโดนเพื่อนของเขาเทมาเลยหาที่มานั่งดื่ม ซึ่งหญิงสาวก็คิดว่าเขาคงไม่ได้มาแค่นั่งดื่มอย่างเดียวหรอกมั่งใครดูก็รู้ เธอได้แต่สงสัยว่าหน้าตาแบบนี้เขาจะมีแฟนหรือเปล่านะ แน่นอนว่าถึงเป้าหมายเธอคือหาชายหนุ่มสักคนที่พร้อมวันไนท์กับเธอแต่เธอก็ไม่ต้องการคนมีเจ้าของ ซึ่งตอนนี้หญิงสาวรู้สึกว่ายิ่งคุยกับชายหนุ่มตรงหน้ายิ่งน่าหลงใหลบวกกับน้ำเมาที่ทั้งสองคนดวลกันไม่ขาดสาย เธอเริ่มรู้สึกว่าเธอเมาได้ที่และเธอก็พร้อมเต็มที่สำหรับค่ำคืนนี้เช่นกัน เธอจึงชวนให้ชายหนุ่มไปต่อในใจเธอก็แอบคิดว่าเขาจะไปด้วยไหมนะ..ใจเธอเริ่มหวั่นไว ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเรียกพนักงานเช็คบิล หญิงสาวที่เห็นแบบนั้นก็รีบควักบัตรเครดิตของตนเพื่อจ่ายค่าเหล้าในคืนนี้ทันที ชายหนุ่มอมยิ้มที่มุมปากพร้อมกับใบหน้าที่นิ่ง ๆ เรียบเฉยและสบตากับเธอผิวขาวเนียน ผมดำสนิทคนนี้พร้อมเอ่ยปากปฏิเสธเธอและเปลี่ยนบัตรเครดิตสีดำพรีเมียร์ใบใหม่ของตนและคืนบัตรของหญิงสาวให้แกเธอ หญิงสาวรับบัตรมาก็เก็บไว้ในกระเป๋าแบบไม่ได้คิดอะไรเพราะตอนนี้ต้องเรียกว่าเธอเมาได้ที่ขั้นสุดเธอที่รู้สึกมึนอึนไปหมด หมับ หลังจากชายหนุ่มรับบัตรเครดิตของตนคืนมาจากบริกร จากนั้นก็ได้คว้าเอวบางของหญิงสาวพร้อมเดินออกจากร้านโดยชายหนุ่มได้เดินไปที่จอดรถวีไอพีและไปเปิดประตูรถคันหรูสีดำของชายหนุ่มให้เธอ เธอเองก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธแต่อย่างใด รถคันหรูจอดสนิทที่คอนโดของชายหนุ่มจากนั้นทั้งคู่ขึ้นไปยังห้องพักพร้อมกับความรู้สึกของเธอที่พอเอาเข้าจริงเธอก็รู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ ขึ้นมา “เธอจะมาปอดแหกกับเรื่องแค่นี้ไม่ได้นะกรีน” เธอที่พึมพำบอกกับตัวเองเพราะตอนนี้เธอมีความรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ ขึ้นมาขึ้นมาในใจ “มีอะไรรึเปล่าครับ” “อ่อ ๆ..เปล่าค่ะ ” เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเธอ ในเมื่อเธอปฏิเสธก็ไม่อะไรที่จะกวนใจเข้าได้อีก พอถึงห้องพักชายหนุ่มตรงหน้าไม่รอช้าเริ่มจับเธอพิงกับโซฟาตัวโตที่อยู่ตรงกลางห้อง ทั้งสองคนต่างสบตากันและกัน ภายในใจหญิงสาวเธอรู้สึกว่าเขาหล่อเป็นบ้า จากนั้นมือหนาของเขาเลื่อนมือมาสัมผัสกับใบหน้าของเธอก่อนที่จะเลื่อนมือลงมาจับที่ผมแววตาหื่นกระหายของเขายิ่งทำให้เธอหวั่นใจ เขาเลื่อนมือสัมผัสไล่ระดับเลื่อนปลายมือสัมผัสไปทั่วร่างกายทำเอาเธอสยิวเสียวไปทั่วร่าง ใจเธอเริ่มสั่นไหวมากขึ้นไปเลื่อย ๆ หมับ เธอตัดสินใจใช้สองมือจับใบหน้าเขาขึ้นมา เขาเองก็ดูจะตกใจเล็กน้อยกับท่าทีของเธอ จากนั้นเธอก็รีบพุ่งเข้าจูบอย่างเร้าร้อนลิ้มลองรสชาติของเขาทันที ปลายลิ้นที่พุ่งเข้าหากันอย่างกระหายมันยิ่งสร้างแรงปรารถนาในตัวเขามากกว่าเดิม อื้ม~ จ๊วบ จ๊วบ อ๊าส์..จ๊วบ จ๊วบ รสชาติน้ำเมาทั้งริมฝีปากหนาของเขารสชาติจูบที่ดุเดือนครั้งนี้ต่างไม่มีใครยอมใครและได้ลิ้มลองรสชาติที่แปลกใหม่ใจพวกเขาตต่างก็เต้นรัว ๆ เธอรู้สึกว่าคนสองคนที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่กี่ชั่วโมงนี่เธอพาตัวเองมาไกลขนาดนี้เลยหราเนี่ย เธอเริ่มเกิดความลังเลและเหมือนกับว่ากำลังทะเลาะกับตัวเองอยู่ จากนั้นมือหนาที่เริ่มเลื่อนมาจับขย่ำเนินอกทั้งยังใช้นิ่วเขี่ยสกิดปลายยอด เขาเริ่มออกแรงใช้มือหนาบีบคั้นหน้าอกและเริ่มออกแรงหนักขึ้นเลื่อย ๆ อ๊าส์..อื้ม..อ๊าส์ ซี๊ดส์…อ๊าส์ แม้แรก ๆ เธอก็แอบเจ็บอยู่บ้างแต่เธอก็รู้สึกดีปะปนสลับกันไป เขาที่ได้ยินเสียงครางของเธอ เขาค่อย ๆ ถอดเสื้อตัวนอกของเธอออกปลายนิ่วของเขาที่ผ่านเฉียดๆกับเนื้อร่างกายของเธอ ยิ่งทำให้เธอมีอารมณ์พลุ่งพล่านเสียวซ่านหนักกว่าเดิม เขาก้มลงบรรจงดูดดื่มลงบนยอดเม็ดบัวทั้งเลียละเลงวนบนปลายยอดทั้งขบเม้นเม็ดบัว อ๊าา..ซี๊ดส์ เสียวจัง..อื้ม เสียงเธอที่เผลอครางออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวเองเลยว่าตอนนี้เธอนั้นหลุดลอยไปไกลเพียงใด มือที่ฉันไม่รู้จะเอาไว้ไหน เธอก็เกาะจิกที่โซฟาเอาไว้แน่น ๆ ขาทั้งสองข้างเริ่มเกร็งบิดเบียดกันไปเขาที่เห็นอาการของเธอแบบนั้นจึงกระซิบบอกให้เธอผ่อนคลายขึ้น “ไม่ต้องเกร็งนะครับ” เขาพูดปลอบประโลมเธอก่อจะขบเม้นและเลียที่ติงหูข้างขวาที่ถึงกระซิบเธอไปจากนั้นเขาก็เริ่มซุกไว้ต้นของเธอก่อนจะจูบปากบางเธออีกครั้งอย่างนุ่มนวลและหยอกเย้าอย่างเอาใจ ปลายลิ้นที่ถูกเขาสัมผัสถูกปลายลิ้นเธอบ้างไม่ถูกบ้าง เธอที่มีแรงปรารถนาอยู่แล้วก็พยายามเกี่ยวลิ้นของเขาไว้พอเขาก็ใจที่ได้หยอกเย้าก็กดจูบดูดดื่มอย่างเอาเป็นเอาตาย จ๊วบ จ๊วบ อื้ม..ซี๊ด อ๊าาส์ เขาจับมือเรียวของเธอให้สัมผัสที่หน้าท้องซิกแพคของเขา เธอที่ได้สัมผัสลูบไล้จนพอใจก็ใช้มือคล้องคอของเขาไว้ เมื่อเขาเห็นว่าเธอผ่อนคลายมากขึ้น เขาจึงเริ่มลูบไล้ไปมาที่ต้นขาและจับอ้าขาเธอให้กว้างก่อนที่จะสัมผัสตรงกลางกลีบงามและเนินกระสันของเธอ เธอสดุ้งตัวนิดหน่อยกับมือหนาที่ถูไถไปมา จากนั้นเขาเอามือล้วงเข้าไปในพื้นที่สงวนของเธอ เขาสัมผัสได้ถึงน้ำหวานไหลเป็นทางผ่านนิ่วมือหนาของเขา“รบกวนคุณน้าปล่อยมือออกจากแขนกรีนได้แล้วครับ” “แกไม่เกี่ยวออกไปซ่ะ ยังไงฉันก็ไม่ให้มันได้รักกับแกหรอก” “ผมเป็นแฟนกรีนครับ รบกวนคุณน้าปล่อยมือและคุยกันดี ๆ ดีกว่าครับ” “หึ! แฟนหรือผัวกันแน่ คิดว่าฉันไม่เห็นพวกแกหรอ เมื่อคืนกล้ามากเลยนะ! พวกแกสองคนนะ ไม่มียางอายากันสักคน!” พี่ไทกะที่เห็นว่าแม่บัวยังคงบีบแขนฉันและเริ่มจะออกแรงเวียงไปด้วยความโมโห พี่เขาก็จับมือแม่บัวออกจากแขนฉันด้วยแรงผู้ชายแน่นอนว่าพี่เขาก็ทำให้มือของแม่บัวหลุดออกจากแขนฉัน “โอ้ยย พวกแกนี้มันเลี้ยงไม่เชื่องจริง ๆ ” “เกิดอะไรขึ้นครับ คุณจะทำอะไรแม่ผม” “แกยังจะพูดอีกหรอ แกก็รู้ใช่ไหมว่าน้องมันมีผัวแล้ว แกจะรออะไรอีกทำไมไม่บอกฉัน! พูดมาสิว่าแกอยากได้น้องแกรักน้อง แม่รู้ว่าตะวันแกรักน้องมาตลอด พูดมาว่าแกอยากได้น้องแค่นี้แม่พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อลูกตะวัน” “แม่หยุดเถอะครับ! ปล่อยน้องให้มีความสุขกับทางที่น้องเลือกเถอะ” “เพื่ออะไรตะวันถ้าแม่ไม่อยู่แล้วใครจะดูแลแก เวลาแกป่วยไม่สบายขึ้นมาอีกล่ะ ห้ะ!” “พอเถอะครับ! ผมแข็งแรงแล้วครับแม่เชื่อใจผมนะ” พอพูดแบบนั้นพี่ตะวันก็เดินไปกอดแม่บัวทั
ฉันเดินเข้าบ้านตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบจะเที่ยงคืน รอบบ้านตอนนี้ค่อนเงียบสงบไม่ค่อยมีอะเสียงอะไรรบกวนแต่พอฉันเข้ามาในบ้านฉันก็เห็นพี่ตะวันนั่งอยู่ห้องนั่งเล่นเงียบ ๆ คนเดียว “ยังไม่นอนหรอคะ” “กรีนกลับมายังไง ทำไมไม่บอกพี่ หื้ม” “พอดีว่าแฟ..เพื่อนมาส่งค่ะ” “พี่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเกรงใจ ทำไมเราไม่ให้พี่ไปรับล่ะ พรุ่งนี้ตอนเช้าเราไปเที่ยวกับพี่นะ พอดีพี่นัดเพื่อนสมัยเด็กไว้ไปเจอพวกเขาเป็นเพื่อนหน่อยพี่เองก็เขินเพื่อน ๆ ด้วยนาน ๆ เจอกันที” “เอ่อ..กรีนนัดเพื่อนไว้แล้วด้วยสิคะ เอาไงดี” หน้าพี่ตะวันดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ฉันก็ลำบากใจไม่น้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถ้าจะให้เลือกฉันก็ต้องเลือกพี่ไทกะอยู่แล้ว “เหรองั้น เราไปอาบนอนเถอะ มันดึกแล้ว” “ค่ะฝันดีค่ะ พี่ตะวันอย่านอนดึกมากนะคะ” ตะวัน หลังจากที่กรีนเข้าห้องนอนของเธอไป ผมก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมพร้อมเปิดไวท์ เพื่อยอมรับความจริง สองวันมานี้ผมพยายามลองใกล้ชิดเธอและลองทำกิจกรรมร่วมกัน เผื่อเธอนั้นจะเปลี่ยนใจบ้าง แต่เท่าที่พยายามคงมีแค่ผมที่คิดกับน้องมากเกินไปเอง ผมคุยกับ
“ฉันว่าพี่เขายังมีใจให้ฉันอยู่ไม่น้อยนะ เธอว่าป่ะ” “ดูพยายามจังนะคะน้อง มุกเฉิม ๆ แบบนี้ พี่ว่าน้องพยายามอีกนิดนะ เรียนนิเทศน่าจะมีสกิลกว่านี้นะ” “นิ! แกดูจะมั่นอกมั่นใจจังเลยนะ แค่ของมือสองต่อจากฉันเนี่ย” “แล้วไงค่ะน้อง ฉันไม่เคยแอบกินขโมยกินแบบแม่ของเธอหรอกนะ” “อร้ายยยย!!! มึงจำไว้นะ! อีกรีนกูนี้แหละจะทำให้มึงต้องเลิกกับพี่ไทกะและชีวิตมึงต้องพังเพราะกูอีกครั้ง เหมือนที่แม่กูเคยทำกับแม่มึง!” “ถ้างั้นก็รีบ ๆ ไปเรียนกับแม่เธอซ่ะนะ!ดูแล้วยังห่างชั้นเยอะเลย” “กูฝากไว้ก่อนเถอะ!” ติ้ด! “อีบ้า!!” ฉันที่เอาจริง ๆ ก็โกรธพี่ไทกะอยู่แต่จะมาให้ฉันยอมรับต่อหน้ามัน มีหรอคนอย่างฉันจะยอมกับแผนโง่ ๆ สักพักสายมือถือก็ดังอีกครั้ง แน่นอนว่าคือคนที่มีความผิดอยู่ แถมรัว ๆ ข้อความมาในไลน์ไม่หยุดแต่ฉันยังไม่เปิดเข้าไปอ่าน “กรีนไม่รับสายคนมีความผิดหรอกค่ะ” ฉันตัดสายไปและไปทำอย่างอื่นสักพักใหญ่จนเวลาค่ำแล้ว ฉันตัดสินใจจับมือถือดูว่าพี่เขายังโทรมาอีกไหม? แปลกจัง?..สรุปว่าตอนเย็นกับเป็นพี่ม่อนที่โทรมาแทน สงสัยจะกลับญี่ปุ่นรึเปล่านะ ฉ
เช้าวันใหม่. วันนี้ฉันกับพี่ตะวันเราไปทำกิจกรรมด้วยกันโดยการมาบ้านเด็กกำพร้าที่แถวชุมชนหนึ่ง “สนุกไหม?” “ก็ดีค่ะ พี่ตะวันหิวรึยังคะไปทานข้าวกันดีกว่านะเดี๋ยวไม่สบายเอา กรีนว่านี้ก็สายแล้วด้วย” “พี่โอเคครับ ส่วนเราก็เลิกทำเหมือนพี่ป่วยหนักเหมือนแม่พี่สักที” “เปล่านะคะ กรีนเห็นพี่เป็นพี่ชายคนนึงที่ทั้งหุ่นดีขนาดนี้ แถมหน้าตาก็หล่ออีกต่างหากใครจะว่าพี่เป็นคนป่วยกันคะ เลิกทำหน้ามุ้ยงอนเป็นเด็กเลยค่ะ” “ถ้าได้เป็นแฟนก็คงจะดี..พี่อยากเห็นรอยยิ้มของกรีนแบบนี้ในทุก ๆ วันเลย” ฉันที่ได้ยินแต่ก็ทำได้เพียงเงียบไม่ได้ตอบโต้อะไรไปอีก. ไทกะ “ดูวันนี้มึงเหม่อ ๆ นะไอ้ไท” “ไม่เหม่อได้ไงสาวน้อยเมียมันไปต่างจังหวัดกับผู้ชาย ฮ่า ฮ่า” เช้านี้ผมก็มาคุยงานกับพวกเพื่อนผมแต่เช้า ผมมองไอ้ม่อนด้วยสายตาพิฆาต ก่อนที่มันจะหุบปากไป “พวกมึงก็รีบเคลียร์ให้งานเสร็จเร็ว ๆ ดิ กูจะได้ตามไป” “มึงไม่กลัวพวกนั้นจะรู้หรอว่ะ ข่าวที่ได้รับมามันก็แอบน่าเป็นห่วงนะเว้ย” ใช่ครับผมได้รับข่าวจากไอ้ไวท์เกี่ยวกับพวกมาเฟียสิงค์โปร์
“อืมเรื่องบางเรื่องมึงก็ต้องบอกเพื่อนดิว่ะ จะเก็บไว้ให้ตัวเองแบกรับคนเดียวไม่ได้หรอกนะเว้ย” “กูขอโทษนะที่ดึงพวกมึงมาเกี่ยวข้องจนเรื่องบานปลายขนาดนี้” “ไอ้นี่อีกคนสบาย ๆ ครับ มีปัญหาก็แก้ปัญหากันไป คิดเหี้ยอะไรมากเพื่อนกันนะเนี่ย ไปครับกลับออฟฟิศ” ผมที่ได้ข่าวจากไอ้ไวท์เรื่องพวกมาเฟียแก๊งหยกมังกรดูพวกมันจะเสียหน้าจากรอบก่อนพอสมควรพวกมันเลยเริ่มที่จะพยายามเข้ามาหาข้อมูลและอาจจะทำให้พวกเราตกอยู่ในอันตราย ซึ่งหากเป็นช่วงที่ผมโสดผมคงไม่ได้คิดอะไรมาก แต่นี้ผมมีจุดอ่อนคือกรีนและคนในครอบครัวผม ผมไม่รู้ว่าพวกมันจะมาไม้ไหนอีก พวกผมเลยต้องปรึกษากันอีกครั้งเพื่อหาวิธีรับมือและป้องกันเรื่องพวกนี้ หลังจากปรึกษากันเสร็จผมก็กลับมาบ้านใหญ่เพื่อมาหายัยเล็กและไอ้น้องชายตัวแสบโอตะที่ผมก็ไม่ค่อยมีเวลามาดูแลพวกเขาเท่าไรในช่วงหลัง ๆ ยัยเล็กก็แอบงอนผมเหมือนกันวันนี้เลยต้องไปง้อเธอสักหน่อย “ไงเฮีย ลมอะไรหอบเฮียมาได้เนี่ย ซ้อไม่มาด้วยหรอครับ” “เธอไปภูเก็ตนะ วันนี้ว่างไหมไปกินข้าวข้างนอกกัน” ยัยเล็กที่ได้ยินเสียงผมก็รีบวิ่งมายิ้มร่าหน้าบานมาแต่ไกลก่อนจะทำหน้ามุ้ยทำท
พี่ไทกะยิ้มขึ้นมาเอาตรง ๆ ฉันก็อึดอัดนะจะมานั่งมองกันแบบนี้ แถมพูดเสร็จก็ส่งสายตาเจ้าเลห์ เหอะ! ฝันไปเถอะไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน หลังจากนั้นฉันเอาแต่เงียบไม่พูดต่อพอกินเสร็จฉันก็เก็บจานไม่แคร์พี่เขาเลย “ใจร้ายจังเลยนะ เราไม่สงสารพี่บ้างหรอ” “ใครบังคับพี่คะ กรีนเรียกพี่แล้วแต่พี่ปฏิเสธเองฉะนั้นจะมากล่าวหาว่ากรีนใจร้ายไม่ได้นะคะ” “เรากลับห้องเราเถอะนะพี่เกรงใจอาชิเขา อีกอย่างพี่ยังไม่ได้อาบน้ำเลยแถมเสื้อผ้าไม่ได้เอามาอีกแต่..ทำไมกรีนมีเสื้อผ้าเปลี่ยนที่คอนโดอาชิด้วย” ฉันกำลังจะจัดการล้างจานพี่เขาก็เขามาช่วย ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรพอพี่เขาพูดจบพี่เขาก็หน้ามุ้ยทันทีคงจะโกรธ แต่เห็นว่าฉันยังคงโกรธอยู่จึงไม่กล้าโกรธหรืองอน “ปกติสมัยก่อนกรีนก็มาพักที่นี้บ้างค่ะ เพราะมาช่วยงานอาชิ จึงมีเสื้อผ้าสำรองไว้“ “พี่กับกัสเราจบกันไปนานแล้ว พี่เคยคบกับเธอจริง ๆ สมัยเรียนมหาลัยและช่วงที่กัสเข้ามหาลัยปี 1 พี่มาต่อโทที่ไทยอีกใบ จากนั้นพี่กับกัสก็เลิกกันไปแล้วและก็ไม่เคยติดต่อกันอีกเลย” “เลิกกันเพราะอะไรคะ” “พี่แค่รู้สึกว่าพี่เข้ากับเธอไม่ได้อีกอย่างพี่
Comments