LOGINพิธีการดำเนินไปอย่างช้าๆ ตามเนื้องาน แต่ฉันไม่ได้ให้ความสนใจกับงานมากเท่ากับการลอบมองใบหน้าคมคายของคาเรนมากหรอก
เขาดูเย็นชามากกว่าตอนที่ยังเป็นไอดอลซะอีก ดวงตาคมเรียวนั่นไม่บอกอารมณ์ความรู้สึกอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า ยิ่งอยู่ในชุดเสื้อสูทสีดำทำให้ดูเข้มขรึม กับมีคนล้อมหน้าหลังเหมือนพวกมาเฟียเขายิ่งแตกต่างจนยากจะคาดเดาอะไรได้
คาเรนตวัดสายตาจ้องมองมายังฉันที่กำลังสำรวจใบหน้าคมคายอยู่ ทำให้ฉันเกิดอาการเลิกลักรีบหันหน้าหลบสายตา แต่ยังรู้สึกได้ถึงความเยือกเย็นที่ส่งผ่านมาจนขนแขนลุกชันตั้งฉากกับพื้นโลก
"เดีย นี่คุณคาเรนเป็นเพื่อนของเฮียลีโอและเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกัน"
ยัยบัวแนะนำฉันให้กับคาเรนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างคุณหมอหลังจากพิธีการเสร็จสิ้นแล้ว เขาปรายหางตามองมาทางฉันเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทางอย่างไม่สนใจ
"นาเดียค่ะ"
"..."
ฉันยื่นมือน้อยๆ ของตัวเองไปด้านหน้าเพื่อหวังจะจับมือทำความรู้จักกัน แต่เขากลับเบือนหน้าหนีไปอีกทางทำราวกับว่าไม่ได้ยินในสิ่งที่ฉันพูดไป แต่ฉันไม่สนใจหรอกปกติเขาก็เป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว เท้าเล็กก้าวเข้าไปยืนด้านหน้าเขาเขย่งเท้าขึ้นยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้โดยที่มีเพื่อนของเขาและเพื่อนของฉันมองดูเงียบๆ อย่างสงสัย
ฉันเห็นเงาใบหน้าตัวเองในดวงตาคมเรียวคู่นั้น สายตาเขามันช่างมืดดำลุ่มลึกจนคาดเดาอะไรไม่ได้จริงๆ ขนาดอยู่ใกล้ขนาดนี้ยังนิ่งจนเหมือนตัวเองกำลังส่องกระจกสีดำอยู่เลย
"อะไรก็ไม่รู้ค่ะ เดียจะเอาออกให้... อ๊ะ!"
"อย่าแตะต้องตัวฉัน"
"อะ.. อะไรคะเดียแค่หวังดีโอ๊ย! เจ็บ!"
"เตือนครั้งแรก"
อะ... อะไรกันเนี่ย แค่จะเอาขนอะไรบนแก้มเขาออกให้เอง ทำไมต้องทำเหมือนจะไปทำอันตรายกันด้วย
คาเรนบีบมือฉันไปจับไขว้ไว้ด้านหลังโดยที่แผ่นหลังเล็กของฉันแนบชิดกับแผงอกแกร่งของเขา จนรู้สึกได้ถึงความอุ่นจนร้อนของแผงอกแกร่งด้านหลังทำเหงื่อผุดซึมตามรูขุมขน ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บข้อมือแค่โดนบิดแค่นี้ก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว
"อ๊ะ!" เขาผลักฉันไปด้านหน้าไม่แรงและไม่เบามากนัก ทำให้ฉันเซถลาไปด้านหน้าสองสามก้าวก่อนจะตวัดสายตาสงสัยกลับมามองใบหน้าคมคายด้านหลังโดยมียัยบัวและเพื่อนของคุณหมอยืนมองอยู่เงียบๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ
"จำเป็นต้องทำรุนแรงขนาดนี้เลยเหรอคะ เดียเป็นแฟนคลับคุณนะ"
"ฉันไม่ใช่คาเรนคนนั้น"
"ไม่ใช่ได้ยังไงก็คุณเป็นคาเรน หน้าก็เหมือนชื่อก็ใช่แถมยังเป็นคาเรนอีก ทำไมต้องปฏิเสธด้วยล่ะ"
"..."
คาเรนไม่พูดอะไรออกมา แต่กลับเดินเบี่ยงตัวหนีไปจากตรงที่เรายืนอยู่ทำให้ฉันได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยความไม่เข้าใจ คาเรนที่ฉันเคยรู้จักในตัวตนอีกด้านไม่ใช่แบบนี้ เขาไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับแฟนคลับของเขาหรือใครก็ตามที่จะเข้าหาเลย แต่คาเรนคนนี้ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ
"เดีย ไม่เป็นไรใช่ไหม"
"อือ..."
"ฉันเคยบอกแล้วว่าบางทีเขาอาจจะไม่ได้เป็นในแบบที่แกเคยรู้จักก็ได้ แต่แกก็ไม่ฟังฉัน"
"ไม่ใช่ในแบบที่รู้จักแกหมายความว่าไง"
ฉันละความสนใจจากแผ่นหลังกว้างที่เดินออกจากตัวบ้านไปแล้วกลับมามองหน้ายัยบัวด้วยความสงสัย
"คาเรนที่เป็นไอดอลที่แกชอบกับคาเรนที่เป็นมาเฟียมันไม่เหมือนกันหรอกนะ"
"อะไรนะ? มาเฟียเหรอ"
ฉันมองหน้ายัยบัวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ คาเรนนี่นะจะเป็นมาเฟียแต่ถ้าหากคาเรนเป็นมาเฟียงั้นคุณลีโอก็...
"เฮียเป็นมาเฟียนะ เผื่อแกยังไม่รู้และคาเรนเองก็ไม่ได้ต่างจากเฮียเลย"
นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย คนที่ฉันเคยรู้จักไม่ใช่ในแบบที่รู้จักงั้นเหรอ เมื่อก่อนฉันคิดว่าฉันรู้จักคาเรนดีที่สุดแต่ตอนนี้ฉันกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยสักอย่าง ครอบครัว เพื่อน สังคม รวมถึงตัวตนอีกด้านหนึ่งของเขา ฉันไม่รู้จักมันเลย
ฉันเดินมายังคนตัวสูงที่ยืนหันหลังให้อยู่ ในมือหนาคีบบุหรี่ไว้โดยที่ยังไม่ได้จุดไฟ ดวงตากลมมองแผ่นหลังกว้างอย่างชั่งใจยกแก้วเครื่องดื่มมึนเมาในมือเล็กขึ้นกระดกลงคอทีเดียวจนหมดแก้ว บิดใบหน้าเหยเกเพราะรสขมบาดคอไม่เป็นที่คุ้นเคยก่อนจะวางแก้วในมือลงบนโต๊ะที่เยื้องออกไปทางขวามือ
เดินเซเล็กน้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แต่ก็พยายามควบคุมตัวเอง และความกล้าให้ก้าวเดินไปหาคาเรน
ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มหวานในตอนที่เขาปรายหางตามองลงมา
"เดียรู้มาว่าคุณเป็นมาเฟียเหรอคะ"
"..."
"ทำไมถึงออกจากวงทั้งที่อนาคตกำลังไปได้ดีล่ะคะ"
"...."
"แล้วที่หายไปไม่อัปสถานะในไอจีเลยนี่คือต้องมาเป็นมาเฟียเหรอ"
"..."
เขามองฉันด้วยใบหน้านิ่ง แววตาเย็นชาไม่ตอบกลับสักคำถามเดียวทำให้ฉันต้องก้าวเข้าไปใกล้มากขึ้น เสียงหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะจนใบหน้าแดงก่ำ อาจจะเพราะฤทธิ์ของน้ำเมาที่ฉันเพิ่งกระดกเข้าไปด้วย ทำเกิดความร้อนวูบวาบขึ้นมาจากท้องน้อย
นิ้วชี้เรียวสวยยื่นออกไปด้านหน้าใกล้อกแกร่งภายใต้เสื้อสูทสีดำ ทำให้เขากดเสียงต่ำมองมาด้วยความไม่ชอบใจ
"อย่าแตะต้องตัวฉัน เตือนครั้งที่สอง"
"ทำไมต้องเตือนครั้งที่สองด้วยล่ะ"
"เพราะถ้าเกินกำหนดเธอจะเสียใจภายหลังไงล่ะ"
"..."
ศีรษะเล็กเอียงเล็กน้อย ส่งรอยยิ้มท้าทายให้ก่อนจะกดนิ้วจิ้มลงบนอกแกร่งสองครั้งแล้วเหลือบดวงตาขึ้นมองใบหน้าคมคาย เห็นเขากัดสันกรามแน่นก็นึกสนุกกดนิ้วลงไปอีกครั้งแต่คราวนี้เขากลับรั้งข้อมือเล็กไว้แน่น บีบแรงจนกระดูกแทบหัก
"โอ๊ย! เจ็บ!"
"เธอยังไม่รู้จักฉันดีพอ อย่าท้าทาย"
"อ๊ะ!"
ฉันแกะนิ้วยาวของเขาออกพัลวันในขณะที่ข้อมือก็พยายามบิดตัวออกจากฝ่ามือหนาจนเกิดรอยมือใหญ่แดงรอบข้อมือ
"อยู่ให้ห่างฉัน ยิ่งห่างยิ่งดี"
"อ๊ะ!"
โอ๊ย! ทำไมต้องผลักแรงด้วยเนี่ย
ฉันล้มลงนั่งบนเก้าอี้ที่วางอยู่ด้านหลัง หลังจากมือหนาผลักออกไปอย่างแรงไม่ทันตั้งตัวทำให้เซถอยหลังออกมา
ดวงตากลมจ้องมองเขาด้วยแววตาเจ็บปวดปนเสียความรู้สึก นี้ฉันอุตส่าห์สู้เพื่อเขามาขนาดนี้นะเว้ย! ตั้งแต่เป็นเด็กฝึกจนมาได้เดบิวต์ฉันก็ยังยืนอยู่ข้างๆ เขา ไม่คิดว่าเขาจะทำกันแบบนี้
"คุณไม่ใช่คาเรนที่ฉันเคยรู้จัก"
"..."
"เสียเวลาตามมาตั้งนาน สุดท้ายเทกันไม่พอยังมาใจร้ายใส่อีกไม่น่าทุ่มทุกอย่างให้เลย"
"เคยบอกเหรอว่าเป็นคนดี ก็ไม่นี่... เธอเข้าใจไปเองคนเดียวจะโทษใครได้"
เขาพูดคำนี้ออกมาหน้านิ่งๆ ได้ไง นี่ฉันเป็น... เหอะ! ช่างเถอะต่อไปก็อย่าหวังว่าจะเข้าใกล้อีกเลย คาเรนที่เป็นคนที่ฉันรู้จักและรักไม่ใช่คุณเด็ดขาด
หลายเดือนต่อมามาเฟียหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกระดุมถูกปลดลงสองเม็ดบนเผยอกแกร่งกำยำรำไรให้เห็น เขายังคงยืนพ่นลมหายใจหนักหน่วงหน้าห้องคลอดไม่ขยับไปไหนมาตั้งแต่ยี่สิบนาทีที่แล้ว จนตอนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วเขาก็ยังคงยืนเท้าเอวอวดเรือนร่างดูดีอยู่ที่เดิมคาเรนเดินไปเกาะส่องสายตามองเข้าไปด้านในห้องคลอดด้วยใจไม่เป็นสุข เขากับคนตัวเล็กกำลังจะออกไปทานอาหารกลางวันด้วยกัน แต่เธอกลับมีอาการปวดท้องกะทันหันซึ่งหากให้นับเวลาแล้วกำหนดคลอดยังอีกหลายวัน นั่นทำให้เขาเป็นกังวลมากจนนั่งไม่ติดอย่างที่เป็นอยู่"เอ่อ.. นายครับ ผมว่ามานั่งก่อนดีกว่านะครับ ยังไงคุณเดียก็อยู่ในมือหมอแล้ว...""หุบปากมึงไป แม่งจะพูดให้กูใจเสียทำไมวะ นี่ก็เข้าไปไม่ได้โรงพยาบาลบ้าอะไรวะ!"มาเฟียหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย ใบหน้าแสดงความไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด เขายังยืนส่องตามองเข้าไปด้านในพร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจหนักๆ ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันเสียงฝีเท้าหนัก หลายคู่เดินตรงมายังห้องคลอดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังทำให้คนที่กำลังให้ความสนใจกับคนด้านในหมุนตัวหันกลับมามองด้านหลังเห็นใบหน้าเย็นชาของCEO หนุ่มแล้วฉุนหนักจนไม่อยากจะมอง เพราะลีโอเ
"เธอ... รู้สึกเหมือนกันกับฉันไหม"เกิดความเงียบเข้ามาแทรกอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรงทั้งสองดวงกำลังแข่งกันพอให้ได้ยินในระยะประชิดลมหายใจอุ่นเป่ารดพวงแก้มใสรวมถึงปลายจมูกเล็กจนเกินความร้อนวูบวาบขึ้นมา ซานะหลุบสายตาลงกลับ เธอดันตัวขึ้นนั่งหลังตรงเม้มปากไว้แน่นยกมือขึ้นมากุมหน้าอกข้างซ้ายไว้"อ๊ะ!""เงียบทำไม บอกว่าเราเหมือนกันแต่กลับเงียบหมายความว่าไง""พะ... พี่เดนปล่อยก่อนค่ะ"มาเฟียหนุ่มกอดรัดเอวคอดไว้แน่น วางปลายคางสากลงบนบ่าเล็กคลอเคลียจมูกและริมฝีปากเรียวกับใบหูจนเธอต้องเบี่ยงหน้าหลบ พยายามแกะมือหนาออกจากตัวเดนผละใบหน้าออกห่างมองคนตัวเล็กบนตักด้วยความแง่งอน ยอมปล่อยมือออกจากการรั้งตัวไว้ทำให้เธอดันตัวลุกขึ้นยืนทันทีใบหน้าสวยแดงเรื่อสบตากันไม่ถึงนาทีก็ต้องหลุบลงมองต่ำ ใจกำลังเต้นแรงจนสองเท้ากำลังจะหมดเรี่ยวแรงจะยืนต่อ ซานะหมุนตัวถอยห่างถือวิสาสะใช้ห้องน้ำส่วนตัวของคนตัวสูงเป็นที่พักใจหายใจชั่วคราวโดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคมคู่หนึ่งมองตามแผ่นหลังเล็กไปอย่างคิดไม่ตกทันทีที่ประตูถูกปิดลงสะโพกมนก็หย่อนกายนั่งลงบนฝาชักโครกยกมือขึ้นกุมหน้าอก หลับตาลงเพื่อสูดหายใจเรียกสติก
"มันเกิดการเปลี่ยนแปลงแต่แกยังอยู่ในตำแหน่งเดิม เพราะฉะนั้นคนที่แกจะต้องแต่งงานด้วยคือ ผู้นำตระกูลไฮคาริ ไคล์ คนต่อไป"เคว้ง! เสียงแหบแห้งของผู้อาวุโสที่สุดในโต๊ะดังขึ้น โดยที่ตัวเขายังคงคีบหนีบอาหารโดยไม่ได้สนใจอาการของหลานสาว ซานะหันสายตามองใบหน้าของคนเป็นปู่ด้วยใจเต้นแรงเจ็บปวดเธอได้ยินข่าวลือมากมายถึงการสละตำแหน่งผู้นำตระกูลเก่าแก่ทันทีหลังเสร็จพิธีแล้ว แต่เธอไม่เคยเตรียมใจเลยว่าจะต้อง... แต่งได้เฉพาะกับคนที่เป็นผู้นำเท่านั้น สายตาตัดพ้อเจ็บปวด ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นหยดน้ำตาคลอเบ้าตาแดงก่ำทั้งสองข้าง"นะ.. หนู เป็นแค่สิ่งของหรือคะ""....""ถูกส่งมอบทอดต่อทอดเหมือนไม่ใช่คน ใช่ไหมคะ""มันเป็นสิ่งที่แกควรจะทำ อย่าเรื่องมากฉันให้ทำอะไรก็ทำไป""ปู่ใจร้าย...ฮึก หนูน่าจะตายๆ ไปพร้อมกับพ่อกับแม่ตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้น ไม่น่ารอดมาเลย""กินข้าว แกต้องไปดูงานที่บริษัทวันนี้""อึก... นะ.. หนูไม่ไปได้ไหมคะ"ร่างเล็กขยับเล็กน้อย เผชิญหน้าหันมองผู้เป็นปู่สองมือยกขึ้นมาวางบนโต๊ะในขณะที่หยดน้ำตากำลังไหลลงอาบแก้มใส ปลายจมูกแดงเรื่อรอคอยคำตอบจากคนด้านหน้าแต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังได้รับเพียงความเงียบเ
อื้อ...ทันทีที่เข้าสู่พื้นที่ส่วนตัว คนตัวสูงก็เริ่มจู่โจมฉันด้วยจูบร้อนๆ ทันที เขาจูบหนักหน่วงลมหายใจก็ไม่ต่างกันจนเป็นฉันเองที่จะขาดอากาศหายใจมือเล็กยกขึ้นมาทุบกลางหลังกว้างเบาๆ เป็นเชิงบอกกล่าว ทำให้คาเรนยอมผละริมฝีปากร้อนออก แต่เขายังคงอ้อยอิ่งอยู่กับกลีบปากล่างฉัน จูบเบาๆ ตวัดปลายลิ้นเลียหยอกล้อ"เดียขออาบน้ำก่อนค่ะ เหนียวตัวไปหมด""เสร็จแล้วค่อยไปอาบพร้อมกัน""เดียเหม็นเหงื่อ""ไม่เหม็นเลย... หอมมากด้วย"คาเรนก้มลงสูดดมซอกคอฉันก่อนจะพึมพำเสียงเบาเหมือนพูดกับตัวเอง เขาเริ่มขบเม้มผิวขาวบริเวณต้นคอไล้ลงมาเหนือเนินอกในระหว่างนั้นมือหนาก็ลูบไล้วนไปมาข้างเอวคอดทำเอาขนอ่อนใต้ชุดสวยลุกชันฉันยกมือขึ้นกอดเอวสอบยอมคล้อยตามการเล้าโลมของคนตัวสูง หลับตาลงแล้วปล่อยให้ตัวเองหลอมรวมกับอารมณ์"อื้อ~""เสียวเหรอ""ดะ... เดียจักจี้""หึ เขาเรียกว่าเสียว"อ๊ะ!.. ร่างสูงตวัดช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มกระเตงโดยที่ยังคงจูบวนเวียนกับหน้าอก เขาวางร่างเล็กลงบนโซฟากลางห้องอย่างเบามือก่อนจะขึ้นมาคร่อมร่างไว้แล้วประกบปากจูบเร่าร้อนอีกครั้งเสียงดังจ๊วบจ๊าบน่าอายดังขึ้นลั่นห้อง มือหนาปลดชุดบนตัวฉันออกช้าๆ อ้อยอิ่งผ
"ไปไหนมา ทำเล่นเป็นเด็กไปได้"นั่นไง... ทันทีที่ฉันกับคาเรนเดินเข้ามาด้านในงาน ป๊าก็เข้ามาหาพร้อมกับบ่นออกมาทันที ถึงจะเสียงไม่ดังมากนักแต่ก็พอให้ฉันได้ยินชัดทั้งสองหู"ยืนอยู่อีก เข้าไปได้แล้วจะได้เวลาแล้ว""ค่ะ"มือเล็กกระตุกแขนเสื้อสูทสีเทาอ่อนของคนตัวสูงให้เดินเข้าไปพร้อมกัน เพราะเห็นอยู่ว่าเขายืนมองหน้าป๊าด้วยสายตานิ่งๆ นี่คิดไปไกลได้เลยนะว่าหากคนที่ยืนบ่นอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ป๊า เขาคงมีบวกแน่คาเรนยอมเดินตามเข้ามาด้านใน ฉันแอบสังเกตเห็นเขาหันหน้าหนีบ่อยครั้งคงเพราะอาการแพ้กลับมาอีกนะสิ ฉันเลยเลื่อนมือลงจับมือหนากุมไว้ด้วยมือเล็กทั้งสองข้างทำให้คาเรนหันมามองหน้าก่อนจะยิ้มให้บ่งบอกว่าไม่เป็นไรแทนคำพูดเราเดินขึ้นมาด้านหน้าทุกคนด้วยกันโดยที่สองมือยังคงจับประสานกันแน่น เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นแทนความเงียบก่อนหน้านานอยู่สักพักผู้ใหญ่ก็เข้ามานั่งด้านหลังฉันกับคาเรนโดยที่ด้านหลังฉันมีป๊ากับม๊าส่วนด้านหลังเขา....ทำไมเป็นผู้หญิงคนนั้นแทนที่จะเป็นแม่เขาล่ะคำถามมากมายถาโถมเข้ามาในหัว ฉันเงยหน้าขึ้นส่งสายตาตั้งคำถามว่าเธอเป็นใคร แต่เขากลับยิ้มน้อยๆ บนหน้าแล้วโน้มลงมาใกล้พร้อมกับกระซิบข้างหูเล็ก
Nadiaฟูว์~ ฉันเป่าลมออกปากทันทีที่เดินพ้นจากพื้นที่ที่รายล้อมรอบด้วยผู้คนแออัด ใจดวงเล็กเต้นแรงกลัวว่าป๊าจะเดิมตามมา คอยหันหลังมองสลับกับทางด้านหน้าจนมาถึงศาลากลางสวนหย่อมหลังบ้าน ฉันเดินขึ้นมาหย่อนตัวนั่งลงบนที่นั่งแล้วหันหลังให้ทางที่เพิ่งเดินขึ้นมาดวงตากลมยังเอาแต่จ้องมองหน้าจอมือถือที่เปิดหน้าห้องแชทของคาเรนค้างไว้ ใบหน้าเริ่มกลับมาบูดบึ้งปลายจมูกร้อนผ่าวลามไปถึงขอบตาสวยทั้งสองข้างเมื่อยังมีเพียงความเงียบไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นในห้องแชทนี้เลยเฮ้อ... ทำไมฉันอ่อนไหวง่ายแบบนี้เนี่ยไม่ชอบเลย ฉันลดมือที่จับโทรศัพท์ลงคว่ำหน้าจอลงแนบกับหน้าขา พ่นลมหายใจหนักๆ ออกทางปากเพื่อระบายอารมณ์ด้านในหัวใจ กะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่น้ำตาให้ไหลย้อนกลับก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง'อยู่ไหนคะ''ถึงไทยหรือยัง...''เดียรออยู่นะ'ติ้ง ติ้ง ติ้ง~ทันทีที่ฉันกดส่งข้อความไปหาคาเรน เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันทันที มันทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วสงสัยแล้วมองหาเจ้าของเสียงดังนั้นเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองลงก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไร ไม่ข้อความเข้าหรืออะไรเลยแล้วมันดังมาจากไห
คนตัวเล็กเดินตามแผ่นหลังกว้างเข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว ย่านเศรษฐีพื้นที่ที่ราคาแพงที่สุดในเมืองหลวงใบหน้าหวานบูดบึ้งส่งสายตามองเจ้าของแผ่นหลังกว้างอย่างขุ่นเคือง เมื่อขัดอะไรไม่ได้จะว่าด้วยพละกำลังหรืออำนาจอะไรตามแต่ทำให้เธอจำใจต้องมาอยู่ตรงนี้"คุณจะให้เดียทำอะไรคะ""มานั่งนี่""..."คาเรนหย่อนกายน
หญิงสาวรูปร่างสูงสมส่วนใบหน้ารูปไข่ผิวพรรณขาวผ่องใสกวาดสายตามองห้องพักที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับตัวเองด้วยสีหน้าเรียบ ผมดำถูกปล่อยลงสยายกลางหลังตัดผมม้าทำให้ใบหน้าเธอดูเด็กกว่าวัยย่างเข้าเลขยี่สิบปลายๆ ซานะก้มลงหยิบกลีบดอกโบตั๋นในแจกันขึ้นมาดูด้วยแววตาราบเรียบ ดวงตากลมใสมีแววตาของความทุกข์อยู่ด้านใน
"ซี๊ด~"ความเจ็บปวดจากกลางกายแล่นเข้าเล่นงานเป็นความรู้สึกแรกของวัน เมื่อแสงจากด้านนอกลอดเข้ามาปลุกคนที่ยังคงนอนขดตัวอยู่บนเตียงกว้างให้ตื่นขึ้นมารับวันใหม่ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความแสบจากด้านใน มือเล็กเลื่อนลงไปสัมผัสกลีบกุหลาบอวบอูมบวมเป่งเบาๆ ดวงตากลมปรือขึ้นรับเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกร้อนทั
ปึก! อ๊ะ!"อื้อ!"เสียงหวานถูกกลืนหายหลังจากถูกผลักเข้ามาด้านในรถอย่างแรงจนเกิดอาการหน้าเบี้ยวเพราะความจุก ร่างเล็กนอนราบไปกับเบาะนั่ง มือเล็กถูกจับตรึงไว้แน่นเหนือศีรษะขณะที่ร่างกายถูกรุกรานอย่างอุกอาจ"แม่งเอ๊ย!"เสียงสบถดังขึ้นอีกครั้งเพราะเสื้อที่รัดแน่นเกิดการติดขัดถอดออกไม่ถนัดคาเรนออกแรงกระ







