Masukเรามาขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดกันไหมครับ แนน หญิงสาวที่ไม่เคยมีประสบการณ์ความรัก แต่ดันสอบสัมภาษณ์เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ แผนก Call love ซึ่งให้บริการให้คำปรึกษาปัญหาความรัก รวมไปถึงเรื่องบนเตียง แต่งานนี้เธอกลับโดนเจ้าของบริษัทอย่างเควินที่ปลอมตัวเป็นลูกค้าโดยใช้ชื่อว่าคีย์ โทรเข้าไปใช้บริการและหาโอกาสทำความรู้จักกับพนักงานสาว โดยเดินหน้าเข้าหาแบบทุ่มสุดตัว เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร มาช่วยแนนจับโป๊ะเจ้านายคนนี้ และยิ้มไปด้วยกันในนิยายนะคะ งานนี้บอกเลยว่ามีแต่ความโบ๊ะบ๊ะ ขายขำ และคลั่งรักกันแบบฟิน ๆ
Lihat lebih banyakเควินหย่อนก้นลงนั่งปลายเตียงให้หญิงสาวนั่งควบบนตัก ริมฝีปากหยักบดจูบกับริมฝีปากอวบอิ่มอย่างดูดดื่ม ปลายลิ้นตวัดกวาดต้อนเอาน้ำหวานที่คละเคล้ากับเครื่องดื่มมึนเข้าปาก“อืม” เสียงหวานดังขึ้นในลำคอของแนน ขณะที่เอียงคอให้ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกและเลื่อนใบหน้าหล่อมาซุกไซ้ซอกคอและขบเม้มติ่งหูแม้ว่าอากาศของที่นี่จะหนาวยะเยือก แต่ก็แพ้ให้กับอารมณ์สวาทในกายที่ร้อนรุ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสองคนผลัดกันถอดเสื้อผ้าออกจนหมดทุกชิ้น เควินก็อุ้มหญิงสาวขยับขึ้นไปนอนอยู่กลางเตียงทั้งคู่ผลัดกันมอบบทรักให้กันและกันด้วยปาก โดยการนอนหันหัวสลับกัน แนนนอนคร่อมร่างเขาอยู่ด้านบน ยกสะโพกมนขึ้นเล็กน้อย แล้วอ้าปากครอบครองแก่นกายของเขาพร้อมกับแลบลิ้นเลียปลายหัวขณะที่เควินนอนอยู่ด้านล่างก็ใช้ปลายลิ้นแลบเลียกลีบกุหลาบงาม โดยเน้นย้ำที่ติ่งรัญจวนสองร่างส่งเสียงพึงพอใจในลำคอ เควินถูกแนนแยงปลายลิ้นลงที่รอยแยกปลายหัวบานสีชมพูที่มีน้ำสีใสเยิ้มออกมา สลับกับเลียตั้งแต่บนลงถึงโคนที่มีลูกบอลสองลูกเควินก็แลบปลายลิ้นส่งเข้าไปในร่องรัก แล้วผงกหัวแทงลิ้นเข้าออกในร่องสาว จนแนนรู้สึกเกร็งกระตุกด้วยความเสียวซ่านขับน้ำหวานสีใสออกมาให้ช
เช้าวันต่อมาคนตัวเล็กกำลังถูกเควินปลุกด้วยการแทรกตัวเข้ามาอยู่กลางหว่างขา แนนปรือดวงตาขึ้นอย่างงัวเงีย เพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบจะตีสอง ไหนจะต้องเก็บกวาดเศษซากแจกันที่ตกแตก และเก็บข้าวของที่ล่วงหล่นบนพื้นห้องอีกเธอมองการกระทำของแฟนหนุ่มก็ส่งยิ้มหวานให้ และปล่อยให้เขาระบายความต้องการที่มีออกมา แค่เพียงมือหนาลูบไล้สัมผัสบนเรือนร่าง เธอก็รู้สึกเสียวและเกิดอารมณ์นั้นเช่นเดียวกันบทรักในช่วงเช้ากินเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็พากันหยุด ไม่อย่างนั้นชายหนุ่มคงต้องไปทำงานสาย ส่วนเธอที่ยังทำงานกะบ่ายจึงพอมีเวลาพักอีกครึ่งวัน“ไว้เจอกันที่บริษัทนะครับ”“ค่ะ”เควินเอ่ยกับแฟนสาวหลังจากที่ทั้งคู่กินมื้อเช้าด้วยกันเสร็จ และก่อนจะออกจากห้องก็หอมแก้มและจูบที่ริมฝีปากของเธอ เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานพอใกล้จะได้เวลาทำงานแนนก็กดเรียกรถแท็กซีผ่านแอปพลิชันออนไลน์ แล้วลงไปรอที่ป้ายรอรถประจำทางที่อยู่หน้าอะพาร์ตเมนต์ และบังเอิญเจอกับหญิงวัยกลางคนที่พักอยู่ชั้นหกกำลังยืนเมาท์มอยกับคนรู้จัก แต่ประโยคที่พูดออกมานั้นก็ทำให้แนนถึงกับนั่งไม่ติด“ไม่รู้ว่าชั้นบนเป็นห่าอะไร แหกปากร้องยิ่งกว่าผีเข้า”“แล้วไม่ล
ก๊อก ก๊อก“ยัยแนน แกมัวทำอะไร รีบเปิดประตูเร็ว” เสียงของหลินดังอยู่นอกประตูพร้อมกับมือที่เคาะเรียก“ใครมาครับ” เควินถามเสียงเบา“เพื่อนค่ะ” แนนเอ่ยออกไปพร้อมกับสอดสายตาหาที่หลบซ่อนให้แฟนหนุ่มเธอยังไม่ได้บอกเพื่อนว่ามีแฟน แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องหลบ คงเป็นเพราะหลินมาหากะทันหันเลยทำให้ตกอยู่ในอาการลนลานแนนรีบพาเควินเข้าไปหลบอยู่ตรงระเบียง แล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่และทำตัวเป็นปกติที่สุด เดินเปิดประตูให้เพื่อนสาว“กว่าจะเปิดได้นะยัยแนน ฉี่ฉันแทบจะราดแล้วเนี่ย” หลินขมวดคิ้วมุ่น รีบจ้ำอ้าวตรงไปที่ห้องน้ำระหว่างที่ยืนรอเพื่อนอยู่หน้าห้องน้ำ แนนก็ปรายตามองไปหลังห้องที่ไม่ได้เปิดไฟเป็นระยะ แต่ก็ยังพอมีแสงสว่างจากข้างนอกและภายในห้องสาดส่องออกไปให้พอมองเห็นแค่เลือนลาง“แกอยู่กับใคร เมื่อกี้ฉันได้ยินเหมือนเสียง…” คราง คำนี้หลินเอ่ยในใจ“ไม่มีใครเลย” แนนเอ่ยเสียงสูง ยิ่งทำให้เพื่อนจ้องหน้าพยายามจับพิรุธ“ไม่มีจริงอะ แกซ่อนผู้ชายไว้ใช่ไหม หรือว่าแอบมีแฟนแล้วแต่ไม่บอกฉัน”หลินสอดสายตาไปทั่วห้อง แต่แล้วก็พบกับเงารูปร่างกำยำผ่านหน้าต่างบานเล็กที่ติดอยู่ตรงผนังห้อง และมองผ่านทะลุไปยังนอกระเบ
เธอกำลังตกอยู่ในความรู้สึกที่บอกไม่ถูก จะบอกว่าดีใจที่เขายอมเปิดเผยความจริงมันก็ดีใจไม่สุด แต่จะให้โกรธที่เขาเลือกโกหกมาตั้งหลายเดือนก็โกรธไม่ลงเควินลุกออกจากเก้าอี้ เข้ามาสวมกอดหญิงสาวจากทางด้านหลัง เกยปลายคางลงที่ไหล่บาง เอียงหน้าเอ่ยกับเธอที่ริมใบหู“ขอโทษนะครับ ผมแค่ไม่อยากให้คุณลำบากใจ”“ทำไมฉันต้องลำบากใจ” เธอยังไม่เข้าใจเหตุผลของเขาอยู่ดี“ตอนนั้นคุณเข้ามาทำงานใหม่ ผมกลัวว่าถ้ามีใครรู้ว่าเรากำลังคบกันแล้วจะโดนมองไม่ดี ผมกลัวทุกคนจะคิดว่าคุณจะใช้เส้นสายเข้ามาทำงานแล้วเกิดการกลั่นแกล้งกันขึ้น ผมแค่เป็นห่วงแล้วก็หวังดีกับคุณนะครับ” เขาเอ่ยพลางจับมือของหญิงสาวเดินไปนั่งที่เก้าอี้ทำงาน แล้วให้เธอนั่งตักได้ยินดังนั้นเธอก็เผลอยิ้มขึ้นเล็กน้อย พอได้ฟังเหตุผลแล้วมันก็พอยอมรับได้ ดังที่สาวรุ่นพี่ได้บอกไว้ว่าต้องดูที่เหตุผลว่าโกหกทำไมเขากำลังโกหกเพื่อปกป้องเธอ และเธอเองก็ไม่อยากถูกกล่าวหาว่าได้ทำงานที่นี่ก็เพราะมีแฟนเป็นเจ้าของบริษัท ไหนจะรางวัลที่เพิ่งได้รับอีก“คุณคิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอคะ”“ครับ ผมขอโทษนะ” เสียงทุ้มเอ่ยข้างหูพร้อมกับกดจมูกหอมที่แก้มของเธอหนึ่งฟอดแนนระบายยิ้มย่นคอหน