ANMELDENพอไคเดินออกไป ฉันก็เดินตามออกมาจากห้อง เห็นไคคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงหลังห้อง สีหน้าเขาดูยิ้มแย้ม และดูมีความสุข ทำให้ฉันเริ่มเอ๊ะใจว่า 'โบวี่' ที่โทรเข้ามาเป็นใคร และเป็นอะไรกับไค
ฉันต้องหยุดความคิดอันสงสัยนั้น แล้วเดินเข้ามาในห้องนอนอาบน้ำแต่งตัว.
เกือบชั่วโมงที่ฉันอาบน้ำและแต่งตัวเรียบร้อย พอเดินออกมาก็ยังเห็นไคคุยโทรศัพท์อยู่ ฉันเลือกที่จะนั่งรอเขาคุยโทรศัพท์อยู่ที่โซฟา นานสองนานกว่าเขาจะคุยเสร็จ
ไคเดินตรงมาที่ฉันนั่งแล้วยืนเอาแขนท้าวที่เอวจ้องมองฉันแล้วลอบหายใจเบา ๆ
"ผมต้องรีบไปมหาลัย.."
"งั้นฉันกลับเองก็ได้"พูดจบฉันกับก็หยัดกายลุกขึ้น หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายเตรียมจะก้าวขาเดินออกมา แต่มือหนาก็คว้าที่ข้อมือฉันไว้
"กลับเองได้นะ..ขอโทษที่ไม่ได้ไปส่ง ผมมีงานด่วนที่มหาลัยจริง ๆ"ฉันหันไปยิ้มให้เขาบาง ๆ แล้วพูดขึ้น
"ไม่เป็นไร..ฉันกลับเองได้ นายรีบอาบน้ำแต่งตัวไปมหาลัยเถอะ"ไคจับมือพาฉันมาที่ประตูห้องก่อนที่จะเปิดให้ฉัน
"เดี๋ยวผมโทรหานะ"ฉันพยักหน้าแล้วเดินออกมา ปัง! เสียงประตูดังขึ้นทันที พอฉันหันไปก็รู้ว่าไคปิดประตูแล้ว
ฉันนั่งแท็กซี่กลับมาที่บ้าน ตอนนี้แม่อุ่นกับลุงไทน์ไปบริษัทกันแล้ว ซึ่งฉันรู้เพราะว่าป้าแม่บ้านได้บอกกับฉัน
ฉันขึ้นมาที่บ้าน กำลังจะเข้าไปอาบน้ำอีกรอบ เปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะยังคงใส่เสื้อผ้าตัวเดิมอยู่ จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พอรู้ว่าเป็นเบอร์ของแม่ ฉันจึงรีบกดรับทันที
"ค่ะ แม่"
(ไอ ช่วยเอาเอกสารการประชุมมาให้แม่หน่อย ตั้งไว้ที่บนโต๊ะห้องทำงาน)
"ได้ค่ะ"พอฉันรับปาก แม่ก็กดวางสายไป ฉันจึงรีบเข้าห้องน้ำ แล้วรีบแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปที่ห้องทำงาน.ฉันหยิบเอกสารแล้วเดินออกมาทันที เพื่อจะรีบไปให้แม่ แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะเปิดประตูรถ ครืนนน ครืนนน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นสายของเอม เพื่อนสนิทของฉันเอง
"ว่าไงแก"
(แก ฉันเจอ..เจอไคแฟนแก)
"ไค มีอะไรเหรอ"ฉันขมวดคิ้วถามเพื่อนด้วยความสงสัย
(ฉันเห็นไคอยู่กับผู้หญิง ท่าทางสนิทสนมกันมาก อย่างกับเป็นแฟนกันเลย)
"ที่ไหน?"
(ร้านอาหาร..GH ฉันขับรถผ่านก็เลยเห็น)
"ไม่มีอะไรหรอก อาจจะเป็นเพื่อนของเขา"ฉันคิดแบบนั้นจริง ๆ ผู้หญิงคนนั้นคงจะเป็นเพื่อนไค เขาคงจะทำงานกลุ่มร่วมกัน ฉันเชื่อใจไค
(อืม..แล้วแกอยู่ไหน)
"ฉันกำลังออกไปบริษัท แม่ให้เอาเอกสารไปให้น่ะ"
(กินข้าวกัน...เดี๋ยวฉันโทรหาเชอรี่)
"ได้สิ ที่ร้านไหนดี ถ้าฉันเอาเอกสารไปให้แม่แล้ว จะได้ตามไป"
(อืม..ร้านมินิล่ะกัน ที่ใกล้ ๆ กับมหาลัยเก่าพี่พั้นซ์อ่ะ)
"มหาลัยเก่าพี่พั้นซ์? ก็มหาลัยเดียวกับไคหนิ"
(เอ้าเหรอ..งั้นไปที่นั้นนะ)
"โอเค"พอวางสายฉันก็รีบขับรถออกจากบ้านแล้วไปที่บริษัททันที บริษัทที่ฉันกำลังจะไป เป็นของพ่อศิวาของฉันเอง แม่ฉันรับหน้าที่เป็นผู้บริหารที่นี้แทนน้าลูกปัด ที่เธอย้ายไปบริหารงานที่ต่างประเทศ แทนแม่ ก็เหมือนถึงสลับที่กันมาบริหารนั้นแหละ
ส่วนลุงไทน์ก็บริหารบริษัทของท่านอีกที่หนึ่ง ซึ่งลุงไทน์จะขับรถมาส่งแม่ก่อนถึงจะไปที่บริษัทตัวเอง เป็นแบบนี้ทุกวัน
เลขาพาฉันมาที่ห้องทำงานแม่อย่างง่ายดาย เพราะเธอเองก็รู้ว่าฉันเป็นใคร แทบทั้งบริษัทนั้นแหละ ที่รู้ว่าฉันเป็นลูกสาวของพ่อศิวา.พอเข้าไปในห้อง รูปพ่อศิวาแขวนไว้ที่ฝาผนังอย่างสง่า เพราะมันเป็นภาพที่ค่อนข้างใหญ่
"มาแล้วเหรอ"แม่อุ่นเงยหน้าขึ้นมามองที่ฉัน ในขณะทียืนจ้องรูปพ่อศิวาอยู่
"นี้ค่ะแม่"ฉันเดินเข้าไปพร้อมกับยื่นเอกสารในมือให้แม่
"พ่อไอหล่อจริง ๆ เลย"พอแม่รับเอกสารจากมือ เธอก็มองไปที่รูปพ่อหลังจากที่ฉันพูดจบ แล้วฉีกยิ้มออกมาแล้วหันมาที่ฉัน
"เมื่อไหร่จะพร้อมมาทำงาน"
"สักพัก"ฉันตอบกลับพร้อมกับเดินไปนั่งที่โซฟา
"เฮ้อ..."แม่พ่นลมหายใจออกมาเสียงดังอย่างเอือมระอา
"แม่คะ ถ้าพ่ออยู่ไอรู้ว่าพ่อจะไม่บังคับไอเหมือน.."
"แกว่าฉันชอบบังคับแกงั้นเหรอ"ยังพูดไม่จบประโยคแม่ก็ตวาดขึ้นมาทันที
"แม่ขา ใจเย็น ๆ ไอยังไม่ได้ว่าอะไรแม่เลยนะ"
"เชอะ"
"ขอโทษค่ะ"เสียงเลขาของแม่ดังมาจากหน้าประตู แล้วประตูก็เปิดเข้ามา มีร่างสูงของชายหนุ่มถือของฝากอะไรสักอย่างเดินเข้ามาพร้อมกับเลขา เขาเดินเข้ามาแล้วหันมายิ้มให้ฉัน
"พี่กัช.."ฉันเอ่ยชื่อชายหนุ่มคนที่เดินเข้ามาพร้อมกับลุกขึ้นยืน
"ตากัช กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่"แม่เอ่ยถามแล้วยิ้มให้กับชายหนุ่มหล่อเหลา. พี่กัชเป็นลูกชายคนโตของอากิช ฉันเคยเจอกับเขาตอนที่ยังเรียนอยู่ หลังจากนั้นก็ไม่เจอเขาอีก และได้ข่าวว่าเขาเป็นทูตอยู่ที่แคนาดา
"นั้นสิ แล้วพี่มาได้ไงเนี่ย"ฉันเดินเข้าไปแซมทันที
"ผมลาออกจากทูตแล้วครับ"พี่กัชตอบแม่แล้วหันมาที่ฉัน
"ของฝาก"แล้วหันกลับไปที่แม่อีกรอบ พร้อมวางของที่ถือเข้ามาไว้บนโต๊ะทำงานแม่
แม่ลุกขึ้นจากเก้าอี้
"ขอบใจนะ"แล้วผายมือไปที่โซฟา
"ไปนั่งคุยกันก่อน"ฉันก็อยากรู้เหมือนกันเลยเดินตามมานั่งตาม จนลืมไปเลยว่านัดกับเพื่อนไว้
"ทำไมถึงลาออกล่ะ"
"ผมจะมาช่วยงานบริษัทพ่อครับ"ฉันอมยิ้มเล็ก ๆ เพราะรู้มาว่าพี่กัชไม่คิดที่จะเข้าไปทำงานบริษัทพ่อเขาเลย แต่สุดท้ายก็ต้องยอมทำ
"อาอุ่นสบายใจไหมครับ"
"สบายดีจ๊ะ"
"ผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้มางานแต่งของอา"
"ไม่เป็นไรจ๊ะ"แม่พูดจบ พี่กัชก็หันมายิ้มให้ฉันแล้วยกมือยีผมฉัน
"แล้วตัวแสบนี้ล่ะ เป็นยังไง เรียนจบแล้วใช่ไหม"
"พี่กัชอ่า ผมเสียทรงหมด"
"เรียนจบมาตั้งนานแล้ว ยังไม่มาช่วยอาทำงานสักที"แม่เป็นคนพูดแล้วใช้หางตามองฉันพร้อมกับเอามือกอดอก
"แม่"
"เอาแต่เที่ยวเล่นไปวัน ๆ "
"แม่"พี่กัชก็หัวเราะใหญ่ ฉันล่ะอายจริง ๆ
ครืนนน ครืนนน เสียงโทรศัพท์ช่วยชีวิต ฉันรีบหยิบขึ้นออกมาจากกระเป๋า เป็นเบอร์ของเอมนั้นเอง
"แม่ พี่กัช ไอไปก่อนนะ"พอนึกขึ้นได้ว่านัดกับเพื่อนจึงรีบลุกขึ้นทันที
"จะรีบไปไหน"
"นัดเพื่อนทานข้าว พี่ไปด้วยกันไหม"ฉันตอบกลับพี่กัชที่เป็นคนถาม.
"ไว้คราวหน้าดีกว่า"
"งั้นไอขอเบอร์พี่ไว้หน่อยสิ"พี่กัชล้วงหยิบนามบัตรในกระเป๋ายื่นมาให้ฉัน ขณะที่โทรศัพท์ก็ดังไม่หยุด
"โอเค เดี๋ยวไอโทรหา ไปล่ะ"ว่าจบ ฉันก็รีบเปิดประตูเดินออกมาทันที แล้วรับสายเอม
"กำลังไป ๆ รอแปบ"
(อืม เชอรี่มาถึงแล้วนะ)
"จ้า ๆ"ฉันกดวางสายแล้วรีบเดินเข้าลิฟต์กดลงมาที่ชั้นจอดรถ ก่อนที่จะรีบขับไปยังร้านที่นัดเพื่อนไว้
ฉันขับรถมาถึงร้านที่นัดกับเพื่อน แล้วรีบลงจากรถเดินเข้าไปในร้านทันที
พอไปถึงโต๊ะก็เห็นสายตาสองคู่จ้องมาที่ฉัน ฉันเดินเข้าไปลงนั่งที่โซฟาแล้วยิ้มแห้ง ๆ
"กว่าจะมาได้นะ"เชอรี่พูดน้ำเสียงกระแทก
"อย่าบอกนะว่าลืม"เป็นเอมที่เอ่ยถาม
"ไม่ ไม่ได้ลืม โห อาหารเต็มโต๊ะ กิน ๆ"ฉันหยิบช้อนขึ้นแล้วทำท่าทำทาวตักอาหาร
"เชอะ/เชอะ"ทั้งคู่พูดพร้อมกับพร้อมกับหยิบช้อนของตัวเองขึ้นมา
เชอรี่ปรับใบหน้าจากที่โกรธฉันที่มาช้าเปลี่ยนไปใบหน้าที่ร่าเริง เมื่อเธอถามถึงไค
"ไคมีเรียนเหรอ"
"อืม"
"ไคเรียนอยู่มหาลัยอะไร"
"มหาลัยนี้ไง"ฉันชี้ไปฝั่งตรงข้ามที่เป็นมหาลัยที่พี่พั้นซ์เคยเรียนและไคก็เรียนอยู่ที่เดียวกัน
"กินข้าวเสร็จแล้ว เราเข้าไปเดินเล่นกันไหม"ฉันหันมองหน้าเอมทันทีหลังจากเชอรี่พูดจบ.
"เดินเล่น?"
"ใช่ ฉันไม่เคยเรียนที่ไทย อยากรู้ว่ามหาลัยที่ไทยจะเหมือนกับที่พวกเราเรียนกันหรือเปล่า"
"เหอะ"เอมแค่นหัวเราะในลำคอ
"หัวเราะอะไรยัยเอม"
"เปล๊า"เอมปฎิเสธเสียงสูง แล้วเอื้อมมือมาแตะแขนฉัน
"ไอ ผู้หญิงที่มากับไคเมื่อเช้า ฉันดูแล้วมันไม่ใช่แค่เพื่อนเลยนะ"
"ผู้หญิง? ใคร"เชอรี่ถามอย่างออกหน้าออกตา.
"เมื่อเช้าฉันเห็นไคพาผู้หญิงคนนึงไปกินข้าว ท่าทางสนิทสนมกันมาก"
"คงเป็นเพื่อนเขานั้นแหละ"ฉันแทรกพูดขึ้น
"แต่ฉันว่า..ไม่น่าจะใช่ ผู้หญิงคนนั้นต้องแบบชอบไค และพยายามจะแย่งไคจากแกแน่ ๆ แบบนี้ต้องตบสั่งสอน"ท่าทางเชอรี่เป็นเดือนเป็นร้อนเอามาก ๆ
"แกก็เวอร์ไป"
"นั้นสิ นี้ฉันแค่เล่าให้ฟัง แกก็คิดไปซะไกลแล้ว ดูสิ ไอเป็นแฟนเขายังไม่คิดอะไรเลย"
"ก็ฉันเป็นห่วงแกหนิ กลัวว่าจะมีแมวคาบแฟนแกไป"
"เฮ้อ..."ฉันถอนหายใจออกมาหนัก ๆ
"ไม่รู้ล่ะ เราต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร"
"ไปกันใหญ่แล้ว..คงไม่มีอะไรหรอก คงจะเป็นเพื่อนไคน่ะ ฉันเชื่อใจเขา"
"เชื่อใจ? นี้แกเชื่อใจไคจริง ๆ เหรอ แกรักไคมากขนาดนั้นเหรอ"ฉันผงกหัวให้เชอรี่โดยยอมรับ ว่าฉันรักไค และเชื่อใจไค
"เหอะ"
หลังจากทานข้าวเสร็จ เชอรี่ก็ดึงดันที่จะเข้าไปในมหาลัยไคให้ได้ จนสุดท้ายฉันและเอมจำต้องยอม ก็เพราะเห็นเธอเป็นเพื่อนหรอก
เชอรี่เดินนำเข้าไป พร้อมกับสอบถามนักศึกษาว่าตึกคณะบริหารไปทางไหน เธอรู้ว่าไคเรียนบริหารอยู่
พอเดินไปถึงตึกคณะ
"ไคอยู่ไหนนะ"เชอรี่ยืนกอดอกแล้วกวาดสายตาไปรอบ ๆ
"ขอโทษค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหม"สิ้นเสียง เราสามคนก็หันหลังไปที่เสียงหวานนั้น ทันทีที่เห็นผู้หญิงที่เป็นนักศึกษา เอมก็เอามือมาสะกิดฉันทันที พร้อมกับเอียงคอเข้ามาพูดกระซิบข้าง ๆ หู
"แก ๆ คนนี้แหละ ที่ฉันเห็นเมื่อเช้า"
"น้องรู้จักไคไหม"เชอรี่ใช้สายตามองน้องนักศึกษาคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ไค?"
"ใช่ ๆ รู้จักไหม"เอมพูดเสริมขึ้น
"พวกพี่มาหาไคทำไมเหรอคะ"
"น้องคงไม่รู้สินะว่า..คนนี้ ฟะ.."
"พวกพี่มีธุระกับไคนิดหน่อย ถ้าไคไม่ว่างไม่เป็นไร"ฉันรีบแทรกพูดขึ้นทันที แล้วจับมือเพื่อนทั้งสองเดินออกมา แต่เชอรี่กลับสะบัดออก
"สรุป รู้จักไคหรือเปล่า แล้วน้องชื่ออะไร"
"รู้จักสิคะ โบวี่เป็น..."
"โบวี่"มีเสียงหนึ่งเรียกชื่อเธอแทรกเข้ามา ฉันเลยไม่ได้รู้เลยว่าเธอเป็นอะไรกับไค
.
.
🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥
งานแต่งของฉันมันค่อนข้างหรูหรามาก คือคุณนายแม่ไคทุ่มทุนสร้างมากค่ะ คงอยากได้ฉันเป็นสะใภ้มาก ใช่สิ ฉันทั้งสวย รวย เก่งและฉลาด เอ่อ..ฉลาดมั้ง ฉลาดแหละฉันมือไม้เย็นไปหมดในขณะที่แม่อุ่นพาฉันลงไปหาว่าที่สามีเด็กของฉัน พอถึงบันไดขั้นสุดท้าย ฉันก็ได้เห็นเจ้าบ่าวสุดหล่อของฉันยืนรออยู่ หัวใจฉันแทบจะละลาย เด็กน้อยฉันที่ไอ้นั้นไม่น้อย คือเขามันบอกว่าของเขาไม่น้อย เขาหล่อมากค่ะ แล้วเมื่อเขายิ้มโชว์ลักยิ้มเจ้าเสน่ห์ให้ฉันนะ ฉันจะวูบ มันน่ารักมากแม่อุ่นส่งมือฉันให้กับไค"ฝากดูแลลูกสาวน้าด้วยนะตาไค ไม่ใช่สิ ลูกสาวแม่สินะ"แม่พูดจบแล้วหันมายิ้มให้ฉัน"ครับแม่"ไคตอบกลับแล้วจับมือฉันไปคล้องแขนแกร่งเขาก่อนที่จะพาฉันขึ้นไปบนเวทีตอนนี้เป็นพิธีฉลอง ซึ่งเรามีพิธีในช่วงเช้าไปแล้วแหละ พอไคพาฉันขึ้นมาที่บนเวที หัวใจฉันก็เต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากอก ตื่นเต้นมาก ๆ แขกผู้มีเกียรติก็มากมายซะเหลือเกิน"ช่วยปรบมือให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วยค่ะ"พิธีกรสาวเอ่ยขึ้น ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน นั้นก็คือเพื่อนของฉันเอง ฉันขอให้เธอมาเป็นพิธีกรเฉพาะกิจให้ หลังจากที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวแล้ว จริง ๆ แล้วฉันก็เกรงใจเพื่อนนะ เพราะเพื่อ
ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในรถของไค ซึ่งแน่นอนว่าเขากำลังขับพาฉันไปที่คอนโด ระหว่างนี้เขาจับมือฉันไปหอมราวกับคนโรคจิต"จะหอมอะไรนักหนาเนี่ย"ฉันทักท้วงเพราะรู้สึกว่ามือฉันจะติดจมูกเขาไปแล้ว"ก็ผมรักพี่อ่ะ"เดี๋ยวนี้ฉันได้ยินคำว่ารักจากเขาบ่อยมาก มันชื่นชุ่มหัวใจดีจัง"แล้วทำไมไม่รักตั้งแต่ตอนแรก"ฉันแสร้งถาม"นั้นสินะ...ป่านนี้เราคงมีความสุขกันไปตั้งนานแล้ว"ไคพูดพลางยกมือลูบครางตัวเองสีหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง"...."ฉันรู้ว่าเพราะอะไร"ความแค้น!"สุดท้ายแล้วไคก็พูดขึ้นมาเอง"...."ฉันจึงได้หันขวับไปที่เขา"พี่รู้ไหมทำไมผมถึงแค้นพี่มาก..ที่ทำให้ไอ้ไฟฟ์ต้องฆ่าตัวตาย""....""ไอ้ไฟฟ์มันไม่ใช่แค่เพื่อน..มันเป็นเหมือนพี่ เหมือนน้องของผม ผมกับมันสนิทกันตั้งแต่เด็ก ๆ ผมมีพี่คีย์เป็นพี่ชาย และมีมันนี้แหละที่ผมนับว่ามันเป็นน้องชายผมอีกคน..เพราะแบบนี้ผมถึงได้แค้นพี่ไงที่ทำให้มันต้องคิดสั้น"ไคพูดจบแล้วหันหน้ามาที่ฉันเขาคลี่ยิ้มออกมา แล้วจับมือฉันกุมไว้"จะโทษพี่ฝ่ายเดียวก็ไม่ได้..มันเองก็อ่อนแอเกินไป..อีกอย่างมันควรจะนึกถึงคนที่รักมันบ้าง..ไม่ควรที่จะนึกถึงแต่ตัวเองตัดช่องน้อยแต่พอตัว...ทำให้คนที่ยังอยู่ต้อง.
ทุกคนตามแม่ไปที่ห้องพักฟื้น..แต่น้องยังไม่ออกมาจากห้องเด็กแรกเกิดเพราะคุณหมอต้องตรวจเช็คร่างกายอีกหลายอย่าง ลุงไทน์ขอบอกขอบใจไคยกใหญ่ ที่ช่วยให้ลูกของเขาปลอดภัย รวมถึงแม่ของฉันด้วยที่ไม่ลืมขอบใจไค ท่านพูดกับไคดีกว่าเดิม ดูเป็นมิตรมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แม่จะคอยไล่เขาและพูดจาเสียงแข็ง. ฉันคิดว่าแม่คงจะเริ่มใจอ่อนแล้วล่ะสักพักใหญ่คุณพยาบาลก็พาน้องชายฉันเข้ามาพอได้เห็น 'ออสติน'ฉันตื่นเต้นมาก ใช่แล้วน้องชายฉันชื่อ ออสติน ไคจ้องมองน้องชายด้วยแววตาที่ดูปลื้มปริม และเอ็นดู เขาดูอบอุ่นมาก เมื่อแม่ให้เขาอุ้มน้อง อาจจะดูเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บ้าง เขาหอมน้องชายด้วยความรักใคร่ แล้วยิ้มไม่หุบเลย ฉันกับแม่หันมายิ้มให้กันเมื่อเห็นท่าทางไคที่ดูรักเด็กมากถ้าลูกฉันยังอยู่ก็คง...เฮ้อจะว่าไปฉันเองก็ไม่ได้อยากจะมีลูกหรอก พอมารู้อีกทีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์แต่ลูกก็ไม่อยู่แล้ว มันน่าเศร้าที่สุด"แล้ววันนี้ไม่ไปเรียนเหรอไค"ลุงไทน์เอ่ยถามไค"เอ่อ...""จริง ๆ แล้ว ไคต้องไปสอบแต่.."ฉันยังพูดไม่จบไคก็เข้าสะกิดฉัน"ตายจริง..ยังงี้ก็ไปสอบไม่ทันแล้วนะสิ""ครับ..แต่ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวค่อยไปสอบใหม่ได้"แม่ผงกหัวรับแล้
ไคจับมือฉันเดินออกมาจากห้อง ก็เห็นหวานที่ยืนโวยวายอยู่ที่หน้าห้อง พอเธอเห็นไคก็รีบปรี่เข้ามา"มาทำไม.."ไคเอ่ยน้ำเสียงแข็ง มือหนาของเขายังจับมือฉันแน่น"หวานมาหาไค"เธอพูดเสียงอ่อย ๆ ทำน่าสงสาร"ที่พูดไปวันนั้นยังไม่เข้าใจ?"ไคพูดพร้อมกับขบกรามแน่น"หวาน..""กลับไปซะ!"หวานยังพูดไม่จบประโยคไคก็ตวาดไส่เธอซะก่อน"ไค..ทำไมทำกับหวานแบบนี้..หวานรักไคนะ""แต่ฉันไม่ได้รักเธอ..เลิกยุ่งกับฉันสักที"ไคกดน้ำเสียงทุ้มต่ำ ท่าทางเขาดูรำคาญผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่น้อย"ไค.."เธอเอ่ยน้ำเสียงสั่นเทา"กลับไป...อย่าให้ฉันต้องหมดความอดทน"น้ำเสียงของไคที่พูดกับหญิงสาวช่างดูดุดันและจริงจังมาก ฉันเห็นสีหน้าหวานรู้สึกกลัวไคมาก"หวาน..กลับก็ได้"สุดท้ายเธอก็ต้องยอมแพ้ไปเมื่อเห็นสีหน้าแววตาไคที่ดูน่ากลัว ว่าจบหวานก็เดินออกไปโดยง่ายดาย เวลาไคมันดุ มันก็น่ากลัวเหมือนกันนะ ฉันเจอมาแล้วหลังจากหวานกลับไป และคิดว่าคงไม่มีใครมาวุ่นวาย และทำให้รำคาญใจ ไคพาฉันกลับเข้ามาในห้อง ที่พี่นัสนั่งอยู่"เรียบร้อยแล้วใช่ไหม"พี่นัสเอ่ยถามแล้วยกแก้วไวน์กระดกลงคอ"ครับ"ไคตอบกลับแล้วจับฉันนั่งลงข้าง ๆ เขา"แล้วเรื่องน้าอุ่น ..แม่ไอนายจะทำยังไ
ฉันขึ้นมาบนห้อง นั่งรอแม่ด้วยจิตใจที่กระวนกระวายไปหมด สงสารไคจัง ท่าทางเขาดูเสียใจมาก รู้งี้ห้ามไม่ให้เขาบอกแม่ซะก็ดี ยอมรับนะว่าฉันตกหลุมรักเขาอีกครั้งเข้าแล้ว ใจง่ายเสียจริงฉัน ก็ไคน่ารักอ่ะ ยิ่งตอนนี้เขาคำพูดคำจา ท่าทางดูน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด ฉันนั่งนึกไปก็อมยิ้มอยู่คนเดียว จนแม่เปิดประตูเข้ามา ฉันจึงรีบลุกขึ้นไปประคองแม่ เพราะลุงไทน์ไม่ได้เข้ามาด้วยฉันพาแม่ไปนั่งที่โซฟา แล้วพาตัวเองไปนั่งฝั่งตรงกันข้าม."แม่ เรื่องไอกับไค.."ฉันเริ่มเปิดประเด็นก่อนทันที แต่ยังไม่ได้จะพูดอะไรแม่ก็เบรคฉันแทบหัวทิ่ม"ไม่ต้องมาพูดเลย..เกิดเรื่องขนาดนี้แกไม่คิดจะบอกแม่เลยเหรอ ยอมให้เขาทำร้ายอยู่ได้ แกโง่เกินไปไหมยัยไอ""แม่..""ยังไงฉันก็ไม่ให้แกคบกับตาไคเด็ดขาด"แม่พูดพร้อมกับทำสีหน้าจริงจังเอามาก ๆ ไม่เคยเห็นแม่จริงจังอะไรเบอร์นี้เลย"แต่ไอรักไคนะคะแม่..""รักได้ก็ต้องเลิกรักได้ ..ลืมไปแล้วหรือไงว่าเขาทำอะไรกับแกบ้าง แม่นั่งฟังไปกัดฟันไป ไม่คิดว่าตาไคจะทำร้ายลูกฉันขนาดนี้""เรื่องที่เกิดขึ้นไอก็มีส่วนผิดเหมือนกันนะแม่ ..""เฮ้อ..."แม่พ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ แล้วส่ายหน้า"เรื่องทุกอย่างมันจบแล้ว..เราสองคน
ไคขับรถพาฉันมาถึงที่คอนโดของเขา พอฉันก้าวขาเข้าไปด้านใน ไคก็ดึงมือฉันเข้าไปในห้องนอนของเขาทันที และเป็นอย่างที่เขาพูด บราเซียร์ของฉันได้ถูกวางไว้อยู่บนเตียงใกล้ ๆ กับหมอน ไคนั่งลงที่บนปลายเตียงแล้วดึงฉันไปตักแกร่งของเขาฉันก็หลวมตัวมากับเขาเฉย ฉันแพ้เด็กบ้านี้อีกแล้ว ไคกอดรัดฉันแล้วเอียงคอมาหอมที่แก้มฉันทั้งซ้ายและขวา"พอแล้ว.."ฉันพูดปรามเมื่อเขายังหอมฉันไม่หยุด"จะพอได้ไง..ก็ผมคิดถึงพี่นี้ครับ"เวลาไคพูดจาสุภาพแบบนี้ มันทำให้มีผลต่อหัวใจของฉันมาก เพราะมันสั่นระริก ๆ อยู่ตลอดไม่แค่หอม ไคล้วงมือเข้าไปในสาปเสื้อแล้วบีบเค้นหน้าอกฉันด้วย ทำให้ขนฉันลุกไปทั้งตัว"ไค..อย่า"ฉันพยายามดึงมือเขาออกมา แต่ก็ไม่เป็นผล มากกว่านั้นเขาได้ปลดตะขอบราเซียร์ฉันออกไปแล้ว"ผมอยากทำกับพี่ให้ผมทำนะ"ไคพูดด้วยน้ำเสียงแหบเพร่าก็ที่จะยกตัวฉันลงจากตักเขาแล้วผลักฉันนอนราบลง เขายกขามาคร่อมร่างฉัน ก่อนที่จะเอามือเขามาประสานกับมือฉันทั้งสองข้าง"ผมสัญญาว่าผมจะเป็นสามี และพ่อของลูกพี่ที่ดี""ดะ เดี๋ยวนะ...ฉันยังไม่บอกเลยว่าฉันจะแต่งงานกับนาย.."ฉันพูดแย้งขึ้นทันที ในขณะที่ไคคร่อมร่างฉันอยู่"ผมว่ายังไงพี่ก็ต้องแต่งงาน..







