로그인“ผมไม่มีทางโกหกท่านได้หรอกครับ ขืนทำแบบนี้มีหวังผมคงถูกด่าจนประสาทหลอนตายก่อน คำด่าแต่ละคำทำเอาหัวใจจะวายอยู่ทุกวัน”
ชินภัทรตอบตามความจริง เพราะเคยถูกลงโทษจากการทำงานพลาด ช่างเป็นบทลงโทษที่ไม่น่าจะมีใครคิดมาก่อน ทำเอาหลอนไปหลายวัน อย่าหาเรื่องให้โดนลงโทษดีกว่า
“โอเค พวกมันควรทำตัวสะอาดสะอ้าน เป็นนักธุรกิจแท้ๆ เอาแต่ฟอกเงิน หนี้ภาษี ริบเงินพนักงานเป็นของตัวเองบางส่วน
เป็นชู้กับเมียชาวบ้าน บางคนหนักถึงขายความลับตระกูลไปอีกตระกูล”
“แต่ละคนก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีเงินกันสักหน่อย ทำไมไม่รู้จักทำมาหากินสุจริตกันบ้าง ตั้งใจทำงานกันมันจะตายหรือไง ถ้าตายก็ไปกระโดดน้ำในบึงที่ไม่มีคนเห็นสิ”
“จะมาทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนไปเรื่อยทำไม ช่างทำตัวน่ารังเกียจกันไปหมด ลำพังเงินปกติตายไปก็ใช้ไม่มีวันหมด ตอนตายจะเอาเหรียญทองใส่ปากไปด้วยหรือไง”
นนท์ภัทรยังคงด่าออกรสออกชาติด้วยความโมโห เพราะเรื่องราวเหล่านี้สืบทราบมานาน แค่ยังไม่ได้ใช้ออกมาเท่านั้น เลยตั้งใจช่วยปล่อยข่าวอื่นเพิ่ม ที่ตระกูลวรวงศ์ไม่สามารถสืบต่อได้
ถือว่าเป็นเวรกรรมที่พวกมันแต่ละคนต้องตามเก็บไป
“...” ชินภัทรไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะตัวเองไม่ได้ถูกด่าไปด้วย ลำพังคุณชายใหญ่ด่าขนาดนี้คงทำให้พวกนั้นจามกันไม่หยุดหย่อน
ช่างเป็นคนปากคอเราะร้ายเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังด่าเก่งแถมยังทำงานเก่งเหมือนเดิม พวกพี่สาวใช้บอกว่าแรกเริ่มทุกคนก็ขวัญกระเจิงกันเยอะ
เพราะคิดว่าคุณชายใหญ่เป็นบ้าหรือเปล่า จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึงได้รู้ว่านั่นเป็นนิสัยที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ความเจ้าอารมณ์เหมือนปู่ของท่านไม่มีผิด
“ผมคัดลายมือไทยแบบอาชีวะแบบที่พี่นนท์สั่งหมดแล้วครับ ทั้งพยัญชนะ สระ ทำซ้ำรวมกันสิบแผ่น ต้องการให้ทำอะไรอีกไหมครับ”
นภัทรบอกพลางเดินมายื่นกระดาษส่งให้ตรวจถึงที่ เขามีสมาธิเป็นเลิศมาตลอด จึงตัดขาดออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าภายในห้องทำงานแห่งนี้มีบรรยากาศเป็นยังไง
“ไหนพี่ชายคนนี้ดูสิ เป็นยังไงบ้าง” นนท์ภัทรขานรับอย่างอารมณ์ดีพลางหยิบขึ้นมาดูด้วยสีหน้าจริงจังขัดกับท่าทีหยอกล้อและการพูดเล่นเอ็นดูน้องชาย
“ไม่มีที่ติ ไปสักสามวันแล้วค่อยมาทำตามตารางที่พี่กำหนดเหมือนเดิม”
“ครับ พี่นนท์” นภัทรขานรับด้วยท่าทีสุภาพก่อนเดินออกจากห้องไป
บรรยากาศรักใคร่ของพี่น้องพลันหายไปหมด เพราะนั่นคือท่าที่สงวนเอาไว้ให้บุคคลเดียวเท่านั้น กับคนอื่นผู้ชายคนนี้คือเพชรฆาตพร้อมสังหารทุกคนไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกายหรือจิตใจก็ตาม
“จินเจต เจตฎา คุณากร หวังว่าลูกเจี๊ยบอย่างพวกนายจะมีคำตอบที่จริงใจเหมือนกับเจ้าเด็กคนนี้ที่ฉันรับเลือกมาสั่งสอนเป็นพิเศษ”
“พวกนายเพิ่งจะสิบขวบเอง อนาคตยังอีกไกล ค่อยกลับมาสอบวัดระดับใหม่อีกหลายรอบก็ยังทัน พี่ชายพวกนายก็สอบไม่ผ่านเหมือนกันจะเครียดไปทำไม”
“ถ้าไม่บอกความจริงก็เตรียมใจไว้ด้วยล่ะ” น้ำเสียงทรงอำนาจของว่าที่ประมุขคนต่อไปของตระกูลภูทนินทร์กระจายโอบล้อมไปทั่วห้องทำงาน แรงกดดันมหาศาลทำให้แม้แต่ผู้ช่วยคนสนิทหลายคนถึงกับหายใจลำบาก
“เหมือนที่ชินภัทรรายงานครับ ทุกอย่างครบถ้วน ไม่มีอะไรมากกว่านั้น วันนั้นเป็นการรวมตัวกันของขั้วอำนาจหลายฝ่าย เลยทำให้บางคนปากกล้ากับชินภัทรไปบ้าง”
“นับจากวันนี้ไปคงจะไม่มีใครกล้าทำแบบนั้นอีก”
“เพราะได้อิทธิพลของท่านนนท์ภัทรคุ้มครองเต็มรูปแบบ แม้จะขาดการดูแลจากตระกูลตนเอง แต่กลับได้รับวาสนาที่ยิ่งใหญ่แบบเดิม”
“ต้องมีแต่คนอิจฉามากกว่าหัวเราะเยาะด้วยซ้ำครับ” จินเจตอธิบายอย่างละเอียดแม้ว่าในใจจะกลัวนายท่านตนเองมากแค่ไหน
แต่การคลุกคลีอยู่กับคนบ้าอย่างชินภัทรมาตลอดสิบปีไม่ได้สูญเปล่า ทักษะ ความสามารถ และการบ่มเพาะบางอย่างย่อมได้เรียนรู้มาไม่น้อย
“รบกวนจัดหาห้องให้พวกเราด้วยนะครับ มาพร้อมคนสนิทอีกสี่คน วันนี้ขอตัวก่อนนะ ได้เวลาเลิกเรียนของพี่มอร์ซินแล้ว” นภัทรอธิบายอย่างรวดเร็วไม่รอให้ใครพูดอะไรแล้ววิ่งออกนอกประตูไปเลยทันที “คุณชายเล็กกำลังปรับตัวกับคู่หมั้นทำให้กลายเป็นแบบนี้ แต่ผมคิดว่านายท่านเป็นคนคลั่งรักไปแล้ว หากอยากให้อาจารย์คนนี้สอนต่อไป” “สิ่งแรกที่รุ่นพี่ต้องทำใจคือเห็นพวกเขาแสดงความรักกันตลอดระยะเวลาสามเดือน อดทนเข้าไว้นะครับพี่บีบี เพื่อความแข็งแกร่งของพี่ในอนาคต” “และต้องอดทนอีกสามวันต่อสัปดาห์จนกว่าจะครบสามปีด้วยครับ ขอให้โชคดีนะครับ มารับกรรมไปด้วยกัน”“คุณชายเล็กกำลังปรับตัวกับคู่หมั้นทำให้กลายเป็นแบบนี้ แต่ผมคิดว่านายท่านเป็นคนคลั่งรักไปแล้ว หากอยากให้อาจารย์คนนี้สอนต่อไป”&nb
“อีกสองสัปดาห์จะมาครับ ให้พวกเราทำเรื่องเทียบเชิญแบบไม่เป็นทางการส่งไปให้ตระกูลภูทนินทร์ รวมถึงจัดการชื่อเสียงในแวดวงสังคมให้เรียบร้อย” “ไม่ให้ถูกมองว่ากลายเป็นรวมพรรคพวกคนละฝั่ง เรื่องพวกนี้ผมจะให้คนช่วยดำเนินการให้ เพราะตอนนี้ถือว่าผมอยู่มานานที่สุดในกลุ่ม” “ผมคิดว่าเรื่องทำเอกสารเทียบเชิญและการประกาศข่าวคราวในแวดวงสังคมนั้น รุ่นพี่น่าจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผม” ชินภัทรบอกคำตอบที่น่าพึงพอใจให้กับอีกฝ่าย ถึงไม่รู้ว่าตนเองแสดงออกไปแบบไหน แต่คิดว่านี่คือมารยาทพื้นฐานมากพอแล้วสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง “ขอบใจนะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” “นายวางใจเ
“แถมท่านยังเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด จนตอนนี้อายุยี่สิบแล้ว ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทำได้ดีกว่าตอนอยู่ในมือของคุณชายใหญ่อีก” “ผมจะโทรถามให้ตอนนี้เลยครับ” ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดพลางกดมือถือโทรหาเจ้านายทันที ไม่ได้รอฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าคำพูดของรุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น มีเพียงคำตอบของผู้เป็นนายต่างหากถึงจะเอ่ยปากได้ถูกต้อง ตรู๊ด... ตรู๊ด... (นภัทร ภูทนินทร์) “ฮัลโหลครับ คุณชายเล็ก ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่กับการถูกจ้างงานสอนการดูแลจัดการคฤหาสน์หลังใหญ่”&n
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”
เพราะข้อมูลที่อ่านมาก่อนสอบนั้นเป็นเพียงการคาดเดา และความเป็นไปได้ถึงสี่ครอบครัวที่กำลังมีภัย บุคคลตรงหน้าคือเป้าหมายคนปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้ แบบนี้คงไม่ต้องไปสืบหาที่ไหน เพราะภารกิจอยู่ตรงหน้าแล้วไงล่ะ “ไม่ทราบว่าพอจะช่วยฉันได้หรือเปล่า” บีระพัฒน์เห็นอีกฝ่ายเงียบไปหลายนาทีจึงเกิดความร้อนใจ เลยพยายามถามอีกครั้งเพื่อต้องการคำตอบ กลืนศักดิ์ศรีของราชวงศ์เศษเสี้ยวอันน้อยนิดไปหมดสิ้น ตอนนี้หน้าตามันจะไปสำคัญอะไร หากไม่มีชีวิตอยู่ เกียรติยศมันก็ไม่มีความจำเป็นหรอก “เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุณแล้วกันครับ ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน แต่ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายคงจะสูงกว่าที่คิด เพราะเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะโอบไว้”&nb







