เข้าสู่ระบบตอนที่ 3 : โลกกลม
บ่ายวันถัดมา ภูมิมายืนอยู่หน้าบ้านไม้หลังเก่าของตาชื่นอีกครั้ง เขาไม่ได้มามือเปล่า แต่หิ้วกระเช้ารังนกและผลไม้นำเข้าเกรดพรีเมียมมาด้วย หวังจะใช้ความอ่อนน้อมเข้าสู้เผื่อชายชราจะใจอ่อนยอมเปิดช่องว่างให้เจรจาบ้าง
“ตาชื่นครับ ผมภูมิเอง ขอเข้าไปคุยด้วยแป๊บเดียวนะครับ”
ภูมิส่งเสียงเรียกพลางผลักประตูรั้วไม้ที่แง้มอยู่เข้าไป
ภาพที่เห็นทำเอาชายหนุ่มทิ้งกระเช้าในมือทันที ตาชื่นล้มฟุบอยู่ข้างแปลงปลูกต้นไม้ มือเหี่ยวย่นกำแน่นที่หน้าอกซ้าย ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและหอบหายใจรวยริน
“ตา! ตาชื่น!”
ภูมิถลันเข้าไปประคองร่างที่สั่นเทาของชายชรา
“รถ! เอารถเข้ามารับเดี๋ยวนี้!”
เขาตะโกนสั่งคนขับรถและเลขาที่รออยู่ด้านนอกเสียงลั่น
ภูมิอุ้มร่างของตาชื่นขึ้นรถอัลพาร์ดอย่างทุลักทุเล
“ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เหยียบมิดเลย ไม่ต้องกลัวโดนจับ!”
รถหรูพุ่งทะยานฝ่าการจราจรด้วยความเร็วสูงสุด ภูมิคอยเช็กชีพจรที่อ่อนลงเรื่อยๆ ของตาชื่นด้วยใจที่เต้นระทึก เขาเป็นนักธุรกิจที่เห็นผลกำไรเป็นหลักก็จริง แต่เขาก็ไม่ใช่คนเลือดเย็นที่จะทนมองคนตายต่อหน้าต่อตาได้
เพียงสิบห้านาที รถอัลพาร์ดก็เบรกเอี๊ยดจอดเทียบหน้าทางเข้าห้องฉุกเฉิน (ER) บุรุษพยาบาลเข็นเตียงเข้ามารับตัวตาชื่นอย่างรวดเร็ว ภูมิวิ่งตามเข้าไปจนถึงหน้าประตูโซนพื้นที่สีแดง (Red Zone) ก่อนจะถูกพยาบาลกันตัวไว้ด้านนอก
“ญาติรอหน้าห้องก่อนนะคะ!”
ภูมิทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พักคอย เสยผมที่ปรกหน้าอย่างหัวเสีย เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมยับยู่ยี่และมีรอยเปื้อนดินจากการอุ้มตาชื่น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งให้เลขาไปเช็กประวัติสุขภาพและติดต่อญาติของตาชื่นให้เร็วที่สุด
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกพร้อมกับร่างของแพทย์เวรในชุดสครับสีเขียวเข้มที่เดินตรงมาหาเขา
“คุณคือคนที่พาผู้ป่วยชื่อตาชื่นมาส่งใช่ไหมคะ”
น้ำเสียงเรียบนิ่งและคุ้นหูอย่างประหลาดทำให้ภูมิที่ก้มหน้าดูจอโทรศัพท์ต้องรีบเงยหน้าขึ้นมอง วินาทีนั้น โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน
ดวงตากลมโตที่เคยฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และแรงอารมณ์ ตอนนี้กลับนิ่งสนิทและเฉียบขาด ริมฝีปากบางที่เขาเคยบดจูบอย่างบ้าคลั่งกำลังเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าเขาชัดๆ
หมอรัตน์... ผู้หญิงที่ทิ้งโพสต์อิทไล่เขาเมื่อเช้า ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในฐานะหมอเจ้าของไข้
รัตน์ชะงักไปเสี้ยววินาที ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เธอซ่อนมือที่เริ่มสั่นไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์
“คนไข้อาการปลอดภัยแล้วค่ะ”
รัตน์เริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ
“เป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โชคดีที่คุณพามาส่งทันเวลา ตอนนี้เราให้ยาละลายลิ่มเลือด และเตรียมส่งตัวขึ้นไปสังเกตอาการที่หอผู้ป่วยวิกฤต (CCU) ค่ะ”
ภูมิยืนขึ้นเต็มความสูง เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิดจนได้กลิ่นสบู่ผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ล้างมือจางๆ จากตัวเธอ... กลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่บนตัวเขาเมื่อคืนก่อน
“ขอบคุณครับ... คุณหมอ”
ภูมิเน้นคำท้ายพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก สายตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างจงใจสื่อความหมาย
“โลกกลมจังเลยนะครับ ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่... ในสภาพนี้”
รัตน์เชิดหน้าขึ้น ไม่หลบสายตา
“หมอก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะว่าจะเจอ ‘คนรู้จัก’ ที่นี่... ถ้าคุณไม่ใช่ญาติ รบกวนติดต่อญาติสายตรงให้มาเซ็นเอกสารยินยอมการรักษาด้วยนะคะ ขอตัวค่ะ”
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินไปทันที ทิ้งให้ภูมิมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยความสนใจที่มากกว่าเดิม
ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่วันไนต์สแตนด์ธรรมดาซะแล้ว... และเขาจะไม่ยอมให้มันจบลงแค่คืนเดียวอย่างที่เธอเขียนสั่งไว้แน่นอน
ภาพตอนอยู่ในลิฟท์ ทั้งคู่กำลังจูบกัน เสียงลิฟท์ก็ดัง
“ติ๊ง!”
ถึงชั้นที่กดไว้แล้ว
“ฉันชื่อรัตน์ คุณชื่ออะไร” รัตน์ถามเขา
“ภูมิ เรียกผมว่าภูมิ” เขาบอกขณะที่รัตน์เดินนำไปที่ห้อง
ที่โรงพยาบาล หลังรัตน์เดินไป ภูมิถามพยาบาล
“คุณหมอรัตน์ใช่มั้ยครับ หมอเจ้าของไข้ ผมจะได้บอกญาติคุณตาถูกถ้าเขามา”
“ค่ะ ใช่ค่ะ” พยาบาลตอบก่อนเดินจากไป
“เธอไม่ได้โกหกเรื่องชื่อเธอ”
ภูมิคิด พร้อมมีรอยยิ้มเผยออกมา
ตอนที่ 8 : รสชาติของข้อตกลงแผ่นหลังบางสัมผัสกับฟูกนุ่มบนเตียงกว้าง รัตน์ยังไม่ทันได้ขยับตัว ร่างสูงใหญ่ของภูมิก็ทาบทับลงมาปิดกั้นทางหนีทุกทิศทาง นัยน์ตาคมกริบที่ทอดมองมาในความสลัวของห้องนอนนั้นวาววับราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่ออันโอชะ"กินสเต็กมันต้องใช้มีดกับส้อม..." ภูมิกระซิบเสียงพร่า พลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและลอนกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แบบ "แต่กินคุณหมอ... ผมขอใช้แค่ปากกับร่างกายก็พอ"รัตน์ยกยิ้มมุมปาก มือเรียวเอื้อมไปดึงคอเสื้อของเขาให้โน้มลงมาหา "มุกเสี่ยวพิสูจน์สิ ว่าคุณจะทำให้ฉันอิ่มได้หรือเปล่า"สิ้นคำท้าทาย ริมฝีปากหยักก็ฉกวูบลงมาบดขยี้กลีบปากบางอย่างหิวกระหาย รสจูบครั้งนี้ไม่ได้เจือความโกรธเกรี้ยวเหมือนในช่องบันไดหนีไฟ แต่มันเต็มไปด้วยความเรียกร้องและปรารถนาที่ถูกอัดอั้นมาทั้งวัน รสชาติของไวน์แดงชั้นเลิศที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นยิ่งทำให้จูบนั้นลึกล้ำและมัวเมามากยิ่งขึ้นมือหนาของภูมิสอดเข้าใต้เสื้อยืดตัวโคร่ง ลูบไล้แผ่นหลังเนียนก่อนจะปลดตะขอเสื้อชั้นในออกอย่างชำนาญเพียงมือเดียว รัตน์แอ่นอกรับสัมผัสวาบหวามเมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวเ
ตอนที่ 7 : กฎก็คือกฎใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฏชัดเจนบนแก้มสาก ภูมิยืนนิ่งงันอยู่ในช่องบันไดหนีไฟที่มืดสลัว กลิ่นน้ำหอมผสมแอลกอฮอล์ล้างมือของรัตน์ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ แม้เจ้าตัวจะสะบัดหน้าก้าวฉับๆ ออกไปโดยไม่รอฟังคำอธิบายใดๆ แล้วก็ตามเขาแตะมุมปากตัวเองเบาๆ ความรู้สึกชาแล่นริ้วขึ้นมา... เกิดมาเป็นทายาทหมื่นล้าน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าลงไม้ลงมือกับเขามาก่อน รัตน์คือคนแรก"อวดดี..." เขาสบถเบาๆแต่แปลก... ในอกกลับไม่ได้รู้สึกโกรธจัดอย่างที่ควรจะเป็น กลับกัน ความดื้อดึง แววตาเด็ดเดี่ยว และการประกาศชัดเจนว่าเธอไม่ได้เป็นของเขา ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวให้ลุกโชนขึ้นไปอีก เขาเพิ่งรู้ตัวว่าอารมณ์หึงหวงบ้าบอมันทำให้เขาเผลอทำลายกำแพงที่ตกลงกันไว้จนพังยับเยินตัดภาพมาที่รัตน์ เธอรีบสาวเท้ากึ่งวิ่งกลับมาที่ห้องน้ำหญิง เปิดก๊อกน้ำล้างหน้าล้างตาเพื่อดับความรุ่มร้อนและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เมื่อเงยหน้ามองกระจก เธอก็ต้องกัดริมฝีปากแน่น... รอยคิสมาร์กสีแดงจางๆ ปรากฏอยู่บนซอกคอขาว โชคดีที่ปกคอเสื้อกาวน์ยังพอปิดบังได้ เธอรีบจัดแจงเสื้อผ้าให้มิดชิด พยายามปรับลมหายใจให้
ตอนที่ 6 : อาการหวงก้างสามวันผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ฉุกเฉิน อาการของตาชื่นพ้นขีดอันตรายและถูกย้ายจากห้อง CCU มาพักฟื้นที่ห้องพิเศษชั้นแปด รัตน์ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้แวะเข้ามาตรวจอาการในช่วงสายของวันเมื่อผลักประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้คุณหมอสาวถึงกับชะงักฝีเท้าทายาทหมื่นล้านอย่างภูมิในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนดูสบายๆ กำลังนั่งปอกแอปเปิลอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย แม้เปลือกแอปเปิลจะขาดวิ่นไม่เป็นทรง แต่ความตั้งใจและท่าทีอ่อนโยนที่เขาพูดคุยกับตาชื่นกลับดูเป็นธรรมชาติจนน่าประหลาดใจ“ตากินผลไม้เยอะๆ จะได้แข็งแรงไวๆ เดี๋ยวผมจะให้คนขับรถไปรับลูกมาเยี่ยมตาบ่ายนี้” ภูมิพูดพลางยื่นชิ้นแอปเปิลให้ชายชรา“เออ ขอบใจเอ็งมากไอ้หนุ่ม” ตาชื่นรับไปเคี้ยวหงุบหงับ “เอ็งนี่มันดื้อดึงไม่เลิก แต่เนื้อแท้ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ถึงได้มาคอยเฝ้าคนแก่ขี้โรคอย่างข้า”“ผมก็แค่เป็นห่วง” ภูมิยิ้มรับ ก่อนจะหันมาเห็นรัตน์ที่ยืนอยู่หน้าประตู สายตาคมกริบของเขาทอประกายพราวระยับขึ้นมาทันที “อ้าว คุณหมอมาตรวจแล้ว ตาชื่นเตรียมตัวเลยครับ”รัตน์พยายามตีหน้านิ่ง เดินเข้าไปตรวจเช็กชีพจรและดูผลแล็บที่ชาร์ตปลายเตียง แ
ตอนที่ 5 : ปลดปล่อยเวลาสี่ทุ่มครึ่ง รัตน์ลากร่างที่เหนื่อยล้าจากการเข้าเวร ER ยาวนานกว่าสิบสองชั่วโมงกลับมาถึงคอนโดมิเนียม วันนี้มีเคสอุบัติเหตุหมู่และคนไข้ฉุกเฉินตลอดทั้งวันจนเธอแทบไม่ได้พักกินข้าว ความเหนื่อยล้าเกาะกุมไปทั่วทุกมัดกล้ามเนื้อ แต่ลึกๆ ในใจกลับมีความรู้สึกบางอย่างเต้นเร่าอยู่ตลอดเวลาภาพกับความรู้สึกเมื่อคืนรบกวนเธอมาตลอดวัน ครั้งแรกที่เธอวันไนท์สแตนด์เมื่อปีก่อนเธอก็จบแล้วจบเลย แต่กับเขาคนนั้น…เสียงทุ้มพร่าและสัมผัสวาบหวามในห้องพักแพทย์เมื่อตอนกลางวันยังคงตามหลอกหลอนทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นสิบแปด รัตน์ก็เห็นร่างสูงของภูมินั่งรออยู่ที่โซฟารับรองหน้าโถงทางเดิน เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงศอก ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดดูผ่อนคลายต่างจากลุคผู้บริหารในเวลางาน บนโต๊ะกระจกตรงหน้าเขามีถุงกระดาษจากร้านอาหารหรูและขวดไวน์แดงราคาแพงวางอยู่"คุณมารอตั้งกี่โมง" รัตน์ถามพลางเดินเข้าไปหา"ชั่วโมงกว่า" ภูมิลุกขึ้นยืน คว้าถุงอาหารและขวดไวน์มาถือไว้ "ผมเดาว่าคุณคงเหนื่อยจนไม่อยากแวะหาของกินที่ไหน เลยซื้อติดมือมาด้วย""ฉันนึกว่าข้อตกลงของเราคือเรื่องบนเตียง ไม่ใช่การมานั่งดินเนอ
ตอนที่ 4 : ข้อตกลงกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อคือความคุ้นเคยที่รัตน์สูดดมอยู่ทุกวัน หญิงสาวทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังสีดำในห้องพักแพทย์เวรอย่างอ่อนล้า เปลือกตาที่หนักอึ้งปิดลงช้าๆ หวังจะงีบพักสายตาสักสิบนาทีหลังจากเพิ่งจัดการเคสฉุกเฉินและส่งตัวตาชื่นขึ้นวอร์ด CCU เรียบร้อยแล้วแกร๊ก... กริ๊กเสียงเปิดและล็อคประตูจากด้านในทำให้รัตน์ต้องลืมตาขึ้น เธอกำลังจะอ้าปากต่อว่าเพื่อนร่วมงานที่เสียมารยาท แต่คำพูดทั้งหมดกลับถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อเห็นร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่าที่คุ้นตายืนพิงบานประตูอยู่ภูมิล้วงมือสอดกระเป๋ากางเกง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองร่างบางในชุดสครับสีเขียวที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟา มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์"คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง" รัตน์ดีดตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงทันที ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง "นี่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลเฉพาะเจ้าหน้าที่ รบกวนออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ""ผมถามพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ว่าหมอรัตน์พักอยู่ห้องไหน เธอก็ชี้ทางมา" ภูมิยักไหล่ เดินก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ "แถมผมยังรู้ด้วยว่าคุณมีเวลาพักอีกยี่สิบนาทีก่อนจะกลับไปเข้าเวรต่อ""ถ้าคุณมีปัญหาเร
ตอนที่ 3 : โลกกลมบ่ายวันถัดมา ภูมิมายืนอยู่หน้าบ้านไม้หลังเก่าของตาชื่นอีกครั้ง เขาไม่ได้มามือเปล่า แต่หิ้วกระเช้ารังนกและผลไม้นำเข้าเกรดพรีเมียมมาด้วย หวังจะใช้ความอ่อนน้อมเข้าสู้เผื่อชายชราจะใจอ่อนยอมเปิดช่องว่างให้เจรจาบ้าง“ตาชื่นครับ ผมภูมิเอง ขอเข้าไปคุยด้วยแป๊บเดียวนะครับ” ภูมิส่งเสียงเรียกพลางผลักประตูรั้วไม้ที่แง้มอยู่เข้าไปภาพที่เห็นทำเอาชายหนุ่มทิ้งกระเช้าในมือทันที ตาชื่นล้มฟุบอยู่ข้างแปลงปลูกต้นไม้ มือเหี่ยวย่นกำแน่นที่หน้าอกซ้าย ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและหอบหายใจรวยริน“ตา! ตาชื่น!” ภูมิถลันเข้าไปประคองร่างที่สั่นเทาของชายชรา “รถ! เอารถเข้ามารับเดี๋ยวนี้!” เขาตะโกนสั่งคนขับรถและเลขาที่รออยู่ด้านนอกเสียงลั่นภูมิอุ้มร่างของตาชื่นขึ้นรถอัลพาร์ดอย่างทุลักทุเล “ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เหยียบมิดเลย ไม่ต้องกลัวโดนจับ!”รถหรูพุ่งทะยานฝ่าการจราจรด้วยความเร็วสูงสุด ภูมิคอยเช็กชีพจรที่อ่อนลงเรื่อยๆ ของตาชื่นด้วยใจที่เต้นระทึก เขาเป็นนักธุรกิจที่เห็นผลกำไรเป็นหลักก็จริง แต่เขาก็ไม่ใช่คนเลือดเย็นที่จะทนมองคนตายต่อหน้าต่อตาได้เพียงสิบห้านาที รถอัลพาร์ดก็เบรกเอี๊ยดจอดเ







