เข้าสู่ระบบตอนที่ 4 : ข้อตกลง
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อคือความคุ้นเคยที่รัตน์สูดดมอยู่ทุกวัน หญิงสาวทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังสีดำในห้องพักแพทย์เวรอย่างอ่อนล้า เปลือกตาที่หนักอึ้งปิดลงช้าๆ หวังจะงีบพักสายตาสักสิบนาทีหลังจากเพิ่งจัดการเคสฉุกเฉินและส่งตัวตาชื่นขึ้นวอร์ด CCU เรียบร้อยแล้ว
แกร๊ก... กริ๊ก
เสียงเปิดและล็อคประตูจากด้านในทำให้รัตน์ต้องลืมตาขึ้น เธอกำลังจะอ้าปากต่อว่าเพื่อนร่วมงานที่เสียมารยาท แต่คำพูดทั้งหมดกลับถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อเห็นร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่าที่คุ้นตายืนพิงบานประตูอยู่
ภูมิล้วงมือสอดกระเป๋ากางเกง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองร่างบางในชุดสครับสีเขียวที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟา มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง"
รัตน์ดีดตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงทันที ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง
"นี่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลเฉพาะเจ้าหน้าที่ รบกวนออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ"
"ผมถามพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ว่าหมอรัตน์พักอยู่ห้องไหน เธอก็ชี้ทางมา"
ภูมิยักไหล่ เดินก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ
"แถมผมยังรู้ด้วยว่าคุณมีเวลาพักอีกยี่สิบนาทีก่อนจะกลับไปเข้าเวรต่อ"
"ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องอาการของตาชื่น ให้ไปติดต่อพยาบาล ไม่ใช่มาบุกรุกห้องพักหมอแบบนี้"
รัตน์ตวาดเสียงดุ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร็วเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมที่ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาลอยมากระทบจมูก ปลุกเร้าความทรงจำร้อนแรงบนเตียงเมื่อคืนให้ฉายชัดขึ้นมาในหัว
ภูมิไม่ตอบสนองต่อคำไล่ เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโซฟา ก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่ทำหน้าตึงใส่ ก่อนจะล้วงเอากระดาษโพสต์อิทสีเหลืองยับๆ แผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท
"แค่ One Night Stand... ขอให้จบแค่เมื่อคืน"
ภูมิอ่านข้อความบนกระดาษออกเสียงช้าๆ ชัดๆ ดวงตายังคงจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากบางของเธอ
"ลายมือคุณสวยดีนะคุณหมอ แต่เสียดายที่ผมเป็นพวกไม่ค่อยชอบทำตามคำสั่งใครเท่าไหร่"
"คุณต้องการอะไร" รัตน์กอดอก เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา
"ต้องการคุณ" คำตอบตรงไปตรงมาทำเอารัตน์ชะงัก
"เมื่อคืนเราเข้ากันได้ดีมาก... ดีเกินกว่าจะปล่อยให้มันจบลงแค่คืนเดียว คุณเองก็รู้ตัวดีรัตน์ ร่างกายคุณตอบสนองผมทุกจังหวะ"
"เรื่องเมื่อคืนมันก็แค่อารมณ์พาไป ฉันเมา คุณก็เมา มันคือความผิดพลาดที่ฉันไม่อยากสานต่อ"
"งั้นมาพิสูจน์กันไหมว่าตอนไม่ได้เมา... มันจะยังเป็นความผิดพลาดอยู่หรือเปล่า"
ไวกว่าความคิด ภูมิโน้มตัวลงมา ท้าวแขนทั้งสองข้างคร่อมร่างของรัตน์ไว้กับพนักพิงโซฟา กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่ง ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกัน รัตน์เบิกตากว้าง มือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างที่สัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อใต้เสื้อเชิ้ต
"หยุดนะ คุณภูมิ ที่นี่โรงพยาบาล"
รัตน์กดเสียงต่ำเตือนสติ แต่กลับพบว่าเสียงของตัวเองสั่นพร่า
"ผมรู้ว่าคุณเครียด งาน ER มันหนัก" ภูมิกระซิบชิดใบหู ไล้จมูกโด่งไปตามแนวสันกรามของหญิงสาวจนเธอขนลุกซู่
"ผมเองก็เครียดกับงานบริหารจนแทบบ้า เราต่างคนต่างต้องการที่ระบาย... ทำไมเราไม่วิน-วินกันทั้งคู่ล่ะ"
รัตน์พยายามเบือนหน้าหนี แต่สัมผัสจากริมฝีปากที่ขบเม้มเบาๆ ตรงซอกคอทำให้เธอเผลอสูดปาก ร่างกายของเธอจดจำสัมผัสของเขาได้แม่นยำและทรยศต่อสมองอย่างสิ้นเชิง
"คุณหมายความว่าไง..."
"FWB... Friends with Benefits"
ภูมิผละใบหน้าออกมายืนยันเจตนา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด
"แค่เรื่องบนเตียง ไม่มีข้อผูกมัด ไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว และจบความสัมพันธ์ได้ทันทีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการ... คุณกล้าพอไหมล่ะคุณหมอ"
ข้อเสนอของเขาดังสะท้อนในหัว รัตน์เป็นคนยุคใหม่ เธอไม่ปฏิเสธว่าเซ็กส์เมื่อคืนมันโคตรจะยอดเยี่ยม และความเครียดสะสมจากการทำงานก็ทำให้เธอโหยหาการปลดปล่อยที่ถึงใจแบบนั้นอีกครั้ง ผู้ชายตรงหน้าหล่อเหลา ดุดัน และรู้จุดอ่อนบนร่างกายเธอเป็นอย่างดี... ถ้าแค่ตอบสนองความต้องการทางกายโดยไม่เอาหัวใจลงไปเล่น มันก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร
"สามข้อ..." รัตน์สูดหายใจลึก ดันอกเขาออกเบาๆ เพื่อให้มีพื้นที่หายใจ
"ข้อแรก... ห้ามแสดงออกว่ารู้จักกันเกินกว่าหมอกับญาติคนไข้เวลาอยู่ในที่สาธารณะ โดยเฉพาะที่โรงพยาบาล ข้อสอง... ต้องป้องกันทุกครั้ง และข้อสาม... ห้ามมีความรู้สึกอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องนอกจากเรื่องเซ็กส์ ถ้าใครล้ำเส้น ข้อตกลงนี้เป็นอันยกเลิกทันที"
ภูมิยกยิ้มพอใจ นัยน์ตาพราวระยับ "ตกลง... ถือว่าดีล"
ไม่รอให้เสียเวลา ภูมิกดริมฝีปากลงบดขยี้เรียวปากสวยทันที รัตน์เผยอริมฝีปากรับจูบที่ดุดันและเรียกร้องอย่างเต็มใจ มือเรียวสอดเข้าขยุ้มกลุ่มผมเส้นหนาของเขา รสจูบเริ่มต้นจากการหยั่งเชิงก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดแลกเปลี่ยนความหวานและอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงขึ้น มือหนาของภูมิเริ่มซุกซน สอดเข้าไปใต้เสื้อกาวน์และชุดสครับ สัมผัสผิวกายเนียนนุ่มที่หน้าท้องจนหมอสาวสะดุ้งเฮือก
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ดังขัดจังหวะขึ้นอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา รัตน์สะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกเขาออกพร้อมกับหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าสวยเฉียบแดงก่ำ ลิปสติกเลอะเลือน
"ฉะ... ฉันต้องไปเข้าเวรแล้ว"
รัตน์พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ หลบสายตาร้อนแรงที่มองมาเหมือนจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว
ภูมิยอมถอยออกไปยืนเต็มความสูง เขาใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดคราบลิปสติกที่มุมปากตัวเองออกลวกๆ รอยยิ้มร้ายกาจยังประดับบนใบหน้า
"ตั้งใจทำงานนะครับคุณหมอ..." ภูมิเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหู
"แล้วคืนนี้... ผมจะไปรอที่เตียงของคุณ"
ตอนที่ 8 : รสชาติของข้อตกลงแผ่นหลังบางสัมผัสกับฟูกนุ่มบนเตียงกว้าง รัตน์ยังไม่ทันได้ขยับตัว ร่างสูงใหญ่ของภูมิก็ทาบทับลงมาปิดกั้นทางหนีทุกทิศทาง นัยน์ตาคมกริบที่ทอดมองมาในความสลัวของห้องนอนนั้นวาววับราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่ออันโอชะ"กินสเต็กมันต้องใช้มีดกับส้อม..." ภูมิกระซิบเสียงพร่า พลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและลอนกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แบบ "แต่กินคุณหมอ... ผมขอใช้แค่ปากกับร่างกายก็พอ"รัตน์ยกยิ้มมุมปาก มือเรียวเอื้อมไปดึงคอเสื้อของเขาให้โน้มลงมาหา "มุกเสี่ยวพิสูจน์สิ ว่าคุณจะทำให้ฉันอิ่มได้หรือเปล่า"สิ้นคำท้าทาย ริมฝีปากหยักก็ฉกวูบลงมาบดขยี้กลีบปากบางอย่างหิวกระหาย รสจูบครั้งนี้ไม่ได้เจือความโกรธเกรี้ยวเหมือนในช่องบันไดหนีไฟ แต่มันเต็มไปด้วยความเรียกร้องและปรารถนาที่ถูกอัดอั้นมาทั้งวัน รสชาติของไวน์แดงชั้นเลิศที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นยิ่งทำให้จูบนั้นลึกล้ำและมัวเมามากยิ่งขึ้นมือหนาของภูมิสอดเข้าใต้เสื้อยืดตัวโคร่ง ลูบไล้แผ่นหลังเนียนก่อนจะปลดตะขอเสื้อชั้นในออกอย่างชำนาญเพียงมือเดียว รัตน์แอ่นอกรับสัมผัสวาบหวามเมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวเ
ตอนที่ 7 : กฎก็คือกฎใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฏชัดเจนบนแก้มสาก ภูมิยืนนิ่งงันอยู่ในช่องบันไดหนีไฟที่มืดสลัว กลิ่นน้ำหอมผสมแอลกอฮอล์ล้างมือของรัตน์ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ แม้เจ้าตัวจะสะบัดหน้าก้าวฉับๆ ออกไปโดยไม่รอฟังคำอธิบายใดๆ แล้วก็ตามเขาแตะมุมปากตัวเองเบาๆ ความรู้สึกชาแล่นริ้วขึ้นมา... เกิดมาเป็นทายาทหมื่นล้าน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าลงไม้ลงมือกับเขามาก่อน รัตน์คือคนแรก"อวดดี..." เขาสบถเบาๆแต่แปลก... ในอกกลับไม่ได้รู้สึกโกรธจัดอย่างที่ควรจะเป็น กลับกัน ความดื้อดึง แววตาเด็ดเดี่ยว และการประกาศชัดเจนว่าเธอไม่ได้เป็นของเขา ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวให้ลุกโชนขึ้นไปอีก เขาเพิ่งรู้ตัวว่าอารมณ์หึงหวงบ้าบอมันทำให้เขาเผลอทำลายกำแพงที่ตกลงกันไว้จนพังยับเยินตัดภาพมาที่รัตน์ เธอรีบสาวเท้ากึ่งวิ่งกลับมาที่ห้องน้ำหญิง เปิดก๊อกน้ำล้างหน้าล้างตาเพื่อดับความรุ่มร้อนและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เมื่อเงยหน้ามองกระจก เธอก็ต้องกัดริมฝีปากแน่น... รอยคิสมาร์กสีแดงจางๆ ปรากฏอยู่บนซอกคอขาว โชคดีที่ปกคอเสื้อกาวน์ยังพอปิดบังได้ เธอรีบจัดแจงเสื้อผ้าให้มิดชิด พยายามปรับลมหายใจให้
ตอนที่ 6 : อาการหวงก้างสามวันผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ฉุกเฉิน อาการของตาชื่นพ้นขีดอันตรายและถูกย้ายจากห้อง CCU มาพักฟื้นที่ห้องพิเศษชั้นแปด รัตน์ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้แวะเข้ามาตรวจอาการในช่วงสายของวันเมื่อผลักประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้คุณหมอสาวถึงกับชะงักฝีเท้าทายาทหมื่นล้านอย่างภูมิในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนดูสบายๆ กำลังนั่งปอกแอปเปิลอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย แม้เปลือกแอปเปิลจะขาดวิ่นไม่เป็นทรง แต่ความตั้งใจและท่าทีอ่อนโยนที่เขาพูดคุยกับตาชื่นกลับดูเป็นธรรมชาติจนน่าประหลาดใจ“ตากินผลไม้เยอะๆ จะได้แข็งแรงไวๆ เดี๋ยวผมจะให้คนขับรถไปรับลูกมาเยี่ยมตาบ่ายนี้” ภูมิพูดพลางยื่นชิ้นแอปเปิลให้ชายชรา“เออ ขอบใจเอ็งมากไอ้หนุ่ม” ตาชื่นรับไปเคี้ยวหงุบหงับ “เอ็งนี่มันดื้อดึงไม่เลิก แต่เนื้อแท้ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ถึงได้มาคอยเฝ้าคนแก่ขี้โรคอย่างข้า”“ผมก็แค่เป็นห่วง” ภูมิยิ้มรับ ก่อนจะหันมาเห็นรัตน์ที่ยืนอยู่หน้าประตู สายตาคมกริบของเขาทอประกายพราวระยับขึ้นมาทันที “อ้าว คุณหมอมาตรวจแล้ว ตาชื่นเตรียมตัวเลยครับ”รัตน์พยายามตีหน้านิ่ง เดินเข้าไปตรวจเช็กชีพจรและดูผลแล็บที่ชาร์ตปลายเตียง แ
ตอนที่ 5 : ปลดปล่อยเวลาสี่ทุ่มครึ่ง รัตน์ลากร่างที่เหนื่อยล้าจากการเข้าเวร ER ยาวนานกว่าสิบสองชั่วโมงกลับมาถึงคอนโดมิเนียม วันนี้มีเคสอุบัติเหตุหมู่และคนไข้ฉุกเฉินตลอดทั้งวันจนเธอแทบไม่ได้พักกินข้าว ความเหนื่อยล้าเกาะกุมไปทั่วทุกมัดกล้ามเนื้อ แต่ลึกๆ ในใจกลับมีความรู้สึกบางอย่างเต้นเร่าอยู่ตลอดเวลาภาพกับความรู้สึกเมื่อคืนรบกวนเธอมาตลอดวัน ครั้งแรกที่เธอวันไนท์สแตนด์เมื่อปีก่อนเธอก็จบแล้วจบเลย แต่กับเขาคนนั้น…เสียงทุ้มพร่าและสัมผัสวาบหวามในห้องพักแพทย์เมื่อตอนกลางวันยังคงตามหลอกหลอนทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นสิบแปด รัตน์ก็เห็นร่างสูงของภูมินั่งรออยู่ที่โซฟารับรองหน้าโถงทางเดิน เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงศอก ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดดูผ่อนคลายต่างจากลุคผู้บริหารในเวลางาน บนโต๊ะกระจกตรงหน้าเขามีถุงกระดาษจากร้านอาหารหรูและขวดไวน์แดงราคาแพงวางอยู่"คุณมารอตั้งกี่โมง" รัตน์ถามพลางเดินเข้าไปหา"ชั่วโมงกว่า" ภูมิลุกขึ้นยืน คว้าถุงอาหารและขวดไวน์มาถือไว้ "ผมเดาว่าคุณคงเหนื่อยจนไม่อยากแวะหาของกินที่ไหน เลยซื้อติดมือมาด้วย""ฉันนึกว่าข้อตกลงของเราคือเรื่องบนเตียง ไม่ใช่การมานั่งดินเนอ
ตอนที่ 4 : ข้อตกลงกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อคือความคุ้นเคยที่รัตน์สูดดมอยู่ทุกวัน หญิงสาวทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังสีดำในห้องพักแพทย์เวรอย่างอ่อนล้า เปลือกตาที่หนักอึ้งปิดลงช้าๆ หวังจะงีบพักสายตาสักสิบนาทีหลังจากเพิ่งจัดการเคสฉุกเฉินและส่งตัวตาชื่นขึ้นวอร์ด CCU เรียบร้อยแล้วแกร๊ก... กริ๊กเสียงเปิดและล็อคประตูจากด้านในทำให้รัตน์ต้องลืมตาขึ้น เธอกำลังจะอ้าปากต่อว่าเพื่อนร่วมงานที่เสียมารยาท แต่คำพูดทั้งหมดกลับถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อเห็นร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่าที่คุ้นตายืนพิงบานประตูอยู่ภูมิล้วงมือสอดกระเป๋ากางเกง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองร่างบางในชุดสครับสีเขียวที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟา มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์"คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง" รัตน์ดีดตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงทันที ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง "นี่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลเฉพาะเจ้าหน้าที่ รบกวนออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ""ผมถามพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ว่าหมอรัตน์พักอยู่ห้องไหน เธอก็ชี้ทางมา" ภูมิยักไหล่ เดินก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ "แถมผมยังรู้ด้วยว่าคุณมีเวลาพักอีกยี่สิบนาทีก่อนจะกลับไปเข้าเวรต่อ""ถ้าคุณมีปัญหาเร
ตอนที่ 3 : โลกกลมบ่ายวันถัดมา ภูมิมายืนอยู่หน้าบ้านไม้หลังเก่าของตาชื่นอีกครั้ง เขาไม่ได้มามือเปล่า แต่หิ้วกระเช้ารังนกและผลไม้นำเข้าเกรดพรีเมียมมาด้วย หวังจะใช้ความอ่อนน้อมเข้าสู้เผื่อชายชราจะใจอ่อนยอมเปิดช่องว่างให้เจรจาบ้าง“ตาชื่นครับ ผมภูมิเอง ขอเข้าไปคุยด้วยแป๊บเดียวนะครับ” ภูมิส่งเสียงเรียกพลางผลักประตูรั้วไม้ที่แง้มอยู่เข้าไปภาพที่เห็นทำเอาชายหนุ่มทิ้งกระเช้าในมือทันที ตาชื่นล้มฟุบอยู่ข้างแปลงปลูกต้นไม้ มือเหี่ยวย่นกำแน่นที่หน้าอกซ้าย ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและหอบหายใจรวยริน“ตา! ตาชื่น!” ภูมิถลันเข้าไปประคองร่างที่สั่นเทาของชายชรา “รถ! เอารถเข้ามารับเดี๋ยวนี้!” เขาตะโกนสั่งคนขับรถและเลขาที่รออยู่ด้านนอกเสียงลั่นภูมิอุ้มร่างของตาชื่นขึ้นรถอัลพาร์ดอย่างทุลักทุเล “ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เหยียบมิดเลย ไม่ต้องกลัวโดนจับ!”รถหรูพุ่งทะยานฝ่าการจราจรด้วยความเร็วสูงสุด ภูมิคอยเช็กชีพจรที่อ่อนลงเรื่อยๆ ของตาชื่นด้วยใจที่เต้นระทึก เขาเป็นนักธุรกิจที่เห็นผลกำไรเป็นหลักก็จริง แต่เขาก็ไม่ใช่คนเลือดเย็นที่จะทนมองคนตายต่อหน้าต่อตาได้เพียงสิบห้านาที รถอัลพาร์ดก็เบรกเอี๊ยดจอดเ







