Masukหลังจากโดนไล่มาเมื่อวาน แทนที่อิงฟ้าจะเข็ด เธอกลับตื่นขึ้นมาตั้งแต่รุ่งสาง แว้นมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างของป้าข้างบ้านไปตลาดท้ายหมู่บ้าน ควักแบงค์พันซื้อกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆ มาเพื่อจะมาทำต้มยำกุ้งสูตรเด็ดที่พึ่งดูมาจากติ๊กต๊อกเมื่อคืนนี้
@เวลา 15:30 นาฬิกา
"โอ๊ย! พริกนี่ก็กระเด็นเข้าตาดีจังวะ"
อิงฟ้าใช้หลังมือปาดน้ำตา น้ำพริกเผาก็เลอะแก้มขาวๆ จนดูมอมแมมไปหมด เธอวุ่นวายอยู่ในครัวของเธออยู่นานสองนาน ทั้งเจียวไข่ให้ฟู ทั้งต้มยำที่ชิมไปเจ็ดรอบจนลิ้นชาไปหมด
"เสร็จสักที! ข้าวสวยร้อนๆ ไข่เจียวฟูๆ กับต้มยำกุ้งรสแซ่บ"
เธอจัดแจงเททุกอย่างลงในปิ่นโตสแตนเลสอย่างดี ที่พึ่งไปค้นเจอในตู้ อิงฟ้าเช็กหน้าเช็กผมในกระจกอีกรอบ วันนี้เธอเลือกใส่ชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีชมพูอ่อนที่บางเบาจนเห็นรอยบราลูกไม้อยู่รำไร ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเยอะพอสมควร เผื่อว่าอาหารไม่อร่อย อย่างน้อยหน้าอกหน้าใจเธอก็อาจจะทำให้อาหารมื้อนี้กลมกล่อมขึ้นมาบ้าง
ขณะที่กำลังจะย่องออกจากบ้าน ยายที่นั่งดูข่าวอยู่ก็เปรยขึ้นมาลอยๆ จนอิงฟ้าสะดุ้ง
"นั่นจะเอาปิ่นโตไปถวายพระวัดไหนล่ะอิง หรือจะเอาไปเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทางแถวบ้านไม้เก่าๆ หลังนั้น"
"โถ่ยาย... อิงก็แค่เห็นว่าพี่เดฟเขาทำงานหนัก กลัวเขาจะขาดสารอาหารตายก่อนจะคุยกับอิงรู้เรื่องน่ะสิ"
"เออๆ เองก็ระวังตัวหน่อยนะไอ้อิง แล้วดูชุดที่ใส่จะสั้นไปไหน ชาวบ้านเห็นจะเอาไปนินทานะลูก เดี๋ยวจะหาว่ายายไม่เตือน"
"จ้าๆ…อิงจะระวังตัว"
อิงฟ้าเดินถือปิ่นโตข้ามฝั่งมายังบ้านของเดฟ สภาพรอบบ้านไม้ของเขามันเงียบเชียบจนน่าใจหาย เธอชะโงกหน้ามองเข้าไปในบ้านที่ดูทรุดโทรม
"พี่เดฟ... อยู่ไหมคะ?"
ไร้เสียงตอบรับ อิงฟ้าถือวิสาสะเดินขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนจะหักได้ทุกเมื่อ เธอเดินเข้าไปในตัวบ้านที่แทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย มีเพียงแคร่ไม้เก่าๆ มุ้งที่พับไว้อย่างเรียบร้อย และผนังไม้ที่ติดรูปถ่ายเก่าๆ ของยายเขาไว้
"โห... อยู่ไปได้ไงเนี่ย ร้อนก็ร้อน ฝุ่นก็เยอะ"
เธอมองสำรวจไปรอบๆ ในใจแอบสงสารผู้ชายตัวโตๆ ที่ต้องทำงานหนักงกๆ เพื่อกลับมานอนในบ้านที่แทบจะกันแดดกันฝนไม่ได้แบบนี้ มันช่างหดหู่เหลือเกิน
แต่ความเศร้าก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะจู่ๆ ประตูด้านหลังบ้านที่ติดกับห้องน้ำสังกะสีก็เปิดออก!
"เข้ามาทำเหี้ยอะไรในบ้านกู!"
เสียงเข้มตวาดลั่นทำเอาอิงฟ้าสะดุ้งโหยงจนปิ่นโตเกือบหลุดมือ เธอรีบหันขวับไปมอง แล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้อิงฟ้าถึงกับลืมหายใจ
เดฟพึ่งอาบน้ำเสร็จ ทั่วทั้งร่างกายหนาเต็มไปด้วยหยดน้ำที่เกาะแพรวพราวตามมัดกล้ามเนื้อที่ขึ้นรูปชัดเจน รอยสักทุกอันดูเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก
แต่ที่ทำให้อิงฟ้าต้องแอบกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่คือ... เขามีเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียวพันหมิ่นเหม่รอบเอวหนา
ก้อนกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนสวยเรียงตัวกัน และที่สำคัญ... ตรงกึ่งกลางลำตัวภายใต้ผ้าขาวม้านั่น มันมีบางอย่างที่นูนเด่นออกมาจนเห็นเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน แม้มันจะยังอยู่ในสภาวะหลับใหล แต่มองจากขนาดที่ดันผ้าออกมาแล้ว อิงฟ้าจินตนาการได้ทันทีว่าถ้ามันตื่นตัวขึ้นมา มันคงจะมโหฬารขนาดไหนกันนะ
"พี่เดฟ... คือ... อิงเอาข้าวมาให้" เธอพูดตะกุกตะกัก สายตายังคงโฟกัสอยู่ที่ตรงผ้าขาวม้าของเขาไม่เลิก
"กูบอกว่าห้ามมายุ่งไง ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ หรือต้องภาษาหมาถึงจะรู้เรื่อง?" เดฟเดินดุ่มๆ เข้ามาหา กลิ่นสบู่นกแก้วผสมกับกลิ่นกายชายชาตรีลอยมาปะทะจมูกอิงฟ้าจนเธอเคลิ้ม
"แล้วนั่นมองอะไรนักหนา อยากโดนเตะหรือไง"
"ปะ...เปล่าซะหน่อย ก็พี่เล่นแต่งตัวแบบนี้ ใครจะไปห้ามใจมองไหวล่ะ"
อิงฟ้ายืดอกสู้ โชว์ร่องอกใส่เขาแบบเต็มตา
"นี่ต้มยำกุ้งกับไข่เจียว อิงตั้งใจทำมาให้พี่เลยนะ กินหน่อยเถอะ พี่ผอมลงไปเยอะเลยนะเนี่ย"
"กูไม่กิน เอาคืนไป"
เขาไม่แม้แต่จะมองปิ่นโต แต่สายตาเขากลับเผลอเหลือบไปมองยอดอกที่ดันผ่านผ้าซาตินบางๆ ของอิงฟ้าจนเขาต้องรีบเบือนหน้าหนี
"ไม่คืน พี่ต้องกิน ถ้าพี่ไม่กิน อิงจะนั่งเฝ้าพี่อยู่ตรงนี้แหละ ดูสิว่าผ้าขาวม้าพี่กับความอดทนอิง อะไรจะหลุดก่อนกัน"
เธอเริ่มใช้ลูกดื้อ วางปิ่นโตลงบนแคร่ไม้แล้วกอดอกเชิดหน้าใส่
"อิง! มึงอย่ามากวนประสาทกูนะ"
"กูบอกแล้วไงว่าคนอย่างมึงไม่ควรมาสุงสิงกับคนอย่างกู กลับบ้านมึงไปซะ ก่อนที่กูจะหมดความอดทน"
"ไม่กลับ พี่เดฟ... อิงรู้ว่าพี่ผ่านเรื่องแย่ๆ มา แต่อิงคืออิงนะ อิงคนเดิมที่พี่เคยใจดีด้วย ทำไมต้องทำตัวเหมือนคนไม่รู้จักกันขนาดนี้ด้วยล่ะ?"
น้ำเสียงของอิงฟ้าเริ่มสั่นนิดๆ ด้วยความน้อยใจ
เดฟนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาที่เย็นชาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดน้ำใสๆ คลอเบ้าตาหลานสาวคนสวยของยายเข็ม เขาถอนหายใจยาวจนแผงอกกระเพื่อม ผ้าขาวม้าแทบจะร่วงลงมาให้เห็นของดี
"เออ! วางไว้ตรงนั้นแหละ แล้วก็รีบไสหัวไปซะ อย่าให้ใครเห็นว่ามึงออกมาจากบ้านกู"
"พี่พูดแล้วนะ! ต้องกินให้หมดด้วยล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้อิงมาเก็บปิ่นโต"
อิงฟ้าฉีกยิ้มกว้างทันที เมื่อชายหนุ่มยอมกินข้าวของเธอ
เธอรีบเดินหนีออกมาจากบ้านเขาก่อนจะโดนไล่อีกรอบ แต่ไม่วายหันกลับไปทิ้งท้าย
"อ้อ... พี่เดฟคะ ผ้าขาวม้าน่ะ มัดให้แน่นๆ หน่อยนะพี่ อิงเห็นแล้ว... ใจคอไม่ค่อยดีเลยค่ะ!"
อิงฟ้าวิ่งแน่บกลับบ้านไป ทิ้งให้เดฟยืนกำผ้าขาวม้าตัวเองแน่น ใบหน้าเข้มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เขามองปิ่นโตแล้วมองตามแผ่นหลังบางที่วิ่งส่ายก้นไป
"เด็กแก่แดด"
เดฟพึมพำกับตัวเองพลางก้มลงมอง ความนูนตรงกลางกายที่ดูเหมือนจะเริ่มขยับขยายขึ้นมาดื้อๆ เพียงแค่เห็นหน้าอวบๆ และกลิ่นหอมของเธอ เขาต้องรีบสะบัดความคิดทิ้งแล้วเดินไปเปิดปิ่นโตชิมรสชาติอาหารที่อิงฟ้าทำ
เดฟใช้มือหยิบไข่เจียวเข้าปากคำโต...
"... เค็มสัดเลยอิงฟ้า มึงใส่เกลือไปทั้งกระปุกหรือไงวะ" เขาสบถเบาๆ แต่ที่มุมปากดุๆ กลับปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานกว่า 5 ปี
อิงฟ้าวิ่งกลับบ้านไปพลางเอามือลูบหน้าตัวเองที่ยังรู้สึกถึงความร้อนเพราะเผลอไปจ้องอะไรบางอย่างเข้า จนมันติดตาเธอ
"อิงฟ้ามึงเป็นอะไรเนี่ย ห้ามคิดๆ... แล้วทำไมถึงหุ่นดีขนาดนั้นนะไหนจะรอยสักนั่นอีก ฮืออออ หัวใจอิงจะวาย"
*
*
*
*
พูดคุยกับคุณนักอ่าน
ได้กลิ่นความโบ้มาตั้งแต่ตอนแรกๆเลยแฮะ 5555
ก็ยัยน้องมันทำอาหารครั้งแรก ไม่เค็มสิแปลก 5555
ถ้าอ่านถูกจริตแล้วฝากเพิ่มเข้าชั้นด้วยน้าาา เพราะตอนต่อๆ ไป บักเดฟมัน Hotttt ม๊ากกกกกกกก🔥
อย่าลืมคอมเมนท์ แค่สติ๊กเกอร์คนละดวงก็ได้น้า แล้วกดใจด้วยยยยเด้ออออออ❤️
1 ปีหลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ป่าห้วยเสือหมอบ บาดแผลทางกายของเขาได้จางหายเหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ที่ต้นแขนซ้าย เดฟตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะไม่ย้ายเข้าสู่กรุงเทพฯ ตามคำชวนครั้งแรกของอิงฟ้า เขาค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้กลิ่นดิน กลิ่นสาบควาย และการเห็นรวงข้าวสีทองในบ้านเกิด ส่วน อิงฟ้า เมื่อเธอเห็นความมุ่งมั่นของชายหนุ่ม จึงตัดสินใจกลับมาใช้ความรู้ที่ติดตัวมา พัฒนาที่ดินดั้งเดิมของยายเข็มให้กลายเป็น ฟาร์มสเตย์ & คาเฟ่ โดยปล่อยให้คาเฟ่สาขาทั่วกรุงเทพฯ อยู่ภายใต้การดูแลของแม่เธอที่เริ่มสนุกกับการบริหารธุรกิจบรรยากาศยามเย็นที่บ้านนอกแสงอาทิตย์สีส้มทองกระจายไปทั่วท้องทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของรวงข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยวลอยละล่องมาปะทะจมูก ตัวคาเฟ่ไม้ดีไซน์ทันสมัยแต่กลมกลืนกับธรรมชาติถูกเติมเต็มด้วยลูกค้าที่แวะเวียนมาสัมผัสความสงบเดฟในวันนี้ดูภูมิฐานขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เขาไม่ได้อยู่ในชุดมอมแมมเหมือนวันวาน แต่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาคลุมทับด้วยสูทลำลองสีน้ำตาลอ่อน กางเกงสแล็คเข้ารูปดูดีจนจ่อยที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ยังอดแซวไม่ได้ "พี่เดฟวันนี้หล่อเป็นพิเศษ
หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ที่เสียงเครื่องช่วยหายใจกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของอิงฟ้า ห้องพักฟื้นพิเศษในโรงพยาบาลที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยความหนักอึ้งของความคิดและความกังวลที่ถมทับอยู่บนบ่าเล็กๆ ของหญิงสาวอิงฟ้านั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือของเธอกุมมือหยาบกร้านจากการทำงานหนักของ เดฟ ไว้แน่น ตอนนี้มือคู่นั้นกลับดูซูบซีดไร้เรี่ยวแรง ผิวหนังของเขาเริ่มกลับมามีเลือดฝาดบ้างเล็กน้อยหลังจากได้รับเลือดทดแทน แต่ดวงตาคมเข้มกลับยังคงปิดสนิท"พี่เดฟ... หนึ่งอาทิตย์แล้วนะที่พี่หลับไปแบบนี้ รีบตื่นขึ้นมาได้แล้ว" คนตัวเล็กกระซิบแผ่วเบาพลางใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นลูบไล้ไปตามแขนที่ไม่ได้ถูกพันแผล "พี่หายดีเราจะได้ไปอยู่กรุงเทพฯ กันไง แต่ถ้าพี่ดื้อไม่ไปอิงก็จะมาอยู่นี่ถาวรเลย"หยดน้ำตาของเธอหยดร่วงลงบนหลังมือของชายหนุ่ม อิงฟ้ารีบปาดมันออก เธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้ให้เขาเห็น เพราะกลัวว่าถ้าเขาได้ยินเสียงเธอร้องไห้ แล้วจะคิดมากแก๊ก... เสียงประตูห้องพักฟื้นเปิดออกเบาๆ ยายเข็ม เดินถือปิ่นโตเข้ามาพร้อมกับไม้เท้าคู่ใจ ใบหน้าของหญิงชราดูอิดโรยแต่ยังคงพยายามส่งยิ้มให้หลานสาว"อิงลูก... กินข้าวหน่อยไหม
การค้นหาครั้งสุดท้ายกลางดึกแสงไฟสปอร์ตไลท์หลายสิบดวงสาดส่องไปทางซอกหินที่เจ้าบราวน์พยายามจะมุ่งหน้าไป ทีมค้นหาต้องใช้มีดพร้าฟันเถาวัลย์ที่รกและยังต้องปีนป่ายขึ้นไปบนโขดหินที่ลื่นแฉะจากฝนเมื่อวันก่อนอีก"ตรงนั้น! ในซอกนั้นมีช่องว่าง!" จ่อยที่วิ่งตามสุนัขตำรวจไปติดๆ ตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ แสงไฟฉายสาดไปเจอรูเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังเถาวัลย์หนา ซึ่งหากไม่สังเกตดีๆ จะไม่มีทางเห็นเลยเจ้าบราวน์มุดเข้าไปทันทีพร้อมเสียงขู่คำรามในลำคอที่บอกถึงความตื่นเต้น ทีมกู้ภัยรีบมุดตามเข้าไปในถ้ำที่คับแคบและมีแต่ความอับชื้น กลิ่นแรกที่ปะทะจมูกคือกลิ่นคาวเลือดที่เน่าเสียที่ชวนคลื่นไส้"สาดไฟไปทางขวาสิ! นั่นมัน...!"ท่ามกลางแสงไฟที่ตัดผ่านความมืด ทุกคนถึงกับชะงัก ร่างหนาของเดฟนอนสงบนิ่งอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนพิงผนังถ้ำ สภาพของเขาดูไม่ได้เลย เสื้อยืดที่ขาดรุ่งริ่งเปื้อนไปด้วยเลือดและหนอง ใบหน้าซูบตอบและซีดเผือดจนเป็นสีเทา"พี่เดฟ!!!" จ่อยถลาเข้าไปหาคนแรก แต่นายกู้ภัยดึงตัวไว้ "ใจเย็นน้อง! อย่าเพิ่งขยับตัวเขา!"กู้ภัยรีบเอานิ้วแตะที่ข้างลำคอที่มันเย็น ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนหยุดนิ่ง พ่อวัดที่ตามเข้ามาถึงกับกลั
บรรยากาศที่ศูนย์อำนวยการชั่วคราวริมชายป่าเริ่มปกคลุมไปด้วยความหดหู่และสิ้นหวัง แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าในวันที่สองเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังจะจบไปอีกหนึ่งวัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายนายเดินกลับออกมาจากแนวป่าด้วยสภาพอิดโรย บางคนถึงกับถอดหมวกออกแล้วส่ายหน้าช้าๆ เป็นสัญญาณที่รู้กันว่า โอกาสรอดแทบเป็นศูนย์"ผู้กองครับ ผมว่าเราต้องประเมินสถานการณ์ใหม่" หัวหน้าชุดกู้ภัยเดินเข้ามาพูดด้วยเสียงหม่นลง"หายไปสองวันเต็มๆ กับแผลถูกยิงที่เสียเลือดมากขนาดนั้น ไหนจะเรื่องการขาดน้ำและติดเชื้อในป่าที่ชื้นแบบนี้... ในทางทฤษฎี ร่างกายมนุษย์ไม่น่าจะทนไหวแล้วครับ"คำพูดนั้นไม่ได้เบาพอที่จะรอดพ้นหูของอิงฟ้า เธอเงยหน้าที่นองไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมองกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เริ่มเก็บอุปกรณ์"หมายความว่ายังไงคะ... พวกคุณจะหยุดหาเหรอ?" "ไม่ใช่จะหยุดครับคุณอิงฟ้า แต่เราอาจจะต้องเปลี่ยนจากชุดค้นหาผู้ประสบภัย เป็นการค้นหา... ร่างผู้เสียชีวิตแทนในวันพรุ่งนี้" ผู้กองตอบด้วยความลำบากใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจแต่เขาก็ต้องยอมรับความจริงตรงหน้าพวกลูกน้องเสี่ยชัยที่ถูกจับได้บางส่วนต่างก็ให้การตรงกันว่าเห็นเดฟถูกยิงเข้า
ภายในความมืดมิดของถ้ำเล็กๆ ชายป่าห้วยเสือหมอบ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณที่คับแคบและชื้นแฉะ เดฟ นั่งพิงโขดหินที่เย็นเฉียบ ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความหนาวของลมป่ายามค่ำคืนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะสภาวะช็อกจากการเสียเลือดที่ดำเนินมาหลายชั่วโมงบาดแผลที่ต้นแขนซ้ายซึ่งถูกกระสุนเจาะทะลุ บัดนี้เนื้อรอบๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงช้ำและบวมเป่ง เลือดสีแดงคล้ำยังคงซึมไหลผ่านรอยฉีกขาดของเสื้อยืดที่เขาพยายามฉีกมาพันแผลไว้แต่มันชุ่มจนไม่อาจซับน้ำเหลืองและเลือดได้อีกต่อไป ทุกครั้งที่เขาขยับตัว ความเจ็บปวดจะแล่นเข้าสู่ไขสันหลังเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกัน จนเขาต้องกัดฟันกรอดเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา เพราะรู้ดีว่าพวกหมาหมู่ของเสี่ยชัยกำลังวนเวียนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้"อึก... อิง..."เดฟพึมพำชื่อหญิงสาวคนรักด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า สติของเขาสลัว ๆ เหมือนเปลวเทียนที่กำลังจะดับลง แสงไฟจากกระบอกไฟฉายของพวกมันวูบวาบไปมาอยู่ด้านนอกถ้ำ ลอดผ่านเถาวัลย์ที่ปกคลุมปากทางเข้าเข้ามาเป็นระยะ เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งดัง กรอบแกรบ ใกล้เข้ามาทุกที‘กูจะตายที่นี่ไม่ไ
หลังจากอิงฟ้าเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พ่อวัดขับรถมาส่งเธอถึงที่คอนโดหรูกลางเมืองก่อนจะแยกตัวไปทำธุระต่อ ร่างบางเดินลากกระเป๋าเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า แม้กายจะถึงที่พัก แต่ใจของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับชายหนุ่มที่ทุ่งนาคนนั้นอยู่เลยเธอวางของทิ้งไว้บนโซฟา แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น แต่ในจังหวะที่เดินผ่านโต๊ะข้างเตียง ลมโกรกจากหน้าต่างที่ลืมปิดก็พัดวูบเข้ามาแรงๆ จนผ้าม่านสะบัดไปโดนกรอบรูปกระจกที่ตั้งอยู่เพล้ง!เสียงกระจกแตกละเอียดกระจายเต็มพื้น อิงฟ้าสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบก้มลงไปมองรูปในกรอบนั้น... มันเป็นรูปคู่ใบเดียวที่เธอแอบถ่ายกับเดฟตอนที่เขากำลังเผลอยิ้ม ซึ่งเธอเพิ่งจะเอามาวางไว้ตรงนี้เอง รอยร้าวของกระจกบาดลึกผ่านใบหน้าของเดฟในรูปพอดี"โอ๊ย..."อิงฟ้าบ่นพึมพำพลางเอื้อมมือจะไปเก็บเศษกระจก แต่ปลายนิ้วกลับโดนด้านคมกระจกบาดจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเธอมองหยดเลือดที่ไหลลงบนรูปเดฟด้วยความรู้สึกโหวงๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก ความเย็นเฉียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ลางสังหรณ์บางอย่างที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ กำลังร้องเตือนเธอว่ามีบางอย







