เข้าสู่ระบบ๑๒วิวาห์ใต้แสงดาวหลังจากรู้เหตุผลที่ทำให้นาตาชาเสียน้ำตาอชิระก็ถึงกับนิ่งอึ้ง ก่อนหน้านี้เขารู้แค่ว่าหล่อนอยู่กับแม่เพียงลำพัง พอเรียนจบมีงานทำได้ไม่นานแม่ก็มาด่วนจากไป หลังจากนั้นหญิงสาวก็อยู่ตัวคนเดียว มีสามสาวที่เป็นเพื่อนรักคอยอยู่เคียงข้างและช่วยดูแลกันและกัน ไม่คิดว่าเรื่องราวที่ลึกลงไปกว่าที่เขารับรู้มาจะชวนหดหู่ใจไม่น้อย ทำให้ชายหนุ่มเกิดความสงสารหญิงสาวมากขึ้นไปอีก เพราะประสบการณ์รักไม่สมหวังทั้งของมารดาและของหล่อนอาจเป็นเหตุทำให้หญิงสาวไม่เชื่อในสถาบันครอบครัว เหมือนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยสิ้นศรัทธา ครั้นได้พบหล่อน ได้รู้จัก ได้ใกล้ชิด ก็เริ่มรับรู้ถึงความสุข ความอ่อนโยนและความอบอุ่นในใจ โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ร้ายๆ คำว่าครอบครัวก็ผุดขึ้นในความคิดของเขาเป็นครั้งแรก ยิ่งพอรับรู้ที่มาของหญิงสาวความรู้สึกถึงความเป็นครอบครัวก็ยิ่งรุนแรง สุดท้ายเขาบอกกับตัวเองว่าอยากเป็นครอบครัวให้กับหล่อน และอยากให้หล่อนเป็นครอบครัวของเขาเช่นกัน อชิระตัดสินใจลาพักร้อนพร้อมกับนาตาชา เขาโทรศัพท์ไปขอยืมบ้านพักส่วนตัวของบิดาที่จังหวัดน่าน จากนั้นก็พาหญิงสาวออกเดินทางในเย็นวันศุกร์ห
พอเขาหยุดพูดหญิงสาวก็เลิกเสื้อยืดขึ้น แล้วใช้ปลายนิ้วไล้รอยแผลที่เป็นทางยาวตรงซี่โครงพลางเงยหน้าถามเขาด้วยคำพูดและสายตา “งั้นแผลนี่ก็เกิดจากความเกเรของพี่ใช่ไหมคะ” อชิระยิ้มก่อนจะส่ายหน้า “อ้าว” หญิงสาวมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง จนชายหนุ่มต้องหัวเราะออกมา “ตอนนั้นพี่เฟี้ยวมากก็จริง แต่ไม่เคยเสียท่าคู่อริคนไหนทั้งนั้น ส่วนแผลนี่พี่ได้มาจากตอนไปเล่นสกีกับเพื่อน แล้วดันมีฝรังขี้เมาตัวเท่าหมีควายพุ่งมาทางพี่อย่างแรง พี่กระเด็นไปชนกับต้นไม้จนซี่โครงหัก บ้าฉิบ” คำตอบที่ได้รับทำให้หญิงสาวตาโตอ้าปากค้าง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ตีรันฟังแทงมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำไม่เสียท่า ดันไปเสียท่าตอนเล่นสกี เวรกรรม! อชิระอดหัวเราะไปด้วยไม่ได้ คิดๆ แล้วก็ขำ เขานอนแบ็บอยู่นานกว่าจะหายดี เรียกว่าหายซ่าไปอีกนานเลยในตอนนั้น “เพราะแบบนี้พี่อิงก็เลยไม่ค่อยไปหาคุณพ่อแล้วไม่ค่อยเอ่ยถึงคุณแม่ใช่ไหม” ชายหนุ่มนิ่งเงียบ ทว่าดวงหน้าคมคายเจือยิ้มบางๆ “พวกเขาต่างก็มีครอบครัวใหม่ที่มีความสุขดีแล้ว พี่ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ทีนี้ก็เหลือแต่พ
พอลับร่างของชายหนุ่มเสียงจ้อกแจ้กก็กลับมาดังยิ่งกว่าเดิม ต่างส่งเสียงแซวนาตาชาเป็นระยะ หญิงสาวทำงานไปยิ้มไปจนปวดแก้มไปหมด พอเที่ยงตรงทุกคนจึงเห็นคู่รักคู่ใหม่เดินเคียงคู่กันออกไปอย่างน่าเอ็นดู ไม่มีใครอิจฉาริษยาในโชควาสนาของนาตาชา กลับรู้สึกเห็นใจด้วยซ้ำกับเรื่องที่ผ่านมา เพราะหากอีกฝ่ายจะต้องพบเจอเรื่องเลวร้ายยิ่งสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง การได้พบเจอกับคนที่ดียิ่งกว่าในภายหลังย่อมเป็นสิ่งที่หญิงสาวสมควรได้รับ พอเลิกงาน ชายหนุ่มก็ขับรถพาหญิงสาวกลับบ้าน เพื่อนทุกคนของนาตาชารู้ว่าหล่อนย้ายไปอยู่กับเขาหลังเกิดเหตุ ต่างก็แสดงความสบายใจในระดับหนึ่ง และชายหนุ่มอนุญาตให้เพื่อนๆ ของหญิงสาวมาหาที่บ้านของเขาได้ ในวันหยุดบางครั้งที่บ้านของอชิระจึงมีเสียงหัวเราะของสาวๆ ทั้งสี่คน ซึ่งทำให้บ้านที่เคยเงียบเหงาได้สัมผัสกับบรรยากาศครึกครื้นเป็นครั้งคราว แต่วันหยุดนี้ไม่มีใครมา หญิงสาวจึงนอนอ่านหนังสือนิยายอย่างสบายใจ โดยมีชายหนุ่มเจ้าของบ้านนั่งเป็นหมอนให้หล่อนหนุนกำลังอ่านการ์ตูนสืบสวนสอบสวนอยู่บนโซฟาตัวเดียวกัน ระหว่างนั้น นาตาชาคิดถึงเรื่องที่เคยคุยกันกับเขา อีกฝ่ายเคยเล่าว่าไ
๑๑ผลแห่งการกระทำหลังจากอาการดีขึ้นมากเนติยังคงถูกควบคุมตัวอย่างเข้มงวด เขาให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ทว่านาตาชาไม่คิดจะพบหน้าเขาได้อีก หญิงสาวยังคงจำฝังใจว่าอีกฝ่ายทำอะไรเอาไว้กับหล่อน จึงไม่คิดจะพบหน้าเขานอกเสียจากฝ่ายทางการจะเชิญตัวหล่อนไปให้ปากคำเพิ่มเติม และอาจต้องพบเจอกันบนศาลในครั้งต่อไป แต่เวลานี้หล่อนยังทำใจไม่ได้ที่จะกลับไปเจอหน้าของคนโหดร้ายคนนั้น เรื่องราวที่เกิดขึ้นกลายเป็นข่าวดังอยู่เกือบอาทิตย์ แล้วทุกอย่างก็ค่อยๆ เงียบหายไปราวคลื่นกระทบฝั่ง แน่นอนว่าเนติถูกให้ออกจากงานอันเนื่องมาจากพฤติกรรมไม่เหมาะสมและความรุนแรงของเขา ยังส่งผลเสียมาจนถึงบริษัท ส่วนนาตาชาได้รับสายตาสงสารเห็นใจจากเพื่อนร่วมงาน เพราะตั้งแต่ทุกคนรับรู้ว่าอีกฝ่ายเลิกรากับเนติเพราะเหตุใดก็ยิ่งได้รับความเห็นใจเพิ่มมากขึ้น ในเวลาเดียวกันประภัสสรณ์ไม่อาจอยู่สู้หน้าใครๆ อีกได้ต่อไป จึงยื่นหนังสือลาออกไปก่อนที่ นาตาชาจะหายดีและกลับมาทำงานได้อีกครั้ง อชิระกลายเป็นฮีโรและถูกมองด้วยสายตายกย่อง ข่าวการคบหาของเขากับนาตาชากลายเป็นทอล์ก ออฟ
เจ้าของร่างบอบบางรู้สึกดีกับการค่อยเป็นค่อยไป ชายหนุ่มอ่อนโยนและแตะต้องราวกับว่าหล่อนคือตุ๊กตากระเบื้องชั้นดี หากแตะแรงขึ้นอีกนิดหล่อนอาจแตกหักลงได้ทุกเมื่อ ทว่ากลับทำให้หญิงสาวรู้สึกอุ่นใจ คุ้นเคยและไม่หวาดกลัวสัมผัสของเขาไปด้วยอีกคน แต่ลึกๆ ยามที่เนื้อตัวบางจุดถูกแตะต้อง หญิงสาวอดสะดุ้งไม่ได้ คล้ายมีเงาดำพาดผ่าน ซ่อนคมมีดกรีดเป็นทางยาวทิ้งคราบเลือดซ่านกระเซ็นทุกครั้งที่ผ่านเลยไป แต่เป็นทุกครั้งอีกเช่นกันที่หล่อนได้ยินเสียงกระซิบแสนอบอุ่น อชิระปลุกหล่อนให้ตื่นจากฝันร้ายที่พยายามแทรกตัวเข้ามาทำลายความสุขความอ่อนหวานระหว่างหล่อนกับเขา ทว่าชายหนุ่มไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก ปลีน่องถูกแยกจากกัน สัมผัสหนักสลับเบาเลื่อนผ่าน หญิงสาวสะดุ้งกายเมื่อขาอ่อนถูกขบเม้มบางเบา ก่อนที่ส่วนสาวจะถูกเชยชิม “อ๊ะ!” ทรวงอกงดงามแอ่นระแน้ด้วยความเสียดเสียว เขาทำให้หล่อนหลงลืมความโหดร้าย จดจำเพียงแค่สัมผัสอ่อนโยน วาบหวามและทะนุถนอมอย่างยิ่งยวด เขาเกือบส่งหล่อนขึ้นสวรรค์ ทว่าจู่ๆ ก็ผละห่างจนหญิงสาวต้องปรือตาขึ้นมอง แต่แล้วก็ต้องสยิวกายและใจอีกครา เมื่อชายหนุ่มเลื่อนริมฝีปากพรมจูบจากต้นขา
“ช้อยนอนข้างนี้ เดี๋ยวพี่นอนข้างโน้นแล้วกัน” เขาประคองหญิงสาวให้นอนลงบนเตียง แล้วดึงผ้าห่มคลุมร่างร่างเอาไว้โดยที่เจ้าหล่อนยังคงกอดหมอนที่หอบติดมือมาด้วยโดยไม่จำเป็นสักนิดไม่ยอมปล่อย อชิระนึกขันจนกลั้นยิ้มไม่ได้กับท่าทางเหมือนเด็กน้อยของหญิงสาว ก่อนจะเอนกายนอนลงข้างๆ หล่อนพร้อมขยับเข้าไปหาจนชิด “หมอนนี่เอามาด้วยทำไม” เขาเอ่ยถามพลางมองหล่อนสลับกับหมอน หญิงสาวมองตามสายตาของเขาแล้วนิ่งอึ้ง ก่อนจะค่อยๆ หลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ จนกระทั่งดังประสานเสียงกับชายหนุ่ม เขาดึงมันออกจากอ้อมแขนของหล่อนแล้วโยนลงไปข้างเตียง ขยับตัวเองเข้ามาแทนที่หมอนใบนั้น “กอดพี่ดีกว่ากอดหมอนตั้งเยอะ” พูดจบเขาก็รั้งเอวบางเข้าไปกอดพร้อมกับจูบริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบา หญิงสาวที่แม้จะไม่ทันตั้งตัวแต่ก็ยอมเผยอปากรับปลายลิ้นอุ่นซ่านของเขาแต่โดยดี อชิระยอมรับว่าเขาคิดถึงการร่วมรักกับนาตาชา ทว่าสิ่งที่หล่อนพบเจอมานั้นหนักหนาสาหัสจนเขาไม่อยากไปสะกิดความทรงจำเลวร้ายให้หวนคืน จึงต้องอดทนอดกลั้นกดความต้องการเอาไว้ ทว่าเวลานี้ความอดทนนั้นสิ้นสุดลงแล้ว สิ้นสุดลงตั้งแต่ตอนที่เขาเห็นเด็กหญิงหลงทา