LOGINทันทีที่ลืมตา เธอพบว่าตัวเองได้มาอยู่ในร่าง “นาเซีย” นางร้ายที่กำลังจะพบจุดจบ เพียงแค่อยากมีชีวิตรอดจนกว่าจะหาทางกลับโลกเดิมได้ แต่ทำทุกคนถึงได้มาวุ่นวายกับเธอกันจัง
View More~นำนางไปโยนไว้ที่สวน~
เสียงตะคอกที่ดังใกล้โสตประสาท ซองอึนวัยสามสิบห้าปีพอดี เธอทำงานเป็นพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้าดัง วันหยุดมักจะคลุกตัวอยู่แต่ในห้องพักเพื่ออ่านหนังสือนิยายที่เธอชอบมากกว่าการออกไปด้านนอกซะส่วนใหญ่ชีวิตเธอไม่ได้หวือหวาอะไรมากนักเพราะหลังจากที่พ่อแม่รีบจากเธอไป พี่สาวคนเดียวก็แต่งงานไปอยู่กับสามีที่ต่างจังหวัด นาน ๆ ครั้งจะติดต่อมาหากไม่ติดปัญหาว่าเงินไม่พอหรือหลานต้องใช้เงิน พี่สาวที่เหมือนจะไม่มีก็จะรีบติดต่อมาทันที ในวันหยุดอย่างนี้เธอจึงขนหนังสือในกรุเล่มเก่ามาอ่านกะว่าจะปล่อยให้เวลาเดินไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดวัน ยังไม่ทันอ่านจบเปลือกตาเธอมันก็หนักลงเรื่อย ๆ จนเผลอหลับไป ซองอึนฟังเสียงที่ดูเหมือนจริง เธอพยายามที่จะยกเปลือกตาที่แสนจะหนักอึ่งของเธอขึ้นมองดู แต่มันยากเกินไป
‘เกิดอะไรขึ้นกับฉันกัน’ ความรู้สึกที่สัมผัสอดคิดสงสัยพลันในสมองไม่ได้
~นางงดงามราวเทพธิดา แต่นิสัยนางช่างร้ายกาจเกินไป~ เสียงหนึ่งดังขึ้นเช่นเดิม แต่น้ำเสียงกับผิดแผกไปจากน้ำเสียงที่สั่งเมื่อครู่
~ในเมื่อองค์รัชทายาทไม่สนใจ งั้นพวกเราก็มาสร้างความสนุกให้แก่นางไม่ดีกว่าเหรอ~
~ ใช่ข้าอยากจะรู้นักว่าท่าทางหยิ่งยโสของนางจะเป็นอย่างไร ตำแหน่งขุนนางที่บิดานางซื้อเอาช่างสูงส่งกระไร ข้าละเกลียดคนพวกนี้นัก~ สิ้นเสียงพูดนั้น เสียงหัวเราะของเหล่าบุรุษก็ดังขึ้นรอบ ๆ ตัวเธอ
ซองอึนเพิ่งจะทิ้งศีรษะลงเตียงเพียงไม่กี่นาทีก่อน กลับได้ยินเสียงของใครบางคนที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นรอบ ๆ ตัวเธอ ทั้งตัวเธอเองยังรู้สึกเหมือนกำลังถูกลากดึงจนเจ็บปีกแขนทั้งสองข้าง แต่ทำไมเธอไม่สามารถลืมตาได้นี่ซิ เธอจึงแยกไม่ออกว่าสิ่งนี้คือความฝัน หรือเธอกำลังถูกลักพาตัว แต่ถ้าถูกลักพาตัวใครกันที่ทำเรื่องแบบนี้ พ่อแม่เธอก็ไม่มีพวกเขาต้องการอะไรกันแน่ เธอพยายามที่จะลืมตาขึ้น จนในที่สุดความพยายามเธอก็สำเร็จ แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับเป็นเหล่าบุรุษรูปร่างสูงใหญ่สวมเสื้อเกาะราวอัศวิน เธอมองพวกเขาอย่างไม่แน่ใจ
“ขะ..ขอโทษนะคะ พวกคุณเป็นใคร” เธอพยายามเปล่งเสียงเอ่ยถามพวกเขาอย่างยากลำบาก แต่คนเหล่านั้นกลับหัวเราะใส่กับคำถามของเธอ
“ดูท่าเลดี้คงลืมไปแล้วกระมังว่าได้ทำสิ่งใดไว้ให้กับเลดี้เซลีนกัน” หญิงสาวขมวดคิ้วหมุน เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาบอก จนเมื่อภาพหนึ่งพุ่งปรากฏในศีรษะเธอ มันเป็นภาพนิยายที่เธอจินตนาการถึงยามที่ได้อ่านไปทีละบรรทัด และเธอก็เพิ่งวางมันลงก่อนหน้านี้ นาเซีย ดาร์เรล นางร้ายที่มีราชินีเป็นผู้ให้ท้ายนาง กำลังวางยาในแก้วไวน์ของเซลีน บอร์นเนอร์นางเอกของเรื่อง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ หรือเพราะเธอเพิ่งอ่านมันไป จึงทำให้เธอเก็บมาอยู่ในฝัน
เธอลองกัดปากตนเองเพียงเล็กน้อย ความเจ็บที่ได้สัมผัสมันดูเกินจริง แววตากลมกวาดมองไปรอบ ๆ สวนดอกไม้ที่ประดับแสงไฟดูเพียงริบหรี่ และมืดจนสามารถช่วยอำพรางบุคคลเหล่านี้ให้กระทำผิดได้ ในความคิดเธอยังคงไม่แน่ชัดแต่เมื่อบุรุษสูงใหญ่นี้วางเธอลงเก้าอี้ตัวยาวในสวน เธอจึงรีบที่จะวิ่งออกจากตรงนั้นทันที
เพลี๊ยะ!! แรงฟาดจากฝ่ามือทำให้ใบหน้าของเธอรู้สึกชาหนึบ เธอแน่ชัดแล้วว่านี่คือสิ่งที่เธอกำลังเผชิญด้วยความจริง
“คิดจะหนีพวกเราไปไหน เลดี้ดาร์เรล” หนึ่งในทหารที่อุ้มเธอออกมากล่าวขึ้น พร้อมสีหน้าที่ดูน่าหวาดกลัว หากนี่คือการสลับร่างหรือทะลุมิติในตอนนี้ ตัวเธอคงอยู่ในร่างของ นาเซีย หญิงสาวที่มีใบหน้างดงามแต่กลับยิ่งยโส และยังมีนิสัยร้ายกาจ แล้วเธอจะทำยังไงดีล่ะ เพราะนิยายเรื่องนี้มันเป็นเรทสิบเก้า เธอคงต้องพยายามครองสติตัวเองให้ดีคิดหาทางออกจากสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้เสียก่อน
เพราะแผนการชั่วร้ายของนาเซียคิดหวังจะวางยาปลุกอารมณ์ให้กับเซลีน และนำพาเธอไปมอบให้แก่ดยุกบริกาเอล ลูเซียง มิกาเอล ตัวร้ายชายที่ต้องการครอบครองเซลีนด้วยแต่นาเซียกลับคาดไม่ถึงว่าแผนการของเธอจะถูกองค์รัชทายาทจับได้ในขณะที่กำลังยื่นแก้วให้กับ เซลีน องค์รัชทายาทอย่าง แคลบอร์น ลูเซียง ลาฟาซ พระเอกของเรื่องจึงสั่งให้ทหารจับไวน์นั้นกรอกปากนางและนำไปโยนไว้ที่สวน แต่ทหารพวกนั้นกลับลงมือกระทำข่มขืนนาเซีย ทำให้เธอไม่สามารถสู้หน้าในสังคมได้ สุดท้ายนางจึงฆ่าตัวตายเพื่อหลีกหนีความอับอายเหล่านั้น
กลับมายังสถานการณ์ตรงหน้า เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับนาเซียตัวจริง แต่กำลังเกิดขึ้นกับเธอ หญิงสาวมองเหล่าทหารนั้นที่พยายามจะเข้ามาลูบคล่ำเรียวขาเธอ จนรู้สึกขนลุกด้วยความหวาดกลัว เธอนึกได้ว่า นาเซีย นั้นได้นัดหมายดยุกกาบริเอลไว้อีกฝั่งของสวน ที่อยู่ติดกับปราสาทที่พักชั่วคราวของเขา
“..พี่คะ มะ ไม่ พวกท่านช้าก่อน” เธอเอ่ยขึ้นเมื่อนึกแผนที่จะหลบหลีกสถานการณ์นี้ขึ้นมาได้ เธอคาดหวังว่ามันจะสำเร็จหากดยุกกาบริเอลพอจะเห็นใจช่วยเหลือนาเซียสักนิด
“ข้าว่าที่นี่มันไม่ค่อยสะดวกนัก หากเป็นเรือนกระจกฝั่งตรงข้ามสวนนี้พวกท่านคิดว่าไม่ดีกว่าหรือ” นาเซียยกมือลูบใบหน้าทหารหนึ่งที่กำลังลูบไล้เรียวขาของเธอ พวกเขายกยิ้มอย่างพอใจ
“ไม่เลว ข้าหวังว่าเลดี้จะสนุกสนานและดื่มด่ำความสุขในค่ำคืนนี้กับพวกเรา” พูดจบพวกเขาก็ประคองร่างบอกบางของนาเซียขึ้น เธอรู้สึกถึงความร้อนที่ระบายออกมาจากตัว คงเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่เธอถูกบังคับดื่มเข้าไป มันช่างรุมร้อนเสียจนอยากจะปลดเปลื้องอาภรณ์เสียออกให้หมด แต่ในตอนนี้เธอต้องฝืนร่างกายนี้ไว้เสียก่อน
เรือนกระจกที่แยกออกมาไกลพอสมควร นาเซียกวาดสายตามองทั่วเรือนกระจก ‘หรือยังไม่ถึงเวลานัด’ เธอกลืนน้ำลายแห้ง ๆ ลงคอ ดูท่าร่างกายนี้จะทนกับฤทธิ์ยาไม่ไหว หากดยุกกาบริเอลยังไม่โผล่มาดูท่า เธอคงถูกทหารพวกนี้เล่นสนุกกับร่างกายของนาเซียเป็นแน่
“อะแฮ่ม เลดี้ดาร์เรล ไม่คิดว่าท่านจะต้องพาเหล่าทหารมาอารักขาด้วย” มิกาเอลทักขึ้นจากทางด้านหลังเธอ นาเซียรีบใช้โอกาสนี้วิ่งไปหาเขา และกระซิบบอกมิคาเอลทันที
“ช่วยข้าด้วย” คิ้วหนากระตุกมองเธอ ก่อนจะหันไปมองเหล่าทหารพวกนั้น
“ออกไป ข้ามีธุระที่จะคุยกับเลดี้” เขาตวาดเสียงดังจนทหารเหล่านั้นต้องรีบวิ่งออกจากเรือนกระจก แม้เขาไม่เอ่ยเพียงแค่สายตาทุกคนต่างก็ย่อมหลบหลีกให้ ดยุกกาบริเอล ใคร ๆ ต่างก็รู้จักเขาดีในฐานะโล่แห่งจักรวรรดิหลานชายคนโปรดขององค์จักรพรรดิพุชคาเรน ลูเซียง แคลบอร์น เดิมบิดาเขาคือกษัตริย์แห่งแคลบอร์น จักรพรรดิเพอร์เซอร์ ลูเซียง แคลบอร์นผู้เป็นพี่ชายพุชคาเรน แต่เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้เสียชีวิตลงกระทันหัน อำนาจที่คาดว่าจะต้องตกต่อตัวเขากลับไม่เป็นเช่นนั้น เหล่าสภาขุนนางต่างโต้แย้งว่ามิกาเอลนั้นยังเด็กเกินไป ทุกอย่างจึงตกเป็นการดูแลของน้องชายอย่างพุชคาเรนเพียงคนผู้เดียวของจักรพรรดิเพอร์เซอร์ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รักมิกาเอลมากพอ ๆ กับบุตรชายของเขา
นาเซียกอดตัวเองที่กำลังรุมร้อนเนื้อตัวเธอราวกับมีไฟอยู่รอบตัว เม็ดเหงื่อมากมายแทรกซึมเต็มใบหน้า เธอทิ้งตัวนั่งลงกองอยู่ที่พื้นก่อนจะใช้กำลังสุดท้ายที่เหลืออยู่เกาะขาของเขา
“ได้โปรด ช่วยพาข้าออกไปจากที่นี่ที” น้ำเสียงที่แหบแห้ง เธอพยายามที่จะเอ่ยขอร้องเขา ใบหน้าหน้าที่ดูเหมือนแสยะยิ้มกำลังจับจ้องท่าทางของเธอ นาเซียยกสองมือดึงขอบขากางเกงสแล็กสีดำของเขาอย่างยากลำบาก
“ขอร้องละ พาข้าออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วข้าจะอธิบายให้ท่านดยุกได้ฟัง” เธอเอ่ยขอร้องทั้งดวงตาเปื้อนเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา เธอพยายามอดทนกับความร้อนที่แผ่ออกมานี้สร้างความทรมานมากนัก
“ข้าเห็นแก่เลดี้ที่เคยช่วยข้าไว้บ้างหลอกนะ มิเช่นนั้นแล้วข้าคงมิคิดที่จะไล่พวกหิวกระหายพวกนั้นแน่” มิกาเอลมองออกตั้งแต่แรก เขารู้ว่านั้นคือเหล่าทหารชั้นล่างที่มักจะถูกเรียกใช้ยามที่ต้องทำงานสกปรก ไม่ต่างกับพวกรับจ้างทั่วไป เขาอุ้มร่างบางขึ้นก่อนจะเดินออกมายังปราสาทรับรองของเขา สถานที่ที่ใกล้ที่สุดในตอนนี้ นาเซียที่ถูกอุ้มขึ้นแนบสัมผัสกับแผงอกกำยำทำให้ร่างกายเธอก็ยิ่งร้อนมากขึ้น ใบหน้าเรียบนิ่งที่เชิดตรงจนมองเห็นแนวสันกรามสวย ๆ ของเขาอย่างชัดเจน แววตาคมดุที่ไม่แม้จะจ้องกลับมายังเธอ นาเซียมองริมฝีปากยักโค้งเหยียดตรง มันดูรับกับปลายจมูกที่ดูเชิดรั้น ช่างดูสมบูรณ์ราวกับรูปปั้นของเทพอพอลโลในโอลิมปัส
“เตรียมน้ำเย็นให้เลดี้” เสียงเขาสั่งสาวใช้ในปราสาทก่อนจะอุ้มเธอเข้าไปยังนอนตน แต่ยังไม่ทันที่จะได้วางตัวเธอลงเรียวแขนทั้งสองข้างก็ยกโอบลำคอเขาทันที
“อืมมม” นาเซียใช้โอกาสที่เขากำลังวางคว้าคอเขาโน้มลงจูบริมฝีปากยักโค้งนั่น
ผลั๊ก!! ยังไม่ทันที่โน้มน้าวอารมณ์ในตัวเขา ตัวเธอกลับกระเด็นลงที่ที่นอนอย่างเต็มแรง มิกาเอลผลักเธอออกทันทีที่เธอจูบสัมผัสริมฝีปากของเขาราวกับว่ารังเกียจสัมผัสนั่นจากเธอ
“ไร้มารยาท เลดี้ควรหักห้ามอารมณ์ตนเองด้วย” เขาลุกพรวดขึ้นจ้องมองเธอราวกับจะฉีกเธอออกเป็นชิ้น ๆ แม้เขาจะรู้ดีว่าอาการที่นางกำลังเป็นคงเกิดจากถูกบางสิ่งกระตุ้น ทำให้ร่างกายเกิดความร้อนขึ้นได้ นาเซียไม่แปลกใจเลยที่เขาผลักไสเธอราวกับรังเกียจ เพราะนาเซียนั้นร้ายกาจไม่น้อยไปกว่าแม่มดชั่วร้าย อีกทั้งต่อให้นาเซียเป็นสตรีที่งดงามแต่สำหรับเขาแล้วความหลงใหลนั้นไม่เคยพลาดผ่านสายตาของเขาเลย มีเพียงเซลีนนางเอกของเรื่องเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้มิคาเอลอยากครอบครอง มิกาเอลหลงใหลเซลีนหลังจากงานฉลองครองราชกษัตริย์แคลบอร์นเมื่อปีก่อน เขาพบ กับเซลีนด้วยความบังเอิญในตอนนั้นอาการเจ็บป่วยของเขากำเริบทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เซลีนที่มีพลังเยียวยาช่วยเหลือเขาให้อาการสงบลง ท่าทางอ่อนโยน และการรักษาอาการเจ็บปวดนั้นได้ทำให้เขาสนใจในตัวเซลีนทันที หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พยายามตามหาว่านางคือบุตรสาวตระกูลใด แต่พอเขาได้รู้ว่านางเป็นใคร ตอนนั้นเซลีนก็ได้คบหากับ องค์รัชทายาทแคลบอร์น ลูเซียง ลาฟาซ แล้ว เขาโกรธมากที่ลาฟาซแย่งคนที่เขามุ่งหมายครอบครอง เขาจึงพยายามที่จะเข้าหาเซลีน แม้จะทำให้ลาฟาซไม่พอใจก็ตาม นาเซียที่มองสถานการณ์ระหว่างมิกาเอล และลาฟาซ เธอจึงใช้โอกาสนี้ในการให้มิกาเอลเข้าหาเพื่อที่จะให้แย่งเซลีนไปส่วนเธอก็จะได้ครอบครองลาฟาซ พร้อมตำแหน่งอนาคตราชินีคนต่อไปมาเช่นกัน
เป็นครั้งแรกหลังจากที่จบสงคราม มิกาเอลแทบจะไม่ได้แวะมานอนที่ห้องอย่างสบายใจเหมือนเช่นวันนี้นัก นาเซียที่เพิ่งกล่อมเด็ก ๆ นอนเธอกลับมาเห็นสามีที่กำลังนอนอ่านหนังสืออย่างสบายใจบนเตียงนอน นาเซียปลดเสื้อคลุมออกเหลือเป็นชุดนอนสีขาวเรียบลื่น นาเซียรู้สึกแปลกใจในท่าทางของเขาไม่น้อยแม้เขาจะถือหนังสือในมือ แต่สายตาของเขากลับมองตามเธอทุกครั้งที่เธอขยับตัวเดินไปมา“อ๊ะ...มิกาเอลคุณจะทำอะไร” นาเซียร้องตกใจไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มิกาเอลลุกจากเตียงมาคว้าตัวเธออุ้มลอย ก่อนที่เขาจะรีบเดินไปที่เตียงนอนโดยในท่าทางที่ยังคงอุ้มเธออยู่ มิกาเอลวางพาดตัวเธอลงที่นอนก่อนจะจับมือทั้งสองข้างเธอผูกไว้เหนือศีรษะ“มิกาเอล...คุณจะทำอะไร” นาเซียมองท่าทางของเขาก่อนที่ร่างสูงลุกปลดอาภรณ์ของเขาออกจนไม่เหลืออะไร มิกาเอลเลียริมฝีปากของเขา“คุณไม่ได้ยินที่คาเซียบอกหรอกว่าเขาต้องการให้พวกเราเสกน้องให้แก่เขาอีกสักสองสามคน”“อะไรนะ...มิกาเอลคุณจะบ้าไปแล้วเหรอ ฉันไม่ไหวแล้วนะ”“ซู่วววว....เพื่อคาเซียแล้วคุณจะใจร้ายต่อลูกได้ยังงั้นเ
‘มิกาเอลที่รัก วันนี้ฉันต้องเข้าพระราชวัง เพื่อยินดีกับองค์ราชินีเซลีน ฉันจะรีบกลับมาทานมื้อค่ำร่วมกับคุณและลูกแน่นอนค่ะ ’ มิกาเอลมองดูกระดาษโน้ตที่มีข้อความสั้น ๆ ดูเหมือนว่าเซลีนนางจะไม่ยอมให้ภรรยาของของลดละบ้างเลย ตลอดช่วงที่นางได้ขึ้นเป็นองค์ราชินี นางก็เอาแต่จัดงานเลี้ยงน้ำชา ทำให้นาเซียแทบไม่มีเวลาให้แก่เขาเลย อย่างไรก็ตามอย่างน้อย ๆ พวกเขาก็ยังคงมีค่ำคืนที่งดงามเสมอ มิกาเอลเดินออกไปที่ลานฝึกซ้อมเพื่อฆ่าเวลาในช่วงที่นาเซียไม่อยู่ ทันทีที่นาเซียมาถึงพระราชวังเธอก็ตรงไปยังปราสาททางฝั่งตกวันออกซึ่งเป็นที่พำนักขององค์จักรพรรดิและองค์ราชินี เธอเดินตามโถงทางเดินที่เรียงรายไปด้วยเสาขนาดใหญ่ในรูปแบบโรมัน ตลอดทางเดินเหล่าอัศวินก็จะโค้งคำนับเธออย่างคุ้นเคย นาเซียยิ้มส่งให้เหล่าอัศวินอย่างเช่นทุกครั้ง“เซีย!!” เสียงอุทานร้องเรียกเธอเมื่อเธอก้าวผ่านประตูด้านหน้า เซลีนกำลังก้มดูเด็กน้อยที่อยู่ข้างเตียง เจ้าหญิงตัวน้อยเอาแต่ร้องไห้จ้า แต่ทันทีที่นาเซีย
นาเซียสะดุ้งตกใจจนเผลอปล่อยผ้าหลุดมือ มิกาเอลคว้าจับลำคอของเธอและโน้มมันลงจนริมฝีปากของเธอสัมผัสกับริมฝีปากของเขา อย่างแผวเบาปลายลิ้นที่นุ่มนวลของเขาคอยกวาดต้อนไปมาในโพรงปากของเธอ แม้จะอ่อนโยนแต่เธอก็ยังรู้สึกไม่พร้อมอยู่ดี“เดี๋ยวก่อนมิกาเอล” นาเซียพยายามยันตัวออก แต่ฝ่ามือของเขานั้นแน่นราวกับคีบล็อกเอาไว้ เธอไม่สามารถผละริมฝีปากตนออกจากริมฝีปากเขาได้ มันเหมือนเส้นความอดทนของเขาหลุดออก ทั้งที่เขาตั้งใจอยากสัมผัสเธอเพียงเล็กน้อย เพราะเขารู้ดีว่าในตอนนี้เธอไม่อาจกระทำที่รุงแรงได้ แต่พอได้สัมผัสริมมฝีปากอิ่มมิกาเอลก็กัดฟันแน่นก่อนจะกระชากเสื้อบาง ๆ นั่นของเธอออก และดันตัวเธอนอนลงบนเตียง มิกาเอลโน้มใบหน้าลงครอบริมฝีปากตนไปที่ยอดอกสีสวยที่กำลังเด้งตอบสนองต่อการกระตุ้นของเขาจนแดงเป็นผลเชอรี่ ปลายลิ้นของเขากดลงไปที่ยอดอกที่ตั้งชันของเธอและกวาดลิ้ม“อร๊า” นาเซียหายใจหอบบิดร่างของเธอออก เธอกลัวว่าเขาจะทำรุนแรงเกิดไปเพราะทุกครั้งมิกาเอลไม่เคยผ่อนปรนเรื่องบนเตียงนี่เลย เขาเหมือนสัตว์ป่าที่หิวกระหาย แต่ในทางกลับกันเธอรู้สึกตื่นเต้นและเสียวแปลก ๆ มิกา
ภายหลังจากที่นาเซียและอีวอนเดินทางกลับมายังอาณาเขต กาบริเอล ไม่ช้าแรนิเยร์ก็ขนส่งเสบียงจำนวนมากมาตามที่เธอต้องการ นาเซียสั่งให้คนรับใช้ที่เหลือช่วยนำไปเก็บไว้และแบ่งส่วนหนึ่งออกมาแจกจ่ายให้กับชาวเมืองก่อนที่จะออกไปช่วยการเก็บกวาดบ้านเมืองให้กลับมามีสภาพที่ดีดังเดิม นาเซียอดทนรอขบวนของเหล่าอัศวินจนหน้าท้องของเธอนูนออกมาให้เห็นบ้างเล็กน้อย แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย“มาดามข้าได้ส่งชาวเมืองกลับไปยังบ้านเรือนของพวกเขาจนครบดีแล้วขอรับ มาดามต้องการให้กระผมจัดการสิ่งใดเพิ่มอีกหรือไม่” ลอร์ดเควินเดินเข้ามารายงานพร้อมส่งเอกสารเสบียงรอบสุดท้ายที่แรนิเยร์ส่งมาให้ ดูเหมือนทุกคนคงถูกแสงของหินเวทช่วยลืมจึงทำให้จดจำได้เพียงแค่ว่าเธอยังเป็นเพียงดัชเชสแห่งกาบริเอลอยู่ แม้ความทรงจำนั้นจะลืมเลือนแต่หนังสือที่องค์จักรพรรดิพุชคาเรนส่งมาให้มิกาเอลก็คงยังอยู่ หนังสือคำสั่งให้เธอ และเขายุติสัญญาสามีภรรยานาเซียรอบเดินมาในห้องทำงานของมิกาเอลอย่างระวัง เพราะทุกครั้งที่เธอเข้ามาจะต้องมีลอร์ดเควินเข้ามาด้วยทุกครั้ง เพราะเพื่อความปลอดภัยจากเหตุการณ์ครั้งนั