หน้าหลัก / วัยรุ่น / Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน / ตอนที่ 7 เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ 2

แชร์

ตอนที่ 7 เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ 2

ผู้เขียน: สล็อคโก้
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-03 09:07:56

ณ บ้านจงใจรัก

“แม่ !” เสียงแหลมร้องตะโกนเรียกลั่นบ้าน

“อะไรอีกเล่า !” เสียงแม่ตะโกนกลับดังไม่แพ้กัน

“กระจกบนโต๊ะหนูหายไปไหน” สาวน้อยเอะอะโวยวาย เดินลงจากชั้นสองด้วยสภาพที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาด ๆ ผมเผ้ารุงรัง

“อะไรนะ ?” แม่หยุดยืนตรงหน้า ค้ำเอวพร้อมไม้กวาดบนมือ ที่มองเผิน ๆ เหมือนจะใช้เป็นอาวุธได้อย่างถนัดมือ

“กระจกหนูอะ” สาวน้อยย้ำถาม ด้วยน้ำเสียงแงงอ

“อ่อ แม่ทำแตก เดี๋ยวแม่ซื้อให้ใหม่” แม่ตอบกลับ ด้วยสีหน้านิ่งเฉย

“แม่ ! แล้วหนูจะเอาไหนส่อง” สาวน้อยตะคอกเสียง ดูท่าทางจะโกรธมาก ที่กระจกใบโปรดได้หายไป

“ห้องน้ำไง หรือจะไปห้องแม่ หน้ารถก็มีนะกระจกน่ะ” แม่ตอบเสร็จก็รุดตัวกลับไปทำหน้าที่ต่อ

“แม่อ่า ---” สาวน้อยเดินกลับห้อง ด้วยท่าทางไม่พึงอารมณ์

“แม่นะแม่ ...” เธอบ่นพึมพำ

จวนเวลาผ่านไปหลายสิบนาที

“ป๊อบ ! จะสายแล้วนะลูก ลงมากินข้าวได้แล้ว” แม่ตะโกนเรียกลูกสาว ที่ยังคงแต่งองค์ทรงสวยยังไม่เสร็จไม่สิ้นสักที

“ยังไม่เสร็จเลยแม่ แป๊บนะ” สาวน้อยตะโกนกลับสุดเสียง

ผู้เป็นแม่ทำสีหน้าเอือมระอาอย่างสุดฤทธิ์ ด้วยลูกสาวของเขาดูท่าทีเอื่อยเฉื่อยแบบนี้ตั้งแต่ยังเล็ก ทำอะไรก็ช้าไปหมด บางครั้งเหมือนจะเร็ว แต่ก็ต้องได้รออยู่ทุกที

สาวน้อยแต่งองค์ทรงเครื่องจนเสร็จสรรพ กระเป๋าสะพายข้างที่เต็มไปด้วยหนังสือ ที่เธอแทบจะไม่ได้อ่าน ปากกา ดินสอ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกเตรียมไว้อย่างละชิ้นสองชิ้น

“หนูไม่ทานนะแม่ --- รีบ” สาวน้อยลิ่วลงมาจากชั้นบน มุ่งหน้าเปิดประตูรถ มุดตัวขึ้นไปนั่ง

แม่ได้แต่นั่งเอนหลังบนโซฟาทำหน้างง แล้วค่อยลุกตามหลังไป

“แม่นึกว่าลูกจะเดินไปเองสะอีก” แม่เปิดกระจกชะโงกหน้ามองหลังก่อนจะค่อย ๆ ถอยรถออกจากโรงรถข้างตัวบ้าน

“แม่ดูแดดสิคะ เดินไปเองมีหวังผิวหนูไหม้หมด” สาวน้อยดึงชั้นพับกั้นแดดลง ส่องกระจกเอียงซ้ายขวามองดูมุมหน้า

ในตอนนี้สาวน้อยดูท่าจะเป็นสาวเข้าจริง ๆ เสียแล้ว ทั้งการเริ่มรู้จักแต่งเนื้อแต่งตัว รักสวยรักงาม ผู้เป็นแม่ได้แต่ยิ้มกริ่มถึงวัยของลูกสาว ที่กำลังเติบโตขึ้นไปอีกก้าว แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่น่าจะยังไม่เติบโต คือความกระตือรือร้นที่ยังคงติดลบมาตั้งแต่เกิด

จนสองแม่ลูกมาถึงหน้าโรงเรียน ที่มีพ่อแม่อีกหลายคนมาส่งลูกรักของตัวเอง พลางโอบกอดให้กำลังใจ พลางดึงหน้ามาหอมแก้ม ในความเป็นเด็กวัยนี้ช่างเต็มไปด้วยความน่ารักที่บริสุทธิ์จริง ๆ

“ให้แม่ลงไปส่งไหม ?”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูไปเองได้ค่ะ”

“ให้แม่กอดไหม ?”

“แม่ ! หนูร้อน”

“ให้แม่หอมแก้มไหม ?”

“แป้งหนูจะหลุด ---”

แม่ได้แต่อมยิ้มเบา ๆ ออกมาทางสีหน้า ลูกสาวเธอโตได้ขนาดที่ค่อย ๆ ห่างแม่ได้แล้วสินะ

“งั้นแม่ไปนะ” แม่เปิดกระจกบอกลาลูกสาว แล้วค่อย ๆ เคลื่อนรถออกไป

ถึงแม้จะเหมือนไม่ห่วง แต่แม่ก็หยุดรถอีกฝั่ง จอดดูลูกสาวเดินเข้าโรงเรียนด้วยใบหน้าที่กรุ่มยิ้ม แต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ ด้วยลูกจะต้องเข้าโรงเรียนทางนี้เป็นครั้งแรก เพราะแต่ก่อนต้องเข้าอีกทาง ซึ่งเป็นทางตรงข้ามของโรงเรียน การที่เขาได้เข้าประตูในทางนี้ ก็คงเป็นเครื่องบ่งบอกได้ว่าลูกสาวตัวเล็กตัวจิ๋วของแม่ ตอนนี้โตเต็มวัยแล้ว

สาวน้อยเดินมุ่งหน้าเข้าห้องสอบตามใบรับสมัครที่แนบมา

“ป๊อบ ! หวัดดี” เสียงแหลมใสของข้าวฟ่าง เพื่อนห้องเดียวกันตอนปอสี่ ที่เคยหยุมหัวกันด้วยเหตุที่ว่าสาวน้อยชอบกลิ่นยางลบชิ้นใหม่เธอ แล้วเผลอกัดเคี้ยวจนหมด ลั่นกล่าวทักทายมาแต่ไกล

“ไงข้าวฟ่าง” สาวน้อยทักทายกลับ

“ป๊อบจะไปไหนอะ ทำไมจะไปตึกนั้น ... อย่าบอกนะว่า ...” สายตาของอดีตเพื่อนร่วมห้องมองเธอเชิงดูถูก

“ป๊อบสมัครห้องพิเศษน่ะ ... ข้าวฟ่างคงไม่ได้สมัครสินะ” สาวน้อยยิ้มกลับพลางกลอกตามอง

“งั้นป๊อบไปแล้วนะ พอดีมีเวลาเหลือ ป๊อบว่าจะอ่านอีกสักหน่อย” สาวน้อยเห็นท่าทีสีหน้าอดีตเพื่อนร่วมห้อง ค่อนข้างที่จะเปลี่ยนสีจากประโยคที่ตอบกลับ จึงรีบรุดตัวเดินไปยังตึกสอบ

สาวน้อยขึ้นมาชั้นสอง จนถึงหน้าห้องสอบ ตรวจสอบรายชื่อหน้าห้องเพื่อความมั่นใจ

‘ปานใจ จงใจรัก’

‘กานต์ทวี ก้องกิจตระกูล’

สาวน้อยอมยิ้ม เมื่อเห็นชื่อของหนุ่มน้อยอยู่ในใบรายชื่อ

เธอนั่งลงหน้าห้อง หยิบหนังสือวิทยาศาสตร์ขึ้นมาเปิดอ่าน ท่ามกลางเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยืนคุยกันเจี๊ยวจ๊าว

“เวลาเก้านาฬิกา จะเป็นเวลาสอบเข้าของนักเรียนชั้นมอหนึ่ง ให้นักเรียนทุกคนเตรียมเข้าห้องสอบด้วยค่ะ”

เสียงประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนดังขึ้น เหลือเวลาที่เธอจะต้องอ่านอยู่เพียงสิบนาที เพื่อนคนอื่น ๆ เก็บเครื่องมือสื่อสารเข้ากระเป๋า แล้วเข้าห้องสอบทันที หลังจากได้ยินเสียงประชาสัมพันธ์ มีเพียงเธอที่ยังนั่งอ่านอย่าง งง ๆ อยู่หน้าห้องคนเดียว

สาวน้อยนั่งอ่านหนังสือในมือ แต่สายตาก็เงยหน้ามองทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน

“ไม่ใช่ ! ไม่ใช่กานต์” คนแล้วคนเล่าผ่านไปมา แต่ก็ยังไม่เห็นหนุ่มน้อยผ่านมาเลย

“เข้าห้องสอบได้แล้วครับ” ครูหนุ่มหล่อสูงโย่ง ผิวขาวเหลือง เดินมาหยุดตรงหน้าสาวน้อย เธอเงยหน้ามอง แล้วหยิบหนังสือเข้ากระเป๋า

‘กานต์ยังไม่มาอีกเหรอ’ เธอพูดในใจ

“นักเรียนดูเลขที่นั่งสอบหน้ากระดาน แล้วนั่งให้ถูกที่ด้วยนะครับ” ครูวางซองข้อสอบลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินตรวจสอบสัมภาระของนักเรียน

“อีกห้านาที ครูจะเริ่มแจกข้อสอบ นักเรียนเก็บโทรศัพท์มือถือ เครื่องมือสื่อสารลงในกระเป๋า แล้วเอากระเป๋าไว้หน้าห้องนะครับ” ครูกล่าวแจ้งแก่นักเรียนที่นั่งเงียบตั้งใจฟัง

‘ทำไมยังไม่มาอีกนะ’ สาวน้อยพูดในใจ พร้อมอาการที่กระวนกระวาย แสดงอาการออกมาชัดเจน

‘เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ ...’

ครูแจกข้อสอบให้แต่ละคน ทุกคนในห้องดูยิ้มร่าพร้อมสอบอย่างเต็มเปี่ยม ยกเว้นป๊อบที่ไม่ได้สนใจในกระดาษที่ครูยื่นมาให้เลย ได้แต่มองซ้ายมองขวา พลางบ่นพึมพำกับตัวเอง

“ทำไรอยู่นะ ทำไมยังไม่มาสักที ปกติกานต์ไม่ใช่คนที่มาช้านี่ ... หรือมีอะไรเกิดขึ้นกับกานต์ !”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 52 ภารกิจ ... 2

    1 เดือนผ่านไป ถึงช่วงเวลาที่เหล่านักเรียนรอคอยที่สุดของปี การฝึกซ้อมที่แสนหนักเพื่อให้เป็นหนึ่ง การต่อสู้ฟาดฟันด้วยศักดิ์ศรีจากรุ่นสู่รุ่น การปะทะคารมของคนที่เคยรักกันกลมเกลียวในห้องเดียวกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด การแบ่งสันปันส่วนงบประมาณที่แย่งกันปานจะตัดขาดเผาผี รวมไปถึง การเก็บความลับต่าง ๆ ให้มิดชิดที่สุด และป้องกันการสืบข่าวจากคู่แข่ง แม้ว่าจะสนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม ความลับนั้นจะถูกปิดผนึกไว้อย่างดี นั่นคือกลิ่นอายของมหกรรมกีฬาภายในโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “กีฬาสี” “พร้อมกันยัง ต่อไปคู่เราแล้วนะ” เสียงทุ้มหนาเอ่ยขึ้นพร้อมกางระเบียบโปรแกรมขึ้นดู กลางวงล้อมของนักกีฬาที่กำลังนั่งยืดวอร์มร่างกาย “พร้อมครับพี่ฟ้า” “ขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้เลยนะ พี่ต้องดูแลนักกีฬาเต็มที่อยู่แล้ว” ร่างสูงบางยิ้มส่งกำลังใจ ก่อนจะหันมาถามหนุ่มน้อยที่ตั้งใจยืดอยู่ด้านข้าง “ไงน้องกานต์ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ” “ก็เพราะพี่นั่นแหละที่ให้ผมลงชื่อในวันนั้น” “ฮ่า ๆ พี่ขอ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 51 ภารกิจ ...

    “ไม่ใช่ใช่ไหม”เธอทำหน้าเหยเก แล้วจู่ ๆ สิ่งที่เธอเกลียดที่สุด คือการที่สมองบ้า ๆ ของเธออยากจะรู้อยากเห็นขึ้นมา ทั้งที่เธอไม่อยากจะทำแบบนั้นเลยสักนิด เธอค่อย ๆ หันกลับหลังตามที่สมองของเธอสั่ง เธอมองแผงหน้าท้องตรงหน้า แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมองหน้า สิ่งที่เธอเห็นทำเธอพูดไม่ออก ใบหน้าขาวโพลน ที่มีไฟส่องเสยคาง เห็นเงาตกกระทบใบหน้า ภาพที่เธอเห็นทำเธอนิ่งช็อกอีกครั้ง ก่อนจะกรีดร้องดังลั่นตึก“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ~”ร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียง ทรุดตัวนั่งยองก้มหัวกอดเข่า มือเล็กยกพนมมือไหว้ ร่างกายสั่นไปทั้งตัวพร้อมเสียงสวดมนต์ที่ไม่เป็นคำมือใหญ่เย็นยะเยือก วางทาบหัวไหล่สั่นเทาของเธอ “นักเรียน ๆ นี่ครูเอง” เสียงทุ้มหนาที่เธอเอะ เหมือนจะคุ้นเคย เรียกสติของเธอกลับมาได้นิดหนึ่ง เธอหยุดสวดมนต์ภาษาต่างดาว แล้วค่อย ๆ เงยหน้ามองไฟที่ส่องมาที่เธอ “ครูเอง” “ครูวิท” สาวน้อยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่โล่งใจ “ลุกขึ้นก่อน ๆ” ครูหนุ่มค่อย ๆ ประคองร่างสั่นเบาของเธอ พาเธอเดินลงมาหน้าตึกที่มีไฟส่องสว่าง “ไปอยู่อะไรตรงนั้นดึก ๆ ดื่น ๆ” ทันทีท

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 50 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ 2

    หนุ่มน้อยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ กลับบ้านอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีคนที่กำลังหลับใหลท่องนิทราอย่างไม่รู้ตัวอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว ลำพัง ท่ามกลางความมืดมิด และเงียบสงัด จนเวลาล่วงมาถึงสองทุ่ม แม่ที่นั่งรอสาวน้อยกลับบ้าน หยิบโทรศัพท์โทรหา แต่ก็ไม่ติด นั่นเป็นเรื่องปกติของเธอที่มักจะปล่อยให้โทรศัพท์แบตเตอรี่หมดอยู่บ่อย ๆ กระนั้นแม่ก็ไม่เคยจะคุ้นชินได้เลย ใจแม่เริ่มหวิวกังวลนิด ๆ ด้วยที่สาวน้อยเริ่มที่จะเป็นสาว อะไรที่ไม่เคยได้ห่วง ก็พลันห่วงขึ้นมาอย่างผลักออกไปไม่ได้ แม่นั่งครุ่นคิดตัดสินใจอยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบกุญแจรถ มุ่งไปยังบ้านของหนุ่มน้อย ที่เธอบอกว่าเธอจะรอกลับพร้อมเขา “หนูกานต์ ๆ” เสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน พลางเสียงกริ่งแทรกซ้อนไม่หยุด จนเจ้าของบ้านต้องรีบเดินออกมาดู“ว่าไงยัยแก้ว แกมีอะไร … ทำไมทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้น”“หนูกานต์อยู่ในบ้านไหม ?”“อยู่ --- กำลังอาบน้ำน่ะ แกมีไร”“แล้วหนูป๊อบล่ะ” แม่ของสาวน้อยพยายามชะโงกหน้า มองหาลูกสาวในบ้านผ่านกระจกใสบ้านใหญ่“ไม่เห็นหนูป๊อบนะ” แม่หนุ่มน้อยตอบกลับด้วยเสียงเรียบ“ก็ยัยป

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 49 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ

    “กูไปรอซ้อมก่อนนะมึง” ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำหญิง ที่มีเพื่อนสาวยืนรออยู่ข้างหน้า มากับชุดที่พร้อมจะลงสนาม กางเกงขาสั้น และเสื้อกีฬาผ้ามันรัดรูป เผยร่างเล็กที่เห็นกล้ามเนื้อแน่น ๆ “เออ ๆ ตั้งใจซ้อมล่ะ” “มึงไม่ไปนั่งรอข้างสนามกับกูเหรอ” “ไม่อะ กูจะไปแอบดูบนตึก 3 ไปข้างขนามไก่ก็ตื่นดิ”“มึงหลบดี ๆ นะ อย่าให้พี่สแตนด์ตามหามึงเจอล่ะ” เพื่อนสาวเดินแยก โบกมือไปมาสองสาวเดินแยกออกจากกัน เธอแยกเดินอ้อมไปหลังตึก 3 ส่วนเพื่อนสาวของเธอแยกไปยังสนาม เธอนั่งรอเฝ้ามองดูผู้คนที่ค่อย ๆ มายังสนามทีละคน ๆ รวมไปถึงพี่กล้าที่ก็มาซ้อมเหมือนกัน เธอได้แต่อมยิ้มเบา ๆ ความในใจที่เคยหนักอึ้ง มันได้สะสาง จากแต่ก่อนที่ไม่อยากแม้จะเห็นหน้า แต่ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายนั่งมองอย่างไม่รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด “มันก็ไม่แย่นะ” เธอเอ่ยเบากับตัวเอง จนหนุ่มน้อยย่างเข้าสนามพร้อมกระเป๋าประจำตัว วางบนไม้หินอ่อนข้าง ๆ สายตาของเธอจ้องมองเขม็ง ราวกับเสือโหยที่จ้องจะเข้าขย้ำเหยื่อพร้อมกัดกินเหยื่อนั้นในคำเดียว “ใครที่มันบังอาจมายุ่งกั

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 48 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ 2

    เธอครุ่นคิดอยู่นาน จนเสียงเดินรอบข้างเงียบสงบลงเพราะเริ่มเรียนในคาบสุดท้ายแล้ว เธอได้แต่คิดอยู่คนเดียวอย่างลำพัง โดยไม่สนใจที่จะเข้าเรียนคาบสุดท้าย สาวน้อยตัดสินใจลุกพรวดขึ้น ในหัวของเธอตอนนี้คือต้องการพูดคุยกับพี่เขา ถึงจะยังไง ก็ต้องได้อธิบาย ก่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีก เธอไม่รู้ว่าชั่วโมงนี้เขาเรียนวิชาอะไร แต่สิ่งที่นึกขึ้นได้คือห้องชมรม ด้วยสิ่งที่เธอรู้คือ พวกพี่ ๆ กลุ่มพี่กล้ารวมถึงพี่กล้า มักจะเอากระเป๋าเรียน หรือของสำคัญไว้ในตู้ล็อกเกอร์ในห้องชมรม เธอคิดได้แค่ว่า เขียนข้อความขอโทษและอธิบายหยอดเข้าไว้ในล็อกเกอร์ก็ดี เพราะตั้งแต่วันนั้นช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ที่เคยคุยกัน พี่เขาลบออกจนหมดเกลี้ยง รวมถึงถ้าจะให้พูดต่อหน้ามันก็คงพูดอะไรได้ไม่ดีเท่ากับการที่เธอจะเขียนเธอค่อย ๆ เดินหลบตามกำแพงตึกต่าง ๆ จากตึกสังคม ลอดมุดหลบมุมตึกอังกฤษ จนมาโผล่ตึกวิทย์ฯ แต่การที่จะเดินเข้าไปโต้ง ๆ ก็คงจะเป็นเป้าสายตาจนเกินไป เธอนึกขึ้นได้ว่า หน้าต่างบานในสุดของห้องมักจะไม่ได้ล็อกกลอนไว้ เนื่องจากกลุ่มพี่ ๆ มักจะแอบเข้าไปเล่นไพ่กันในคาบว่าง เธอค่อย ๆ ย่องก้มตัวต่ำเ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 47 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ

    สิ้นเสียงบรรเลงเพลงจบ นั่นหมายถึงช่วงเวลาของการเข้าแถวในช่วงเช้าที่แสนจะวุ่นวายในวันธรรมดา สาวน้อยเดินยิ้มร่าด้วยท่าทางกระโดดโลดเต้นดั่งกวางน้อยที่เห็นหญ้าเขียวหวาน วิ่งเข้ามาแทรกกลางแถวที่มีเพื่อนสาวคนสนิทอยู่ข้างหน้า ด้วยนาน ๆ ทีมาเข้าแถวได้ทันเวลา หนำซ้ำวันนี้การบ้านทุกวิชาก็เสร็จพร้อมที่จะส่งเป็นที่เรียบร้อย จึงไม่แปลกใจที่เธอจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “มาแล้วจ้าเจสซี่เพื่อนรัก” มือเล็กวางทาบแผ่นหลังเพื่อนสาวที่ยืนตบแป้งอยู่ข้างหน้า“หล่อนดูอารมณ์ดีนะคะ” หน้าสีสองโทนหันกลับมาทักทาย จนเธอแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่“ไม่ต้องมองด้วยสีหน้าแบบนั้นค่ะ วันนี้งานเร่ง”“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่า สวยออก เทรนด์ใหม่มาแรง เดี๋ยวคนอื่น ๆ เห็นก็จะแต่งตาม เชื่อสิ”“ตอแหล ดูออก”เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุย หยอกล้อกันระหว่างจัดแถว“เออเดี๋ยวมึงได้ฟังในสิ่งที่กูจะบอก มึงจะเลิกอารมณ์ดี”“ให้กูอารมณ์ดีจนเข้าแถวเสร็จเถอะนะ”“โอเค เลิกแถวแล้วกูจะบอก”สองร่างเล็กเดินเคียงกัน ยื่นสมุดการบ้านให้หัวหน้าห้องที่ยืนรอรวบรวมพร้อมจะส่ง เสร็จสรรพก็รุดนั่งลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนตัวประจำ“ว่ามาค่ะ เรื่องที่จะทำให้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status