LOGIN“ฉันไปก่อนนะ” พออาจารย์ปล่อยปุ๊บฉันก็จับของส่วนตัวยัดลงกระเป๋า “เจอกัน”
“เดี๋ยวดินินิว จะรีบไปไหนวะ!” ทอยตะโกนไล่หลังฉันจึงโบกมือให้เพื่อนและวิ่งออกจากคลาสเรียน กึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไปทางด้านหลังตึกวิศวะ มาถึงลานจอดรถนอกจากจะจำรถของเขาได้ ร่างสูงที่ยืนพิงท้ายรถสูบบุหรี่พ่นควันสีเทาออกจากริมฝีปากก็ทำให้ฉันเดินไปหยุดตรงหน้าเขา
“มาแล้วเหรอ”
“รอนานไหมคะ”
“ไม่นาน หนูรีบวิ่งมาทำไม” พี่โฬมอมยิ้มพลางเอื้อมมือมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากฉันผ่านเส้นผมสีดำสนิทที่ปล่อยให้ดูเซอร์ๆ และมัดรวบเป็นมวยไว้กลางศีรษะ “ไปกัน พี่หิวแล้ว”
ทิ้งกรองบุหรี่ลงบนพื้นเขาก็เหยียบจนไฟมอดลงก้มตัวหยิบทิ้งลงถังขยะ ยกมือลูบตำแหน่งหน้าผากของตัวเอง ปลายนิ้วอุ่นร้อนของพี่โฬมยังคงตราตรึงไม่จางหายไปเลย ฉันรีบขึ้นรถของพี่โฬมทันทีที่ขึ้นมานั่งเพลงสากลก็ถูกเปิดคลอเบาๆ จากนั้นรถของเขาก็แล่นออกจากมหาลัยสู่ท้องถนน
“วันนี้เพื่อนพี่ถาม”
“ถามอะไรคะ”
“ไอ้เกียร์น่ะ” พี่เกียร์งั้นเหรอ... แล้วพี่โฬมจะบอกฉันทำไมกัน “มันได้กลิ่นน้ำหอมจากเสื้อช้อปพี่”
“อ๋อ”
“บอกพี่เอาน้ำหอมผู้หญิงมาฉีดทำไม”
“พี่โฬมตอบพี่เกียร์ว่าอะไรเหรอคะ” ราวกับรอให้ฉันสงสัยและถาม เห็นสายตาคมตวัดมามองแวบหนึ่ง รอยยิ้มตรงมุมปากก็ผุดขึ้น
“พี่ตอบไปว่านิวฉีดมาให้” เดี๋ยวนะตอบแบบนั้นพี่เกียร์จะไม่สงสัยเหรอ “มันก็ถามนะว่าหนูฉีดให้พี่ทำไม”
“แล้ว...”
“พี่ก็เลยบอกเพื่อนไปว่าเสื้อช้อปพี่อยู่ที่หนู” พี่โฬมกำลังต้องการจะสื่ออะไรหรือเปล่านะ ฟังจากน้ำเสียงแล้วเขาพยายามทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเขาต้อนให้จนมุม “คราวหน้าหนูพกน้ำหอมที่ชอบฉีดมาด้วยสิ”
“ทำไมคะ”
“พี่อยากให้หนูฉีดน้ำหอมให้พี่”
“มันกลิ่นผู้หญิงนะคะ ฉีดบนตัวพี่โฬมเดี๋ยวสาวก็ไม่เข้าหาหรอก” ฉันบ่นอุบ ไม่ได้หวงน้ำหอมกับเขาหรอกนะ ทำไมจะต้องติดใจกลิ่นน้ำหอมฉันด้วยนี่ล่ะที่สงสัยมากที่สุด
“ไม่ฉีดบนตัวพี่งั้น...” ขณะรถจอดติดไฟแดงพี่โฬมก็หันมามองฉันโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนกลิ่นหอมเย็นๆ รดรินบนกลีบปาก “พี่อยากดม พี่ดมจากตัวหนูได้ไหม”
“!”
“พี่ชอบดมกลิ่นหอมๆ ยิ่งกลิ่นที่ชอบก็ยิ่งอยากดมทุกวัน” คำพูดกำกวมและแววตาคมที่จ้องมองมา เล่นเอาฉันถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสน่ห์เหลือล้นจริงๆ พ่อคุณ! เล่นเอาฉันใช้มือดันแผงอกแกร่งให้ถอยห่าง มันใกล้เกินไปแล้ว หากแต่ว่าเรี่ยวแรงของฉันมันแทบจะหดหายไปกับการจ้องตาพี่โฬม
ใบหน้าหล่อเหลาเอียงโน้มเข้ามาใกล้ หลับตาปี๋เพราะไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร หากแต่ว่าพอผ่านไปหลายวินาที ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย กระทั่งลืมตาขึ้นถึงได้เห็นว่าพี่โฬมโน้มใบหน้ามาดมซอกคอฉัน ทำจมูกฟุดฟิดตรงบริเวณที่ฉันฉีดน้ำหอมนั่นก็คือลำคอ ข้อพับแขนและบนเสื้อ
“พะ พี่โฬม”
“หืม”
“ถอยไปได้แล้วค่ะ” ออกแรงยันแผงอกเขาให้ถอยห่าง ชี้นิ้วไปยังตัวเลขสัญญาณไฟจราจรที่กำลังถอยหลังเพื่อเปลี่ยนจากสีแดงเป็นไฟสีเขียว
“ตัวหนูหอม” รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาฉีกกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงสวยงาม “รู้ไหมพี่น่ะต้องอดทนแค่ไหน”
“อดทนอะไรคะ” ถามด้วยความไม่รู้ แต่มันเหมือนเป็นการเปิดทางให้พี่โฬมตอบคำถามที่ชวนให้สยิว ขนลุกตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเมื่อสัมผัสได้ถึงฝ่ามืออุ่นร้อนที่ทาบทับลงบนพวงแก้มใส
“พี่เจ้าชู้ หนูรู้ใช่ไหมว่าพี่หมายถึงว่าตัวเองกำลังอดทนเรื่องอะไร”
บอกมาขนาดนี้ก็ไม่ต้องเดาให้ยากคงอยากจะมี ‘เซ็กซ์’ กับฉันมากจนต้องอดกลั้นความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ ไม่ให้ทำอะไรฉันไปมากกว่านี้ โดยที่ฉันไม่ได้ยินยอม พี่โฬมคิดแค่ว่าอยากจะทำเรื่องอย่างว่ากับฉันสินะ ถึงได้เข้าหาเพราะสนใจกันมากขนาดนี้ หลงคิดไปตั้งนานว่าตัวเองสำคัญเพราะเขาสนใจอย่างอื่นมากกว่าเรื่องบนเตียง
“หนูนึกว่าพี่สนใจเรื่องของหนู มากกว่าเรื่องบนเตียง” ขยับมานั่งพิงเบาะยกแขนทั้งสองพาดอก ทำไมต้องรู้สึกหงุดหงิดด้วยก็ไม่รู้สิ “หนูไม่ได้ง่ายใช่ไหมล่ะ”
“หึ” ยังจะมีหน้ามาหัวเราะอีกนะ พี่โฬมจับเกียร์ดันไปข้างหน้าและเหยียบคันเร่งเพื่อไปยังร้านแฮมเบอร์เกอร์ที่เขาอยากกินนักกินหนา รู้งี้ให้รอแบบตอนนั้นก็ดี หมั่นไส้ชะมัด! “หนูอยากให้พี่สนใจเรื่องของหนูขนาดนั้นเลย”
“ไม่ค่ะ ไม่ต้องสนใจหนูก็ได้”
“...”
“วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะสนิทกันก็พอค่ะ” กระแทกเสียงใส่เขา พี่โฬมก็หัวเราะในลำคอราวกับไม่ได้สะทกสะท้านอะไร เหอะ พอทีฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายเจ้าชู้ เฟรนลี่อย่างเขาอีกต่อไป ถึงเขาจะเป็นความสบายใจให้ฉันไม่มากก็น้อย แต่เรื่องนี้ก็คือรับไม่ได้แบบสุดๆ เลย
ร้านแฮมเบอร์เกอร์
ฉันมองถาดที่มีแฮมเบอร์เกอร์ปลา เฟรนฟรายและน้ำอัดลม หลังจากที่คุยกันเรื่องที่ทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดีก็สั่งแฮมเบอร์เกอร์ไซส์ยักษ์มากินเพื่อให้อาหารตรงหน้ามันทำให้ฉันมีความสุขมากกว่ามองหน้าพี่โฬม เขาจ้องหน้าฉันพลางยิ้มขำที่อ้าปากงับแฮมเบอร์เกอร์ในมือและเคี้ยวหน้านิ่ง
“โกรธพี่หรือไง” ไม่ตอบคำถามเขาและดูดน้ำอัดลมหลายอึก “เป็นวันสุดท้ายจริงเหรอที่จะเจอกัน”
“ใช่ค่ะ”
“แย่จัง อุตส่าห์จะชวนไปดูแข่งรถวันเสาร์นี้สักหน่อย” เหอะ คิดว่าเอาแข่งรถมาอ้างกับฉันอย่างนั่นเหรอ ไม่ได้ผลหรอกพี่โฬม หลอกเด็กน่ะง่ายแต่หลอกฉันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
“หนูไปเองก็ได้ ไม่พึ่งพี่หรอก” คิดว่าฉันจะไปพัทยาไม่ได้เหรอ เอ่อ... ฉันจำไม่ได้นี่นาว่าสนามแข่งรถที่พี่โฬมพาไปอยู่ที่ไหน รู้แค่ว่าอยู่พัทยาแค่นั้น เพราะสมองมันมีเรื่องให้คิดวิตกกังวลมาก บางเรื่องมันไม่ได้สำคัญฉันก็เลยจะลืมไปง่ายๆ
“เราแบบสนิทกันก็ไม่ได้เหรอ”
“สนิทได้ แต่พี่โฬมคิดเรื่องนั้นกับหนู”
“หนูมีแฟนแล้วเหรอ พี่ถึงคิดเรื่องนั้นกับหนูไม่ได้”
“ไม่มีค่ะ”
“อ้าว แล้ว...”
“พี่โฬมเข้าหาผู้หญิงทุกคนที่สนใจ เพียงเพราะความต้องการทางเพศอย่างเดียวเหรอคะ”
คำถามของฉันทำให้คนตรงหน้าถึงกับนิ่งไปทันที เขากำลังจะงับแฮมเบอร์เกอร์เนื้อเข้าปากเป็นคำที่สอง เป็นอันว่าเขาจ้องหน้าฉันแบบไร้ซึ่งคำตอบ ใช่ เขากำลังหาคำตอบใช่ไหมล่ะ เพราะมันไม่มีคำตอบที่ตรงใจฉันไง พี่โฬมถึงเลือกที่จะเงียบ... ในเมื่อที่ฉันถาม มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าเขาสนใจผู้หญิงคนไหน ก็จะมีแต่เรื่องเซ็กซ์ เซ็กซ์แล้วก็เซ็กซ์อยู่เสมอ
ผู้ชายเจ้าชู้ก็คงไม่คิดอะไรหรอก คงมีแต่เรื่องใต้สะดือ
“ไม่ใช่ทุกคนที่จะอยากมีเซ็กซ์กับพี่นะ ถึงจะแค่คิดสนุกๆ นอนคืนเดียวก็แยกย้าย” ฉันหลุบสายตามองเฟรนฟรายที่เริ่มหายร้อนจากการทอดใหม่ๆ “ยิ่งสำหรับหนู พี่อย่าคาดหวังเลยค่ะ”
“นินิว”
“หนูไม่ได้ต้องการอะไรจากพี่เลยนะ แม้กระทั่งเรื่องนี้” จ้องใบหน้าหล่อเหลาคมถึงกระนั้นก็มีมุมที่ใบหน้าของเขาค่อนข้างไปทางหน้าหวานแค่เพียงเสี้ยวมุมด้านข้างเท่านั้น “แค่คิดว่าอยู่กับพี่ มันสบายใจน่ะค่ะ”
“...”
“แล้วหนูก็ไม่อยากเล่นเกมอะไรกับพี่ด้วย พี่กำลังคิดเล่นเกมอะไรกับหนู พี่ไม่ต้องหวังว่าหนูจะแพ้หรอก เพราะหนูไม่คิดจะลงแข่งอะไรทั้งนั้น หนูเกลียดการพนัน” แม้จะเป็นการเดิมพันที่พี่โฬมคิดจะใช้มันก็ฉันก็เถอะ “พี่รู้ใช่ไหม”
“หนูรู้” ทำไมจะไม่รู้กันล่ะ แค่ตอนที่เขาบอกบนรถ มันก็ทำให้ฉันเดาอะไรได้หลายอย่าง พี่โฬมชอบการพนันและเขาเองก็คงจะพนันกับตัวเองเอาไว้ไม่มากก็น้อยเรื่องของฉัน
“หนูยอมแพ้”
วางชิ้นแฮมเบอร์เกอร์ลงจากนั้นก็หยิบกระเป๋าสะพายข้าง ฉันไม่รอให้พี่โฬมพูดหรือรั้งอะไร จึงเดินออกจากร้านทันที ถึงกระนั้นคิดว่าเขาอาจจะคิดได้ เปล่าเลย พี่โฬมก็มีผู้หญิงมาทักทายเขาเป็นนักศึกษาสาวสวยหุ่นดีมาก พี่โฬมไม่รีรอที่จะแลกเบอร์กับเธอด้วยความสนใจในเรื่องบนเตียงเสียมากกว่า น่าเสียดาย... ทั้งที่คิดว่าเขาพึ่งพาได้ สุดท้ายเขาเข้าหาฉันก็แค่หวังเรื่องอย่างว่าก็เท่านั้นจริงๆ แม้ว่าจะคอยรับฟังหรือพูดปลอบใจก็ตามที
ความรู้สึกของฉันถูกถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง ทันทีที่มาถึงบ้านแล้วเห็นรถโรลอยซ์คุ้นตาจอดอยู่ มือไม้สั่นระรัวและสองเท้าก็แทบจะก้าวไม่ออก จึงรีบเข้ามาในบ้านมาถึงห้องรับแขกเห็นแม่ น้าเดชา รวมไปถึงเดือนนั่งรออยู่ แลดูสีหน้าของเดือนมองฉันพลางยิ้มเยาะมันก็พาให้หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอก
“กว่าจะกลับมาได้นะ มานั่ง” ฉันลอบกลืนน้ำลายสบตากับท่านรณกรที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอก เขามีสีหน้าที่ดูอ่อนโยนและใจดีมากๆ เหมือนเดิม หรือว่าสิ่งที่ฉันคิดมันจะไม่เกิดขึ้น... ท่านรณกรเห็นใจฉันใช่ไหม “ท่านมารอแกตั้งนาน ทีหลังเลิกเรียนหัดกลับบ้านให้มันเร็วหน่อย”
“มีอะไรคะ”
“ท่านรณกรตัดสินใจแล้วว่า...” แม่เว้นวรรคคำพูดพลางจ้องหน้าฉันที่ยืนกำสายกระเป๋าแน่นจนเล็บยาวๆ จิกลงบนผิวเนื้อ ขอร้องล่ะพ่อ ได้โปรดช่วยหนูด้วย “ท่านรณกรจะหมั้นกับแก”
“!”
“และฉันยินดีที่จะยกแกให้กับท่าน”
ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้นทันที ขณะสบตากับผู้เป็นแม่และเสมองท่านรณกรที่ยังคงมองฉันด้วยสีหน้าที่อ่อนโยน ไม่ สีหน้าของเขากับการกระทำสวนทางกันไปหมด ฉันต้องหมั้นหมายกับชายวัยกลางคนรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อของตัวเองเนี่ยนะ
“ท่านยื่นข้อเสนอมาถ้าหมั้นกับแก แกจะต้องไปอยู่กับเขา”
“นะ หนูไม่...” พูดอะไรไม่ออก มันจุกจนแทบจะกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอไม่ได้ด้วยซ้ำ แม่รีบลุกขึ้นกระชากต้นแขนฉันอย่างแรงเพียงเพราะกำลังจะปฏิเสธเรื่องหมั้นหมายกับชายแก่รุ่นพ่อ
“แกต้องหมั้น”
แม่เค้นเสียงลอดไรฟันจากนั้นก็ดึงฉันให้ออกจากห้องรับแขก พลางบีบต้นแขนฉันแน่นขึ้นเรื่อยๆ “แกต้องคอยดูแลปรนนิบัติรับใช้ท่าน ออดอ้อนให้ท่านยกหนี้ที่พ่อแกเป็นคนสร้างไว้ทั้งหมด!”
“...”
“แกไม่มีทางเลือกนินิว ท่านรณกรถือว่าใจดีกับแกสุดๆ ถ้าหากแกไม่หมั้นกับเขา แกจำใส่หัวไว้เลยนะ ฉันก็จะเอาแกไปเร่ขายให้กับลูกหนี้คนอื่นของพ่อแก จำไว้นะไม่ได้มีท่านรณกรคนเดียวที่พ่อแกสร้างหนี้เอาไว้!”
“หนูไม่อยากหมั้นกับท่าน ฮึก แม่ได้โปรดใช้หนี้ให้ท่านแทนการเอาตัวหนูไปได้ไหม” ณ ตอนนี้สิ่งเดียวที่ทำได้คือการอ้อนวอนแม่ให้ช่วยฉันจากขุมนรกแห่งนี้ “หนูจะไม่อยู่ที่บ้านหลังนี้ก็ได้ ขอแค่แม่อย่าให้หนูหมั้นกับท่านนะแม่”
“ไม่ได้ ฉันตกลงยกแกให้ท่านแล้ว” แม่ดึงมือตัวเองกลับจากนั้นก็บีบบ่าของฉันอย่างแรงจนเจ็บถึงกระดูก “การหมั้นจะมีแค่ภายในครอบครัว ท่านรณกรบอกว่าจะมาหาอีกครั้ง ตอนนั้นแกต้องพร้อมหมั้นกับเขาและย้ายไปอยู่กับเขา เข้าใจไหม!”
“ฮึก” ไม่ไหวแล้ว... ฉันไม่ไหวจริงๆ จนยกมือปิดปากตัวเองสะอื้นไห้ราวกับคนเสียสติ
“พ่อของแกมันทิ้งปัญหาเอาไว้ เพราะฉะนั้นฉันเหนื่อยที่จะแก้มันแล้ว ถึงเวลาของแกสักทีนินิว”
*--------------------------------------------*
หนูเองก็ดีใจที่คนๆ นั้นคือพี่โฬม ฉันเลือกที่จะตอบคำถามนี้เอาไว้ในใจและหันมาจัดแจงข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองต่อ โดยมีเขานั่งกอดอยู่แบบนั้น“ปล่อยหนูได้ไหม หนูทำไม่ถนัด”“ไม่ปล่อยจนกว่าหนูจะเล่าเรื่องของหนูให้พี่ฟังทั้งหมด”“ก็ได้ค่ะ หนูจะเล่า แต่พี่โฬมต้องปล่อยหนูก่อน” บอกเขาน้ำเสียงเด็ดขาด แน่นอนว่าดูเหมือนจะไม่อยากทำตาม เขากลัวตัวเองจะไม่ได้ฟังเรื่องของฉันจำยอมขยับออกไปนั่งพิงขอบประตูชันเข่าข้างหนึ่งขึ้น มือทั้งสองกำชายกระโปรงชุดเดรสแน่น สบตากับพี่โฬมที่จ้องหน้าฉันเพื่อตั้งใจฟังเรื่องราวทั้งหมดยกเว้นที่ไม่เล่าและไม่มีวันเล่าก็คือเรื่องอาการป่วยของฉัน แค่ไม่อยากให้พี่โฬมต้องมองฉันเป็นผู้หญิงที่เอาแต่คิดมากกับเรื่องในอดีตจนกลายเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือใช้ชีวิตร่วมกับเขาครึ่งปีหลังจากนี้ แค่อยากให้พี่โฬมมองว่าฉันเป็นผู้หญิงปกติ ไม่ต้องกินยาวิตกกังวลหรือยานอนหลับเพื่อช่วยให้อาการเครียดเหล่านั้นถูกขจัดมลายหายไป“ผู้หญิงคนนั้น ตอนผับ LC มายั่วพี่”“จริงเหรอคะ!”“ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นลูกติดพ่อเลี้ยงหนู ถึงว่าทำไมให้แม่หนูเปลี่ยนตัวหมั้น” ร้ายนักนะยัยเดือน!“พี่โฬมจะนอนกับใครก็ไ
Rome Game #12คู่หมั้นขัดดอก“ทีนี้หนูก็ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่นอนร่วมเตียงกับพี่”“เรื่องนั้นหนูรู้ แต่สัญญาของเราก่อนหน้านั้นพี่โฬมห้ามลืมด้วย”“หึ”ยังจะมายืนขำอีกนะ ฉันมองค้อนร่างสูงที่ขนกระเป๋าของฉันเข้ามาในห้องนอน แน่นอนว่าถ้าหากพี่เจคไม่ได้อยู่อีกห้องฉันจะขอนอนแยกทันทีอย่างเสียไม่ได้ ถึงจะสับสนและมึนงงอยู่กับเรื่องที่มันเกิดขึ้นแบบกะทันหัน ฉันจับพลัดจับผลูมาหมั้นกับพี่โฬมเป็นที่เรียบร้อย“หนูไม่รู้เหรอว่าหน้าที่ของคู่หมั้น มันมีอะไรบ้าง” พี่โฬมเดินต้อนฉันเข้ามาเรื่อยๆ จนขาสะดุดเข้ากับปลายเตียงจนเซล้มลงนั่ง พี่โฬมไม่รีรอที่จะโน้มตัวลงมาเอาแขนทั้งสองกักกันร่างฉันไม่ให้ขยับหนีไปไหน ลมหายใจอุ่นร้อนมีกลิ่นหอมเย็นจากบุหรี่ที่เขาสูบรดรินอยู่บนกลีบปาก ส่ายหน้าไปมาเพราะไม่รู้จริงๆ นี่นา “เอาไว้หลังดินเนอร์กับพ่อแม่พี่เสร็จ พี่จะบอก”“พี่โฬมสัญญากับหนูแล้วนะ” ยังไงก็ขอทวงสัญญาเรื่องนั้นก่อน ไม่ไว้ใจพี่โฬมสุดๆ พี่โฬมหื่นอะ!“พี่ไม่ได้ลืม พี่ทำตามสัญญา”“ขอบคุณค่ะ”“ตอนที่เราสัญญา เราสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ถูกไหม”“!”“ตอนนี้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว พี่ลืมมันได้ใช่หรือเปล่า” ดวงตาของฉันเบิกกว้า
“ลาภิศเป็นลูกชายของเราเองค่ะ” แนะนำตัวพี่โฬมให้พวกเราทั้งหมดรู้จัก ท่านทั้งสองนอกจากจะรักกันมากแล้วยังมีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกชายหน้าตาดีและเป็นคนเดียวที่ฉันพึ่งพาเขาได้เสมอ “ลาภิศเป็นลูกชายคนเล็กค่ะ คนโตชื่อรชต เขาปฏิเสธจะหมั้นหมายกับนินิว ลูกชายคนเล็กของเราก็เลยตกลงแทน”นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย! ฉันตกใจจนอ้าปากค้าง ต่างจากพี่โฬมพอรู้ว่าฉันไม่ต้องไปหมั้นกับชายรุ่นพ่อและรู้ว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นคนใหม่ของฉัน เขากลับอมยิ้มพลางจ้องมองฉันที่แต่งตัวสวยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า รู้สึกอายเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ“หนูสวยมากเลยนะวันนี้” คำชมของพี่โฬมทำให้คุณท่านทั้งสองลอบมองหน้ากันพลางยิ้มกริ่ม“คุณแม่คะ หนูขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิคะ” จู่ๆ เดือนก็สะกิดแม่ของฉันให้ลุกขึ้นตามออกไปจากห้องรับแขก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหล่อนมีแผนอะไรอีก ก็ช่างเถอะตอนนี้ฉันดีใจมากที่ได้เจอกับพี่โฬม มันโล่งใจยังไงบอกไม่ถูกเลย“พี่ลาภิศจะหมั้นกับหนูนะ นินิว” คุณหญิงภริตาลุกขึ้นเดินมาโอบไหล่ฉันเอาไว้หลวมๆ “แม่รู้ว่าหนูคงลำบากใจ พ่อเขาก็เลยมาปรึกษาแม่น่ะ จริงๆ พ่อเขาไม่ได้คิดจะหมั้นกับหนูเลยนะ แค่หาทางออกให้กับตัวเองแล้วก็หนู”“อีแ
Rome Game #11การหมั้นหมายเริ่มขึ้นและแล้วงานหมั้นก็มาถึง ฉันนั่งมองตัวเองในกระจกขณะนั่งแต่งหน้าจนสวยงามเหมาะกับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าสีหน้าของคนที่กำลังจะมีงานมงคลไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันปล่อยเส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่คลายตรงปลายผมและเหน็บข้างใบหู สวมชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม้ เปิดไหล่อวดผิวขาวอมชมพูริ้วระบายราวกับเจ้าหญิงในนวนิยายชีวิต... มันไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยายหรอก กว่าฉันจะแต่งหน้าตรงใต้ตาไม่ให้ดูหมองคล้ำก็ใช้เวลานาน เป็นเพราะตัวเองดันร้องไห้นับตั้งแต่เดินจากพี่โฬมมา เขาติดต่อหาฉันเป็นร้อยๆ สาย ส่งข้อความมาหาฉันอีกนับครั้งไม่ถ้วน ฉันแค่ไม่อยากให้เขาต้องเข้ามาวนเวียนในชีวิตจึงเลือกปิดเครื่องเพื่อยอมรับการตัดสินใจของตัวเอง เวลาผ่านไปฉันไม่ได้ไปเรียน ไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนขนาดเพื่อนมาที่บ้านแม่ก็ไล่กลับไป เพราะต้องการให้ฉันเก็บตัวรอวันหมั้นที่มาถึงในเร็ววันเสมองข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกแพคเก็บลงกระเป๋าประมาณสามใบและกระเป๋าเป้อีกสองใบ มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เอามันไปด้วยนั่นก็คือรูปถ่ายของฉันกับพ่อหรือรูปครอบครัว ให้มันฝังอยู่ที่นี่เถอะ เพราะครึ่งปีต่อจากนี้ฉันจะ
ด้วยความหงุดหงิดเลยลุกขึ้นเดินหนีมันเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหยิบมือถือขึ้นมากดต่อสายหานินิว มันก็เหมือนเดิมจนผมกดเข้าไปที่แอพฯ กดดูรูปโปรไฟล์ของเธอที่สวมเสื้อสายเดี่ยวสีขาว ปล่อยผมสยายผมแสกกลางเปิดรับใบหน้าเรียวสวยและเท้าคางให้เห็นโครงหน้าชัดๆ ปลายนิ้วโป้งของผมลากไล้บนรูปเธอและกดเข้าไปยังกล่องข้อความ แน่นอนว่านินิวไม่ได้เปิดอ่านมันแม้แต่อันเดียวLaphit : พี่เป็นห่วงหนู ตอบกลับพี่หน่อยนะ นินิวLaphit : หนูคุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง เราจะมาแก้ปัญหานี้ด้วยกัน ขอแค่หนูรับสายพี่ผมรู้ว่าสุดท้ายนินิวไม่ตอบผมหรอก แค่อยากให้เธอรู้เอาไว้ว่าผมพร้อมเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอ... ไม่ยอมให้เธอหมั้นกับชายแก่คราวพ่อแน่ ครึ่งปีเชียวนะที่เธอต้องทรมานเป็นเมียเก็บเมียน้อยน่ะ ให้ตายยังไงผมก็ไม่ยอมเด็ดขาด! จะด้วยฐานะเหี้ยอะไรก็ช่างแม่ง ผมสนแค่นินิว แค่เธอคนเดียวเท่านั้นจริงๆคณะวิศวกรรมศาสตร์ เวลา 15.05 น.หลังเลิกเรียนผมก็เดินวนไปมาอยู่หน้าคณะวิศวะ เพราะรู้แค่ว่าเด็กวิศวะคอมฯ ใกล้เลิกคลาสตอนนี้ ดังนั้นมันเลยไม่ได้มีแค่ผมที่เดินวนไปมา มีไอ้เจคที่เอนตัวลงนอนบนขอบปูนทางขึ้นลงบันได เอามือสองข้างสอดใต้ท้ายทอยและ
“กูจะรอวันนั้น” รอยยิ้มของไอ้เกียร์ทำให้ผมแปลกใจมาก มันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย ยิ้มที่ฉีกกว้างซึ่งปกติยิ้มของมันจะเน้นไปที่กวนตีนเสียมากกว่า “หยาส่งข้อความมา กูไปรับเมียก่อนแล้วกัน”ไอ้เกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินสวนผมออกไปทางประตู หากแต่ว่ามันกลับชูนิ้วชี้ขึ้นและชี้หน้าผม “อะไร”“ในเมื่อติดต่อไม่ได้” ราวกับกำลังชี้ทางสว่างให้ผม “ถามเพื่อนน้องที่คณะ”จริงด้วย ผมลืมไปเสียสนิทว่านินิวมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมด้วยนี่นา อย่างน้อยๆ เธอน่าจะติดต่อเพื่อนตัวเองบ้างล่ะนะ“อย่าใช้อารมณ์” ไอ้เกียร์ทิ้งท้ายพลางเอานิ้วชี้จิ้มขมับตัวเอง “ใช้ความคิด”“อือ”“สอนคนอื่นน่ะง่าย ทีเรื่องตัวเองดันยาก”“คนมันโมโหนี่หวา” ผมยืนเท้าเอวเสมองไปยังคนอื่นที่นั่งดื่มในโซนวีไอพี คงตกใจกับการกระทำของผมไม่มากก็น้อยละนะ ปกติโฬมคนเฟรนลี่ไม่เคยอารมณ์ร้อน ไม่เคยร้อนอกร้อนใจหรือกระวนกระวายแบบนี้มาก่อนในชีวิต ให้หลังไอ้เกียร์เดินไปผมก็ยืนระงับสติอารมณ์ของตัวเองให้ใจเย็นลงกว่านี้ ไม่เป็นไรโฬม พรุ่งนี้มึงไปถามเพื่อนน้องก็ได้นี่หวา“พี่โฬมคะ”กดล็อกรถเรียบร้อยเตรียมจะกลับห้อง เพราะวันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น หากแต่







