หน้าหลัก / วัยรุ่น / Rome Game วิศวะเกมรัก / วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 7 อาการหลงลืม [50%]

แชร์

วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 7 อาการหลงลืม [50%]

ผู้เขียน: Sweet_Moon
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-23 17:23:55

Rome Game #7

อาการหลงลืม

“แค่กๆ”

โก้งโค้งโน้มใบหน้าอ้วกน้ำที่อยู่ในปากออกมาเสียจนมึนหัวและสับสนไปหมด ฉันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แค่รับรู้ว่ารอบๆ กายมีเพียงความหนาวเหน็บและเสื้อผ้า ศีรษะที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำฝนที่ก่อนหน้านั้นตกลงมาอย่างหนัก เหมือนลูกหมาที่ถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวเพียงลำพัง

‘แกต้องหมั้นกับท่านรณกร มันเป็นทางเดียวที่จะชดใช้หนี้สิบล้านที่พ่อแกสร้างเอาไว้!’

‘ไปอยู่รับใช้ท่าน ออดอ้อนท่าน โกยเงินและขอให้ท่านยกหนี้ให้ แค่นี้ทำไมแกถึงทำไม่ได้นินิว’

‘ใช้ความเป็นเด็กสาวบริสุทธิ์ของตัวเองเอาใจท่าน ทำให้ท่านหลงใหล ไม่ก็มีลูกให้ท่าน... แกจะได้สบายไง ไม่ดีเหรอ’

คำพูดที่ชวนให้คลื่นไส้และน่าขยะแขยงจากผู้เป็นแม่ ทำให้ฉันอาเจียนออกมาแทบหมดไส้หมดพุง เหมือนแบกภูเขาเอาไว้ทั้งลูกจนหนักหัว ฉันทรุดตัวนั่งลงบนฟุตบาทพร้อมเม็ดฝนที่ยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย ร้องไห้จนแทบจะไม่มีน้ำตาอยู่แล้ว มองไปทางไหนก็เคว้งคว้างและใช่ ที่นี่คือที่ไหนกันนะ?

พอคิดได้ฉันก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อต่อสายหาเสือ ดวงตาพร่ามัว มือก็สั่นเทากระทั่งเอามือถือแนบหู รอปลายสายอยู่นานพอควร ซึ่งปกติเสือเห็นสายฉันจะรีบรับทันทีกระทั่งเขากดรับสาย

“ฮึก สะ เสือ ช่วยด้วย... ฉันไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน นายช่วยมารับฉันหน่อยได้ไหม” พยายามควบคุมเสียงของตัวเองให้เป็นปกติ มันก็ทำได้ยากเย็นเสียจนเผลอร้องไห้ใส่ปลายสาย

(“นินิว พี่เอง”) หากแต่ว่าคนที่ตอบกลับมาทำให้ฉันเบิกตากว้าง ยกสายออกจากข้างใบหูก็พบว่าฉันไม่ได้กดโทรหาเสือ แต่ดันไปกดโทรหาพี่โฬม

“หนูขอโทษ หนูจะโทรหาเพื่อนค่ะ หนู...”

(“บอกพี่มาหนูอยู่ที่ไหน พี่จะไปรับ”) ฉันไม่รู้ว่าควรเชื่อใจเขาได้มากน้อยแค่ไหน เราสองคนเพิ่งจะลาขาดกันวันนี้และนั่นทำให้ฉันเลือกที่จะเงียบ (“นินิว ตอบพี่”)

“ไม่รู้ค่ะ”

(“งั้นส่งโลเคชั่นมา ไปหาจุดที่มีคนอยู่เยอะๆ พี่จะไปรับ”)

“หนูไม่อยากรบกวน” สูดลมหายใจเข้าพลางตอบปลายสาย “หนูจะโทรหาเพื่อน”

(“นิว”) พี่โฬมเรียกชื่อฉันพยางค์เดียวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา (“นี่ไม่ใช่เวลาที่หนูจะมาโกรธพี่”)

“...” กัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนเจ็บหนึบ

(“ตอนนี้พี่ต้องไปรับหนู หนูหลงไปที่ไหนก็ไม่รู้ ตัวหนูเองก็ไม่มีสติ จะโกรธพี่ต่อก็ได้”) เขาเว้นวรรคคำพูด จังหวะนั้นมีแสงไฟจากหน้ารถใครบางคนส่องมาที่ใบหน้า เล่นเอาฉันต้องยกมือบดบังแสงนั้น (“หลังจากที่พี่เห็นว่าหนูปลอดภัย...”)

ฉันไม่ได้คิดจะฟังเสียงของพี่โฬมเลยสักนิด มีเพียงแค่คนที่ลงมาจากรถสปอร์ตคันหรู นิ้วโป้งกดวางสายและยัดมือถือลงใส่กระเป๋าเป้ เมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตาสวมช้อปสีแดงเลือดหมูเดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์มาหยุดตรงหน้า เงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาแสนเย็นชาก็พาให้รู้สึกเหมือนชีวิตดำดิ่งลงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

“มานั่งทำอะไรตรงนี้”

“หนูหลง” ตอบเขาพลางลุกขึ้นยืนด้วยขาทั้งสองที่อ่อนแรงจนเซไปด้านหลัง ถ้าไม่ได้ฝ่ามือหนาคว้าต้นแขนเพื่อดึงรั้ง

“อาการกำเริบ”

“ฮึก” จู่ๆ ก็ดันร้องไห้ต่อหน้าเขาอีกแล้วสิ “พี่เจค”

“...”

ไม่รู้เลยว่าตัวเองเผลอเดินเข้าไปใกล้เขาและเอนศีรษะพิงตำแหน่งหน้าอกของเขา ไม่รู้สิ มันแบบต้องการที่พึ่งพิงโดยเร็วที่สุด เขามาแบบบังเอิญได้ทันเวลา ก่อนที่ฉันจะเตลิดไปไหนไกล ตัวของฉันสั่นเล็กน้อยและค่อยๆ สั่นเบาลงเมื่อรับรู้ถึงฝ่ามืออุ่นร้อนที่กดตรงบริเวณท้ายทอย

แม้กระทั่งเสียงมือถือที่ยังคงสั่นในกระเป๋าอย่างต่อเนื่อง ฉันก็ไม่ได้คิดจะหยิบมันขึ้นมาดูด้วยซ้ำ... แค่ขอพักพิงสักแปบ แล้วฉันจะกลับไปแก้ไขปัญหาของตัวเอง ปัญหาที่ฉันไม่ควรเดินหนีมันมาตั้งแต่แรก

“เข้ามาสิ”

ประตูคอนโดของพี่เจคถูกเปิดขึ้น โดยที่ฉันมายืนเอ๋ออยู่หน้าห้องเขา สุดท้ายก็ตามพี่เจคมาถึงห้องที่กว้างขวางและมีถึงสองห้องนอนที่หันหน้าชนกัน ตรงกลางเป็นโซนรับแขกที่ใหญ่มาก รวยสุดๆ ก็นะรถที่พี่เจคขับยังดูหรูหราราคาแพงเลยนี่นา พี่เจคเดินเข้าไปที่ห้องทางซ้ายมือและหยิบผ้าขนหนูส่งให้ฉัน

“อาบน้ำ” พี่เจคค้นหาอะไรสักอย่างในตู้ก็ยื่นมันมาให้ฉัน “เสื้อพี่”

“ขอบคุณค่ะ” รับเสื้อเชิ้ตสีดำตัวใหญ่มาถือไว้ ดึงยางรัดผมปล่อยเส้นผมสีดำสยายกลางแผ่นหลังและเอาผ้าขนหนูเช็ดเส้นผมที่เปียกชื้น พี่เจคจึงเอนสะโพกนั่งบนพนักโซฟากอดอกมองฉัน “พี่เจครู้ได้ยังไงคะ เรื่องโรคที่หนูเป็น”

“...”

“แค่เห็นซองยาตอนนั้น ไม่น่าจะรู้ลึกถึงขนาดอาการที่หนูเป็นเลยนะคะ”

“แม่พี่” คำตอบที่รอคอยมานานทำให้ฉันนิ่งไปทันที “ตายไปแล้ว”

“!”

“เพราะโรคเดียวกับน้อง” กระพริบตาถี่รัว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม่ของพี่เจคท่านจะเสียด้วยโรคเดียวกับฉัน “แม่พี่มีโรคแทรกซ้อนเยอะ แต่เป็นวิตกกังวลเหมือนนิว”

“พี่เจคก็เลยรู้”

“ใช่” คนประหยัดคำพูดตอบเพียงสั้นๆ แต่จับใจความได้ “พี่ถึงได้ถาม”

“หนูขอโทษนะคะ ตอนนั้นหนูไร้มารยาทกับพี่เจค คิดว่าพี่เจคซอกแซกเพราะ... ชอบหนู” เช็ดผมตัวเองพลางเสมองทางอื่นไม่กล้าสบตากับพี่เจคตรงๆ เลยบอกได้แค่นี้ มันน่าอายที่สุด “พี่แค่เป็นห่วง เพราะหนูเป็นโรคเดียวกับแม่พี่”

“อืม”

“ขอบคุณนะคะพี่เจค” ฉันยกมือไหว้ขอบคุณคนตัวสูง “พี่เป็นคนอื่น ยังห่วงใยหนูมากกว่าคนในครอบครัวอีก”

“ไอ้โฬมก็เหมือนกัน” ชื่อของใครบางคนทำให้ฉันชะงักมือที่กำลังเช็ดผมตัวเอง “พี่ไม่รู้ปัญหาที่น้องเจอ”

“...”

“เชื่อเถอะ มันมีวิธีแก้” ฝ่ามือหนาเอื้อมมือมาจับเส้นผมที่เปียกชื้นของฉัน “อย่าเครียดมาก ไม่ดี”

“หนูพยายามอยู่ค่ะ แต่ปัญหามันมากเกินไปจนแบกรับไม่ไหว”

“เล่าให้ใครสักคนฟัง หมอก็ได้” เล่าให้หมอฟังจนพรุนหมดแล้ว แต่เรื่องที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ อะ ยังไม่ได้เล่าเพราะยังไม่ถึงเวลานัดยังไงล่ะ “คนที่นิวเชื่อใจ”

คนที่เชื่อใจเหรอ? มีนะ เขาแค่เข้ามาเพื่อเล่นเกมกับฉัน เล่นกับความรู้สึกของฉันก็เท่านั้นเอง ยิ่งเพื่อนเหรอฉันไม่อยากเล่าเลยเพราะมันจะยิ่งหนักกว่าเดิม เพื่อนคือต้องโวยวายมากกว่ารับฟังอยู่แล้ว

“พี่เจคคะ” เขาไม่ตอบและปล่อยมือจากเส้นผมเปียกชื้นของฉัน “หนูขอร้อง พี่อย่าเล่าเรื่องนี้ให้พี่โฬมฟังได้ไหมคะ”

“...”

“หนูไม่อยากให้พี่โฬมรู้เรื่องที่หนูป่วย” ไม่มีใครเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีเท่ากับคนที่เคยผ่านมันมาหรอก ฉะนั้นฉันไว้ใจแค่พี่เจคคนเดียวเท่านั้น เพราะคุณแม่ของพี่เขาผ่านโรคนี้มาก่อน “เราไม่ได้สนิทกันมากถึงขั้นคุยเรื่องนี้ได้”

“ดูเพื่อนพี่อยากสนิทกับนิว”

“อยากสนิทหรืออยากมีเซ็กซ์กับหนูก็ไม่รู้”

“หึ” พี่เจคหัวเราะในลำคอ “นิสัยมันเป็นแบบนี้ ไม่มีอะไรหรอก”

“หนูไม่เชื่อหรอกค่ะ พี่โฬมเจ้าชู้ ก็คงจะสนใจผู้หญิงคนไหนก็อยากจะฟันเขาไปทั่ว”

“พี่ว่าไม่นะ” ใบหน้าหล่อเหลาส่ายไปมาราวกับกำลังจะบอกว่าพี่โฬมไม่ได้คิดเรื่องแบบนั้นเสมอไปเหรอ “ดูเหมือนมันยกเว้นแค่นิว”

“หนูไม่ได้ดีใจหรอกนะคะที่พี่โฬมละเว้นหนู” ฉันทำหน้าบูดใส่คนตรงหน้า “แค่รอให้หนูตายใจ แล้วหนูก็เกือบจะเสียรู้พี่โฬมแล้วด้วย ดีที่รู้ทัน”

“มือถือนิวสั่นไม่หยุด” พี่เจคเสมองมายังกระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนโซฟา “ใคร”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คงเป็นแม่หนูมั้ง” คงตามหาฉันให้วุ่นนั่นแหละ เล่นวิ่งหนีออกมาโดยที่ท่านรณกรยังไม่ได้รับฟังข้อตกลงของฉันด้วยซ้ำ เล่นตกลงกันเองอะไรเอง เหมือนกับฉันเป็นเบี้ยที่ถูกใช้งานบนกระดาน นอกจากจะเป็นเบี้ยที่ต่ำต้อยยังถูกมองว่าหยิบจับไปวางตรงไหนก็ได้ตามสบาย

“แน่ใจ” คำถามของพี่เจคทำให้ฉันขมวดคิ้ว ถ้าไม่ใช่แม่จะเป็นสายจากใครกันล่ะ “อาบน้ำ เดี๋ยวป่วย”

“งั้นคืนนี้หนูขอรบกวนด้วยนะคะ หนูยังไม่พร้อมกลับบ้าน”

“อืม เจ้าของห้องไม่ว่าหรอก”

มึนงงเล็กน้อยกับคำตอบของพี่เจค ก็พี่เขาเป็นเจ้าของห้องไม่ใช่หรือไงกัน สลัดความคิดทุกอย่างออกไปฉันก็ตรงเข้ามาในห้องนอนของพี่เจคที่มีเตียงขนาดคิงไซส์สีขาวตั้งอยู่ตรงกลางติดผ้าม่านรอบห้องและมีเปิดเพื่อให้เห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน เม็ดฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย ฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องน้ำเป็นลายหินอ่อนสีขาวทั้งหมด ห้องอาบน้ำถูกกั้นด้วยกระจกขอบสีดำใสมาก

ไม่รีรอที่จะปลดเปลื้องชุดนักศึกษาที่เปียกชุ่ม ดีหน่อยนะที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุด ดังนั้นฉันจึงไม่ซีเรียสเรื่องชุดไปเรียน สายน้ำเย็นไม่มากรดรินบนศีรษะจรดปลายเท้า อยากให้พัดพาความเครียดและความเหนื่อยล้าให้ออกไปจากตัวของฉัน แค่อยากลืมเรื่องที่ได้ยินมาในวันนี้ ปัญหาที่ฉันพบเจอมันมากมายเสียจนไม่รู้ว่าควรเริ่มแก้ไขมันตรงไหน

มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเสียมากกว่า เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นฉันไม่ได้เป็นคนสร้าง แต่เป็นพ่อของฉันต่างหากที่ทิ้งภาระทั้งหมดเอาไว้จนคนข้างหลังต้องมานั่งแก้ไข ตัวเองตายไปก็สบายสินะ ส่วนคนข้างหลังก็รับกรรมไปและใช่ มันถึงคราวของฉันที่จะต้องตกลงปลงใจหมั้นหมายกับชายแก่รุ่นพ่อเจ้าหนี้เงินจำนวนสิบล้านที่พ่อไปกู้เขามาเพื่อเล่นพนันจนหมดสิ้นเนื้อประดาตัว

หนีออกมาแบบนี้... ดีนะที่ฉันมักจะพกยาใส่กล่องเอาไว้เผื่อตัวเองต้องไปนอนค้างบ้านเพื่อน เพราะกันเอาไว้ดีกว่าไม่มียากิน ไม่เช่นนั้นฉันจะนอนไม่หลับเลย ยิ่งความเครียดวิ่งเข้าใส่ถาโถมเข้ามาเป็นว่าเล่นแบบนี้ด้วยแล้ว

“หนูเอาเสื้อผ้าไปปั่นได้ที่ไหนคะ” หอบเสื้อผ้าของตัวเองออกจากห้องหลังอาบน้ำเสร็จ ฉันสวมเสื้อเชิ้ตสีดำของพี่เจคที่ตัวใหญ่จนต้องพับแขนถึงข้อศอก พี่เจคชี้นิ้วบอกทางไปห้องซักผ้าจึงเอาชุดนักศึกษาปั่นแห้งและตากเรียบร้อย

“หลงลืมบ่อยหรือเปล่า” คำถามของพี่เจคถูกส่งมาให้ขณะเขายื่นแก้วเซรามิคสีดำมาให้ กลิ่นของนมอุ่นทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น มองร่างสูงที่เอนสะโพกพิงกับขอบตู้ตรงจอทีวีขนาดยักษ์ถูกติดตั้งบนผนัง ฉันทิ้งตัวนั่งบนโซฟา เอามือกุมให้ความร้อนแผ่ซ่านเข้ามาทุกอณูผิว อุ่นจนรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่บ่อยค่ะ เฉพาะตอนที่หนูเครียดมากๆ”

“แสดงว่าเรื่องที่เจอ หนัก”

“ค่ะ มากที่สุดในชีวิตแล้ว” หลุบสายตามองควันจากนมอุ่นและพาให้คิดถึงเรื่องการหมั้นหมายของฉันกับท่านรณกร

“อย่าทำให้ตัวเองต้องแย่” พี่เจคจ้องหน้าฉันพลางจิบนมอุ่นในมือของตัวเอง “ทุกปัญหามีทางออก”

“...”

“เครียดไป นิวจะแย่ ไม่ใช่คนอื่น”

“พี่เจคจำหนูได้ยังไงคะ” คำถามที่สงสัยทำให้ต้องถามเขา พี่เจคนิ่งและจ้องหน้าฉันราวกับไม่อยากตอบ “ไปไหนเหรอคะ ถึงได้เจอหนูโดยบังเอิญ”

“แข่งรถ”

“แสดงว่าหนูเดินหลงไปไกลมากๆ เพราะจำที่พวกนั้นไม่ได้เลย” เม้มริมฝีปากตัวเองพลางจิบนมอุ่นที่หวานหอมกำลังดี ฉันเหลือบตามองพี่เจคที่ยังคงมองหน้าฉันอยู่ เขาจะรู้ไหมว่าเวลาเขามองฉันทีไรเหมือนตัวเองถูกจ้องแบบ... จ้องตาไม่กระพริบน่ะ พี่เจคมองฉันแบบนั้นเลยนะ “ขอบคุณนะคะที่พี่เจคเจอหนู”

“อืม”

“พี่เจคที่ชอบนอนมากกว่าใส่ใจเรื่องของคนอื่น มาเป็นห่วงเป็นใยหนูแบบนี้ ทำให้รู้สึก...” เว้นวรรคคำพูดของตัวเอง ฉันคิดจะพูดอะไรออกไปกันล่ะเนี่ย เขาถึงได้ไม่มองฉันตรงๆ ทั้งที่เมื่อกี้จ้องหน้าฉันนานหลายนาที

“อย่าคิดอะไรกับพี่” คำตอบของเขาทำให้ฉันลอบกลืนน้ำลาย “ไม่ดี”

“รู้เหรอคะว่าหนูคิดอะไรกับพี่”

“บอกไว้ก่อน” ทำไมต้องบอกกันด้วยล่ะ ฉันยังไม่ทันได้พูดเลยว่ารู้สึกอะไร “พี่ไม่อยากมีปัญหา”

“คะ”

“กับเพื่อน เรื่องผู้หญิง”

“นะ หนูไม่ได้คิดกับพี่เจคแบบนั้นนะคะ!” รีบปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ต้องคิดอะไรมาก พี่เจคคิดว่าฉันชอบพี่เขาใช่ไหมอะ ใช่ ยอมรับว่ามีบางทีที่แอบหวั่นไหวกับพี่เจค มันก็แค่นิดเดียวเท่านั้นนะ แถมไม่ได้มองเขาเกินเลยไปถึงขั้นนั้น “หนูก็แค่...”

บ้าจริงนินิว ทำไมถึงได้พูดไม่ออกกันล่ะ พูดออกไปสิว่าไม่มีทางเกิดขึ้นน่ะ พูดเดี๋ยวนี้เลย!

“หนูรู้ว่าพี่เจคไม่ได้ชอบผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษ”

“...” เขานิ่ง

“ตัวหนูเองก็ไม่ได้ชอบพี่เจค” จิบนมอุ่นหลังจากพูดคำๆ นี้ออกไป “เอาเป็นว่าหนูเองก็ไม่ได้ชอบใครนะคะ ทั้งพี่เจคหรือพี่โฬม”

ชื่อคนสุดท้ายไม่ควรโผล่มาลิสต์ด้วยซ้ำ ฉันจะไปมีวันชอบพี่โฬมได้ยังไง ผู้ชายอย่างเขาน่ะเจ้าชู้จะตายไปจะมาจริงจังอะไรกับผู้หญิงล่ะ คงมองเป็นเพียงแค่เครื่องสนองทางเพศของเขาเวลาต้องการมีเซ็กซ์เสียมากกว่า ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นผู้หญิงที่เป็นเพียงแค่ที่รองรับอารมณ์ ถึงได้ถอยห่างจากพี่โฬม โกรธเขาเล็กน้อยทั้งที่ไม่ควรทำ กลายเป็นว่าไม่ได้โกรธที่เขาเล่นพนัน แต่โกรธที่เขาเล่นเกมกับฉัน เพียงเพราะอยากนอนกับฉันต่างหาก

“จริง?” พี่เจคจ้องหน้าฉันที่เหลือบตาขึ้นมาพอดี อะไรที่ว่าคือจริง “ที่บอกไม่ชอบไอ้ตัวสุดท้าย”

[50%]

*--------------------------------------------------*

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Rome Game วิศวะเกมรัก    วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 12 คู่หมั้นขัดดอก [100%]

    หนูเองก็ดีใจที่คนๆ นั้นคือพี่โฬม ฉันเลือกที่จะตอบคำถามนี้เอาไว้ในใจและหันมาจัดแจงข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองต่อ โดยมีเขานั่งกอดอยู่แบบนั้น“ปล่อยหนูได้ไหม หนูทำไม่ถนัด”“ไม่ปล่อยจนกว่าหนูจะเล่าเรื่องของหนูให้พี่ฟังทั้งหมด”“ก็ได้ค่ะ หนูจะเล่า แต่พี่โฬมต้องปล่อยหนูก่อน” บอกเขาน้ำเสียงเด็ดขาด แน่นอนว่าดูเหมือนจะไม่อยากทำตาม เขากลัวตัวเองจะไม่ได้ฟังเรื่องของฉันจำยอมขยับออกไปนั่งพิงขอบประตูชันเข่าข้างหนึ่งขึ้น มือทั้งสองกำชายกระโปรงชุดเดรสแน่น สบตากับพี่โฬมที่จ้องหน้าฉันเพื่อตั้งใจฟังเรื่องราวทั้งหมดยกเว้นที่ไม่เล่าและไม่มีวันเล่าก็คือเรื่องอาการป่วยของฉัน แค่ไม่อยากให้พี่โฬมต้องมองฉันเป็นผู้หญิงที่เอาแต่คิดมากกับเรื่องในอดีตจนกลายเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือใช้ชีวิตร่วมกับเขาครึ่งปีหลังจากนี้ แค่อยากให้พี่โฬมมองว่าฉันเป็นผู้หญิงปกติ ไม่ต้องกินยาวิตกกังวลหรือยานอนหลับเพื่อช่วยให้อาการเครียดเหล่านั้นถูกขจัดมลายหายไป“ผู้หญิงคนนั้น ตอนผับ LC มายั่วพี่”“จริงเหรอคะ!”“ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นลูกติดพ่อเลี้ยงหนู ถึงว่าทำไมให้แม่หนูเปลี่ยนตัวหมั้น” ร้ายนักนะยัยเดือน!“พี่โฬมจะนอนกับใครก็ไ

  • Rome Game วิศวะเกมรัก    วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 12 คู่หมั้นขัดดอก [50%]

    Rome Game #12คู่หมั้นขัดดอก“ทีนี้หนูก็ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่นอนร่วมเตียงกับพี่”“เรื่องนั้นหนูรู้ แต่สัญญาของเราก่อนหน้านั้นพี่โฬมห้ามลืมด้วย”“หึ”ยังจะมายืนขำอีกนะ ฉันมองค้อนร่างสูงที่ขนกระเป๋าของฉันเข้ามาในห้องนอน แน่นอนว่าถ้าหากพี่เจคไม่ได้อยู่อีกห้องฉันจะขอนอนแยกทันทีอย่างเสียไม่ได้ ถึงจะสับสนและมึนงงอยู่กับเรื่องที่มันเกิดขึ้นแบบกะทันหัน ฉันจับพลัดจับผลูมาหมั้นกับพี่โฬมเป็นที่เรียบร้อย“หนูไม่รู้เหรอว่าหน้าที่ของคู่หมั้น มันมีอะไรบ้าง” พี่โฬมเดินต้อนฉันเข้ามาเรื่อยๆ จนขาสะดุดเข้ากับปลายเตียงจนเซล้มลงนั่ง พี่โฬมไม่รีรอที่จะโน้มตัวลงมาเอาแขนทั้งสองกักกันร่างฉันไม่ให้ขยับหนีไปไหน ลมหายใจอุ่นร้อนมีกลิ่นหอมเย็นจากบุหรี่ที่เขาสูบรดรินอยู่บนกลีบปาก ส่ายหน้าไปมาเพราะไม่รู้จริงๆ นี่นา “เอาไว้หลังดินเนอร์กับพ่อแม่พี่เสร็จ พี่จะบอก”“พี่โฬมสัญญากับหนูแล้วนะ” ยังไงก็ขอทวงสัญญาเรื่องนั้นก่อน ไม่ไว้ใจพี่โฬมสุดๆ พี่โฬมหื่นอะ!“พี่ไม่ได้ลืม พี่ทำตามสัญญา”“ขอบคุณค่ะ”“ตอนที่เราสัญญา เราสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ถูกไหม”“!”“ตอนนี้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว พี่ลืมมันได้ใช่หรือเปล่า” ดวงตาของฉันเบิกกว้า

  • Rome Game วิศวะเกมรัก    วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 11 การหมั้นหมายเริ่มขึ้น [100%]

    “ลาภิศเป็นลูกชายของเราเองค่ะ” แนะนำตัวพี่โฬมให้พวกเราทั้งหมดรู้จัก ท่านทั้งสองนอกจากจะรักกันมากแล้วยังมีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกชายหน้าตาดีและเป็นคนเดียวที่ฉันพึ่งพาเขาได้เสมอ “ลาภิศเป็นลูกชายคนเล็กค่ะ คนโตชื่อรชต เขาปฏิเสธจะหมั้นหมายกับนินิว ลูกชายคนเล็กของเราก็เลยตกลงแทน”นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย! ฉันตกใจจนอ้าปากค้าง ต่างจากพี่โฬมพอรู้ว่าฉันไม่ต้องไปหมั้นกับชายรุ่นพ่อและรู้ว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นคนใหม่ของฉัน เขากลับอมยิ้มพลางจ้องมองฉันที่แต่งตัวสวยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า รู้สึกอายเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ“หนูสวยมากเลยนะวันนี้” คำชมของพี่โฬมทำให้คุณท่านทั้งสองลอบมองหน้ากันพลางยิ้มกริ่ม“คุณแม่คะ หนูขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิคะ” จู่ๆ เดือนก็สะกิดแม่ของฉันให้ลุกขึ้นตามออกไปจากห้องรับแขก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหล่อนมีแผนอะไรอีก ก็ช่างเถอะตอนนี้ฉันดีใจมากที่ได้เจอกับพี่โฬม มันโล่งใจยังไงบอกไม่ถูกเลย“พี่ลาภิศจะหมั้นกับหนูนะ นินิว” คุณหญิงภริตาลุกขึ้นเดินมาโอบไหล่ฉันเอาไว้หลวมๆ “แม่รู้ว่าหนูคงลำบากใจ พ่อเขาก็เลยมาปรึกษาแม่น่ะ จริงๆ พ่อเขาไม่ได้คิดจะหมั้นกับหนูเลยนะ แค่หาทางออกให้กับตัวเองแล้วก็หนู”“อีแ

  • Rome Game วิศวะเกมรัก    วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 11 การหมั้นหมายเริ่มขึ้น [50%]

    Rome Game #11การหมั้นหมายเริ่มขึ้นและแล้วงานหมั้นก็มาถึง ฉันนั่งมองตัวเองในกระจกขณะนั่งแต่งหน้าจนสวยงามเหมาะกับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าสีหน้าของคนที่กำลังจะมีงานมงคลไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันปล่อยเส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่คลายตรงปลายผมและเหน็บข้างใบหู สวมชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม้ เปิดไหล่อวดผิวขาวอมชมพูริ้วระบายราวกับเจ้าหญิงในนวนิยายชีวิต... มันไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยายหรอก กว่าฉันจะแต่งหน้าตรงใต้ตาไม่ให้ดูหมองคล้ำก็ใช้เวลานาน เป็นเพราะตัวเองดันร้องไห้นับตั้งแต่เดินจากพี่โฬมมา เขาติดต่อหาฉันเป็นร้อยๆ สาย ส่งข้อความมาหาฉันอีกนับครั้งไม่ถ้วน ฉันแค่ไม่อยากให้เขาต้องเข้ามาวนเวียนในชีวิตจึงเลือกปิดเครื่องเพื่อยอมรับการตัดสินใจของตัวเอง เวลาผ่านไปฉันไม่ได้ไปเรียน ไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนขนาดเพื่อนมาที่บ้านแม่ก็ไล่กลับไป เพราะต้องการให้ฉันเก็บตัวรอวันหมั้นที่มาถึงในเร็ววันเสมองข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกแพคเก็บลงกระเป๋าประมาณสามใบและกระเป๋าเป้อีกสองใบ มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เอามันไปด้วยนั่นก็คือรูปถ่ายของฉันกับพ่อหรือรูปครอบครัว ให้มันฝังอยู่ที่นี่เถอะ เพราะครึ่งปีต่อจากนี้ฉันจะ

  • Rome Game วิศวะเกมรัก    วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 10 ไม่ยอมด้วยฐานะอะไร [100%]

    ด้วยความหงุดหงิดเลยลุกขึ้นเดินหนีมันเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหยิบมือถือขึ้นมากดต่อสายหานินิว มันก็เหมือนเดิมจนผมกดเข้าไปที่แอพฯ กดดูรูปโปรไฟล์ของเธอที่สวมเสื้อสายเดี่ยวสีขาว ปล่อยผมสยายผมแสกกลางเปิดรับใบหน้าเรียวสวยและเท้าคางให้เห็นโครงหน้าชัดๆ ปลายนิ้วโป้งของผมลากไล้บนรูปเธอและกดเข้าไปยังกล่องข้อความ แน่นอนว่านินิวไม่ได้เปิดอ่านมันแม้แต่อันเดียวLaphit : พี่เป็นห่วงหนู ตอบกลับพี่หน่อยนะ นินิวLaphit : หนูคุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง เราจะมาแก้ปัญหานี้ด้วยกัน ขอแค่หนูรับสายพี่ผมรู้ว่าสุดท้ายนินิวไม่ตอบผมหรอก แค่อยากให้เธอรู้เอาไว้ว่าผมพร้อมเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอ... ไม่ยอมให้เธอหมั้นกับชายแก่คราวพ่อแน่ ครึ่งปีเชียวนะที่เธอต้องทรมานเป็นเมียเก็บเมียน้อยน่ะ ให้ตายยังไงผมก็ไม่ยอมเด็ดขาด! จะด้วยฐานะเหี้ยอะไรก็ช่างแม่ง ผมสนแค่นินิว แค่เธอคนเดียวเท่านั้นจริงๆคณะวิศวกรรมศาสตร์ เวลา 15.05 น.หลังเลิกเรียนผมก็เดินวนไปมาอยู่หน้าคณะวิศวะ เพราะรู้แค่ว่าเด็กวิศวะคอมฯ ใกล้เลิกคลาสตอนนี้ ดังนั้นมันเลยไม่ได้มีแค่ผมที่เดินวนไปมา มีไอ้เจคที่เอนตัวลงนอนบนขอบปูนทางขึ้นลงบันได เอามือสองข้างสอดใต้ท้ายทอยและ

  • Rome Game วิศวะเกมรัก    วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 10 ไม่ยอมด้วยฐานะอะไร [70%]

    “กูจะรอวันนั้น” รอยยิ้มของไอ้เกียร์ทำให้ผมแปลกใจมาก มันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย ยิ้มที่ฉีกกว้างซึ่งปกติยิ้มของมันจะเน้นไปที่กวนตีนเสียมากกว่า “หยาส่งข้อความมา กูไปรับเมียก่อนแล้วกัน”ไอ้เกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินสวนผมออกไปทางประตู หากแต่ว่ามันกลับชูนิ้วชี้ขึ้นและชี้หน้าผม “อะไร”“ในเมื่อติดต่อไม่ได้” ราวกับกำลังชี้ทางสว่างให้ผม “ถามเพื่อนน้องที่คณะ”จริงด้วย ผมลืมไปเสียสนิทว่านินิวมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมด้วยนี่นา อย่างน้อยๆ เธอน่าจะติดต่อเพื่อนตัวเองบ้างล่ะนะ“อย่าใช้อารมณ์” ไอ้เกียร์ทิ้งท้ายพลางเอานิ้วชี้จิ้มขมับตัวเอง “ใช้ความคิด”“อือ”“สอนคนอื่นน่ะง่าย ทีเรื่องตัวเองดันยาก”“คนมันโมโหนี่หวา” ผมยืนเท้าเอวเสมองไปยังคนอื่นที่นั่งดื่มในโซนวีไอพี คงตกใจกับการกระทำของผมไม่มากก็น้อยละนะ ปกติโฬมคนเฟรนลี่ไม่เคยอารมณ์ร้อน ไม่เคยร้อนอกร้อนใจหรือกระวนกระวายแบบนี้มาก่อนในชีวิต ให้หลังไอ้เกียร์เดินไปผมก็ยืนระงับสติอารมณ์ของตัวเองให้ใจเย็นลงกว่านี้ ไม่เป็นไรโฬม พรุ่งนี้มึงไปถามเพื่อนน้องก็ได้นี่หวา“พี่โฬมคะ”กดล็อกรถเรียบร้อยเตรียมจะกลับห้อง เพราะวันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น หากแต่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status