LOGINข้อสรุปลับสุดท้าย แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ ไม่ใช่ฆาตกรเลือดร้อน แต่เป็นนักล่า เขาเลือกเหยื่อ เลือกเวลา เลือกสถานที่และเลือกให้เราเห็นศพ เพื่อสร้างความหวาดหวั่น
จากหลักฐานทั้งหมด ฆาตกรน่าจะเฝ้าดูตำรวจอยู่ตลอด รวมถึงเฝ้าดู นักข่าวหนุ่มคนนั้น อย่างใกล้ชิดเช่นกัน
ลอนดอนสถานีตำรวจไวท์แชปเพิล อีธานเปิดจดหมายด้วยคิ้วขมวด เพื่อนตำรวจยืนดูเขาอ่านด้วยความระแวง เพราะไม่เคยเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนไปมากเท่าตอนนี้
“เด็กบังอาจนี่!” เขาพึมพำ แต่ประโยคต่อมาทำให้คู่สนทนาต้องเบิกตากว้าง เมื่อเขาวางรองเท้าหนังมันวาวคู่แพงที่สุดของตัวเองลงบนโต๊ะ
“ผู้กอง” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งถาม
“ท่านจะเปลี่ยนรองเท้าจริงเหรอครับ?” อีธานตอบโดยไม่เงยหน้า
“ใช่ เอาคู่ที่พื้นนิ่มที่สุดแบบคนงานใช้ ไม่ใช่ของตำรวจ”
“แต่มันไม่สมฐานะของท่าน”
“ทำตามที่บอก” เพื่อนตำรวจเงียบงัน บางคนแอบคิด เด็กหนุ่มปริศนาคนนั้น อาจสำคัญกว่าที่คิด อีธานลุกจากเก้าอี้ หยิบโค้ทขึ้นมาสะพายไหล่
“เด็กคนนี้รู้จังหวะเท้าของฉัน หมายความว่าเขาอยู่ใกล้ผู้ร้ายมากกว่าฉันเสียอีก” เขาไม่รู้ว่าเหตุใดจึงรู้สึกว่าต้องเข้าใจเด็กคนนั้นก่อนใคร ไม่ใช่เพื่อจับกุม
บ่ายวันเดียวกันเอวาลินยืนอยู่หน้ากระจกบานแตกในห้องพักดูตัวเองในสภาพที่เธอไม่เคยคิดว่าจะยอมทำ แต่เธอได้ยินข่าวว่าผู้ตายเมื่อคืนคือ “หญิงรับจ้างยืนข้างถนน” อีกคนหนึ่งและรูปแบบบาดแผลชี้ชัดว่าแจ็ค เดอะ ริปเปอร์กำลังยกระดับ เป้าหมายของเขาคือกลุ่มเดียวกัน สำนักพิมพ์ยินดีจ่าย “สามเท่า” หากเธอเข้าถึงหญิงกลุ่มนั้นและพื้นที่เสี่ยง
เพื่อหาว่าใครคือเหยื่อรายต่อไป เธอหลับตากลั้นใจ ความรู้สึกอาย ความรู้สึกต่ำต้อย ความรู้สึกกลัว เธอเก็บทุกอย่างใส่กล่องแล้วผลักไปข้างหลัง เพราะความจริงนั้นมีค่า เพราะเงินนั้นจำเป็นและเพราะไม่มีใครอีกแล้วที่จะเข้าไปในที่แบบนี้ตามรอยฆาตกรได้เท่าเธอ
เอวาร์จัดผมของเธอพันเป็นมวยยุ่ง ๆ คลุมด้วยผ้าพันศีรษะสีแดงซีด เธอสวมชุดกระโปรงราคาถูกคอต่ำที่ได้มาจากร้านขายของมือสอง ทั้งที่ภายในจิตใจเธอสั่นราวกับหนู กลิ่นน้ำหอมราคาถูกที่ปะปนกลิ่นชื้นของผ้าทำให้เธอเกือบสำลัก
เธอดูเหมือนหญิงขายบริการวัยรุ่นที่หลงเข้ามาในชีวิตอันโหดร้ายของไวท์แชปเพิลกลมกลืนจนไม่มีใครมองเห็น ก่อนออกจากห้อง เธอยังแอบจดข้อความลงในกระดาษอีกใบ เป็นข้อความที่เธอตั้งใจจะลอบส่งให้ตำรวจคนนั้นอีกครั้งในอนาคต
“คืนนี้ผมจะอยู่ใกล้ผู้ร้ายจนคุณตามไม่ทัน แม้คุณจะเปลี่ยนรองเท้าคู่นั้นแล้วก็ตาม อย่าคิดว่าผมไม่รู้ ถ้าคุณจับผมได้ ก็เท่ากับคุณเข้าใกล้แจ็ค เดอะ ริปเปอร์เช่นกัน”
เธอยิ้มเจือเศร้า ไม่มีทางกลับไปเป็นเอวาลินคนก่อนอีกแล้ว หลังเธอตัดสินใจเดินเข้าสู่โลกที่ใคร ๆ กลัวกระทั่งไม่กล้ามอง
กลางคืนเขตตรอกโสเภณี มุมที่มืดที่สุดของไวท์แชปเพิล เอวาร์ยืนพิงกำแพงเย็นเฉียบ มือสั่นลนลาน เนื่องจากสภาพอากาศและเพราะชายขี้เมาหลายคนเดินผ่านเอวาร์ด้วยสายตาพร่ามัว แม้เธอเก็บมีดเล็ก ๆ ไว้ในถุงเท้า แต่หัวใจก็ยังเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เธอรอ รอเงา รอเสียง และรอตำรวจคนนั้น ไม่รู้ทำไม แต่เธอรู้ว่าเขาจะมา เขาเป็นคนประเภทที่ไม่ละสายตาจากเงาที่ไม่เข้าใจ
เสียงฝีเท้าคนเดินผ่าน แต่ไม่ดังแบบเมื่อคืน นิ่มกว่า เธอชะงัก เขาเปลี่ยนรองเท้าจริง ๆ เธอเผลอยิ้มเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเก็บสีหน้า เพราะถ้าเขาเห็นเธอในสภาพนี้ เขาจะไม่มีวันปล่อยเธอเดินคนเดียว
ท่ามกลางหมอก เสียงหอบหายใจของหญิงโสเภณีข้าง ๆ ดังสั่น จู่ ๆ ลมแรงก็พัดวูบและเงาสูงใหญ่ปรากฏที่ปลายตรอก เงาที่คุ้นตา เงาที่เธอเห็นเมื่อคืน เงาที่ลงมือฆ่าคนจริง ๆ ต่อหน้าเธอ
เอวาร์เพิ่งเข้าใจว่า คืนนี้เธอไม่ได้อยู่ “ใกล้ความจริง” แต่เธออยู่ ในคอของปีศาจโดยตรง
หมอกยามค่ำถูกลมพัดหนาวสะท้านจนเหมือนมีเสียงครวญครางแผ่วเบา แสงตะเกียงลอยวูบไหวเหนือหัว เอวาร์ยืนหายใจแรงอยู่ข้างผนังอิฐเปียกชื้น หัวใจเต้นดังเหมือนกลองรบเพราะเงานั้นอยู่ไม่ถึงสามเมตรตรงหน้า
ดัชเชสวิเวียนน์ รอยยิ้มอบอุ่นฉายชัดบนใบหน้า “หลานสะใภ้ทำถูกต้องแล้ว ลูกเลือกปกป้องเกียรติยศของอีธานและอนาคตของทายาทฮาร์โรว์ การเป็นภรรยาของผู้บัญชาการก็เป็นหน้าที่ที่สำคัญไม่แพ้กัน”อีธานทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ ความรู้สึกผิด ผสมกับความซาบซึ้งใจท่วมท้น “คุณเสียสละสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเพื่อผม... ผมจะเป็นหนี้บุญคุณคุณไปตลอดชีวิต” อีธานเสียงสั่นเครือ “ไม่หรอกค่ะ นี่คือหน้าที่ของภรรยาและแม่ ฉันจะกลับไปทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่กว่า คือการเป็นแม่บ้านของตระกูลฮาร์โรว์ เพื่อให้คุณได้ทำหน้าที่ปกป้องเมืองหลวงได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงข้างหลังอีกต่อไป” เอวาร์ยกมือลูบผมเขาหลังจากคำประกาศที่เต็มไปด้วยความรักและการเสียสละของเอวาร์ คฤหาสน์ฮาร์โรว์ก็เข้าสู่ โหมดเตรียมทายาททันที ทุกคนในตระกูลต่างร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ความสุขที่มาพร้อมความวุ่นวายเล็กน้อยได้ปกคลุมทั่วบริเวณ อีธานดำเนินการเรื่องความปลอดภัยของเอวาร์อย่างเคร่งครัด ชนิดที่ว่าหากมีนกตัวไหนบินเฉียดหน้าต่างห้องเอวาร์ก็อาจถูกตรวจสอบประวัติทันที!หน่วยรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคล ที่ได้รับคำสั่งจากสำนักพระราชวังมาถึงอย่างรวดเร็ว พวกเขาจัดก
ลีออนเงยหน้าขึ้นจากพื้น สบตาเพื่อนสนิท ยักไหล่เล็กน้อยอย่างเข้าใจ “เอวาร์...การเป็นตำรวจอาจเป็นสิ่งที่เธอรัก แต่สำหรับพี่อีธานเขารักเธอมากกว่าทุกยศศักดิ์ในโลกนี้ ตอนนี้ในท้องเธอมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา เธอคิดว่าเขาจะยอมให้อันตรายใดๆ มาทำร้ายภรรยาและลูกได้เหรอ รอยแผลที่แขนเธอครั้งนั้น... เขาอาจจะไม่เคยพูดออกมา แต่มันกลายเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขา เขาไม่เคยให้อภัยตัวเองหรอกนะเอวาร์ พี่ชายของฉันคนนี้ เขายอมให้ทุกคนประณามหยามเกียรติได้ แต่คงไม่ยอมให้เธอกับลูกเป็นอะไรไปแน่ เขาเป็นคนแบบนั้นและนี่!ไม่ใช่การยอมแพ้เอวาร์... นี่คือการเปลี่ยนสนามรบต่างหาก พี่อีธานและเธอกำลังจะสละเครื่องแบบเพื่อปกป้องเกียรติยศที่สูงกว่า”“ขอบใจนะลีออน... นายช่วยฉันได้มาก ฉันแค่ต้องการใครสักคนช่วยตอกย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้ของฉันจะปกป้องอีธานจากสายตาคนอื่นได้จริง” การสนทนาจบลงทันทีที่อีธานเดินกลับเข้ามา เอวาร์ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในใจ เอวาร์ยิ้มอ่อนโยน กุมมือที่เย็นจัดของอีธานไว้แน่น“อีธาน... ฉันขอบคุณที่คุณรักและห่วงใยฉันขนาดนี้” เธอพูดเสียงแผ่วเบา “แต่คำสั่งของคุณ มันจะทำให้คนอื่นมองคุณไม่ดี และอาจเป็นจุดอ่อ
“ลีออนไปเฝ้าเอวาร์ในห้องพักฟื้นที อย่าให้ใครเข้าใกล้เธอแม้แต่ก้าวเดียว ห้ามทิ้งเธอไว้ลำพังแม้แต่วินาทีเดียว จนกว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยจะมาถึง นี่คือคำสั่งที่ต้องปฏิบัติตามด้วยชีวิต” อีธานสั่งด้วยเสียงต่ำและหนักแน่นเมื่อถึงห้องทำงานส่วนตัว อีธานเปิดไฟที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว และหยิบเครื่องเขียนที่มีตราพระราชลัญจกรประจำตำแหน่งผู้บัญชาการขึ้นมา เขาไม่ได้ติดต่อเพียงแค่กระทรวงมหาดไทย แต่ตัดสินใจใช้ช่องทางสูงสุดเพื่อความมั่นคง เขาเขียนจดหมายฉบับหนึ่งด้วยลายมือที่เร่งรีบแต่เป็นระเบียบ ถึงบุคคลสำคัญในสำนักพระราชวังซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการสั่งการคุ้มครองระดับสูงสุดและรอบด้านที่สุดสาระสำคัญของจดหมายคือการขอพระราชทานความคุ้มครองแก่ภรรยาและทายาทที่กำลังจะเกิด โดยแจ้งถึงสถานะใหม่ของเอวาร์ และความเสี่ยงที่เธอได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ของเขาในคดีสำคัญระดับชาติ เป็นการขอใช้พระราชอำนาจเพื่อความปลอดภัยสูงสุดเหนือกว่าระบบตำรวจปกติจะสามารถให้ได้ อีธานผนึกจดหมายด้วยครั่งอย่างรวดเร็ว และมอบให้ 'ม้าเร็วของราชการ' ซึ่งรอประจำการอยู่ด้านนอก ผู้ส่งสาสน์ส่วนตัวซึ่งเป็นนายตำรวจที่ไว้วางใจที่สุดให้รีบนำไปส่งยังพระรา
แพทย์ดูผลตรวจเลือดชั่วคราวแล้วหันกลับมาหาทั้งคู่ ดวงตาเธอฉายรอยยิ้มอ่อนโยน“งั้น... ฉันจะบอกข่าวดีเลยนะคะ”อีธานตัวแข็งทื่อ เผลอจิกมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเครียดและความกลัวในใจทะยานสู่จุดสูงสุด“ข่าวดี...?” เขาพึมพำแพทย์ยิ้มกว้างขึ้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่สุด“ยินดีด้วยท่านผู้การ คุณเอวาร์กำลังตั้งครรภ์ค่ะ” โลกเหมือนหยุดหมุนไปหนึ่งวินาที ความเงียบหนักอึ้งดุจกาลเวลาหยุดนิ่งเอวาร์ตกใจ ตาเบิกกว้าง มือเล็กเผลอกำมืออีธานกลับ อีธานนิ่งตาแข็งเหมือนสมองกำลังค่อยๆ ประมวลผลทีละคำ กำลัง... ตั้งครรภ์... เด็กของเขา... ลูกของเขากับเอวาร์... ค่อยๆ ช้าๆ ดวงตาสีเทาเข้มนั้นเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่ เขาหลุบหน้าลง ดวงตาไหวระริก เสียงทุ้มนุ่มแทบกลืนหายไปกับลมหายใจ“เอวาร์... เรา... มีลูกแล้วเหรอ” อีธานวางมือข้างซ้ายลูบหน้าท้องเธออย่างแผ่วเบา ราวกับหวั่นใจว่าจะทำให้เด็กในนั้นสะดุ้ง ความแข็งแกร่งของท่านอธิบดีผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พันตำรวจเอกอีธาน ฮาร์โรว์ หายจนสิ้นเหลือเพียงชายคนหนึ่งที่รักภรรยาหมดหัวใจ ลมหายใจของอีธานขาดห้วง เขากะพริบตาช้าๆ เหมือนต้องใช้เวลาเพื่อให้คำพูดนั้นซึมเข้ามาในส
“คุณโอเคไหม? หน้าคุณซีดมาก เดี๋ยวนะ ผมนั่งพยุงคุณดีกว่า…” เขากำลังจะประคองเธอให้ยืนมั่นคง แต่ประตูสำนักงานก็ถูกผลักออกด้วยแรงที่ทำให้หลายคนสะดุ้งอีธานเดินเข้ามาพอดี ร่างสูงในชุดยูนิฟอร์มสีเข้ม หัวไหล่กว้างบดบังแสงด้านหลัง ดวงตาสีเทาเข้มนิ่งสนิท นิ่งจนทั้งห้องเย็นวาบ เหมือนอุณหภูมิลดลงทันที ไม่ใช่ความโกรธแบบตะโกน แต่เป็นความอันตรายที่เงียบงัน เขามองภาพเฮนรี่ที่กำลังจับตัวภรรยาของเขา มุมปากกระตุกเล็กน้อยเหมือนพยายามประคองสติ เสียงอีธานดังขึ้นช้า ๆ ต่ำ และ เฉียบคมจนบาดอากาศ“วางภรรยาผมลงเดี๋ยวนี้” แม้ไม่ได้ขึ้นเสียง แต่ความกดดันนั้นพาให้ทั้งห้องหยุดหายใจ เฮนรี่ปล่อยทันที“ผม…ผมแค่ช่วยครับท่านผู้การ เธอเหมือนจะไม่สบาย” อีธานไม่ตอบ เขาเพียงจ้องอีกฝ่ายนิ่ง ก่อนที่จะดึงเหตุผลขึ้นมากลบอารมณ์อ่อนไหว“ขอบคุณที่ช่วยเธอ” อีธานรีบเดินเข้าหาเอวาร์ ประคองเธออย่างรวดเร็ว“เอวาร์ มองผมสิ” เสียงเขาเบาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่มือกลับสั่นน้อย ๆ สั่นเพราะความกลัว ไม่ใช่ความโกรธเธอพยายามยิ้มบาง ๆ “ฉันแค่…เวียนหัวค่ะ”อีธานไม่รอช้า เขาอุ้มเธอขึ้นเต็มแขน “เราจะไปห้องพยาบาล เดี๋ยวนี้”ทุกคนในห้องเงียบสนิท มองภา
เธอเริ่มจากการเปิดซองหลักฐานหมายเลขหนึ่ง ชิ้นส่วนผ้าผืนนุ่มที่พบในโกดัง ผ้าชนิดเดียวกับที่ใช้ห่อภาชนะในโรงงานถูกคลี่ออกบนแผ่นกระดาษลายกริด เอวาร์ค่อยๆ ใช้แปรงขนาดเล็กปัดฝุ่นจัดวางสไลด์ตัวอย่าง นำเข้าสู่กล้องจุลทรรศน์ เธอทำสไลด์อย่างประณีต หยดสารบางชนิดเพื่อให้เห็นการย้อมสีของเส้นใย ใช้กล้องส่องภาพเพื่อค้นหาการปนเปื้อนของแร่ธาตุหรือคราบเคมีที่อาจบ่งบอกแหล่งที่มาขั้นตอนหนึ่งที่เธอทำหลายครั้งคือ การถ่ายภาพหลักฐานทุกมุม ก่อนจับใส่ถุงซิปผนึกติดเทปและประทับตราหมายเลขคดีอย่างเป็นทางการ การทำขั้นตอนนี้เรียบร้อยและไม่รีบร้อน ทำให้สังเกตเห็นได้ว่าแต่ละชิ้นไปตามระบบซึ่งสามารถนำไปต่อยอดทางคดีได้อย่างแม่นยำ เพื่อนร่วมงานบางคนเข้ามาดูด้วยความชื่นชม “คุณเอวาร์ทำได้ละเอียดจริง ๆ”อีธานยืนใกล้ๆ เขาไม่ได้เข้าไปขัด แต่สายตาเขาส่งความหวงหา ความภาคภูมิใจ และ ความไม่อยากปล่อยให้ใครมาแตะต้องเธอแม้เพียงคำชมของคนอื่นเอวาร์หยิบชิ้นตัวอย่างหนึ่งขึ้นมาวางใต้เลนส์กล้องจุลทรรศน์ กลั่นแสงออกมาทำให้รูปร่างของเส้นใยแปลกตาปรากฏ เธอขมวดคิ้วแล้วจดบันทึก บันทึกด้วยลายมือที่เป็นระเบียบว่า “ลักษณะการย้อมสีแดง-คราบสารอินท







